ป้าลูกหนึ่ง

ลองแตกแบบวัยรุ่น...ยังไม่รู้จะลอดหรือเปล่า

ออกเดินทางกับความไม่แน่ใจ รีอัพ

ชื่อตอน : ออกเดินทางกับความไม่แน่ใจ รีอัพ

คำค้น : นิยายวาย กำลังภายใน ย้อนยุค ฮาเร็ม ชาย แฟยตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.7k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มิ.ย. 2562 17:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ออกเดินทางกับความไม่แน่ใจ รีอัพ
แบบอักษร

 

บทที่สอง 

การเดินทางกับความไม่แน่ใจ 

หลังจากที่พวกเราสามแสบตัวป่วนเจอกันโดยบังเอิญโดยไม่ได้นัดหมายหรือเพราะสวรรค์เห็นใจผมไม่อยากให้โดดเดี่ยวในโลกที่ไม่คุ้นเคย อันนี้ก็ไม่อาจทราบได้ แต่ผมก็ดีใจที่อย่างน้อยผมไม่ได้หัวเดียวกระเทียมลีบ 

จึงชักชวนกันไปซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยนเครื่องแต่งการใหม่แทนชุดเก่าที่สภาพดูไม่จืด..พวกเราทั้งสามเดินไปในตลาดใกล้ๆ ท่ามกลางสายตาของคนรอบข้างที่มองพวกเราแปลก อาจจะเป็นเพราะผมที่ตัดสั้นกับสภาพเหมือนลูกหมาตกน้ำของพวกเราทั้งสามหรือไม่ก็เห็นคนงามรวมตัวกัน   

ถึงหน้าร้านขายเสื้อผ้าที่ไม่ใหญ่มากดูจากภายนอกแล้วเนื้อผ้าพอใช้ได้  ตอนที่ย่างเท้าเข้าไปเด็กในร้านและเถ้าแก่ร้านยืนมองตั้งแต่หัวจรดเท้า มองจนรู้สึกอยากจะวางเท้าทาบหน้าเข้าให้ จนไอ้น้ำโยนแท่งทองใส่หน้าของเถ้าแก่ไปแท่งหนึ่ง เท่านั้นหละหลังเท้าก็เป็นหน้ามือตาโตวิ่งเข้ามาต้อนรับอย่างดี ไม่ว่าจะโลกไหนก็เหมือนกันหมด ชอบดูคนที่ภายนอกทั้งนั้น 

หลังจากที่ตัดสินใจซื้อชุดสำเร็จรูปที่ได้ต้องรอตัดเอาเนื้อผ้าธรรมดาพอที่จะเดินทางไกลได้แบบไม่สะดุดตามากเกิน แดนดินบอกให้หาโรงเตี๊ยมพักค้างแรมหนึ่งคืนก่อนเพราะใกล้จะมืดแล้ว พรุ่งนี้เช้าค่อยเดินทางมุ่งสู่เมืองการค้าฟูเหยา เริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกใบใหม่หลังจากย้อนเวลามาได้ไม่ถึงหนึ่งวัน 

"เหี้ย...น่านมึงจะส่องอีกนานไหม..ห่า..สัส..สายตามึงเนี่ย..แม่งหื่น" 

ไอ้น้ำมันแหกปากขึ้นมาตอนที่ผมอาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังทำการสำรวจบาดแผลจากการถูกทุบที แต่ดีที่มีแต่รอยฟกซ้ำไม่มีแผลแตกให้เป็นแผลเป็น น้องลู่นี้รูปร่างดูดีมากแต่ผอมไปนิดหนึ่ง ต้องขุนให้อ้วนอีกนิดกำลังดีเวลาบีบจับจะได้เต็มไม่เต็มมือ  

"หุบปากเลยมึง  กูกำลังสำรวจตรวจ รู เฮ้ย! ตรวจดูว่าร่างที่กูมาอยู่หน้าตารูปร่าง แม่ง น่าแดกวะ เชี่ยลองกูได้เป็นผัวน้อง กูจะกระแทกทุกวันเลยมึงไม่ปล่อยให้นอนเหงา" 

"กูโคตรดีใจแทนน้องที่ได้ต้องได้มึงเป็นผัว หน้าหม้อมากกกก" 

สายนทีถึงกับส่ายหน้ามองไอ้เพื่อนบ้า ยืนส่องตัวเองในชุดวันเกิด ไม่อายฟ้าอายดิน ไม่อายสี่ตาที่มองมันอยู่ ตอนที่ไอ้ฟ้าใช้มือลูบไปลูบมาตามร่างกาย อะไรที่ห้อยก็จับมาพลิกดูอย่างละเอียดอยู่หน้ากระจกเต็มตัว บวกกับสายตาและน้ำลายที่หกหยดแหมะๆ หมดกันเดือนโรงเรียนใครมาเห็นคงวิ่งหนีป่าราบ นั้นหน้าด้านไม่อายใคร..มึงจะก้มลงดูอะไรวะ 

