email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ต้องตัดใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ย. 2561 22:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ต้องตัดใจ
แบบอักษร

"โอ๋ๆ ๆ ไม่เป็นไรนะแก"สองสาวนั่งกอดกันอยู่ในห้องใหม่ของ หทัยรัตน์ แกริคสามารถจัดการได้อย่างที่เขารับปาก วันรุ่งขึ้นหทัยรัตน์ก็สามารถเข้ามาอยู่ที่นี่ได้เลย

**พิรุณรักต้องปลอบเพื่อนที่เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด เธอรู้สึกสงสารเพื่อนมากที่ต้องเจออะไรแบบนี้

"ทำไมฉันต้องรักเขาด้วยว่ะแก ฉันพยายามห้ามตัวเองแล้ว แต่ทำไม...."

"ฉันเข้าใจ ฉันเข้าใจ ความรักมันห้ามกันได้ที่ไหน แกอยู่กับเขามาตั้งนานไม่รักสิแปลก"พิรุณรักเข้าใจความรู้สึกเพื่อนเป็นอย่างดี เพราะเธอก็เคยเป็นแบบนี้มาก่อน

"มันไม่ยุติธรรมเลย ฉันรักเข้าแต่เขาไม่ได้คิดอะไรกับฉันเลย"

"เขาพูดแบบนั้นเหรอ"พิรุณรักไม่เชื่อหรอกว่ากรวิทย์จะไม่มีความรู้สึกอะไรกับเพื่อนเธอเลย

"ไม่พูด แต่การกระทำมันฟ้อง เขากำลังจะแต่งงาน"ยิ่งคิดถึงข้อนี้เธอก็ยิ่งเจ็บช้ำ

"เอาไง จะไปแย่งมาเลยไหม ฉันจะขอร้องคุณแกริคให้ไปอุ้มเขามาเลยดีไหม"หทัยรัตน์ส่งค้อนให้เพื่อนสาว ใครเขาจะไปทำอย่างนั้นกัน

"บ้าสิ ฉันก็เพ้อไปงั้นแหละ ฉันรู้ดีว่าตัวเองอยู่ในสถานะไหน ฉันต้องตัดใจจากเขาให้ได้"หทัยรัตน์พูดอย่างหมายมั่น

"เลิกร้องไห้ให้ได้ก่อนเถอะ” เมื่อได้ยินแบบนั้นหทัยรัตน์ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เช็ดน้ำตาออกจากใบหน้า

"เชอะ ทีตอนแกล่ะยังร้องไห้อยู่เป็นเดือน"

"งั้นออกไปเที่ยวไหม เผื่อเจอผู้ใหม่"

"ไม่เอา ความจริงเรื่องของคุณกร ฉันก็ทำใจมาตลอด แต่ช่วงนี้เรื่องหนักๆ มันเข้ามาหาฉันเยอะกันไป มันเลยทำให้ฉันร้องไห้ง่ายอีกอย่างฉันคิดถึงยายด้วย เวลาฉันเศร้าฉันเสียใจยายจะเป็นคนปลอบฉันเสมอ ในหัวฉันตอนนี้มันเลยป่นกันไหมหมด"

“ฉันเข้าใจ ยังไงฉันก็อยู่ข้างแก อยู่ปลอบแกอยู่ตรงนี้ มีอะไรระบายออกมาเลยได้ นี่อิเอมมี่มันก็ว่าจะมาหาแกเหมือนกัน”

“มันรู้เรื่องฉันแล้วเหรอ”

“อืม ฉันบอกเอง”

“ขอบใจมากนะแก ฝากขอบคุณ คุณแกริคด้วย แล้วเรื่องที่อยู่ฉัน อย่าบอกคุณกรนะ”

“กลัวเขามาตาม” พิรุณรักเลิกคิ้วถาม

“ไม่ได้กลัว เขาจะมาตามฉันทำไม จบก็คือจบ” เมื่อคืนหลังจากที่เธอเดินเข้าห้อง เธอก็ไม่เห็นหน้าเขาอีกเลย เธอคิดว่าเขาคงออกจากห้องหลังจากที่คุยกันจบ เขาใจร้ายมาก

