สุภาวดี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 มารร้ายในคราบนางฟ้า 30% [รีอัพ]

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 มารร้ายในคราบนางฟ้า 30% [รีอัพ]

คำค้น : ลิขิตรัก, คำสั่งวิวาห์, นิยายรัก, โรแมนติก, อิโรติก, NC, 18+

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2561 12:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 มารร้ายในคราบนางฟ้า 30% [รีอัพ]
แบบอักษร

​​​

6

มารร้ายในคราบนางฟ้า

            วิทยาเดินลงมาจากข้างบนในตอนเช้าด้วยชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกับกางเกงแสลคสีดำดูเรียบร้อย วันนี้เป็นวันทำงานตามปกติของเขา ซึ่งหมอหนุ่มไม่ได้ลางานเพิ่มหลังวันแต่งงานอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ

            เมื่อเดินไปที่โต๊ะอาหารเขาก็พบถ้วยกาแฟร้อนส่งกลิ่นหอมกรุ่นกับขนมปังปิ้งอีกสองแผ่นพร้อมทั้งหนังสือพิมพ์วางรออยู่ก่อนแล้ว เพราะสายใจเคยเป็นเด็กรับใช้ในบ้านของแม่เขามาก่อน เธอจึงรู้เวลาและรู้ว่าเขาต้องการอะไรบ้างในทุกๆ เช้าก่อนไปทำงาน แต่ที่แปลกใจก็คือทำไมมีแต่อาหารเช้าของเขาคนเดียวแล้วของหญิงสาวอีกคนล่ะ ระหว่างที่กำลังคิดสงสัยอยู่นั้น สายใจที่เดินเข้ามาดูเผื่อว่าเจ้านายจะต้องการอะไรเพิ่มอีก ชายหนุ่มจึงเอ่ยถาม

            “แล้วคุณอรล่ะ”

            “ยังไม่ลงมาค่ะ” สายใจก้มหน้าตอบอย่างนอบน้อม

            “อืม... เรียกพี่ชื่นให้ฉันที” ชายหนุ่มพยักหน้าให้เป็นการรับรู้ก่อนจะเรียกหาสาวใช้อีกคนที่เป็นพี่เลี้ยงของหญิงสาวที่ยังอยู่ข้างบน

            หมอหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา ‘เกือบแปดโมงแล้วทำไมเธอยังไม่ลงมาทานอาหารเช้า แล้วเธอไม่ไปทำงานหรือไง หรือว่าลางาน ที่สำคัญเธอทำงานอะไรเขาเองก็ลืมถามไปเสียสนิท’ วิทยาคิดในใจพลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ

            “คุณหมอมีอะไรให้พี่ชื่นทำเหรอคะ” ชื่นร้องถามเมื่อเข้ามาหาเจ้านายหนุ่มตามคำสั่ง เธอใช้สรรพนามแทนตัวเองตามที่ใช้พูดกับเจ้านายสาวของเธออย่างที่เคยชิน ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเธอก็อายุมากกว่าเขาอยู่แล้ว

            “ผมแค่สงสัยน่ะว่าคุณหนูของพี่ชื่นจะไปทำงานหรือเปล่า ทำไมป่านนี้ยังไม่ลงมาทานอาหารเช้าอีก”

            “คุณหนูอรไปทำงานไม่เป็นเวลาหรอกค่ะคุณหมอ เช้าสุดก็เก้าโมง บางครั้งก็เที่ยง บางทีก็ทำงานที่บ้าน ตอนกลับนี่ไม่ต้องพูดถึง เพราะเอาแน่เอานอนไม่ได้เลยค่ะ” ชื่นตอบยืดยาวตามความเป็นจริงจากที่ได้รับใช้ใกล้ชิดกับนายสาวมาโดยตลอด แม้จะแปลกใจอยู่นิดๆ ว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผู้หญิงที่เขาแต่งงานด้วยเลยหรือยังไง

