Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 13 ข้อต่อรอง (30%)

ชื่อตอน : บทที่ 13 ข้อต่อรอง (30%)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ NC โรมานซ์ ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2561 19:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 ข้อต่อรอง (30%)
แบบอักษร

บทที่สิบสาม


นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาฮ่องกง การเดินทางทั้งหมดราบรื่นอย่างยิ่ง เธอพึ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าความรู้สึกของการได้นั่ง ‘เครื่องบินส่วนตัว’ มันต่างจากเครื่องบินธรรมดาชั้น ‘ประหยัด’ ยังไง ไม่แปลกใจที่เขาบอกว่าเธอจะหอบกระเป๋ามาเท่าไหร่ก็ได้ ในเมื่อผู้ร่วมเดินทางนับสิบเป็นผู้ชายและพวกเขามีแค่ของใช้ส่วนตัวคนละใบเล็กๆ นี่ยังเหลือที่ว่างขนาดตีลังกาได้ด้วยซ้ำ

ที่พักของพวกเธอคือโรงแรมห้าดาวในเมืองเกาลูน เธอแอบกระซิบถามฮาฟิซว่าในเมื่อให้เธอตามมาทำงานทำไมถึงไม่ให้เธอช่วยจองโรงแรมอะไรทำนองนี้ คำตอบจากเขาคือใบหน้างงงวยในตอนแรก และคำพูดปนรอยยิ้มในตอนหลัง

“จองโรงแรมอะไรกันครับ ที่นี่ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจแถบเอเชียของนายท่าน เสียดายที่ยังมีสาขาไม่มาก มาไม่ทันพวกคนท้องที่น่ะครับ” 

“เขาทำธุรกิจหลายอย่างเหรอคะ” หญิงสาวพยักเพยิดหน้าไปชายร่างสูงกำยำในชุดสูทสีน้ำเงิน เธอไม่มีวันเลียนแบบคนแถวนี้เรียกเขาว่า ‘นายท่าน’ แน่

“อืม...จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ ค่อนข้างมีหลายด้าน” ชายหนุ่มยังคงยิ้มแย้ม

“หนึ่งในนั้นคุณก็เคยเห็นมาแล้ว” 

ใบหน้าสวยเจื่อนไปเล็กน้อย ภาพในสมองยังแจ่มชัดว่าเขาหมายถึงอะไร แต่ถึงยังไงเธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าธุรกิจประเภทไหนที่ต้องใช้นิ้วคน  

การสนทนาจบลงเมื่อเข้ามาอยู่ในลิฟต์ หญิงสาวย้ายที่จากฝั่งขวาที่ยะตีมยืนอยู่ไปทางฝั่งซ้ายของฮาฟิซแทน คิดไม่ถึงว่าการกระทำทั้งหมดของตนจะสะท้อนในเงากระจก ข้อมือบางจึงถูกฉวยขึ้นมายืนเบื้องหน้าเคียงข้างชายหนุ่มใบหน้าไม่สบอารมณ์คนหนึ่ง

มิเกลหลุบตามองหญิงสาวข้างกาย วันนี้เธอดูแปลกตาในชุดเดรสคอสูงแขนยาวสีครีม ชายกระโปรงพริ้วเลยเข่าอวดเรียวขาสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดในรองเท้าส้นสูงรัดข้อสีเดียวกับชุด ผมยาวสลวยมัดหลวมๆไปด้านหลัง ใบหน้าที่แต่งแต้มอ่อนๆดูหวานกว่าปกติ ดวงตามีเสน่ห์สีน้ำตาลเข้มมองไปข้างหน้ารับกับมุมปากซึ่งยกยิ้มน้อยๆ เขาพึ่งตระหนักเดี๋ยวนี้เองว่าไม่เคยเห็นหญิงสาวอยู่ในลักษณะเช่นนี้มาก่อน 

เหมือนจะรู้ตัวว่าตนเองถูกจ้อง หญิงสาวเอียงหน้าเลิกคิ้วเรียวทำนองว่า ‘มีอะไร?’ ชายหนุ่มรู้สึกร้อนในอก หลบสายตาอย่างผิดธรรมชาติ

ไม่มีอะไรหรอก เขาแค่ยังปรับเวลาระหว่างสองประเทศไม่ได้...