"ไอ้น่าน น้อยๆหน่อยมึง ถ้าจะแหกดูขนาดนั้น มึงเอาน้องมันซะดีกว่า กูโคตรสงสารน้องลู่ของมึงเลยวะ แม่ง เจอโรคจิตอย่างมึงเข้าสิง" 

น่านฟ้าหันมาใส่ชุดใหม่ที่ซื้อมา หลังอาบน้ำเสร็จเลิกสนใจสายนทีจะว่าไปร่างของ เทียนหยางหลิว รูปร่างเล็กๆสมกับที่เป็นเคะ  

ผมเป็นลอนสีน้ำตาลนุ่มนิ่ม ผิวก็เนียนลื่นสีน้ำผึ้งน่าเลีย เสียอย่างเดียวเพราะอารมณ์ล้วนจึงตกอยู่ในสภาพนี้ 

 รักอย่างน่ามืดตามัว 

."ไอ้ดินมึงเป็นไงบ้างวะ มึงก็โดนเหมือนพวกกูใช่ป่ะ" 

น้ำหันไปถามแดนดินที่กำลังใช้มีดซอยผมตัวเองให้เข้ารูปอยู่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ได้ตัดซอยให้พวกผมสองคนเรียบร้อยสมกับเป็นว่าที่สามีแห่งชาติในโลกก่อน งานบ้านงานเรือนเป็นที่หนึ่ง รูปหล่อน่าตาดี ดีกรีนักเรียนระดับtopของโรงเรียน 

"เอ่อ ผัวร่างนี้เป็นอนุภรรยาเสนาบดีฝ่ายขวาของแคว้น จับกูขังห้องเก็บฟืนเพราะ เฟิงหนิงหลิน ไปตบอนุคนใหม่ที่ แม่ง กำลังคั่วอยู่วะ 

หึ สวยตรงไหนวะ ทาหน้าขาวเป็นตูดลิงบาบู ปากแดงเหมือนเพิ่งไปแดกซกเล็ก(ลาบเลือด)มา" 

ฟ้าและน้ำพยักหน้าเข้าใจในเมื่อชะตากรรมของพวกเราสามคนมันคล้ายกันอย่างกับก๊อปปี้กันมา 

"ของกูนี่ตอนที่มาเข้าร่าง ลู่หนิงเทียน แม่ง กำลังจะโดนโบยเลยคุณมึง ไอ้อ๋องชาเย็นหูเบาชิบหาย ไม่ได้ไต่สวนสักนิด   เอาแต่นั่งจิบชามองกูโดนบรรดาเมียของมันยำเละ เหี้ย กูอยากจะชกหน้าหล่อๆของมันชิบหาย" 

น่านฟ้าที่สวมเสื้อผ้าเสร็จหลังจากสำรวจน้องลู่ของมันเรียบร้อยแล้ว พูดไปก็ทำมือทำไม้ชกลมหวดซ้ายหวดขวา พอเพื่อนอยู่ในร่างน้องลู่มันไม่ได้ดูน่ากลัวสักนิด มันน่ารักเหมือนแมวขนพองที่กำลังขู่ฟ่อฟ่อ 

"ของพวกมึงน้องๆ  กูเนี่ยกำลังโดนคนรุมด่าจนหัวใจวายตาย ก่อนออกมา กู ต้องบู๊แบบเฉินหลงเลยมึง  แต่สะใจวะ กู บีบกล่องดวงใจ 

ไอ้แม่ทัพที่ชื่อ มู มู่หยางอะไรเนี่ยหละ เกือบแตก จุกหน้าเขียวเลยมึง นึกภาพแล้วขำวะ  แต่แม่งใหญ่จนกูอิจฉา ฮ่า  ฮ่า ฮ่า" 

"มึงยังมีหน้ามาชมอดีตผัวอีกนะว่าใหญ่ อ๊ะ~ อย่างนี้รูน้องเทียนไม่กลวงไปแล้วเหรอวะ ไหนมึงให้กูดูหน่อย ขี้ไม่ต้องเบ่งแล้วกูว่า" 

น่านฟ้ายิ้มทะเล้นวิ่งเข้าหาสายนทีพยายามดึงกางเกงอีกคนออก เพื่อจะดูอย่างที่บอก น้ำไม่น้อยหน้าสองคนต่างยื้อแย่งกันไปมา การเป็นการเล่นมวยปล้ำไปในบัดดล  

ท่ามกลางความวุ่นวาย แดนดินหลังจากตัดผมเสร็จ ยกเท้าถีบน่านฟ้าและสายนทีออกจากกัน กลิ้งหลุนๆไปคนละมุมห้อง ก็มานั่งที่โต๊ะกลมที่วางชาและอาหารเอาไว้ 