“จ้า แม่คนเก่ง”

“เสียงโทรศัพท์แกป่ะ”

“ใช่” หทัยรัตน์ควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋า สายที่โทรเข้ามาทำให้เธอขมวดคิ้ว

“ใครโทรมา คุณกรเหรอ”

“เปล่า คุณหมอ”

“คุณหมอไหน”

“หมอกวิน คนที่ดูแลยายฉันไง”

“แล้วโทรมาทำไม”

“ไม่รู้สิ”

“รับสิ”

“สวัสดีค่ะคุณหมอ”

(คุณหวานยุ่งอยู่รึเปล่าครับ)

“ก็ไม่ยุ่งเท่าไหร่ค่ะ” ที่บอกว่าไม่ยุ่งเท่าไหร่ ก็ยุ่งอยู่นิดหนึ่งเพราะเธอต้องจัดของ แต่ที่จริงก็ยังไม่ต้องจัดอะไรมากเพราะของเธอก็ไม่เยอะ มีแค่กระเป๋าเสื้อผ้า

(แสดงว่ายุ่งใช่ไหมครับ)

“ก็ยุ่งนิดหนึ่งค่ะ คุณหมอมีอะไรรึเปล่าคะ”

(คือ หมอ เอ่อ คุณหวานลืมไปรึเปล่าครับว่าจะเลี้ยงข้าวหมอ) ตอนแรกเธอขมวดคิ้วเข้าหากันกับคำพูดติดอ่างของหมอกวิน เพราะหมอไม่เคยเป็นแบบนี้ แต่พอเขาทวงสิ่งที่เธอติดค้างเขามันก็ทำเธอตาโตขึ้นทันที

“หวานพึ่งจะพูดไปเมื่อวานเองนะคะ”

(เอ้าเหรอครับ แหะๆ) เสียงหัวเราะแห้งๆ ของหมอกวินทำให้เธออดยิ้มไม่ได้ จนพิรุณรักที่นั่งฟังอยู่จ้องหน้าเพื่อนเขม็ง

สามนาทีก่อนยังนั่งร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรอยู่เลยว่าผู้ชายไม่รัก แต่พอเจอผู้ใหม่โทรมาแค่นั้นแหละยิ้มออกเชียว ทำไมเพื่อนเธอเป็นคนแบบนี้เนี่ย

หทัยรัตน์ถลึงตาใส่เพื่อน

“หมอไม่มีเพื่อนกินข้าวเหรอคะ” เธอคิดว่ามันคงจะเป็นอย่างนั้น ไม่งั้นเขาคงไม่โทรมาชวนเธอหรอก

(ครับ จะว่าอย่างนั้นก็ได้ วันนี้วันหยุดด้วย)

“อ่อ งั้นเอาไงคะ หมออยากทานอะไรร้านไหนบอกหวานมาได้เลยค่ะ” หทัยรัตน์คิดว่าออกไปข้างนอกก็ดีเหมือนกัน เธอเองก็ไม่อยากจมปลักอยู่กับเรื่องเดิมๆ ออกไปหาอะไรทำคงลืมเรื่องที่ทำให้เราเศร้าได้บ้าง

(ไม่ยุ่งนิดหนึ่งแล้วเหรอครับ)

“คุณหมอ”

(โอเคครับ หมอล้อเล่น เอาเป็นว่ามาเจอกันที่ร้าน..เที่ยงนะครับ)

“ค่ะ เจอกันค่ะ”

“บอกมาแกกับหมอไปถึงไหนแล้ว แล้วที่แกร้องไห้เมื่อกี้แค่เล่นละครใช่ไหม” พิรุณรักเค้นเอาคำตอบจากเพื่อนทันทีที่วางสาย

“บ้า ใครจะไปเล่นละคร ฉันเสียใจจริงๆ แต่ฉันคิดว่าฉันไม่ควรเสียใจนาน ออกไปหาอะไรทำ คงสบายใจขึ้น อีกอย่างฉันรับปากคุณหมอไว้ว่าจะเลี้ยงข้าวเขาเป็นการตอบแทนที่เขาช่วยเรื่องงานศพยาย”

