หอหมื่นอักษร

จุดเริ่มต้นของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นด้วยความ 'เสน่หา' แล้วเเขาจะทำอย่างไร หากต้องการให้เธอมาเป็น 'ยาใจ' ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

ตอนที่ 48 ไปบ้านผมเถอะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 48 ไปบ้านผมเถอะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ย. 2561 16:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 48 ไปบ้านผมเถอะ
แบบอักษร


เข้าไปในรถก็นับว่าดีขึ้นมาบ้าง

แต่ว่าหลินเมิ่งเปียกไปทั้งตัว ทั้งเนื้อตัวกลิ้งไปบนน้ำสกปรก ทำให้ทั้งตัวเธอย่ำแย่ไปหมด สกปรกไม่เหลือชิ้นดี

เจียงเฉิงเฟิงวางตัวเธอลงที่นั่งด้านหลัง หลินเมิ่งสองขาสัมผัสเข้ากับเบาะรถสะอาดนั้น เธอก็ร้องเสียงต่ำๆ ออกมา แล้วลุกตัวขึ้นมาในทันที เจียงเฉิงเฟิงกลับไปยังที่นั่งคนขับ เห็นเธอท่าทางก็ประหลาดใจขึ้นมาฉับพลัน  ทันใดก็เลิกคิ้ว แล้วมองเธอด้วยความไม่เข้าใจ

หลินเมิ่งโมโหกัดปาก รู้สึกผิดเป็นอย่างมาก

“ขอโทษค่ะ ฉันทำเบาะคุณเปื้อนแล้ว!”

น้ำเสียงของเธออ่อนนุ่มมาก  ทั้งยังแฝงไว้ด้วยความเหนียวนุ่ม ทำให้นึกไปถึงเค้กข้าวเหนียวประจำท้องถิ่นของเจียงหนาน ที่หอมหวานน่ากิน เหลือกลิ่นหอมติดปากเอาไว้ ในใจเจียงเฉิงเฟิงทันใดก็มีความอบอุ่นขึ้นมาแปลกๆ ไหลผ่าน จึงอดไม่ได้ที่จะเหยียดมุมปากขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ เขากลับหัวเราะมีเสียงออกมา

“ไม่เป็นไรครับ ผมอยากจะล้างเบาะรถอยู่พอดี แต่ว่าหาเหตุผลที่เหมาะสมไม่ได้เลย ตอนนี้ดีเลย จะได้เอาไปซักได้เสียที ผมยังต้องขอบคุณคุณด้วยซ้ำ!”

ผู้ชายคนนี้มีความรอบคอบหัวไวเป็นพิเศษ เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำ ก็ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป ไม่เพียงแต่สลายความกระอักกระอ่วนในใจของหลินเมิ่ง ยังจะใช้เหตุนี้เพื่อให้ติดหนี้บุญคุณหลินเมิ่ง ทำให้เธอสามารถอยู่ในตำแหน่งเดียวกับตัวเขา เป็นเช่นนี้ระหว่างพวกเขาสองคนก็ไม่มีทางที่จะเกิดความแปลกหน้าต่อกัน!

หลินเมิ่งหัวเราะตามริมฝีปากที่เปียกฝนจนหนาวเย็นเป็นสีม่วงนั้นยกยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มที่งดงามน่ารัก ดวงตาแคบยาวนั้นก็หยีลงผสมกับความมีเสน่ห์ที่ดูแล้วสบายใจ ทำให้เจียงเฉิงเฟิงมองแล้วต้องใจลอยอยู่บ้าง

ผู้หญิงคนนี้ช่างหน้าตาดีจริงๆ!

ตอนนี้หลินเมิ่งได้วางความหนักใจที่มีลงแล้ว เธอนั่งลงอีกครั้ง เงยหน้าขึ้นแล้วสังเกตผู้ชายที่ช่วยชีวิตเธออย่างจริงจัง

ชายหนุ่มคนนี้ดูหล่อเหลาเอาการ หน้าตาดูแข็งแรงมั่นคง เหมือนดั่งตอนที่ทุกคนนึกถึงตำรวจแล้วในสมองจะผุดภาพแห่งความเป็นธรรม และมีวินัยในตัวเอง ใบหน้ามีความสดใส ดั่งแกะสลัก ผสมกับริมฝีปากที่มีรอยยิ้มบางๆ ทำให้มองดูแล้วเขาไม่ได้ซีเรียสถึงขนาดนั้น เอ่อ สันจมูกโด่ง ทำให้คนอิจฉา หน้าผากกว้าง ทรงผมแสกข้างทำให้มองดูแล้วเขาเป็นคนสะอาดสะอ้าน เผยให้เห็นความชาญฉลาดชัดเจน เพียงแต่เพราะเพิ่งจะถูกฝนปะทะ ทำให้ที่หน้าผากเขามีปอยผมตกลงมา ทำให้ดูเขาที่อาจจะเป็นผู้ชายซีเรียสจริงจังนั้นดูมีความเอาแต่ใจอยู่บ้าง

ในส่วนของตาเขา...

