email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอขอบคุณทุกการติดตามและสนับสนุนมากๆเลยนะคะ 🖤

ชื่อตอน : Hate : [1/1]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2561 00:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Hate : [1/1]
แบบอักษร

ดอกไม้นานาพันธ์ุที่มีสีสันสวยงามส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ ฉันเดินรดน้ำดอกไม้ภายในร้าน ‘For you’ ร้านขายดอกไม้ที่ตกแต่งสไตล์ยุโรปสีขาวสะอาดตา โดยด้านข้างมีประตูเชื่อมสำหรับร้านกาแฟซึ่งเป็นร้านเดียวกัน การตกแต่งทั้งสองร้านอาจจะดูแตกต่างเหมือนกับความอ่อนหวานและความขม แต่ผสมผสานได้อย่างลงตัวจนฉันชอบการทำงานที่นี่มาก และอีกอย่างคือเจ้าของร้านใจดี

”เมเบล”

”คะ น้าคริสติน่า” ฉันหันไปตามเสียงเรียกของหญิงวัยกลางคนที่กำลังยืนส่งยิ้มใจดีมาให้ น้าคริสติน่าเป็นเจ้าของร้านทั้งสองร้านแห่งนี้ ท่านเป็นคนใจดีและน่ารักมาก สามปีที่แล้วหลังจากที่ฉันเรียนจบได้สี่เดือนคุณพ่อคุณแม่และพี่สาวก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต บริษัทของคุณพ่อก็ล้มละลาย ตอนนั้นฉันร้องไห้ทุกวันไม่รู้จะหาทางออกยังไงจนน้าคริสติน่าที่อยู่บ้านข้างๆและเป็นเพื่อนกับคุณแม่คอยดูแลฉันเพราะท่านเองก็อยู่คนเดียว ฉันเลยมาทำงานที่ร้านเพื่อช่วยท่านบ้าง แต่น้าคริสติน่าก็ให้เงินเดือนฉันเหมือนพนักงานคนหนึ่ง ถึงแม้ฉันบอกว่าไม่ต้องให้มากมายขนาดนั้นแต่ท่านก็ยืนยันที่จะให้อยู่ดี

“มีลูกค้าโทรมาสั่งช่อดอกไม้ให้ไปส่งน่ะ หนูไปให้น้าหน่อยได้มั้ย”

“ได้ค่ะ ที่ไหนคะ”

”ที่นี่จ้ะ” ฉันรับช่อดอกกุหลาบสีแดงและกระดาษที่เขียนที่อยู่แผ่นเล็กจากน้าคริสติน่าแล้วหยิบกุญแจรถของร้านออกมาทันที

”ใช่ที่นี่มั้ยนะ” ฉันจอดรถหน้าบ้านหลังใหญ่โตหรูหราแล้วมองบ้านเลขที่ให้ชัดเจนอีกรอบจากนั้นก็หยิบกระดาษแผ่นเล็กมากดเบอร์โทรที่น้าคริสติน่าเขียนเบอร์ลูกค้าไว้ให้

[ฮัลโหล] เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นเหมือนกำลังหงุดหงิดอยู่จนฉันสะดุ้งเล็กน้อย

“เอ่อ..คือมาส่งดอกไม้จากร้านฟอร์ยูค่ะ”

[ดอกไม้เหรอ]

”ใช่ค่ะ” ฉันดูเบอร์ในโทรศัพท์กับในกระดาษอีกครั้ง ซึ่งมันก็ตรงกันคงไม่โทรผิดหรอกมั้ง แต่ทำไมเสียงเขาเหมือนจะงงๆอย่างนั้นล่ะ

[เข้ามาส่งในบ้านเลย]

ติ๊ด!

“เอ่อ..ค่ะ” ฉันยังไม่ทันตอบสายก็ตัดไปซะก่อน ยังไม่ทันหายงงยามหน้าบ้านก็กดรีโมตเปิดประตูบ้านให้ ฉันเลยขับรถไปจอดที่ลานจอดรถแล้วเดินถือช่อกุหลาบสีแดงเข้ามาที่หน้าประตูบ้าน

“มาส่งดอกไม้ใช่มั้ยคะ” แม่บ้านเดินมาถามสีหน้ายิ้มแย้ม ฉันเลยหันไปพยักหน้ายิ้มกลับไปให้

“ค่ะ”

“เชิญที่ห้องชั้นสามเลยค่ะ“

“อะไรนะคะ” ฉันถามย้ำอีกครั้ง ต้องไปส่งถึงหน้าห้องเลยเหรอ

“ขึ้นลิฟท์ทางด้านนั้นแล้วกดที่ชั้นสองก็ถึงหน้าห้องเลยค่ะ” ฉันหันมองตามมือแม่บ้านไปทางลิฟท์กระจกอย่างอึ้งๆ พอหันกลับมาก็เห็นเพียงแผ่นหลังของแม่บ้านที่เดินไปอีกทางแล้ว

ฉันเลยต้องหอบช่อกุหลาบสีแดงเข้าไปในลิฟท์แล้วกดไปที่ชั้นสามตามที่แม่บ้านบอก

“นี่บ้านคนเหรอเนี่ย ใหญ่ชะมัด” ฉันกดออดข้างประตูยืนรอไม่นานนักเสียงเข้มต่ำก็ดังออกมาแล้วประตูก็เปิดออกพร้อมกับผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาที่เหมือนเพิ่งตื่นยืนพิงขอบประตูมองหน้าฉันนิ่ง

”เข้ามา”

“คะ?”