            “หือ... งานอะไรถึงทำไม่เป็นเวลาแบบนี้” วิทยาขมวดคิ้วมุ่นถามกลับอย่างนึกสงสัย

            “คุณหนูเป็นมัณฑนากรของบริษัทรับออกแบบภายใน ที่คุณนนท์ประวิธเพื่อนสนิทของคุณหนูเป็นเจ้าของน่ะค่ะ แล้วคุณก้อยที่เป็นเพื่อนสนิทอีกคนก็ทำงานอยู่ที่นั่นด้วย”

            ‘อย่างนี้นี่เอง... บริษัทของแฟน เลยได้สิทธิพิเศษจะเข้าจะออกกี่โมงก็ได้งั้นสิ ถึงได้เอาแต่ใจและไม่รู้จักโตสักที’ หมอหนุ่มคิดในใจพลางต่อว่าหญิงสาวอย่างนึกหมั่นไส้

            “งั้นฝากพี่ชื่นบอกเธอด้วยว่าเย็นนี้ผมจะมารับไปทานข้าวที่บ้านคุณแม่ ให้เธอมารอผมที่นี่ไม่เกินหกโมงเย็น” วิทยาสั่งเสียงเข้มเพื่อบ่งบอกว่าเขาไม่ต้องการให้ผิดเวลาหรือมีการคลาดเคลื่อนใดๆ

            “ค่ะคุณหมอ”

            “แล้วจัดผลไม้ของฝากที่เอามาจากบ้านโน้นไว้ด้วยละกัน” ชายหนุ่มสั่งต่อแล้วขยับตัวลุกขึ้นเมื่อดื่มกาแฟจนหมดแก้วแล้ว ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เขาจึงเอ่ยกับสาวใช้

            “อ่อ ผมขอเบอร์มือถือของเธอดีกว่า เดี๋ยวผมจะโทรไปย้ำกับเธออีกที”

            “ค่ะ” ชื่นรับคำพลางเดินไปหยิบปากกากับกระดาษที่อยู่บนโต๊ะใกล้ๆ มาจดเบอร์นายสาวแล้วนำมายื่นให้ชายหนุ่ม

            เมื่อได้เบอร์ของอรณิชาจากพี่เลี้ยงของเธอแล้ว วิทยาก็เดินลิ่วออกจากบ้านไปทันทีด้วยความเร่งรีบ เขาไม่อาจช้าไปกว่านี้ได้อีกแล้ว เพราะกลัวคนไข้คิวแรกที่มาพบตามเวลานัดจะรอนาน และคิวต่อๆ ไปก็จะยิ่งช้ามากขึ้นไปอีก

            ชายหนุ่มเจ้าของบ้านออกไปเพียงไม่นาน หญิงสาวที่เขาพูดถึงก็เดินลงมาจากข้างบนพอดี อรณิชาอยู่ในชุดทำงานสบายๆ ด้วยเสื้อเชิ้ตสีเข้มเข้ารูปตัดกับกางเกงยีนส์สีซีดทันสมัยในสไตล์สาวมัณฑนากรที่ต้องการความคล่องตัวและความทะมัดทะแมงในการทำงานสูง

            ร่างบางเดินไปที่ห้องครัวทันทีเพื่อตามหาพี่เลี้ยงของเธอ ก่อนจะชะงักเล็กน้อยเมื่อผ่านโต๊ะอาหารแล้วเห็นถ้วยกาแฟที่มีร่องรอยการดื่มไปแล้ว ‘โห นี่เขาไปทำงานแต่เช้าขนาดนี้เลยหรือนี่’ อรณิชาพึมพำกับตัวเอง แล้วเดินผ่านไปถึงห้องครัว

            “อ้าวคุณหนูอร พี่ชื่นว่าจะขึ้นไปถามพอดีเลยค่ะ ว่าจะไปทำงานหรือเปล่า” คนเป็นพี่เลี้ยงเงยหน้าจากหม้อข้าวต้มแล้วหันมาพูดกับนายสาวเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาในครัว

            “ไปค่ะ นี่ไง แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว” อรณิชาตอบพลางก้มลงสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองไปด้วย

            “งั้นทานข้าวต้มปลาก่อนนะคะ พี่ชื่นจะยกไปให้”

            “ค่ะ”