หลินเมิ่งไม่กล้ามองชัดๆ เพียงแต่ชำเลืองด้วยความรีบร้อนเล็กน้อย รู้สึกว่าตาเขาสว่างไสวและมีจิตวิญญาณ ทั้งคิ้วและดวงตานั้นคมชัดเป็นพิเศษ ราวกับว่าสามารถมองทะลุใจคนได้ ในตาเขาตอนนี้มีบางอย่างแปลกๆ ทำให้หลินเมิ่งไม่กล้าที่จะมองสบตาไปตรงๆ เธอจึงเก็บสายตาที่มองสังเกตอยู่นั้น แล้วก้มหน้าลงต่ำลง

ข้างนอกอากาศหนาว ข้างในอากาศอบอุ่น ความหนาวและความร้อนที่ปะทะกันนี้ ทำให้หลินเมิ่งคันจมูก จมูกเจ้ากรรมจึงจามออกมาเสียงดัง

“ฮัดชิ่ว”

เจียงเฉิงเฟิงเหมือนเพิ่งจะตื่นจากความฝัน เขาดึงสติได้ก็ไปปรับแอร์ภายในรถ

หันไปมองเห็นเธอตัวเปียกโซก เสื้อเชิ้ตสีขาวเดิมทีก็ไม่ได้ปิดบังร่างกายงดงามของเธอ เขาขมวดคิ้วขึ้นมาเป็นปม ค้นพบด้วยความไม่พอใจอยู่บ้าง ว่านอกจากเสื้อตัวนี้แล้ว ข้างในนั้นเธอก็ไม่ได้ใส่อะไรไว้เลย หรือว่าจะถูกผู้ชายเลวๆ พวกนั้นดึงทิ้งไป?!

สายตาเฉียบคมของเขา ค้นพบว่าที่คอของเธอ ตรงด้านล่างบริเวณกระดูกไหปลาร้า มีจุดแดงๆม่วงๆ น่าสงสัย เขาติดต่อสัมพันธ์กับคนร้ายมานาน ทันใดในสมองก็คิดอะไรขึ้นได้

ถึงแม้เขาจะเปียกฝน แต่เสื้อผ้าก็ไม่ได้เปียกทะลุ เขาถอดเสื้อสูทของเขาออกทันที แล้วส่งให้เธอ แต่ความคิดพอเปลี่ยนไป เขาก็หันกายไปผ่านส่วนกั้นขวางระหว่างที่นั่งด้านหน้าและด้านหลัง คลุมเสื้อสูทของเขาให้เธอด้วยตัวเอง และใช้โอกาสนั้น จับจ้องบนจุดแดงๆ ม่วงๆ ที่น่าสงสัยบนตัวเธออย่างแม่นยำจนกระทั่งสามารถมั่นใจได้ว่านั่นน่าจะเป็นรอยจูบที่เหลือทิ้งไว้หลังจากเกิดความสัมพันธ์!

หลินมิ่งเอ่ยขอบคุณเสียงต่ำๆ ด้วยความเกรงใจ ใบหน้าที่ซีดขาวยิ่งกว่ากระดาษนั้นนานทีจะชมพูระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย มือน้อยๆ ที่ขาวละเอียดไปดึงเสื้อสูทปิดเอาไว้ เพราะเธอรู้สึกหนาวจริงๆ!

เจียงเฉิงเฟิงกลับหันตัวไป เต็มไปด้วยความสงสัยในจิตใจ ทั้งยังมีความโมโหที่บอกไม่ถูก ผู้หญิงคนนี้จริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอประสบกับอะไรมา ทำไมบนตัวเธอถึงได้มีสิ่งเหล่านั้นปรากฏอยู่?! วันที่ฝนตกหนักเช่นนี้ เดิมทีควรจะอยู่ในบ้าน แล้วทำไมเธอถึงได้ปรากฏตัวอยู่บนถนนเส้นนี้ เธอไม่มีรองเท้า ไม่มีร่ม ทั้งยังถูกผู้ชายถึงสี่คนรังควานอยู่! หากว่าเขาไม่ได้บังเอิญผ่านมาทางนี้ ถ้าเช่นนั้นคืนนี้ในซอยไม่มีชื่อก็จะมีผู้หญิงถูกข่มขืนเพิ่มอีกคนหนึ่งใช่หรือไม่?!

