มนต์ระมิงค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

3 : 'บ้านอาจณรงค์' (100%)

ชื่อตอน : 3 : 'บ้านอาจณรงค์' (100%)

คำค้น : พะนอขวัญ,นายใบ้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2561 12:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3 : 'บ้านอาจณรงค์' (100%)
แบบอักษร

(ต่อ)

หลังจากอาบน้ำอาบท่า และโกนหนวดเคราจนใบหน้าหล่อเหลากลับมาเกลี้ยงเกลาสะอาดตาดุจเดิมแล้ว ดรันจึงเดินออกจากห้องนอนมาด้วยความหวังว่า อาชาบุตรชายหนึ่งเดียวของนมแม้น ผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนและเลขาฯส่วนตัวของเขาจะกลับจากข้างนอกแล้ว

ทว่า ชายหนุ่มกลับคิดผิด เพราะก็ยังไร้เงาของอาชาอยู่เช่นเดิม ดรันจึงเดินลงบันไดตรงมายังห้องโถงที่เคยมีเสียงพูดคุยของผู้คนอยู่ แต่บัดนี้กลับว่างเปล่าไร้เงาของคนอื่น ๆ ไปแล้ว ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเดินไปทางปีกขวาของตัวตึก ซึ่งเป็นส่วนของเทอเรสกว้างที่เชื่อมกับสวนดอกไม้สวยงาม และแล้วเขาจึงได้พบกับร่างของบุรุษคนหนึ่งที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ใต้ร่มไม้สูงใหญ่ที่ตรงหน้านั่นเอง

เกิดเสียงขยับเก้าอี้ ทำให้คุณอัศวินเงยหน้าจากหน้าหนังสือพิมพ์ขึ้นมามองเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่กำลังทรุดลงนั่งอยู่อีกด้านของโต๊ะนั่งเล่น

"คุณน้ารุ่งล่ะครับ คุณลุง"

บุรุษสูงวัยกว่ายิ้มเยื้อนออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า  "พอเห็นรันกลับมา อารมณ์ของน้าเราก็ปลอดโปร่ง โทรนัดเพื่อนสมัยเรียนพากันไปซื้อของแถววังบูรพา โน่นแล้ว"

"อ้าว! ก็ไหนบอกว่าจะทานข้าวเย็นพร้อมกันอย่างไรล่ะครับ"

คุณอัศวินส่ายหน้าอีกเล็กน้อย แล้วตอบ "เอาแน่เอานอนอะไรกับคุณน้าของรันได้เล่า" 

ดรันพยักหน้าอย่างเห็นด้วยเมื่อได้ตรึกตรองตาม และเมื่อได้นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า จึงก่นบ่นออกมาเบา ๆ แต่ก็ยังเข้าหูของคุณลุงของตนอยู่ว่า"เมื่อไหร่จะเลิกทำอย่างกับผมเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ เสียที ทั้งคุณน้า และนมแม้น"

"ยังไม่ชินอีกหรือ" บุรุษสูงวัยกว่าเอ่ยแล้วกระตุกยิ้ม พลางพับหนังสือพิมพ์ลง ก่อนจะอธิบายต่อ "รันต้องเข้าใจก่อนนะ ว่ารุ่งเขามีรันเป็นหลานชายเพียงคนเดียว  และตอนนี้อาจณรงค์ก็มีรันเป็นทายาทเพียงคนเดียวเท่านั้น แถม...คำสั่งเสียของพี่สาวรุ่ง ซึ่งก็คือน้องสะใภ้ของลุงก็ฝากฝังให้รุ่งดูแลรันให้ดี ๆ ด้วย" 

ดรันเบือนดวงตาคมกล้ากลับมาสบตากับผู้เป็นลุง นึกย้อนถึงคำพูดนั้นของท่าน ใช่ ที่่คุณลุงของตนพูดมานั้นถูกทุกอย่าง  ตอนนี้เขาได้กลายมาเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลอาจณรงค์ คุณปู่ของเขามีลูกชายเพียงสองคน คนแรกก็อยู่ในฐานะคุณลุงตรงหน้า ส่วนคนที่สองก็คือบิดาของเขา ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นเพราะว่า มารดาของเขาได้แต่งงานกับน้องชายคุณลุง ซึ่งก็คือบิดาของเขานั่นเองส่วน คุณน้ารุ่ง รุ่งระวี ภรรยาของบุรุษตรงหน้า คือน้องสาวคุณแม่ของดรัน ท่านก็ได้แต่งงานกับคุณลุงอัศวินด้วย

สายสัมพันธ์ของตระกูลบิดาและมารดาของชายหนุ่มจึงแน่นแฟ้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะได้เกี่ยวดองกันทั้งพี่และน้อง