            หลังจากรับคำหญิงสาวก็เดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะอาหารฝั่งตรงข้ามกับชุดกาแฟที่เป็นอาหารเช้าของชายหนุ่มเจ้าของบ้านทันที

            “เขาออกไปแล้วเหรอคะพี่ชื่น” อรณิชาถามขณะพี่เลี้ยงสาววางชามข้าวต้มให้กับเธอ

            “ค่ะ... ออกไปก่อนที่คุณหนูจะลงมาสักครู่เอง แล้วก็ฝากบอกคุณหนูด้วยว่าเย็นนี้จะมารับไปทานข้าวบ้านคุณแม่ ให้คุณหนูมารอที่นี่ก่อนหกโมงเย็นด้วยค่ะ” ชื่นบอกในสิ่งที่คนเป็นเจ้าของบ้านฝากเอาไว้ก่อนเขาจะออกไป

            “แล้วถ้าอรไม่ว่างล่ะคะ” หญิงสาวบอกปัดอย่างเอาแต่ใจ ก่อนจะก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารเช้าของตัวเอง

            “โถ่... คุณหนูอร อย่างอแงสิคะ เราเป็นสะใภ้แต่งงานเข้าบ้านเขาแล้วนะคะ จะไม่ไปได้ยังไง” คนที่เป็นทั้งสาวใช้และพี่เลี้ยงพยายามเกลี้ยกล่อมเพราะไม่อยากให้เจ้านายทั้งสองต้องทะเลาะกันอีก

            “อรไม่รับปากนะคะพี่ชื่น ขอดูงานก่อนก็แล้วกัน ถ้าเย็นนี้อรกลับมาไม่ทันก็บอกให้เขาไปได้เลยไม่ต้องรอ” ว่าจบ ร่างบางก็ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มเป็นการบ่งบอกว่าเธออิ่มแล้ว ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปที่ประตูบ้านโดยมีพี่เลี้ยงตามมาส่งจนถึงรถ

            “วันนี้พี่ชื่นย้ายของของอรจากห้องเขาไปไว้ที่ห้องฝั่งตรงข้ามด้วยนะคะ” อรณิชาบอกขณะกำลังเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ

            “อ้าว... ยังไงกันคะ” สาวใช้ร้องถามอย่างงุนงง

            “อรแยกห้องกับเขาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ เขาให้อรย้ายมาอยู่ห้องฝั่งตรงข้าม” หญิงสาวพูดพลางขยับตัวขึ้นไปนั่งบนรถในตำแหน่งคนขับ

            “จะดีหรือคะคุณหนู แล้วถ้าเกิดคุณพ่อคุณแม่รู้เข้าล่ะคะ” คนรับหน้าที่ดูแลร้องถามอย่างนึกหวาดหวั่นกับพฤติกรรมของสองหนุ่มสาว

            “น่า... พี่ชื่นไม่พูดใครจะรู้... นะคะ อรไปก่อนละ” อรณิชาหันมากำชับก่อนจะขับรถออกไป โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านของคนเป็นพี่เลี้ยงอีก

            “เฮ้อ... แล้วอย่างนี้ครอบครัวจะเป็นครอบครัวไหมเนี่ย” ชื่นบ่นกระปอดกระแปดก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อทำงานของตัวเองที่ยังค้างไว้อีกหลายอย่าง ส่วนเรื่องเจ้านายก็ปล่อยให้ทั้งคู่จัดการกันเอง ดูท่าต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมให้กันอย่างนี้ คงต้องทะเลาะกันอีกเป็นแน่


            วิทยามาถึงโรงพยาบาลที่ทำงานประจำในเวลาปกติคือไม่เกินเก้าโมงเช้า ซึ่งเขามีตำแหน่งเป็นนายแพทย์ใหญ่ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ โดยจะเริ่มตรวจคนไข้รายแรกตามที่นัดไว้ตั้งแต่เวลาเก้าโมงตรงเป็นต้นไป ดังนั้นเขาจึงมาก่อนเวลาพอสมควรเพื่อเตรียมความพร้อมในหน้าที่ของตัวเอง

