Sameejaejung (สามีแจจุง)

หนังสือและ Boxset ซีรีส์ H.E.A.R.T. เปิดจองแล้วน้า

พ่ายรักครั้งที่ 6 รถไฟชนกัน!

ชื่อตอน : พ่ายรักครั้งที่ 6 รถไฟชนกัน!

คำค้น : HEART , Trap , หัวใจพ่ายรัก , วาโย , Yaoi , Sameejaejung

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 73

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2561 21:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พ่ายรักครั้งที่ 6 รถไฟชนกัน!
แบบอักษร


Part 6# Wayo รถไฟชนกัน!

“อยากรู้ใช่มั้ยครับว่าที่นี่คือที่ไหน ถ้าอยากรู้พี่จะบอกให้ก็ได้...คอนโดพี่เองครับวา”

!!!

โอ...เอ็ม...จี...ฉิบหายแล้วสิ นี่ไอ้พี่โซ่มันรู้งั้นเรอะว่าผมแกล้งเมา!

แต่เดี๋ยวก่อน คิดอีกแง่ไอ้พี่มันอาจจะแกล้งหยั่งเชิงผมดูก็ได้ ถ้าผมแกล้งหลับเนียนๆ นอนนิ่งๆ ไม่ไหวติงใดๆ ไอ้พี่มันอาจจะเชื่อก็ได้ว่าผมเมาจริงๆ

“ยังไม่ตื่นอีกหรอครับ” ไอ้พี่โซ่ขยับเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น แต่ผมจะตื่นให้โง่รึไง มาขนาดนี้แล้วผมถอยกลับได้ที่ไหน ไปให้สุดแล้วหยุดเมื่อหมดมุกแถ!

“...”

“ถ้าวายังไม่ยอมตื่น พี่จะปลุกด้วยวิธีการของพี่นะครับ”

“...” ไม่ต้องมาขู่ซะให้ยาก คนอย่างผมไม่มีทางยอมแพ้กะอีแค่โดนขู่นิดๆ หน่อยๆ หรอกนะ

“พี่จะนับถึง 3 ถ้าวาไม่ยอมตื่นพี่จะปลุกด้วยจูบล่ะนะ”

“...” ห้ะ! นี่ล้อกันเล่นใช่มั้ยไอ้พี่โซ่!

“พี่จะเริ่มนับล่ะนะ..............สาม!”

“เฮ่ย! ทำไมพี่ไม่เริ่มจากหนึ่ง!” ด้วยความตกใจผมเลยรีบลืมตาแล้วดีดตัวขึ้นมา ก่อนที่วินาทีต่อมาก็ถึงได้รู้ซึ้งว่าตัวเองโป๊ะแตกซะแล้ว

ฉิบหาย...

“แกล้งเมาไม่เนียน ไปเรียนมาใหม่นะครับ” ไอ้พี่โซ่ที่อมยิ้มหน่อยๆ ก้มลงมากระซิบที่ข้างหูผม เท่านั้นยังไม่พอ ไอ้พี่มันยังมีการเอาปากกับจมูกมาชนที่แก้มของผมด้วย!

“เฮ่ย! นี่พี่...!” ตอนนี้ผมโมโหจนหน้าร้อนเป็นไฟ มือที่กุมแก้มเอาไว้แทบจะโดนลวกอยู่แล้ว “พี่โซ่หอมแก้มผมทำไม!”

“หรือว่าอยากให้พี่จูบ?” ไม่พูดเปล่าไอ้พี่บ้ามันยังมีการยื่นหน้าเข้ามาด้วย!

“ใช่ที่ไหนล่ะครับ!” ดีที่ผมเอามือมาปิดปากตัวเองเอาไว้ทัน ไม่งั้นโดนไอ้พี่มันขโมยจูบไปอีกแหงๆ

“ถ้าไม่พอใจจะเอาคืนก็ได้นะ พี่ไม่ว่า” แล้วไอ้พี่โซ่ก็ยื่นแก้มของตัวเองมาใกล้ๆ หน้าของผม

“ใครมันจะไปทำล่ะครับ!” ผมพูดจบก็ดันใบหน้าหล่อๆ ของไอ้พี่มันกลับคืนไป แม้ว่าใจจริงผมอยากจะชกกลับไปซะมากกว่า

“ทำอย่างกับสาวน้อยจะโดนขโมยจูบแรกเชียวนะครับวา”