ความจริง ก่อนหน้าที่จะแต่งงานกับคุณน้ารุ่งระวี คณลุงอัศวินก็เคยแต่งงานมาแล้วหนหนึ่ง แต่ท่านก็ได้แยกทางหย่าร้างกับภรรยาคนนั้น อยู่ครองตัวเป็นพ่อม่ายมาอีกปีกว่า ๆ จึงได้พบกับคุณน้ารุ่งระวีที่เป็นนักเรียนนอก เพิ่งกลับจากเมืองนอกมาใหม่ ๆ ทั้งสองคนถูกตาต้องใจกันตั้งแต่แรกพบ ใช้เวลาคบหาดูใจกันไม่ถึงหนึ่งปี ก็ได้ตัดสินใจตกลงแต่งงานใช้ชีวิตคู่มาจนถึงปัจจุบัน

และที่สำคัญ คุณน้ารุ่งระวีกับคุณลุงอัศวินของดรัน ไม่มีลูก เพราะเกิดจากปัญหาการมีบุตรของคุณลุงอัศวินนั่นเอง ดังนั้น นอกจากจะอยู่ในฐานะหลานชายในสายเลือดของคนทั้งสอง ดรัน ก็มีฐานะไม่แตกต่างไปจากบุตรชายเพียงคนเดียวของคนทั้งสองอีกด้วย 

 เนื่องจากบิดาและมารดาของดรันได้เสียชีวิตตั้งแต่ชายหนุ่มอายุุเพียงสี่ขวบ ท่านทั้งสองประสบอุบัติเหตุจากเครื่องบินเล็กตกที่รัฐแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกาจากการเดินทางไปทำงานที่นั่น ตอนนั้นนับว่าเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของชายหนุ่ม แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่ นั่นคือ ทั้งคุณลุงอัศวินและคุณน้ารุ่งระวีได้รับเลี้ยง ดูแลดรันเป็นอย่างดี ทั้งสองรักเขาประหนึ่งบุตรชายคนหนึ่งก็ไม่ปาน 

นี่ก็คือสาเหตุที่รุ่งระวีค่อนข้างที่จะทั้งห่วงและหวงดรันอยู่ไม่น้อย  ยิ่งชายหนุ่มอยู่ในวัยที่ควรจะมีครอบครัวแล้วอย่างนี้  คุณน้าแสนสวยก็ได้ตระเวนเลือกเฟ้นหาหญิงสาวที่มีความเหมาะสมจะมาเป็นหลานสะใภ้ของบ้านอาจณรงค์ เป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมที่จะต้องให้กำเนิดทายาทอาจณรงค์รุ่นต่อไป

ย้อนความไปถึงตอนดรันยังเป็นเด็กชาย รุ่งระวีได้ทุ่มเทความรักและความเอาใจใส่ต่อหลานชายคนนี้เป็นอย่างมาก มากจนคุณอัศวินเริ่มเป็นห่วงเพราะกลัวว่าจะทำให้หลานชายที่มีเพียงคนเดียวเสียผู้เสียคนไป  ดังนั้น คุณอัศวินจึงลอบติดต่อโรงเรียนประจำที่อังกฤษเพื่อจะให้ดรันเดินทางไปเรียนอยู่ที่นั่นเอาไว้ โดยไม่ให้รุ่งระวีทราบเลย กระทั่งเมื่อใกล้ถึงเวลาที่ดรันจะต้องเดินทางไปเรียนที่อังกฤษ คุณอัศวินถึงได้บอกภรรยาคนนี้ให้ทราบ 

และก็เป็นอย่างที่คุณอัศวินได้คาดการณ์เอาไว้ ครั้นทราบเรื่องว่าหลานชายคนเดียวในวัยแปดขวบจะต้องไปอยู่ไกลหูไกลตา คุณรุ่งระวีก็ร้องห่มร้องไห้ ต่อว่าสามีสาระพัด ว่าใจดำที่จะส่งหลานชายคนเดียวไปอยู่ที่อื่นไกล ๆ  คุณอัศวินก็ต้องแข็งใจสู้รบปรบมือกับท่าทีแง่งอนของภรรยาอยูนานจึงสามารถเอาชนะ ทำให้ดรันได้ไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็ก เพื่อได้เรียนรู้ชีวิต ได้ช่วยเหลือตัวเองให้มาก ๆ   เพราะขืนให้ดรันมีชีวิตอยู่ที่นี่ต่อไป  คุณอัศวินก็ยังนึกไม่ออกเลยว่า ดรันจะเติบโตเป็นชายหนุ่มประเภทไหนกัน

"คุณรัน!"