"พวกเราจะเอาไงต่อดี มึงว่าพวกเราต้องติดอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหนวะแล้วร่างของพวกเราที่อยู่ที่นู้น จะเน่าก่อนมีคนมาเจอไหมพ่อบุญธรรมของพวกเราจะรู้ไหมนะ" 

"เอ่อ  นั้นดิ  กูว่าปานนี้คงจะบวมๆอืดๆแล้วมั้งอากาศโคตรร้อนเลยตอนนั้น" 

น่านฟ้าเดินมานั่งอีกฝั่งตามด้วยสายนทีที่เดินมานั่งข้างแดนดิน 

"ปากนะมึงไอ้ฟ้า ไม่แน่พวกเราอาจจะแค่ฝันแบบในนิยายไงมึง แบบเวลาในโลกนั้นหยุดนิ่ง  พอเราจากที่นี่ไปแล้วกลับร่างเก่าได้ เชื่อ กูอ่านมาหลายเรื่องหละ แม่ง กลับโลกเดิมเกือบทุกเรื่อง" 

"งั้นเราคงต้องหาที่อยู่ก่อนและทำกิจการสักอย่าง แต่ทางที่ดี กูว่าต้องออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดดีกว่า ถึงแม้ว่าพวกเราจะเป็นอนุที่ถูกหย่าไม่มีคนสนใจแต่ระวังไว้ไม่เสียหาย อีกอย่างลางสังหรณ์ของกูบอกว่า ความวุ่นวายเพิ่งจะเริ่ม" 

สามหนุ่มเริ่มเครียดนิดหน่อย เพราะถ้าแดนดินบอกว่าสังหรณ์ใจเรื่องไหนมักไม่พลาด แต่ไม่วายปากหมาๆของสายนทีก็ทำงาน 

"โห มึงไอ้ดิน คร๊าบบบบ เป็นครั้งแรกเลยนะที่พวกกูได้ยินมึงพูดประโยคยาวๆ เชี่ย ฟ้ากูว่าจัดงานฉลองให้ไอ้ดินเถอะมึง" 

ฟ้าและน้ำ แท๊กมือกันหัวเราะคิกคักก่อนจะโดนแดนดินโบกไปคนละที จนหัวทิ่มโต๊ะเสียงดังโป๊ก ต่างคนต่างลูบหัวตัวเองปอยๆ 

"นอนได้แล้วพวกมึงพรุ่งนี้เดินทางแต่เช้าเห็นเถ้าแก่บอกว่ารถม้าที่จะไปเมืองฟูเหยาจะออกประมาณตีห้า ไปแยกย้ายนอนไอ้แสบ" 

แดนดินถีบสองตัวออกจากห้องปิดประตูดับตะเกียงพอหัวถึงหมอนก็หลับลงทันที 

"กูว่าแดนดิน แม่ง โคตรสตองเลยวะ น่านว่าจะมีใครคิดถึงพวกเราไหมวะ" 

"มึงว่าใครจะคิดถึง นอกจากพ่อบุญธรรมของพวกเราที่ส่งเสียเลี้ยงดูส่งเรียนสูงโรงเรียนดีๆถึงแม้กูจะไม่เคยเห็นหน้าแล้วพ่อบุญธรรมของมึงเคยเอาหน้ามาให้มึงดูบ้างไหมวะ" 

"ไม่วะมีแต่ลูกน้องที่มาเจอกู  กูว่าของไอ้แดนดิน แม่ง คงเหมือนกัน มีแต่ให้ลูกน้องมารับไปเรียนทำอาหาร เอาเถอะมึงเข้านอน ไว้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ค่อยหาวิธีกลับไปโลกนู้นอีกที กู๊ดไนท์" 

เหลือผมที่ยังต้องเดินไปอีกหน่อยเพื่อเข้าห้องตนเองเหมือนกันเอาวะ พรุ่งนี้ก็มาคิดกันใหม่วันนี้นอนเอาแรงก่อนแล้วกัน กู๊ดไนท์ไอ้สองแสบ" 

................................................................................. 