“ถ้าพี่โซ่หวังจะเป็นจูบแรกของผม งั้นผมก็บอกเลยว่าขอแสดงความเสียใจด้วยครับ” ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์จะทำตามแผนหลอกให้รักหรอกนะ มีแต่อยากจะเอาชนะแล้วก็ทำให้ไอ้พี่โซ่เจ็บใจมากกว่า แต่ไหงไอ้พี่มันกลับยังยิ้มหน้าระรื่นอยู่ก็ไม่รู้

“แต่พี่คิดว่า วาน่าจะเปลี่ยนเป็นแสดงความยินดีถึงจะถูก”

“หา?” ไอ้พี่โซ่พูดอะไรผมไม่เข้าใจ

“หึหึ” ไอ้พี่มันยักไหล่ ท่าทางจะเฟลหนักจนประสาทกินแล้วมั้งเนี่ย

“ว่าแต่พี่โซ่พาผมมาที่คอนโดของพี่ทำไมครับ” มัวแต่ออกนอกเรื่องซะนาน เกือบลืมถามเรื่องสำคัญไปแล้วมั้ยล่ะ ส่วนเรื่องที่ไอ้พี่มันแอบขโมยหอมแก้มผม ถือซะว่าหมาหรือแมวเลียแก้มก็แล้วกัน!

“พี่จะยังไม่ขอตอบจนกว่าวาจะตอบพี่มาว่า ทำไมต้องแกล้งเมาด้วยครับ” ดูทำหน้าเข้า คงจะคิดว่าผมอยากไปต่อกับตัวเองสองต่อสองล่ะสิ ไอ้คนหลงตัวเอง!

“ตอนไปเข้าห้องน้ำ ผมแอบได้ยินมิ้งคุยโทรศัพท์กับเพื่อนน่ะครับว่าจะใช้แผนนี้กับพี่ ผมเลยชิงใช้ก่อนเพราะอยากช่วยพี่น่ะสิ”

“อ๋อ มิน่าล่ะ มิ้งถึงได้ทำหน้าเหวอเหลอหลาใหญ่เลย” พอได้ยินแบบนี้ผมก็แอบหัวเราะในใจ เสียดายจริงจริ้งที่ไม่ได้เห็นหน้าคุณเธอตอนนั้น

“แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าพี่โซ่จะแอบเสียดายรึเปล่า ก็มิ้งออกจะสวยเซ็กซี่ซะขนาดนั้น” ผมก็พูดไปงั้นกะจะหยอกไอ้พี่โซ่เล่น แต่ไหงไอ้พี่มันกลับดูจริงจังขึ้นมานิดนึงก็ไม่รู้

“พี่ไม่เคยชอบคนที่หน้าตานะครับ พี่ชอบที่นิสัย”

“คนหน้าตาดีร้อยทั้งร้อยที่พูดแบบนี้ ผมก็เห็นมีแฟนหล่อแฟนสวยกันทุกคน”

“แต่คนหล่อคนสวยก็ใช่ว่าจะนิสัยแย่กันทุกคนนี่จริงมั้ย” เรื่องนั้นมันก็จริงอย่างที่ไอ้พี่โซ่พูดล่ะนะ

“เอาล่ะๆ ผมไม่เถียงแล้วครับ ผมตอบพี่ไปแล้วนะว่าทำไมถึงแกล้งเมา คราวนี้พี่จะตอบผมได้รึยังว่าทำไมถึงได้พาผมมาที่นี่”

“ก็ไม่มีอะไร พี่ไม่รู้จักบ้านวาเลยพามาที่คอนโดพี่ก็เท่านั้น” ไอ้พี่มันยักไหล่

“หา? แค่นั้นเองหรอครับ”

“ก็ใช่น่ะสิ หรือวาหวังจะให้พี่ทำอะไร?” ถามอย่างเดียวได้มั้ยทำไมต้องยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมด้วยเนี่ย

“แล้วทำไมผมต้องหวังอะไรแบบนั้นด้วยล่ะครับ”

“ก็ไม่รู้สินะ บางทีวาอาจจะแอบคิดอะไรกับพี่ก็ได้” คำพูดนั้นทำให้ผมถึงกับต้องกลอกตามองบนเลยอะคิดดู

“พี่นี่โคตรจะหลงตัวเอง”

“เปล่าสักหน่อย พี่ไม่ได้หลงตัวเอง แต่พี่กำลังหลงวาอยู่”

“เอ๊ะ?” จากโหมดเล่นๆ พอเปลี่ยนเป็นโหมดจริงจังก็ทำให้ผมชักตามไม่ทัน ไอ้พี่มันที่เห็นผมทำหน้างงๆ เด๋อๆ เอ๋อๆ ก็เลยพูดให้มันชัดเจน

“พี่ชอบวานะครับ” เท่านั้นแหละจากที่กำลังมึนงงผมก็ถึงกับอึ้ง ในที่สุด...ในที่สุดไอ้พี่โซ่ก็ชอบผมแล้ว!