ภาพที่เกิดขึ้นในสมองทำให้เขาไม่อาจสงบอยู่ได้ ทันใดก็โมโหขึ้นมา หนังสือข้อกฎหมายที่เคยอ่านมาเหล่านั้น รูปแต่ละรูปในนั้นที่หญิงสาวถูกล่วงละเมิด ไม่ว่าจะรูปไหนหากว่าเปลี่ยนเป็นใบหน้าของหลินเมิ่ง เขาก็รู้สึกมิอาจทนทานได้!

ดังนั้นเขาจึงเอ่ยถามด้วยความจริงจังว่า “เมื่อสักครู่เกิดอะไรขึ้น?!”

หลินเมิ่งตัวสั่นขึ้นมาเล็กน้อย ใบหน้าน้อยๆ นั้นเปลี่ยนไปดูซีดเผือด นึกถึงสิ่งที่ผจญเมื่อสักครู่ เธอก็กลัวขึ้นมาอีก อีกทั้งยังรู้สึกสะอิดสะเอียน

เจียงเฉิงเฟิงจ้องเธอ ราวกับสายตาของเสือชีตาร์อย่างไรอย่างนั้น จ้องเธอตาไม่กระพริบ ไม่ปล่อยให้คลาดสายตาแม้แต่น้อย ภายใต้สายตาที่จับสังเกตอย่างเข้มงวดเช่นนี้ เธอจึงตัวสั่นขึ้นมา ในที่สุดก็สารภาพออกมาด้วยสีหน้าที่ดูไม่ได้ ลูกพี่ลูกน้องชายที่ราวกับถูกอสูรร้ายเข้าสิงร่าง อีกทั้งพี่ชายที่สมรู้ร่วมคิดในเรื่องนี้ ยังไงเธอก็ไม่มีวันพูดถึงมันขึ้นมา ไม่ว่าจะอย่างไร นั่นก็คือพี่ชายของเธอ เรื่องฉาวโฉ่ในบ้าน ไม่อาจจะบอกให้คนนอกรู้ได้! ดังนั้นเธอจึงพูดออกมาแค่ที่ว่าเธออยู่ที่ริมร้านเล็กๆ ข้างถนน แต่กลับถูกผู้ชายขี้เมาสี่คนเข้ามาราวี!

“ไอ้สารเลว!”

เจียงเฉินเฟิงสบถด่าเสียงต่ำๆ ขึ้นมา เพียงแต่เกลียดตัวเองที่ไม่มาเร็วสักหน่อย ไม่เช่นนั้นก็จะสามารถจับไอ้ชั่วสี่ตัวนั้นเข้าไปนอนในคุกได้แล้ว

ในใจเขานึกโกรธขึ้นมา

ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนเขาจะเคยได้ยินเรื่องวิจารณ์เธอในทางลบ แต่ตอนนี้หญิงสาวตัวเล็กๆ หน้าตางดงามคนนี้มาอยู่ตรงหน้าเขา ทั้งร่างกายเธอยังมีร่องรอยของการถูกล่วงละเมิดมาอีก ในใจเขาจะไม่โกรธได้อย่างไร?!

“ผมจะไปส่งคุณกลับบ้าน” เขาตัดสินใจออกไปอย่างเด็ดขาด เตรียมจะเอาเรื่องนี้ไปพูดคุยกับพ่อแม่ของเธอ ในใจก็แอบตำหนิว่าพ่อแม่ของเธอละเลยหน้าที่เกินไปแล้ว ทำไมถึงได้ปล่อยให้ลูกสาวของตัวเองพบกับเรื่องแบบนี้เข้า!

หลินเมิ่งตกใจจนไม่ไหว ส่ายหน้าราวกับเป็นกลองป๋องแป๋ง

“ไม่ ฉัน...ฉันไม่กลับไปค่ะ!”

ริมฝีปากที่สั่นไม่หยุด เหมือนกับใบไม้ร่วงอลหม่านท่ามกลางสายลม เขามองดูก็รู้สึกสงสารแทนเธอ ในใจมีการคาดเดาไป หรือว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่บ้านเธอ?!

เจียงเฉิงเฟิงเป็นคนฉลาดมาตลอด สมองอัจฉริยะของเขานั้นพอทำคดีขึ้นมา ก็ล้วนแต่ทำให้ผู้คนหวาดกลัว ทั้งยังเคารพชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง เพียงแค่เห็นผู้หญิงคนนี้สภาพน่าเวทนาเช่นนี้ ทั้งยังออกมาเดินเพ่นพ่านไม่เหมาะสมในวันฝนตกเช่นนี้ ยังมีอาการที่ปฏิเสธที่จะกลับบ้าน ทำให้เขานึกสงสัยขึ้นมาหลายอย่างในทันใด และแต่ละอย่างก็ล้วนแต่ไม่ดีทั้งนั้น!