            ขณะที่หมอหนุ่มกำลังหยิบจับและตรวจดูความเรียบร้อยของอุปกรณ์อยู่นั้น เสียงเคาะประตูห้องเบาๆ อย่างมีมารยาทและถูกเปิดเข้ามาเงียบๆ ทำให้ชายหนุ่มหันไปมอง เพราะคิดว่าเป็นพยาบาลผู้ช่วยประจำตัวของเขา แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อพบกับพยาบาลสาวสวยคนหนึ่งที่เขาไม่เคยคุ้นหน้ามาก่อน

            “สวัสดีค่ะคุณหมอวิทยา” พยาบาลสาวสวยยกมือไหว้ทักทายชายหนุ่มในดวงใจด้วยรอยยิ้มหวานละมุน

            “สวัสดีครับ เอ่อ...” วิทยารับไหว้หญิงสาวด้วยอาการมึนงงเล็กน้อย เพราะกำลังคิดหาคำถามกับเธออยู่

            “ดิฉันชื่อขนิษฐา เรียก ขิม ก็ได้ค่ะ” พยาบาลสาวเอ่ยแนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลไพเราะ

            “ครับ คุณขิม มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ” หมอหนุ่มยิ้มรับคำทักทายพลางมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าอย่างนึกชื่นชมในความสวยและอ่อนหวานของเธอ

            “ขิมจะมาเป็นพยาบาลผู้ช่วยคุณหมอตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปค่ะ”

            “อ้าว แล้วคุณเพ็ญศิริล่ะครับ” ชายหนุ่มถามถึงพยาบาลรุ่นน้องที่เคยเป็นผู้ช่วยประจำของเขา

            “เธอย้ายไปประจำที่แผนกสูตินรีเวชแล้วค่ะ”

            “อ่อ ครับ เอ่อ... แล้ว... ขอโทษนะครับคุณเป็นพยาบาลใหม่หรือเปล่าทำไมผมถึงไม่คุ้นหน้าคุณเลย” วิทยาถามอย่างนึกลังเล พยายามคิดทบทวนถึงใบหน้าของเธอ แต่ก็มั่นใจว่าเขาไม่เคยเห็นเธอมาก่อนแน่ๆ

            “ใหม่สำหรับคุณหมอ แต่เก่าสำหรับที่นี่ค่ะ” หญิงสาวพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนจะปลายตาให้หมอหนุ่มอย่างมีจริต

            “ยังไงกันครับ” วิทยาถามยิ้มๆ แค่เขาเห็นอาการของเธอเขาก็พอจะรู้แล้วว่าเธอมีจุดประสงค์อะไร แต่เพราะเชื่อว่าเรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวยังไงก็ไม่ดัง เขาจึงได้แต่ภาวนาขอให้เธอเข้าใจเขาด้วย ที่สำคัญเธอจะรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้เขาแต่งงานแล้ว

            “ขิมมาทำงานที่นี่ได้สองปีแล้วค่ะ แต่อยู่แผนกอายุรกรรมที่ตึกนอก เราก็เลยไม่เคยเจอกัน” ขนิษฐาตอบเสียงหวานพยายามส่งสายตาเชิญชวนให้หมอหนุ่มตลอดเวลา

            “ครับ คงอย่างนั้น... ขอบคุณนะครับที่มาช่วยผม ต่อไปคงต้องรบกวนคุณขิมแล้วหละ” หมอหนุ่มกล่าวอย่างเกรงใจ แม้จะไม่ชอบสายตาที่เธอใช้มองเขาเลยสักนิด เขารู้สึกว่ามันน่ากลัวมากกว่าน่าหลงใหลด้วยซ้ำ เฮ้อ... นี่เขาเพิ่งจะเข้าใจคำว่า ‘สวยสยอง’ ก็วันนี้เอง

            “ด้วยความยินดีค่ะ” ดวงตากลมโตยังคงฉายแววหวานซึ้งถ่ายทอดมาให้หมอหนุ่มอย่างไม่ลดละ

            “งั้นเชิญคนไข้คิวแรกให้ผมเลยครับ... ผมพร้อมแล้ว” ชายหนุ่มตัดบทอย่างไม่ให้เสียเวลา พลางคิดในใจว่าหญิงสาวคนนี้จะมาเพิ่มความวุ่นวายให้กับชีวิตของเขามากกว่าที่เป็นอยู่หรือเปล่า