สิ่งที่ได้ยินทำเอาผมเกือบยิ้มและหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ ในที่สุดแผนหลอกให้รักของผมก็ประสบผลสำเร็จ!

แต่ยังก่อน...ผมจะยังไม่หักอกไอ้พี่โซ่ตอนนี้ ก็แหม ไอ้พี่มันแค่ชอบผมแบบผิวเผิน ถ้าหากผมเซย์โนตอนนี้มันจะไปสะใจอะไร ต้องให้หลงผมรักผมแบบหัวปักหัวปำต่างหาก ถ้าผมหักอกไอ้พี่มันตอนนั้น แน่นอนว่าต้องต่อหน้าคนเยอะๆ ด้วย มันถึงจะสาสมกับที่ไอ้พี่มันเคยทำกับผม!

“พะ...พี่โซ่อย่าล้อผมเล่นสิครับ” ผมแกล้งทำเป็นอายนิดๆ แล้วเสหน้าหนี แต่ไอ้พี่โซ่ก็ใช้มือเชยคางของผมกลับมา

“พี่ไม่ได้ล้อเล่นนะครับ พี่ชอบวาจริงๆ” ไอ้พี่มันจ้องมองเข้ามาในดวงตาของผม ผมค่อนข้างมั่นใจว่าไอ้พี่มันพูดความจริงไม่ได้โกหก

“คือผม...”

“เมื่อตอนบ่ายพี่ได้ยินเรื่องที่วาคุยกับมิ้ง วาพูดแบบนั้นก็แสดงว่าชอบพี่เหมือนกันใช่มั้ย”

“พะ...พี่โซ่ได้ยิน?” อันนี้ผมอึ้งจริงอะไรจริง ผมไม่คิดว่าไอ้พี่มันจะได้ยินเรื่องที่ผมกับมิ้งคุยกัน ถ้างั้นก็ไม่แปลกหรอกที่ไอ้พี่มันจะขี้ตู่ว่าผมก็ชอบตัวเองด้วย

“ครับ พี่ได้ยิน เพราะงั้นพี่จะนับถึง 3 ถ้าหากวาไม่มีเหตุผลดีๆ ให้พี่ พี่ก็จะหาคำตอบด้วยวิธีของพี่เองนะครับ” ไอ้พี่โซ่พูดยิ้มๆ ถึงแม้ตอนนี้แสงจะไม่ค่อยมี แต่ผมก็เห็นสีหน้าของไอ้พี่มันชัดเจนว่ากำลังทำหน้าเจ้าเล่ห์และร้ายกาจขนาดไหน

“ยะ...อย่าบอกนะครับว่าพี่โซ่จะ...” ผมพูดได้เท่านี้ก็อ้าปากพะงาบๆ เพราะไม่อยากพูดต่อ ไอ้พี่โซ่เลยจัดการพูดแทนซะเลย

“ใช่ครับ จูบ...”

“ไม่เอานะพี่! ผมไม่ยอมนะครับ!”

“ถ้างั้นก็อธิบายมาสิ พี่จะเริ่มนับแล้วนะ”

“อย่าพึ่งดิพี่! ให้เวลาคิดแค่นั้นใครจะไปคิดออกทัน!” แต่เดี๋ยวนะ รู้สึกว่าไอ้พี่มันจะไม่ได้เริ่มนับที่ 1 แต่...

“สาม!” นั่นไงเป็นอย่างที่คิดจริงๆ!

“เดี๋ยวสิพี่...” ผมพยายามจะแย้งเพื่อยื้อเวลาแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะไอ้พี่โซ่ได้ยื่นหน้าเข้ามาจูบที่ริมฝีปากของผมซะแล้ว!