ดังนั้นเขาจึงท่าทีจึงเคร่งขรึมขึ้นมาคิ้วที่ขมวดอยู่เล็กน้อยนั้นปรากฏให้เห็นถึงความเยือกเย็น ดวงตาทั้งคู่ดั่งดวงดาวที่ดูโดดเดี่ยวนั้นยิ่งเปล่งประกายแสงแห่งความเย็นชา

“ถ้าเช่นนั้นก็ไปบ้านผมก่อน!”

หลินเมิ่งเหมือนจะส่ายหน้าไปตามสัญชาตญาณ “ไม่ ไม่เป็นไรค่ะ!”

ถึงแม้ว่าเจียงเฉิงเฟิงจะเป็น “ตำรวจ” แต่วันแย่ๆ วันนี้ ทำให้เธอพบเจอความย่ำแย่มามากมายทั้งยังพบผู้ชายบ้าๆ แปลกๆ ถ้าไปบ้านผู้ชายที่เพิ่งจะพบหน้ากันเช่นนี้ หลินเมิ่งเกรงว่ามันจะดูขัดแย้งกันไปเสียหน่อย

เจียงเฉิงเฟิงจับอารมณ์ของเธอได้ทันที เท้าที่เหยียบคันเร่งก็ชะงักทันใด หลังจากที่คิดพิจารณาอยู่หลายวินาทีแล้วก็ควักเอาบัตรคล้ายกับหลักฐานการเป็นไกด์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วโยนให้หลินเมิ่ง

“รับไป!”

หลินเมิ่งยื่นมือไปรับด้วยความหวาดกลัว เสื้อสูทที่คลุมไหล่เอาไว้ร่วงลงเพราะเหตุนี้ เผยให้เห็นเสื้อผ้าที่กึ่งเปียกนั้นอีกครั้ง เธอสวมเสื้อเชิ้ตตัวเล็กที่มีกระดุมติดเป็นแถว กระดุมเสื้อเชิ้ตนั้นหายไปอยู่หลายเม็ดตอนที่เธอดิ้นอยู่หลายครั้งนั้น ทำให้เสื้อผ้าของเธอยากที่จะปกปิดได้แล้ว หากว่าไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ที่เธอเอามือดึงเอาไว้ ก็จะต้องเผยให้เห็นในส่วนที่อ่อนไหว ครั้งนี้เธอรับบัตรเอกสารของเจียงเฉิงเฟิงไว้ได้สำเร็จ หลังจากดีใจแล้วกลับลืมที่จะสนใจที่จะดึงเสื้อผ้า  ทันใดนั้น เธอจึงรู้สึกได้ทันทีว่าตรงหน้าอกของเธอนั้นมีความเย็นวาบขึ้นมา ตามมาด้วยเสียงร้องด้วยความตกใจ แล้วจึงรีบยื่นมือไปดึงเสื้อเชิ้ตของตัวเองอย่างรีบร้อน

แต่ว่าพอเสื้อเชิ้ตร่วงลง เสื้อผ้าที่เปียกฝนนั้นก็แนบเนื้อของเธอ ทำให้ร่างกายที่ประณีตละเอียดอ่อน ร่างกายขาวนุ่มนิ่มนั้นเปิดเผยออกมาให้เห็นจนหมดสิ้น ความบริสุทธิ์บางอย่างที่หญิงสาวมีโดยเฉพาะนั้นพัดเข้ามา ทำให้ต้องใจสั่นเล็กน้อย แต่สิ่งที่ขัดแย้งกันก็คือ นอกเหนือจากความบริสุทธิ์นั้น ก็มีความเซ็กซี่อยู่เบาๆ ที่ยั่วยวนใจคน ทำให้จิตใจรุ่มร้อนขึ้นมา

เจียงเฉิงเฟิงอึ้งขึ้นมาเล็กน้อย ฝืนกดไฟรุ่มร้อนที่แผ่ออกมาอย่างแปลกประหลาดในใจแล้วรีบหลบสายตาอย่างรวดเร็ว

ส่วนหลินเมิ่งเองก็รู้สึกเคอะเขิน ห่อตัวเองไว้แน่นด้วยความหน้าแดงเขินอาย แล้วแอบมองไปที่เจียงเฉิงเฟิง เห็นเขาสีหน้าดูเคร่งขรึม ตามองไปข้างหน้า จึงแอบรู้สึกถึงความโชคดี ทันใดก็โล่งอกขึ้นมา ด้วยเหตุนี้ความร้อนในกายและความเขินอายที่มีก็ลดลงไปไม่น้อย

หญิงสาวหยิบเอาเอกสารนั้นที่ถือไว้ในมือมองดูอย่างละเอียด ก็ผ่านตาด้วยความแปลกใจ นึกไม่ถึงว่าเขาจะเป็นผู้พิพากษา!