“เลี้ยงข้าวเสร็จคือจบ”

“จบสิจะมีอะไรล่ะ”

“แล้วหมอเขาอยากจบกับแกรึเปล่า”

“ไม่ต้องมายุ ฉันไม่เอาแล้ว ฉันอยากอยู่คนเดียว หมอเขาเป็นคนดีอย่าให้มาแปดเปื้อนเพราะฉันเลย” เธอคิดอย่างนั้นจริงๆ ถึงตอนนี้จะมีคนเข้ามาเธอก็ไม่พร้อมจะเปิดใจรับใคร เธอขอเว้นเรื่องผู้ชายไว้ก่อน ตอนนี้ขอใช้ชีวิตอิสระของตัวเองให้เต็มที่ อีกอย่างเธอก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเหมาะสมกับใคร จะเป็นแม่ของลูกใครได้ ใครจะรับเธอได้

ดังนั้นเรื่องอนาคตที่จะสร้างครอบใครกับใครตัดไปได้เลย อยู่คนเดียวอย่างนี้แหละดีแล้ว

“แก แกอย่ามองโลกแค่ด้านเดียว ผู้ชายบางคนที่เขารักเราจริงๆ เขาก็รับได้หมดแหละไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะผ่านอะไรมาบ้าง และหมออาจจะเป็นหนึ่งในนั้นก็ได้” พิรุณรักไม่อยากให้เพื่อนคิดแบบนี้ การใช้ชีวิตคนเดียวมันก็ดี เป็นอิสระอยากทำอะไรก็ทำ แต่จะไม่ดีกว่าเหรอถ้าทางเดินของชีวิตเรามีคนช่วยคิดช่วยเดิน

สำหรับเธอถึงเธอจะรักแกริคมาก มากจนคิดว่าจะไม่รักใครอีก แต่ถ้ามันถึงจุดจุดนั้น จริงๆ เธอก็ต้องเปิดใจรับใครสักคนเข้ามาในชีวิต เธอไม่อยากใช้ชีวิตคนเดียวจนตายหรอกนะ

“ไม่รู้สิ รอให้ถึงวันนั้นก่อน แล้วอีกอย่างนะ หมอกวินเขาไม่ได้คิดอะไรกับฉัน เขาแค่โทรมาชวนไปทานข้าว ไม่ได้ไปสารภาพรัก”

ถึงบางครั้งมันจะทำให้เธอคิดเข้าข้างตัวเองอยู่บ้างเรื่องการแสดงออกของหมอกวิน แต่เธอก็ไม่อยากเพ้อไปมาก บอกจริงๆ ว่าเธอยังไม่พร้อมจะเปิดรับใคร

“ถ้าเขาสารภาพรักขึ้นมาแกจะทำยังไง” พิรุณรักรู้สึกว่าหมอกวินต้องคิดอะไรกับเพื่อนเธอแน่ ไม่งั้นคงไม่โทรมาชวนไปกินข้าวก่อนแบบนี้หรอก

“เวอร์ เขาจะทำอย่างนั้นทำไม เขาก็เห็นว่าฉันเคยไปโรงพยาบาลกับคุณกรและเข้าใจว่าฉันกับคุณกรเป็นแฟนกัน”

“แต่ตอนนี้แกเลิกแล้ว แกโสดเพื่อน”

“พอๆ เลิกพูดเรื่องนี้ ฉันบอกแล้วไงว่าอยากอยู่คนเดียว”

“โอเคๆ พอก็พอ แล้วนี่เอมมี่มันจะมาหาแกนะ แกจะออกไปข้างนอกเหรอ”

“จริงด้วย เอาไงดี ฉันก็รับปากเขาไปแล้วด้วย หรือว่าจะไปด้วยกัน”

พิรุณรักส่ายหัว เธอไม่อยากไปเป็น กขค เพื่อน

“ฉันอยู่รับหน้ามันเอง”