พิมพ์นาราไม่ได้เข้าไปสำรวจที่พักในทันที เธอถูกรั้งให้รอในห้องรับรองขณะที่ ‘เจ้านาย’ ชั่วคราวคุยธุระกับผู้ติดตามทั้งสองในห้องทำงาน มนุษย์ทุกคนมีความอยากรู้อยากเห็น...บางครั้งเธอเองก็เช่นกัน ตั้งแต่ที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น คนรอบตัวดูจะเคร่งเครียดกันไปหมด ทั้งๆที่ชีวิตน้อยๆของเธอก็เกือบโดนลากเข้าไปเกี่ยวด้วยแล้ว แต่เธอกลับไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น เธอปรารถนาจะฟังในสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกันออก เผื่อว่าจะมีอะไรที่เธออาจจะช่วยได้บ้าง แต่ก็นั้นแหละ ในเมื่อเธอฟังไม่ออก พวกเขาไม่เล่า เธอเองก็คงไม่กล้าสอดปากถาม

หญิงสาวถอนหายใจพลางบีบหมอนอิงนุ่มนิ่มในมือระบายอารมณ์ นั่งเฉยๆได้ไม่นานก็ถูกความง่วงงุนโจมตีเป็นระลอก เธอยกนาฬิกาข้อมืออนาล็อกเรือนเล็กที่ยังไม่ได้ปรับเวลาขึ้นมาดู ที่ปารีสจะตีสามแล้วขณะที่นี่พึ่งจะเก้าโมง ตามตารางเจ้านายชั่วคราวของเธอมีนัดทานข้าวตอนเที่ยง เขาอาจจะมีอาการไม่ต่างจากเธอนัก เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงลุกขึ้นเดินเอื่อยเฉื่อยไปชงกาแฟรอ คาเฟอีนน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดตอนนี้แล้ว 

กาแฟร้อนๆสี่แก้วซึ่งจัดเรียงในถาดถูกยกออกมาวางไว้บนโต๊ะหน้าโซฟา หญิงสาวเท้าคางมองไอขาวที่ลอยอ้อยอิ่งในอากาศ ดวงตาครึ่งเปิดครึ่งปิดสะลึมสะลือ ง่วงจนแม้แต่กาแฟของตนยังไม่มีแรงจะพ่นลมเป่าให้หายร้อน ถึงเธอจะพยายามทำตัวกระปรี้กระเปร่าแค่ไหนแต่ร่างกายกลับไม่ให้ความร่วมมือซักนิด ท้ายที่สุดร่างบางจึงเผลอเอนตัวฟุบหลับโดยไม่ได้ตั้งใจ



หลังจากที่การปรึกษาหารือเกือบชั่วโมงผ่านพ้นไป มิเกลก็ให้ผู้ติดตามของตนกลับไปพักได้ ขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งกุมขมับอยู่หลังโต๊ะ ขบคิดเกี่ยวกับวิธีที่จะนำสินค้ามูลค้าเกือบร้อยล้านของตนกลับคืนมา หนึ่งในผู้ติดตามก็กลับมาเคาะประตูอีกรอบ สีหน้าเจือความลังเลบางๆ

“ผมเห็นคุณพิมพ์นาราเผลอหลับอยู่ข้างนอก จะให้ปลุกกลับไปส่งที่ห้องเลยรึเปล่าครับ” ฮาฟิซถาม

มิเกลตกใจเล็กน้อย เขาลืมไปเสียสนิทว่าตนเองเป็นคนบอกให้หญิงสาวรอ

“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

เมื่อเดินออกมาก็พบร่างบางหนุนหมอนอิงอยู่ในห้วงนิทรา ดวงหน้าสงบนิ่งที่หลับตาพริ้มทำเอาแม้แต่ยะตีมยังไม่กล้ารบกวนอีกฝ่ายโดยพละการ เบื้องหน้ามีกาแฟเย็นชืดสี่แก้วตั้งอยู่ พอจะคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงเตรียมไว้ให้พวกเขา

ระหว่างที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจัดการอย่างไร หญิงสาวก็ขยับตัวเพื่อหาท่าที่สบายที่สุด ทำให้ชายกระโปรงเลิกขึ้นจนเห็นต้นขา

นัยน์ตาสีครามแปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ รีบโบกมือไล่ผู้ติดตามของตนออกไปทันที ในใจอดโมโหหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้ นี่หล่อนคิดว่าอยู่ที่ไหนกัน หรือมองว่าบุรุษยักษ์สามคนกลายเป็นมดไปเสียแล้ว?

ชายหนุ่มเดินเข้าไปประคองศีรษะได้รูปมาแนบอกก่อนจะค่อยๆช้อนร่างบางซึ่งหลับสนิทเข้ามาในอ้อมแขน แพขนตายาวทั้งสองข้างสั่นไหวเล็กน้อยราวกับไม่พอใจที่ถูกรบกวน ร่างหนากำยำชะงักไปชั่วครู่เนื่องจากกังวลว่าถ้าอีกฝ่ายตื่นขึ้นมาแล้วจะตะปบคอตนเป็นคนแรก เมื่อเห็นว่าคนในอ้อมแขนไม่มีท่าจะตื่น จึงรีบสาวเท้ายาวเข้าไปในห้องนอนซึ่งอยู่อีกด้าน 