”ไม่ได้ยินหรือไง“ สายตาคมกริบจ้องเขม่นมองมาที่ฉันอย่างหงุดหงิด

“คือฉันมาส่งดอกไม้ค่ะ เซ็นรับตรงนี้ก็เสร็จแล้วค่ะ” ฉันยิ้มให้พร้อมกับยื่นใบเซ็นรับสินค้าไปข้างหน้าเพื่อให้เขาเซ็น แต่ร่างสูงใหญ่ยังคงจ้องฉันอยู่อย่างนั้น

”บอกให้เข้ามา”

“แต่ว่าฉันแค่มาส่ง..อ๊าย!”

หมับ! ปึง!

”วางไว้ตรงนั้น” ฉันหันไปมองตามนิ้วชี้ของเขาแล้วก็หันกลับมามองหน้าเขาด้วยความขุ่นเคือง อยู่ดีๆก็กระชากแขนฉันเข้ามาในห้องแถมยังปิดประตูล็อกห้องไว้อีก เจ็บชะมัด!

”ช่วยเซ็นรับด้วยค่ะ” พอเดินไปวางช่อกุหลาบไว้บนโต๊ะใหญ่กลางห้องรับแขกเสร็จฉันก็ยื่นใบเซ็นรับสินค้าไปทางเขาทันที ตอนนี้เสียงฉันฟังดูก็รู้ว่ากำลังไม่พอใจถึงเขาจะเป็นลูกค้าก็เถอะแต่ทำนิสัยแบบนี้ไช้ได้ที่ไหน

“จะรีบไปไหนล่ะเมเบล”

“รู้จักฉันได้ไง!” ฉันรีบถอยหลังหนีอย่างตื่นๆทันที ทำไมเขาถึงรู้จักชื่อฉันได้ล่ะ โรคจิตหรือเปล่าให้ตายสิ!

”หึ กลัวเหรอ”

“นายเป็นใคร อย่าเข้ามานะ!” ฉันหยิบของที่อยู่ใกล้มือขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวทันที

”แน่ใจเหรอว่าไอ้นั้นจะทำอะไรฉันได้” ฉันหันไปมองของในมือด้วยความรวดเร็ว บ้าจริง! ปากกาเหรอ ฉันกัดริมฝีปากล่างเอาไว้แน่น

”ฉันบอกว่าอย่าเข้ามาไง!” เขาเดินเข้ามาหาฉันเรื่อยๆ มือฉันที่กำลังถือปากกาอยู่สั่นจนควบคุมไม่ได้เลยให้ตายสิ

“ฉันจะบอกให้ก็ได้ว่าฉันเป็นใคร”

“...” ฉันไม่พูดอะไรทำได้เพียงเดินถอยหลังหนีเขาจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องแต่เขาก็ยังคงเดินเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ สายตาคมที่มองมาเหมือนโกรธเกลียดฉันทั้งๆที่ฉันไม่เคยเจอเขามาก่อนด้วยซ้ำ!

“ฉันฟินิกซ์ พี่ชายของเฟรย่าไงเมเบล” คำพูดที่เพิ่งออกมาจากปากของฟินิกซ์ทำฉันนิ่งตัวแข็งทื่อ ชื่อของเพื่อนรักที่จากไปเมื่อสามปีก่อนหลังจากที่เราเรียนจบทำให้น้ำตาฉันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

”นะ..นายเป็นพี่ชายของเฟรย่าเหรอ” ฉันถามฟินิกซ์เสียงสั่นเคลือ

”หึ เธอเป็นคนทำให้เฟรย่าต้องตายจะมาเสียใจทำไมตอนนี้” เสียงเข้มต่ำเกลียดชังจากฟินิกซ์ทำให้ฉันได้แต่นิ่งอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน เขาพูดบ้าอะไร!

”ฉันไม่ได้..”

“หยุดแก้ตัวสักที!” ฉันสะดุ้งตัวโยนจนปากกาในมือตกลงพื้น มองหน้าฟินิกซ์ด้วยความไม่เข้าใจ กัดริมฝีปากล่างตัวเองเอาไว้แน่นจนเจ็บไปหมด

“แต่ฉันไม่ได้เป็นคนทำให้เฟรน่าต้องตาย” น้ำตาฉันไหลลงมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงเพื่อนรักอย่างเฟรย่า

”เธอหักหลังเพื่อตัวเองแล้วยังจะแก้ตัวอีกเหรอ”

“หักหลัง? นี่นายพูดบ้าอะไรของนาย”

“ยังจะทำเป็นไม่รู้เรื่องอีกเหรอ”

หมับ!

”ปล่อยฉันนะ!”

“หึ คนอย่างเธอพูดไปก็ไม่สำนึกหรอก”

แคว่ก!

”ไม่นะ นายจะทำอะไร ปล่อย!”

ความคิดเห็น