“เอางั้นเหรอ”

“อืม ไปเถอะ ไปเจอผู้ชายใหม่ๆ แกจะได้ตัดใจจากคนเก่าได้เร็วๆ”

“ยัยบ้านี่”

พอไม่ได้อยู่คนเดียวทำให้หายเศร้าได้จริงๆ ถึงในใจจะหม่นๆ แต่มันก็ดีกว่าอยู่คนเดียวแล้วนั่งร้องไห้ การได้ระบายออกมาเหมือนระบายความอัดอั้นที่มันแน่นคับอกออกไปส่วนหนึ่ง

“ไปๆ แต่งตัวสวยๆ อย่าเป็นยายเพิ้งไปหาเขานะแก”

หลังจากที่แยกย้ายกับพิรุณรักหทัยรัตน์ก็ตรงมาที่ร้านอาหารที่นัดกับหมอกวินไว้ เธอมาก่อนเวลาสิบห้านาทีหาที่นั่งรอเขาก่อนเลย บรรยากาศร้านที่เขาเลือกถือว่าดีพอสมควร ถึงแม้จะอยู่ในเมืองแต่ก็ร่มรื่นน่านั่ง เพราะมีต้นไม้รอบร้าน

“คุณหวาน รอนานไหมครับ” เสียงทักจากด้านหลังทำให้เธอหันไปมอง

“สวัสดีค่ะ คุณหมอ หวานพึ่งจะมาเหมือนกันค่ะ” หทัยรัตน์ส่งยิ้มให้กวิน

“เป็นไงบ้างครับ สบายดีไหม” คำถามเหมือนไม่มีอะไรเลยทั้งที่พึ่งจะเจอกันเมื่อวาน แต่ในแววตาของหมอกวินสื่อความหมายชัดเจนว่าเป็นห่วงเธอไม่น้อย มันทำให้หทัยรัตน์เริ่มทำตัวไม่ถูก อดคิดตามคำพูดของพิรุณรักไม่ได้

“เราไม่ได้เจอกันนานเลยใช่ไหมคะ” หทัยรัตน์ยิ้มบางๆ ให้เขา

“เหมือนนานเป็นเดือนเลยล่ะครับ” คนที่แหย่เขาก่อนไปไม่เป็นทันทีที่โดยแหย่คืน ปากบางเม้มเข้าหากันแน่น

“ผมล้อเล่นครับ สั่งอาหารดีกว่านะ” กวินเมื่อเห็นสีหน้าของหญิงสาวเขาก็รีบแก้ตัว เขาแค่ไม่อยากให้เธอเศร้าถึงใบหน้าเธอจะมีรอยยิ้มแต่เขารู้ว่าใจเธอเศร้าแค่ไหน ดูจากตาบวมๆ คงผ่านการร้องไห้มาเยอะ

“ค่ะ”

พอสั่งอาหารเสร็จทั้งสองก็คุยกันเรื่อยเปื่อย หมอกวินก็ไม่ได้หยอดเธออีกมันทำให้เธอคุยกับเขาได้สะดวกใจขึ้น ถ้าเขาเอาแต่หยอดเธอ มันทำให้เธอรู้สึกว่าไม่อยากนั่งอยู่ตรงนี้เพราะรู้สึกอึดอัด

ตรงทางเข้าร้านมีหญิงชายคู่หนึ่งเดินเข้ามา ทำให้หทัยรัตน์นิ่งค้างเหมือนตัดขาดออกจากโลกภายนอก คนที่แสนคุ้นเคยส่งยิ้มให้กับคนข้างๆ รอยยิ้มแบบนั้น แบบที่เธอไม่เคยได้รับ รอบยิ้มอบอุ่น เอ็นดู

“หวาน คุณหวานครับ” กวินเรียกเธอสองครั้ง เห็นเธอไม่ตอบเขาเลยมองตามเธอ ก็เห็นหทัยรัตน์จ้องชายหญิงคู่หนึ่งที่เดินเข้ามาในร้าน เขาขมวดคิ้วมองก็จำได้ทันทีว่าผู้ชายคนนั้นคือคนที่มาโรงพยาบาลกับหญิงสาวอยู่บ่อยครั้ง