ร่างของผู้หลับใหลถูกวางลงบนเตียงกว้างอย่างระมัดระวัง ชายหนุ่มก้มตัวไปถอดรองเท้าให้เนื่องจากกลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอึดอัด แม้จะไม่ได้ตั้งใจแต่กลับเหลือบไปเห็นแนวต้นขาเรียว ดุจดั่งเจอมนต์สะกดที่ทำให้ต้องไล่สายตาสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ดวงตาสีครามหรี่ลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวก่อนจะเปลี่ยนเป็นเข้มจัด ร่างกายที่เคยสบายดีพลันร้อนรุ่มในชั่วพริบตา 

ร่างกำยำปีนขึ้นมาคร่อมหญิงสาว เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้จนเกือบจะสัมผัสกับทรวงอกที่กำลังยุบขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ จมูกโด่งได้รูปไล้ผ่านผิวแก้มละเอียดอย่างแผ่วเบา สูดกลิ่นหอมจางๆจากเรือนกายและเส้นผมของอีกฝ่าย เนื่องจากอาศัยอยู่ด้วยกัน ข้าวของจิปาถะทั้งหลายจึงเหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หญิงสาวในตอนนี้จะมีกลิ่น ‘คล้าย’ กับตัวเขาเอง ราวกับว่าเขาได้ประทับร่างไปที่หล่อนและทิ้งร่องรอยเอาไว้ และตอนนี้เขาก็อยากทำเช่นนั้นจริงๆ

ความรู้สึกอัดอั้นที่ไม่ได้รับการปลดปล่อยมานานในกายของชายหนุ่มถูกปลุกขึ้น ฝ่ามือหยาบลูบผ่านเอวคอดมายังทรวงอกได้รูป กอบกุมเบาๆพร้อมกับประทับจุมพิตหนักหน่วงไปที่ริมฝีปากปิดสนิทของอีกฝ่าย การตอบรับแผ่วเบาโดยไม่รู้ไม่รู้ตัวของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง อยากจะฉีกแล้วกลืนคนใต้ร่างลงท้องไปซะเดี๋ยวนี้ 

อารมณ์ปรารถนาที่พลุ่งพล่านทำให้ลืมออมแรงไปสิ้น มือที่บีบเคล้นทรวงอกขย้ำแรงขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว หญิงสาวพลันลืมตาโพล่งเนื่องจากถูกความเจ็บปวดปลุกให้ตื่น ริมฝีปากที่เปิดออกด้วยความตกใจเปิดทางให้ชายหนุ่มรุกล้ำปลายลิ้นอ่อนนุ่มมาพัวพัน

หญิงสาวแอ่นกายขึ้นเนื่องจากโดนมือหนาทั้งสองข้างบีบเคล้นจนทำให้เจ็บ การตอบสนองเช่นนี้ยิ่งทำให้ชายหนุ่มลงมือหนักขึ้นไปอีก 

“อือ!!” พิมพ์นาราลงมือทุบไหล่หนาทันทีที่ได้สติ สมองที่เคยเอื่อยเฉื่อยง่วงงุนเปลี่ยนเป็นแจ่มใสในพริบตา แม้จะพยายามเบี่ยงหน้าหลบหนียังไงแต่ชายหนุ่มกลับไล่ตามมาไม่ลดละ ท้ายที่สุดจึงได้แต่ขบลิ้นอีกฝ่ายแรงๆจนรับรู้ถึงกลิ่นเลือดทั่วโพรงปาก

ชายหนุ่มถอนจุมพิต คว้ามือบางที่ทั้งทุบทั้งตีสะเปะสะปะมาฟาดที่ใบหน้าคมสันของตน เสียงดังเพี้ยๆติดต่อกันทำให้หญิงสาวตะลึงงัน ลืมคำด่าในหัวจนหมดสิ้น เพราะเขาไม่ได้ออมแรงซักนิด ในที่สุดใบหน้าแข็งกร้าวจึงปรากฎแถบแดงไปครึ่งซีก

ความแสบร้อนที่ฝ่ามือรวบรวมสติกระจัดกระจายคืนมา หญิงสาวออกแรงต้านไม่ให้เขาใช้มือของตนเป็นเครื่องมืออีก ยื้อแย่งกันไปมาซักพักชายหนุ่มจึงยอมหยุด

“คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย!!” ผู้ถูกปลุกตวาด ดวงตาแข็งกร้าวเอาเรื่อง


____________________________________________________________________

ไรท์ไม่ได้แกล้งตัดจบน้าาาา 555555555

ขอถามอะไรผู้อ่านหน่อยจ้า ถ้าเค้าออก E-Book จะมีคนอ่านมั้ยเอ่ยยย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น