เสียงที่ร้องทักออกมาอย่างยินดีนั่นเอง ทำให้บุรุษต่างวัยทั้งสองต้องหันหน้าไปดูตามเสียง จึงได้พบกับชายหนุ่มร่างผอมสูงที่มีสีหน้ายินดี และกำลังเดินมาสมทบคนทั้งคู่ 

ครั้นเห็นสายตาของชายหนุ่มทั้งสองที่มองหน้ากันไปมา คุณอัศวินก็รู้ได้ทันทีว่า ชายหนุ่มคราวลูกคงมีอะไรอยากพูดคุยกันตามประสาคนหนุ่มในวัยเดียวกัน คุณอัศวินจึงบอกว่า  "อ้อ!  สงสัยหนุ่ม ๆ เขาคงอยากจะคุยอะไรกันตามลำพังล่ะสินะ ได้สิ ลุงกำลังจะขึ้นไปอาบน้ำบนตึกอยู่พอดี"

ก่อนจะลุกไปก็คุณอัศวินก็ใช้มือตบลงต้นแขนของอาชาที่ยืนอย่างนอบน้อมสองสามที แล้วก็เดินจากไป อาชาจึงรีบถามชายหนุ่มตรงหน้าอีกคนขึ้นอย่างตื่นเต้น พลางนั่งลงกับเก้าอี้อีกตัวทันใด

"คุณรันหายไปไหนมาตั้งห้าวัน! ผมนี่แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะต้องตระเวนหาคุณไปทั่ว ไม่อย่างนั้น ก็จะโดนคุณรุ่งเล่นงาน แถมโดนแม่บ่นอีก..."

ดรันยิ้มขันขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยว่า "ขอโทษที่ทำให้นายต้องลำบากในช่วงที่ฉันหายไป นายรู้มั้ยว่า ห้าวันที่ผ่านมา ได้เกิดเรื่องน่าตื่นเต้นกับฉันแค่ไหน แต่..."  ดรันจงใจลดเสียงลงแล้วบอก "... แต่นายต้องสัญญาว่า เมื่อได้ฟังเรื่องราวนี้แล้วจะต้องเก็บไว้เป็นความลับก่อน ห้ามให้คุณน้าและแม่ของนายรู้เด็ดขาด"

อาชากะพริบตาอย่างงงงวยขึ้น บอกตรง ๆ ว่าตนชักรู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องที่อีกฝ่ายจะเอ่ยปากเล่าเสียแล้วสิ "ได้ ผมสัญญาด้วยเกียรติของผมเลย ว่าจะรับฟังเรื่องที่คุณรันเล่ามาโดยไม่เอาไปบอกให้ใครรู้ทั้งสิ้น แม้แต่แม่ของผมเอง"

ดรันพยักหน้าอย่างถึงพอใจ จากนั้นจึงเล่าเรื่องที่ตนประสบมาให้อาชารับฟัง 

"คืนวันนั้น หลังจากที่ฉันขับรถออกจากวังเหมวัฒน์..."  ดรันหมายถึงวังเก่าแก่ของเจ้านายพระองค์หนึ่ง ซึ่งบัดนี้ เจ้าของวังคนล่าสุดเป็นหนุ่มนักเรียนนอกที่ดรันสนิทสนมเมื่อสมัยที่เรียนอยู่เมืองนอกด้วยกัน คืนนั้นเขาได้ร่วมอยู่ในงานฉลองงานแต่งงานของหนุ่มเจ้าของวังกับเจ้าสาวแสนสวยที่เป็นนักเขียนชื่อดังแล้วเขาก็ขับรถกลับ ระหว่างทางก็ประสบเหตุอย่างที่ได้เล่าให้อาชาทราบต่อไป...

"เป็นใบ้! คุณรันนี่นะ เป็นนายใบ้!" อาชาอุทานอย่างตื่นตะลึง ก่อนจะรีบตะครุบปากเอาไว้ เพราะเผลอทำเสียงดังเกินควร

"เบา ๆ หน่อย! เดี๋ยวแม่นายก็มาได้ยินแล้วก็เป็นเรื่องใหญ่โตกันอีก" ดรันดุ ก่อนจะบอกต่อ "ฉันก็เสแสร้ง ไม่สิ เรียกว่าตกกระไดพลอยโจนมากกว่า ที่ต้องรับสมอ้างว่าเป็นนายใบ้ไปก่อน เพราะทุกคนที่นั่นเชื่ออย่างสนิทใจทีเดียวว่าฉันคือนายใบ้ เจ้าของเรือลำเก่า ๆ ลำนั้น" 