ผมเบิกตากว้าง ส่วนร่างกายก็แข็งทื่อไม่สามารถขยับไปไหนได้ ผมอยากจะผลักไอ้พี่โซ่ออกไป แต่ว่าผมก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะทำแบบนั้น

จูบของไอ้พี่มันราวกับได้ดูดวิญญาณของผมออกไป...

จากที่ริมฝีปากแตะกันเฉยๆ ไอ้พี่มันก็เริ่มขยับริมฝีปากขบเม้มและดูดดุนผมเบาๆ ทุกจังหวะเป็นไปอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวล แต่ถึงอย่างนั้นเนื้อตัวของผมกลับกำลังสั่นสะท้าน ความรู้สึกวาบหวามแผ่กระจายไปทั่วทั้งร่าง ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับไฟ ส่วนหัวใจก็เต้นแรงจนแทบจะระเบิด

ก็แน่ล่ะสิ! ที่ผมรู้สึกแบบนั้นก็เพราะว่าโกรธ! โกรธที่ไอ้พี่โซ่บังอาจมาฉวยโอกาสกับผม!

เท่านั้นแหละผมก็รวบรวมสติและแรงเฮือกสุดท้าย จากนั้นก็ผลักไอ้พี่โซ่ออกไปก่อนที่จะสอดลิ้นเข้ามาในปากของผมเพียงเสี้ยววินาที

“พอแค่นั้นแหละครับ ผมยังไม่ได้บอกว่าชอบพี่เลยนะ พี่อย่ามาโมเมเอาเองแล้วก็จูบผมแบบนี้สิ” ในขณะที่พูดผมกำลังหอบเล็กน้อย ส่วนหัวใจก็ยังคงเต้นแรงมาก แน่ล่ะก็ผมกำลังโกรธไอ้พี่โซ่ แต่ผมก็พยายามเก็บความโกรธเอาไว้ เพราะต้องดำเนินตามแผนหลอกให้ไอ้พี่มันรักต่อไป

“วาจะมาโทษพี่แบบนี้ก็ไม่ถูกนะ ก็วาไม่มีเหตุผลดีๆ ให้พี่เองนี่นา” ไอ้พี่โซ่ยิ้มทะเล้น

“ให้เวลาเยอะขนาดนั้นผมคงจะพูดทันหรอกครับ!” ผมทำหน้าบึ้งใส่ แต่ทั้งที่เห็นอย่างนั้นไอ้พี่มันกลับยังอมยิ้มอยู่ได้

“แต่วาก็ไม่ได้ไม่ชอบที่ถูกพี่จูบไม่ใช่หรอ” โอ้โห! มั่นหน้าเกินไปแล้วพี่!

“พี่อย่ามาขี้ตู่! ผมไม่ได้ชอบที่ถูกพี่จูบ! แล้วผมก็ไม่ได้ชอบพี่ด้วย!” ผมจ้องหน้าไอ้พี่โซ่อย่างเอาเรื่อง แต่ก็เหมือนโดนกัญชา ไอ้พี่บ้านี่ก็เอาแต่ยิ้มอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ

“ปากแข็งนะเรา ไม่เห็นนุ่มเหมือนเมื่อกี้เลย” ไม่พูดเปล่า ไอ้คนฉวยโอกาสยังมีการเอานิ้วมาแตะที่ริมฝีปากของผมอีกด้วย!

“พี่โซ่!” ตอนนี้ผมโมโหจนแทบจะไฟลุกท่วมตัว “ผมไม่คุยกับพี่แล้ว!”

“ถ้างั้นวาจะไม่บอกทางกลับบ้านใช่มั้ยครับ ก็ดีเหมือนกัน พี่จะได้พาวาขึ้นไปนอนบนห้องของพี่เลย” พอได้ยินแบบนั้นผมก็ถึงกับอ้าปากพะงาบๆ

“ว่าไงครับ สรุปจะไม่คุยกับพี่จริงๆ ใช่มั้ย?”

“ฮึ่ย...ผมยอมคุยกับพี่เหมือนเดิมก็ได้ครับ!”

หนอย...ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้คนเจ้าเล่ห์! ไอ้คนร้ายกาจ! ผมเกลียดคนอย่างไอ้พี่โซ่ที่สุด! คอยดูนะผมจะเอาคืนตอนหักอกให้สาสมเลย!

.............................................

..............................

...............