เก่งสุดยอด!

หัวใจเธอเต้น จู่ๆ ก็นึกหวาดกลัวขึ้นมา!

เจียงเฟิงถิงแอบมองสังเกตเธอผ่านกระจกมองหลัง เห็นเธอช้อนสายตา ทั้งสองตานั้นมองเขาเป็นประกาย ไม่ได้ปิดบังในความจริงใจและชื่นชม  เนื้อตัวก็ร้อนผ่าวขึ้นมา ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเธอใช้สายตาเช่นนี้มองเขา เขาก็เกิดมีความรู้สึกพึงพอใจน่าตายขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“นี่คือเอกสารของผม” เขาอธิบาย “ข้างบนนั้นมีชื่อ ที่ทำงาน ดังนั้นคุณไม่ต้องระวังผมหรอก ผมก็แค่มีความตั้งใจดี เกรงว่าทิ้งคุณไปแล้วคุณจะพบอะไรที่คาดไม่ถึงอีก ดังนั้นก็เลยจะพาคุณไปบ้านผม ให้คุณพักคืนหนึ่ง!”

หลินเมิ่งใบหูแดงขึ้นมาเล็กน้อยใบหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์ เพราะความคิดเล็กน้อยของเธอนั้นถูกเขาดูมันออกจนหมด จึงรู้สึกว่าตัวเองใช้ใจคนต่ำต้อยไปวัดคนดีมีคุณธรรมแท้ๆ

“ขอโทษค่ะ!” เธอขอโทษออมาเสียงต่ำ

เขายิ้มยิงฟันออกมา “ตอนนี้ตอบตกลงไปบ้านผมได้แล้วใช่ไหม?”

หลินเมิ่งพยักหน้า พูดเสียงเบาออกมาว่า “ขอบคุณค่ะ” ท่าทางเหมือนภรรยาที่มีความเขินอายอย่างไรอย่างนั้น มองเจียงเฉิงเฟิงด้วยความชื่นชมเป็นพิเศษ หญิงสาวที่หน้าแดง พอถูกล้อเล่นเล็กน้อยหน้าก็เต็มไปด้วยความไม่เป็นตัวของตัวเองเช่นนี้ จะเป็นหลินเมิ่งคนที่น้องชายของเขาบอกว่าเป็นคนที่ดูถูกคนอื่นอย่างนั้นหรือ? เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาจะเข้าใจอะไรผิด! บางทีเธอก็แค่หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับหลินเมิ่งก็เท่านั้น!

“คุณชื่ออะไรเหรอ?!” เขาหันหน้าไปทางด้านหน้า สองตากลับมองผ่านกระจกมองหลังมาสังเกตตัวเธอ

หลินเมิ่งที่ไม่ได้ระวังอะไรอยู่เลย ก็ตอบเขาไปอย่างเป็นธรรมชาติว่า “หลินเมิ่งค่ะ หลินที่หมายถึงต้นไม้ เมิ่งที่หมายถึงความฝัน!”

พูดจบแล้ว ตัวเองก็อึ้งเล็กน้อย เหมือนว่าการอธิบายเช่นนี้ ก็เป็นที่คนอื่นตั้งให้เธอ

เจียงเฉิงเฟิงหัวเราะขึ้นมาอย่างไร้เสียง ดวงตาที่โดดเดี่ยวและคมกริบทันใดนั้นก็มีแววของความสนใจ ดูเหมือนว่า เขาไม่ได้มองผิดไป!

แต่ว่าคนหนึ่งที่ “เย่อหยิ่งทะนงตัว” จากปากของคนอื่น กับอีกคนหนึ่ง “สวยหวานน่ารัก” ที่เขาเห็นกับตา การประเมินที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวนี้ ไม่รู้สึกว่ามันน่าสนใจมากเหรอ?

หลินเมิ่ง หลินเมิ่ง...ชื่อที่สอดคล้องกับเธอเช่นนี้ เขารู้สึกว่าในตัวของผู้หญิงคนนี้มีปริศนา นี่กลับเป็นสิ่งที่เขาสนใจที่สุดและท้าทายเป็นที่สุด!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น