ดรันสรุป พลางมองหน้าของอาชาไปด้วย ก่อนจะบอกสิ่งแรกที่อยากให้อาชาช่วย "ฉันอยากให้นายช่วยตามหานายใบ้ตัวจริงให้พบ ซึ่งฉันคิดว่าเขาคงจะวนเวียนอยู่แถว ๆ ที่ฉันถูกโจรทำร้ายน่ะ เพราะเรือเขาหายไปทั้งลำ ข้าวของทรัพย์สินก็ยังอยู่บนเรือลำนั้น เจ้าของเรือตัวจริงคงรู้สึกทุกข์ใจน่าดู"

อาชาพยักหน้าทราบ แล้วถามอีก "หากพบตัวนายใบ้ตัวจริง แล้วจะให้ผมทำอย่างไรกับนายใบ้"

ดรันรีบตอบ "หากเป็นไปได้ ให้พาตัวนายใบ้มาพบฉันให้ได้" 

"แล้วคุณรันจะต้องทำอย่างไรต่อไป  ท่าทางหญิงสาวที่ช่วยชีวิตคุณรัน น่าจะสวยอยู่ไม่เบา...ล่ะสิครับ" อาชาลองถาม จากที่สังเกตแววตาและสีหน้าของชายหนุ่ม ยามเอ่ยถึงหญิงสาวที่ได้ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้  ดรันมักจะลอบยิ้มพรายเป็นระยะ ๆ ด้วย

ดรันเบือนสายตากลับมามองชายหนุ่มอีกคน แววตาของเขาพราวระยิบบ่งบอกความในใจที่มีต่อหญิงสาวผู้นั้นให้อาชาได้รู้สิ้นแล้ว   "สวย สวยสิ ทั้งสวย ทั้งใจดี ดีเสียจนฉันไม่อาจจะทอดทิ้งหล่อนให้อยู่อย่างลำบากที่นั่นได้หรอก" 

"ว่าแล้วเชียว!" อาชาขานรับอย่างตื่นเต้น ก่อนจะกระเซ้าเจ้านายของตนต่อว่า "...อย่างนี้ คุณรุ่งก็คงไม่ต้องเสียเวลาตระเวนหาหลานสะใภ้ให้ลำบากอีกกระมัง เพราะหลานชายคนเดียวดันไปพบเจอด้วยตัวเองแล้ว แถมยังได้ช่วยชีวิตคุณรันเอาไว้อีก  โบราณเขาว่าอยู่ว่า หญิงใด ชายใดประสบเหตุ แล้วอีกฝ่ายได้ช่วยเหลือชีวิตกันเอาไว้  ชะตาจะไม่คลาดแคล้วกันไปไหนหรอก เพราะเป็นเนื้อคู่กระดูกคู่กันชัดๆ"

ดรันหัวเราะร่วนอย่างเบิกบานทันใดกับถ้อยคำกระเซ้าของคนสนิท จากนั้นก็กลับมาคิดหนักอีกเรื่อง พลางถอนหายใจเล็กน้อย "ฉันยังไม่อยากให้คุณน้าทราบเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ฉันกังวลอีกเรื่อง เพราะการจะพาตัวผู้หญิงในฐานะหลานสะใภ้เข้าบ้านนี้ ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว เท่าที่ผ่านมานายก็เห็นแล้วว่าคุณน้าท่านพิถีพิถันกับเรื่องนี้มาก แต่... สุดท้ายหากฉันยืนยันว่าจะตกแต่งกับใคร คุณน้ารุ่งหรือใคร ๆ ก็ไม่อาจมาห้ามความต้องการของฉันได้หรอก แต่ ตอนนี้นายอย่าเพิ่งคิดอะไรไปไกลกว่าเรื่องที่ว่า ฉันจะกลับไปพบหน้าหล่อนอีกครั้งได้อย่างไรดีกว่านะ ..อาชา"

"แสดงว่าคุณรันจะกลับไปหาเธออีกครั้ง" 

ดรันพยักหน้ารับเสียงแข็งขัน "อย่างแน่นอน ฉันดูดายหล่อนไม่ได้ หล่อนน่าสงสาร"

"ในฐานะของใครล่ะครับ คุณดรัน อาจณรงค์ หรือนายใบ้ " อาชาถามกลับเสียงเคร่ง 

ดรันจึงกลอกดวงตาเข้มกลับมาจ้องหน้าคนสนิท พลางถามอย่างขอความเห็นไปในตัว "นายคิดว่า ฉันควรจะกลับไปหาหล่อนในฐานะใครดีล่ะ"

ถูกถามกลับแล้ว อาชาก็ค้นหาคำตอบไม่ได้เช่นกัน  ได้แต่มองหน้าเจ้านายหนุ่มอย่างตรึกตรองหนักอยู่ไม่น้อย!

.

จบตอนที่ 3 สนุกกันมั้ยอ่า ถามจริง --"


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น