               “เอ้า! กลับมาแล้วหรอ” พี่เพลิงที่กำลังนั่งดูทีวีพร้อมคุยเล่นกับพวกพี่คนอื่นๆ ที่นั่งกันเป็นคู่ๆ ในห้องรับแขกถามผม เมื่อเห็นผมเดินเข้ามาในบ้าน

               “ยังไม่กลับ” ผมตอบแบบลอยหน้าลอยตา ไอ้พี่เพลิงที่ได้ยินแบบนั้นเลยตีหน้ายักษ์แล้วเดินมาเขกกบาลผมอย่างหมั่นไส้

               “โอ๊ย! ผมเจ็บนะพี่เพลิง!”

               “สมน้ำหน้า! คนถามดีๆ เสือกตอบกวนตีน!”

“ก็ใครใช้ให้พี่ถามคำถามปัญญาอ่อนกันเล่า เห็นอยู่แท้ๆ ว่าผมกลับมาแล้วก็ยังจะถามอีก” พอผมพูดแบบนี้พี่เพลิงก็เลยเถียงผมไม่ออก

“ก็จริงของแก”

“เห็นมั้ยเล่า” ผมส่ายหน้าไปมา

“แต่แกก็น่าจะรู้ว่าพี่หมายความแบบไหน แกกลับมายังไง ก็ไหนนัดพวกพี่คนใดคนนึงไปรับที่ร้านไม่ใช่หรอวะ” ถามแบบนี้ตั้งแต่แรกก็หมดเรื่องนะพี่เพลิง

“พอดีพี่ที่ทำงานคอนโดอยู่ไม่ไกลจากบ้านเราเลยแวะมาส่งผมน่ะ”

“แน่ใจหรอว่าแค่พี่ที่ทำงาน?” คำถามนี้คนที่ถามไม่ใช่พี่เพลิงแต่คือพี่ธาร จะเซ้นส์แรงเกินไปแล้วววว

“แน่ใจสิครับ พี่ธารนี่ก็ถามอะไรแปลกๆ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอขึ้นห้องไปอาบน้ำก่อนนะครับ คงจะไม่ลงมาอีกเพราะง่วงเลยกะจะนอนเลย ราตรีสวัสดิ์ครับทุกคน” ผมรีบพูดตัดบทแล้วก็ชิ่งหนีขึ้นมาบนห้อง เพราะขืนอยู่นานมีหวังโดนซักจนสะอาดแน่ๆ

เมื่อขึ้นไปบนห้องผมก็จัดการอาบน้ำสระผม เสร็จแล้วก็ทาครีมบำรุงแล้วก็เป่าไดร์ที่หน้ากระจก ผมเป่าไปได้สักพักจนผมเกือบจะแห้งแล้วก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา

               “ครับพี่โซ่?” นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ไอ้พี่มันโทรหาผมในเวลานี้ ผมจึงรู้สึกค่อนข้างแปลกใจ

               [“พี่ไลน์ไปไม่เห็นอ่านก็เลยโทรมาหาน่ะ”]

               “อ๋อ ผมอาบน้ำอยู่น่ะครับ แล้วพี่โซ่ไลน์มามีธุระอะไรรึเปล่า”

               [“พรุ่งนี้ว่างมั้ยครับ พี่อยากชวนไปกินขนมที่ติดวาเอาไว้ตั้งแต่ตอนนู้น”] ตอนนู้นที่ว่าก็คือตอนที่ผมไปแจกแบบสอบถามที่สยามกับไอ้พี่โซ่นั่นแหละ

               “ไม่เป็นไรหรอกครับ วันนั้นพี่ก็ออกค่ายาให้ผมไปแล้วไง”

               [“แต่พี่อยากไปเดทกับวานี่ครับ ฟรีตลอดทริปเลยนะสนใจรึเปล่า”] แหม...ป๋าจริงจริ้งพ่อคู้ณณณณ หมั่นไส้โว้ยหมั่นไส้!

               “คนล่าสุดที่พูดกับผมแบบนี้ได้ข่าวว่าหมดตัว ต้องขายบ้านขายรถไปอยู่ใต้สะพานลอยเลยนะพี่” ผมแกล้งขู่

               [“พี่ไม่กลัวหรอก ก็หมดทั้งตัวหมดทั้งใจพี่ให้วาไปแล้วนี่นา”] โว้ยยยยยย บทจะเลี่ยนไอ้พี่มันก็เลี่ยนแบบไม่บันยะบันยัง ปิ้งย่างที่กินมาแทบจะออกมาทางเก่าอยู่แล้ว แหวะ!