            “ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พยาบาลสาวรับคำสั่งพร้อมกับยิ้มหวานให้เขาอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกไปจากห้องเพื่อเรียกหาคนไข้ตามเอกสารใบนัดที่ถือในมือ

            หญิงสาวพบหมอหนุ่มที่ลานจอดรถโดยบังเอิญเมื่อเดือนก่อน แม้จะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นแต่เธอก็รู้สึกถูกใจเขาเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นเธอก็พยายามสอบถามและสืบหาประวัติของเขาจากเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่อยู่ที่นี่มาก่อนเธอ จึงได้รู้ว่าเขาเป็นแพทย์มือหนึ่งอีกคนที่ทางโรงพยาบาลส่งไปศึกษาเพิ่มเติมเมื่อสองปีก่อน และตอนนี้เขาก็กลับมาทำหน้าที่ดังเดิมแล้ว

            ดังนั้น เธอจึงทำเรื่องขอย้ายตัวเองจากแผนกอายุรกรรมมาเป็นผู้ช่วยของหมอวิทยาในแผนกศัลยกรรม เพราะความชอบจนถึงขั้นรักและหลงใหลในตัวหมอหนุ่มที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนเขาก็ตรงสเปคผู้ชายในฝันของเธอทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นความหล่อเหลาขาวสูงที่เขามีมากกว่าใครที่เธอเคยเจอ อีกทั้งยังเป็นสุภาพบุรุษที่ดูนุ่มนวลอบอุ่นจนเธอเคลิ้มฝันได้ตลอดเวลาที่จ้องมองเขา ที่สำคัญเขายังโสด และนั่นก็เป็นสิ่งดึงดูดให้เธอตั้งใจจะครอบครองเขาให้ได้

            ระหว่างที่รอการอนุมัติขอย้ายแผนกนั้น เธอได้แต่แอบมองเขามาตลอดแม้ระยะหลังๆ เธอจะไม่ค่อยได้พบเห็นเขาบ่อยนักก็ตาม จนได้มารู้ข่าวร้ายว่าเขากำลังจะแต่งงานแบบสายฟ้าแลบ เธอทั้งเจ็บปวดทั้งเสียใจและก็แปลกใจไปพร้อมๆ กัน เพราะเธอสืบประวัติของเขามาเป็นอย่างดีแล้ว ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเขายังโสดไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหน และเขายังคงฝังใจกับรักครั้งเก่าในอดีตซึ่งหลายๆ คนลือกันว่าเธอคนนั้นเป็นตัวแปรหนึ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจไปศึกษาเพิ่มเติมที่ต่างประเทศเพื่อหลบไปรักษาแผลใจ เธอจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นคนเยียวยาให้เขาหากเขายังไม่หายดี             ขณะที่กำลังเสียใจและสิ้นหวังกับข่าวการแต่งงานของเขาอยู่นั้น เธอบังเอิญได้ยินพยาบาลในแผนกที่หมอหนุ่มประจำอยู่พูดกันว่า หมอวิทยาแต่งงานเพราะคำสั่งของผู้ใหญ่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และที่สำคัญเขาไม่เคยคบหรือพบเจอกับเจ้าสาวของเขามาก่อนเลยด้วยซ้ำ เธอจึงมั่นใจได้ว่าการแต่งงานของเขาครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความรักและความสมัครใจของชายหนุ่มที่เธอแอบรักอย่างแน่นอน ดังนั้น ความตั้งใจที่จะแย่งชิงเขามาเป็นของเธอจึงเกิดมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง และครั้งนี้เธอจะต้องทำให้ได้ 


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

^_^

สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่

mebmarket  หรือ...   ebooks.in.th  ...และ...

ookbee

หากสนใจสั่งซื้อในรูปแบบเล่ม สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง 

E-mail : [email protected]

โทร : 094-4942566

ไลน์ : oilza_writer


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น