และเขาก็เข้าใจว่าเป็นแฟนเธอ เพราะผู้ชายคนนี้ออกค่ารักษาพยาบาลให้ยายของหญิงสาวทุกบาททุกสตางค์ แต่ช่วงหลังๆ เขาไม่ค่อยเห็น

ตอนงานศพยายของหทัยรัตน์เขาก็ไม่เห็นผู้ชายคนนี้ เขาคิดว่าทั้งสองคนคงเลิกกันไปแล้ว

บอกตามตรงว่าเขาสนใจในตัวของหทัยรัตน์อยู่มาก เขาถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ ปกติเขาเป็นคนไม่เคยง้อใคร ไม่เคยตามใคร ถ้าคนนั้นไม่อยู่ในสายตาของเขาจริงๆ

เขาชอบหทัยรัตน์ที่เธอเป็นคนกตัญญู ชอบความอ่อนโยนของเธอเวลาอยู่กับยาย บ่อยครั้งที่เขาเข้ามาเห็นสองยายหลานคุยกัน มันทำให้เขาอดยิ้มไปกับเธอไม่ได้

แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจว่าเธอเลิกกับผู้ชายคนนั้นแล้วจริงๆ ถ้าไม่ได้ยินจากปากเธอ แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่กล้าถามเธอหรอก มาตอนนี้เขาพอจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเองเดาถูก

“หวาน” กวินเรียกเธออีกครั้งพร้อมกับเอื้อมมือไปสะกิด

“คะ คะ หมอว่าอะไรนะคะ” หทัยรัตน์สะดุ้งและเบนสายตาออกจากสองคนนั้นทันที เมื่อคืนเขาออกไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้นสินะ แม้แต่คำลาสักคำเขาก็ไม่มีให้เธอ

“ผมบอกว่า อยากให้คุณเรียกผมว่าวินเฉยๆ ได้ไหมครับ เราไม่ได้อยู่โรงพยาบาลกันแล้ว” ที่จริงกวินอยากให้เธอเรียกว่าพี่ด้วยซ้ำ แต่มันคงจะไวไป เอาแค่นี้ก่อนก็ได้ ไม่รู้ว่าเธอจะคิดไปถึงไหนแล้วที่เขาขอแบบนี้

“เอ่อ ได้ค่ะ คุณวิน” หทัยรัตน์ยอมเรียกตามที่เขาขอ

“ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารนะคะ” พนักงานมาเสิร์ฟอาหาร

“ร้านนี้บรรยากาศดีมากเลยนะคะพี่กร พิมพ์ชอบมากค่ะ” ทั้งภาพและเสียงที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้หทัยรัตน์ตัวแข็งทื่อทันที ทำไมทั้งสองคนต้องมานั่งโต๊ะข้างๆ เธอด้วย

กรวิทย์เองก็ไม่ต่างกันเขาตกใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นหทัยรัตน์ที่นี่ เมื่อคืนเขากลับไปนอนที่บ้านเพราะกลัวว่าเธอจะอึดอัดคิดว่าตอนเช้าจะกลับเข้าไปหา แต่เธอก็ไม่อยู่ซะแล้ว ไม่คิดว่าจะมาเจอเธอที่นี่

“พี่กรจะกินอะไรดีคะ หน้าตาน่าทานทั้งนั้นเลย”

หทัยรัตน์มองสำรวจสาวสวยที่มากับกรวิทย์ก็อดอิจฉาไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้มีทั้งความสวย ความน่ารักสดใสอยู่ในตัว ไม่แปลกที่ผู้ชายอย่างกรวิทย์จะตกหลุมรัก



มาแล้วจ้าาา มาดึกหน่อย 

ขอบคุณทุกคนนะคะที่ติดตาม ขอบคุณทุกคนที่ตอบคำถามที่ไรท์ถามไปก่อนหน้านี้**

ความคิดเห็น