               “พอเถอะครับพี่โซ่ ผมยอมแพ้ไปเดทกับพี่ก็ได้ แต่ขอเป็นวันอาทิตย์แล้วกันนะครับ วันนี้ผมเหนื่อยพรุ่งนี้เลยอยากพักแล้วก็อยู่กินข้าวกับครอบครัว”

               [“ได้ครับวา แล้ววันอาทิตย์ให้พี่ไปรับกี่โมง”] ในจังหวะที่ไอ้พี่โซ่พูดก็มีสายซ้อนโทรเข้ามาพอดี ผมเลยดึงโทรศัพท์ออกมาดูจึงรู้ว่าเป็นเบอร์ของพี่ธาม...

               ตู้ม!!

รถไฟสองขบวนชนกันดังโครมเลยครัช!!

               “เอ่อ...มีสายซ้อนโทรเข้ามา งั้นแค่นี้ก่อนละกันครับพี่โซ่ ไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกันอีกที” เวลามีตั้งเยอะตั้งแยะ แต่ทำไมต้องโทรมาช่วงเวลาเดียวกันแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้!

               “อะไรกันครับ ลนลานแบบนี้อย่าบอกนะว่าแฟนโทรมา?”

               “เอ...ผมก็เคยบอกพี่โซ่ไปแล้วไม่ใช่หรอครับว่าผมยังไม่มีแฟน”

               “ถ้างั้นก็บอกพี่ได้ใช่มั้ยว่าใครโทรมา” กะแล้วเชียวว่าที่หยั่งเชิงเมื่อกี้ก็เพราะจะหลอกถามผม แต่เสียใจด้วย ผมไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกเพ่!

               “บอกได้แต่ไม่บอกครับ ไว้พี่ทำให้ผมใจอ่อนยอมเป็นมากกว่าพี่น้องเมื่อไหร่ แล้วผมจะรายงานทุกอย่างในชีวิตให้พี่ฟังเลย” มีเล่นตัวแต่ก็แอบให้ความหวังเพื่อให้ไอ้พี่มันคลั่งเล่นนิดนึง

“แค่นี้ก่อนนะครับ ไว้ค่อยคุยกันใหม่”

               “เดี๋ยวสิวา...” แต่ผมก็ไม่รอฟังว่าไอ้พี่โซ่จะพูดอะไร ผมรีบกดวางสายแล้วก็รับสายของพี่ธามทันที

               “สวัสดีครับพี่ธาม” ผมรับสายด้วยโทนเสียงสดใส แม้จะเกือบหัวใจวายตายเพราะรถไฟเกือบจะชนกัน

คืออย่างพี่ธามนี่ไม่เท่าไหร่เพราะรู้เรื่องของไอ้พี่โซ่อยู่แล้ว แต่ว่าไอ้พี่โซ่นี่สิที่จะให้รู้เรื่องของพี่ธามไม่ได้ ไม่งั้นแผนหลอกให้รักของผมก็พังกันพอดี!

               [“ทำอะไรอยู่ครับวา นอนแล้วรึเปล่า”] ที่พี่ธามถามแบบนี้คงเป็นเพราะผมกดรับสายช้าล่ะมั้ง

ตอนนี้ผมกำลังสองจิตสองใจอยู่ว่าจะโกหกเพื่อให้พี่ธามสบายใจดีมั้ย หรือจะบอกความจริงเพื่อไม่ให้พี่เขาเสียใจมากกว่าเดิมถ้าหากรู้ภายหลัง ซึ่งผมก็คิดอยู่สักพักจึงตัดสินใจได้

               “เมื่อกี้ผมกำลังคุยกับไอ้พี่โซ่อยู่น่ะครับ”

               [“...”] แล้วก็เป็นไปตามคาด พี่ธามเงียบอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย

               “ผมบริสุทธิ์ใจเลยไม่อยากโกหก ผมกลัวพี่ธามมารู้ทีหลังแล้วจะเสียใจน่ะครับ” พี่ธามเงียบต่อไปสักแป๊บจึงได้ตอบกลับผมมา

               [“พี่เข้าใจครับ แล้วคุยอะไรกันบอกพี่ได้มั้ย”]

               “คือ...พี่โซ่ชวนผมไปเดทวันอาทิตย์นี้น่ะครับ” พี่ธามเงียบไปอีกสักพักจึงค่อยพูดกับผมต่อ