จวนจ้าวชินอ๋อง หยางหลิว 

ในห้องทรงอักษรยังคงจุดตะเกียงเอาไว้เพราะเจ้าของตำหนักยังคงไม่นอนเพราะคิดถึงเรื่องเมื่อเช้า  

ลู่หนิงเทียน สายตาที่เห็นก่อนที่จะออกจากจวน คำพูดคำจาแปลกๆ ไม่เหมือนลู่หนิงเทียนคนเก่าที่อ่อนแอ ขี้ขลาด ไม่สู้คน ดูจืดชืดจนน่าเบื่อ  แต่ตอนนี้กลับพูดจาฉะฉาน แววตาที่บ่งบอกว่าไม่กลัวใคร วาจาถากถางที่เอ่ยออกมาอย่าไม่กลัวเกรง  

น่าแปลกแววตาที่เคยส่งมาให้ กระอักกระอ่วนใจ มันหายไปหรือเพียงความว่างเปล่าเหมือนไม่รู้จักกันหรือมีอะไรที่ข้าไม่รู้ จะสนใจอะไรก็แค่อนุคนหนึ่งข้าจำเป็นต้องใส่ใจไปทำไมกัน 

"ท่านอ๋องเถ้าแก่โรงรับจำนำ ต้าเซิน มาขอเข้าพบแจ้งว่าเป็นเรื่องด่วนพะยะค่ะ" 

เฉินคุนพ่อบ้านประจำจวนชินอ๋องก้มหน้าต่ำ รอรับคำสั่งอยู่ด้านข้างจนกระทั้งผ่านไปเพียงจิบชา 

"ให้เข้ามาได้" 

พ่อบ้านเฉินคุนนำชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมก้าวเข้ามาภายในห้องพร้อมกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินคุ้นตา 

"ถวายพระพรชินอ๋อง ข้าน้อย กุ้นจื่อ โรงรับจำนำต้าหลี่ นำของชิ้นนี้มาคืนพระองค์พะยะค่ะ เมื่อเร็วๆนี้มีชายหนุ่มหน้าตาดีนำมาจำนำกระหม่อม ตอนแรกก็ไม่ทราบว่าเป็นของจวนชินอ๋องจนกระทั้งเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดถึงได้ทราบ จึงรีบนำมาคืนด้วยกลัวว่าอาจจะเป็นของที่ขโมยมาพะยะค่ะ พ่อบ้านประจำจวนรับของมาแล้วส่งให้ชินอ๋องอีกที  

 เมื่อเปิดกล่อง ภายในคือกำไลหยกขาวนวลเหมือนน้ำนมของดีที่ได้รับมาจากร้านมังกรเหิน จำได้ว้าตนเคยมอบให้กับอนุลู่ตอนที่รับขวัญตอนเข้าจวนและดูเหมือนอนุลู่จะชอบมากไม่ยอมให้ห่างตัว ทำไมถึงไปอยู่ที่โรงรับจำนำได้หรือว่าลู่หนิงเทียนเอาไปขาย 

"ทำไมถึงไปอยู่ในมือของเจ้าได้" 

"เรียนชินอ๋องเมื่อเย็นมีคุณชายท่านหนึ่งหน้าตาดี ผิวขาว ผมตัดสั้นสีเงิน มาขายที่โรงจำนำในราคาหนึ่งแสนตำลึง ข้าน้อยเห็นว่าเป็นหยกชั้นเลิศจึงรับไว้ แต่พอมาดูที่ตัวกล่องกลับมีตราของวังชินอ๋อง ข้าน้อยจึงนำมามอบคืนให้ท่านอ๋องพะยะค่ะ" 

ชินอ๋องวางกำไลกลับเข้ากล่องตามเดิม แล้วจึงเรียกให้พ่อบ้านนำเงินมาคืนเถ้าแก่กุ้นจือ 

"ขอบใจ เถ้าแก่กุ้นจื่อที่เอาคืน แล้วคุณชายท่านนั้นได้บอกหรือไม่ว่าชื่ออะไรและจะไปที่ไหน" 

ถึงแม้จะสงสัยว่าชินอ๋องอยากรู้ไปทำไม แต่ไม่กล้าเอ่ยถาม จึงตอบไปตามตรง ว่ามิได้ถามชื่อแต่เห็นคุณชายท่านนั้น ถามถึงรถม้าที่จะไปเมืองฟูเหยาชายแดนระหว่างสองแคว้น หลังจากนั้นเถ้าแก่จึงลากลับออกมา ท่านอ๋องหยิบกำไลขึ้นมา เมื่อครั้งหนึ่งเคยประทานให้กับลู่หนิงเทียนไม่คิดว่าจะกล้าเอาไปขายอย่างไม่ใยดีเช่นนี้ 

."หม่าชิง" 

เงาดำสายหนึ่งปรากฏตัวคุกเข่าเบื้องหน้าท่านอ๋องเหมือนภูติผีที่โผล่มาอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง 

"จับตาดู ลู่หนิงเทียน แล้วมารายงานข้า จนกว่าข้าจะเปลี่ยนแปลงคำสั่งอีกครั้ง" 

"พะยะค่ะชินอ๋อง" 

ลู่หนิงเทียนเจ้าตอนนี้ใช่คนเดิมหรือไม่ 

........................................................................................... 

 

 

 

สามแสบที่ตอนแรกนอนหลับอุดตุถึงกับฝันร้ายพร้อมกัน.... 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น