               [“แล้วนี่วากลับจากงานเลี้ยงนานแล้วรึยัง”]

               “น่าจะครึ่งชั่วโมงมั้งครับ”

               [“คงเป็นโซ่ที่มาส่งวาสินะ”]

               “ก็...ครับ”

               [“กับโซ่คงจะไปได้ดีใช่มั้ย”] ผมไม่แน่ใจว่าพี่ธามหมายถึงเรื่องอะไร แต่ผมก็ขอเดาไปในเรื่องที่ผมกำลังดำเนินแผนการวางกับดัก เพื่อหลอกให้ไอ้พี่โซ่รักก็แล้วกัน

               “ก็ดีครับ แผนกำลังไปได้สวยเลยพี่ธาม”

               [“งั้นหรอครับ พี่ดีใจด้วยนะ”] ถึงจะบอกอย่างนั้น แต่น้ำเสียงของพี่ธามกลับดูฝืนๆ ไม่ค่อยดีใจกับผมเลยสักนิด

“จะให้ผม...หยุดทุกอย่างมั้ยครับ”

ผมไม่อยากให้พี่ธามที่ดีกับผมมาตลอดต้องเสียใจไปมากกว่านี้ เพราะงั้นวันอาทิตย์ที่ไปเดทกับไอ้พี่โซ่ผมก็พร้อมที่จะหักอกไอ้พี่มันที่นั่น โอเคแหละถึงแม้ว่าผมจะยังไม่ค่อยสะใจ แต่เพียงแค่พี่ธามบอกให้ผมหยุด ผมก็จะหยุดทุกอย่างตามที่พูดจริงๆ

เกือบนาทีกว่าที่พี่ธามจะตอบผมกลับมา...

[“ไม่เป็นไรครับ พี่ไม่ห้ามวาหรอก” แล้วพี่ธามก็ยังเป็นพี่ธามคนเดิม คนที่เห็นความต้องการของผมมาก่อนความต้องการของตัวเองเสมอ ทำไมคนดีๆ แบบนี้ผมถึงไม่ยอมรักกันนะ ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ

“แบบนี้ดีแล้วหรอครับพี่ธาม” เป็นผมดีแล้วจริงๆ หรอ?

[“ครับ แต่วันอาทิตย์พี่ขอไปด้วยได้มั้ย”] คำพูดของพี่ธามทำให้ผมรู้สึกงงจนถึงกับต้องขมวดคิ้ว

“ยังไงครับ ผมไม่เข้าใจ”

[“พี่อยากจะขอตามไปดูห่างๆ แต่พี่รับปากเลยนะว่าจะไม่เข้าไปขัดขวาง หรือรบกวนการเดทของวากับโซ่แน่นอน พี่สัญญา”]

“พี่ธาม...” หัวใจของพี่ชอบความเจ็บปวดรึไงกันครับ “ผมว่าพี่อย่าไปเลยนะ พี่คงไม่อยากเห็นเวลาที่ผมอยู่กับไอ้พี่โซ่หรอกครับ”

[“แต่ว่าพี่เป็นห่วงวา”]

“โธ่พี่ธาม ยิ่งพี่ดีกับผมแบบนี้ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับพี่เลย ผมอยากให้พี่ได้เจอคนดีๆ อย่างน้อยก็ดีกว่าผมในตอนนี้” หรือเป็นคนที่รักพี่ก็พอ...

[“เป็นวาดีแล้วครับ เป็นวาดีแล้วจริงๆ...”]

แล้วความเงียบก็เข้าปกคลุมนานเป็นนาที อย่างผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรเพราะไม่คิดว่าตัวเองดีพอสำหรับพี่ธาม ส่วนพี่ธามก็คงจะรอคำตอบจากผม

แต่ผมไม่รู้จะตอบอะไรพี่ธามจริงๆ...

“สรุปว่าวันอาทิตย์ยังไงพี่ธามก็จะขอตามไปด้วยใช่มั้ยครับ” และในเมื่อไม่รู้จะตอบอะไร ผมจึงได้เปลี่ยนไปคุยอีกเรื่องซะเลย

“ครับ”

“แต่ผมยังไม่ได้นัดเวลาแล้วก็สถานที่กับไอ้พี่โซ่ ไว้เดี๋ยวรู้เมื่อไหร่ผมจะโทรบอกพี่ธามอีกทีนะครับ”

“ได้ครับ แล้วถ้าพี่อยากจะขอไปรับวาที่บ้านจะได้มั้ย ส่วนเรื่องหน้าที่ไปรับไปส่งวาที่ฝึกงานก็เหมือนกัน พี่อยากจะทำเหมือนเดิม ขอแค่เรื่องนี้ อย่าให้โซ่ทำหน้าที่นี้แทนพี่เลยนะ” ที่พี่ธามขอร้องแบบนี้อาจเป็นเพราะคิดว่า ถ้าหากไม่ได้ไปรับไปส่งผมคงไม่รู้จะหาเวลาและเหตุผลอะไรเพื่อมาเจอผมทุกวันล่ะมั้ง

พี่วิ่งตามผมแบบนี้ไม่เหนื่อยบ้างเลยรึไงนะพี่ธาม...

“ครับ แล้วเจอกันวันอาทิตย์” พอได้ยินผมรับปากแบบนี้น้ำเสียงของพี่ธามค่อยดีขึ้นมาหน่อย ซึ่งหลังจากนั้นเราสองคนก็คุยกันต่ออีกเล็กน้อย บอกราตรีสวัสดิ์กันก่อนนอนแล้วก็วางสายไป

ผมโทรหาพี่ธามใหม่ในวันต่อมา หลังจากที่นัดแนะเวลาและสถานที่กับไอ้พี่โซ่เรียบร้อย พี่ธามเลยบอกว่าสิบโมงตรงจะมารับผมที่บ้าน ซึ่งวันอาทิตย์ตอนสิบโมงพอดี๊พอดีพี่ธามก็มาถึง

แต่ไหง...

ทำไมอีตาพี่เชนถึงได้มาด้วยเนี่ย!

2BC


​เฮลโหลวววว สวัสดีค่าทุกคน Trap หัวใจพ่ายรัก ตอนที่ 6 ก็จบลงไปแล้วน้า ตอนนี้เชื่อว่าถ้าคนไหนอยู่ทีมพี่โซ่ก็คงจะอมยิ้มเพราะฟินกันบ้าง แต่ถ้าอยู่ทีมพี่ธามก็คงจะหน่วงกันไป ​ เชื่อว่าถึงตอนนี้ส่วนใหญ่ก็คงมั่นใจเกือบเต็มร้อยแล้วว่าใครคือพระเอก ถึงเค้าไม่ยืนยันแต่มันก็ชัดอยู่แล้วล่ะเนอะ เพราะงั้นทีมที่เรือจมบางคนเลยค่อนข้างนอยด์ ถึงกับขอเลิกอ่านไปก็มี ฮืออออ อันนี้เค้าเจ็บปวดจริงๆนะ อยากให้อ่านกันให้จบจริงๆ เพราะนี่พึ่งจะแค่ครึ่งเรื่องเอง ยังมีเรื่องราวอะไรอีกหลายอย่างที่เค้าคิดว่าไม่น่าจะมีใครเดาออกแน่ๆ ยังไงก็อย่าพึ่งเทเรื่องนี้เพราะพระเอกกันเลยน้า ​และนอกจากพระเอก ฝั่งนายเอกอย่างน้องวาก็มีหลายคนไม่ค่อยโอเคเหมือนกัน อาจจะเพราะสงสารพี่ธามด้วยมั้ง แต่เค้าก็ไม่อยากให้ไปเกลียดน้อง จริงๆน้องไม่ได้กั๊กเลย เป็นพี่ธามที่ยืดติดน้องมากจนไม่ยอมปล่อยน้องเองต่างหาก เฮ้ออออ ก็แอบสงสารพี่แกเนอะ แต่ไม่เป็นไร เค้าจะเสียสละตัวเองอาสาไปดามใจพี่ธามเอง ฮิ้วววววว!​เอาล่ะค่ะ รู้สึกเค้าจะเริ่มนอกเรื่องแล้ว พูดมายาวมากแล้วด้วยคงจะเบื่อกันแล้วเนอะ 55555 ยังไงก็ไว้เจอกันตอนหน้านะคะ เค้าจะพยายามมาต่อในอีก 3 วันซึ่งก็คือวันเสาร์ แล้วมาลุ้นกันน้าว่าเดทของพี่โซ่กับน้องวา ที่มีพี่เชนกับพี่ธามคอยตามไปดูจะราบรื่นหรือวุ่นวายขนาดไหน จุ๊บๆ ​ (26 ก.ย. 61)

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/48456/584810482-member.jpg

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}