akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ภาค 3 : บทที่ 50

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 36k

ความคิดเห็น : 246

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ย. 2561 20:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาค 3 : บทที่ 50
แบบอักษร

50

            วินัยรับรู้ได้ว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารในวันนี้นั้นแปลกไปจากเดิม  เชนไม่พูดไม่คุย หรือมองหน้ามารดาตัวเอง ทุกอย่างเงียบจนผิดปกติ  วินัยหันไปถามภรรยา

                “เชนไม่สบายหรือเปล่า”

                “เอ่อ…ฉันเองก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ”

                เธอตอบเสียงแผ่ว  แม้แต่เธอเองก็แทบไม่กล้าจะชวนลูกชายคุย  เชนหยิบน้ำขึ้นดื่ม  วันนี้เขาขอเสียมารยาท

                “ผมขอตัวก่อนนะครับ  พอดีว่าผมปวดหัวนิดหน่อย”

                “ถ้าไม่สบาย ก็อย่าลืมทานอย่านะลูก”

                เสียงของมารดาไม่ได้ทำให้เขาหันกลับไปมอง  ชายหนุ่มเพียงตอบรับด้วยน้ำเสียงเท่านั้น

                “ครับ”

                จิตตามองตามลูกชาย  เธอรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกินกับท่าทางที่ลูกชายมอบให้กับเธอ

                “มีอะไรหรือเปล่าคุณ”

                วินัยก็พอรู้ว่าเชนเย็นชาเกินไปกับมารดา  แต่ว่านั่นอาจจะเป็นเพราะเจ้าตัวปวดหัวอยู่เลยไม่ได้ยิ้มแย้มออกมาเหมือนทุกครั้งไป

                “ฉันเป็นห่วงลูกน่ะค่ะ  ฉันขอขึ้นไปดูลูกนะคะ ฉันอิ่มพอดี”

                ตอนนี้เธอทานอะไรไม่ลง ถ้าจะบอกว่าอิ่มก็คงไม่ถูกนัก  ปัญหาที่เกิดขึ้น เธอไม่คิดว่าพอเชนรู้แล้วจะแสดงท่าทีต่อต้านเขามากขนาดนี้

                ผู้เป็นสามีได้แต่มองตามภรรยาที่เดินออกจากห้องอาหารไป  จิตตาเดินตรงไปยังห้องลูกชาย เธอเคาะประตูห้อง

                แกร็ก!

                ตอนแรกเธอคิดว่าเชนจะใจแข็งไม่ยอมเปิดประตูให้เธอ แต่พอลูกชายยอมเปิดประตูให้ จิตตาก็ระบายยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

                “คุณแม่มีอะไรครับ”

                เขาถามด้วยสีหน้าที่ราบเรียบ  จิตตารู้ว่าเชนยังไม่หายโกรธเธอ

                “ให้แม่เข้าไปคุยในห้องลูกได้ไหม”

                ชายหนุ่มนิ่งคิดเพียงครู่ แล้วเปิดประตูให้มารดาเข้ามา แม้จะเสียใจกับสิ่งที่จิตตาทำมากแค่ไหน แต่ถึงอย่างไร อีกฝ่ายก็คือมารดาของเขา จิตตาหย่อนกายนั่งลงที่ปลายเตียง

                “เชน…ลูกโกรธแม่จริงๆเหรอ”

                “เปล่าครับ”

                “ทำไมลูกไม่เข้าใจว่าสิ่งที่แม่ทำ  ก็เพื่อลูก  แม่รักลูก”

                จากตอนแรกที่เชนตั้งใจว่าจะไม่โต้ตอบอะไรมากนัก แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะต้องพูดออกมาให้มารดาเขาเข้าใจสักที

                “ผมเข้าใจครับว่าคุณแม่รักผม  แต่คุณแม่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่าความรักที่คุณแม่แสดงออกให้กับผมครั้งนี้…ผมรับมันไม่ได้จริงๆ”

                “ทำไมเชนถึงไม่เข้าใจว่าแม่ทำทุกอย่างเพื่อลูก  ลูกไม่รู้หรอกว่าผู้ชายคนนั้น เขาอาจจะไม่ให้อะไรลูกเลยก็ได้”

                จิตตาพอรับรู้เรื่องพินัยกรรม เมื่อก่อนเธอและลูกลำบากมามาก เธอไม่อยากให้ลูกของเธอต้องมีชีวิตที่ลำบากอีกต่อไป 

                ทั้งสายตาและน้ำเสียงของจิตตา เชนเข้าใจดีว่ามารดาของเขาเป็นห่วงและรักเขามากขนาดไหน  ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้มารดา เขาคุกเข่านั่งลงใกล้  จับมือบางมาสัมผัสกับแก้มของเขา

                “ผมไม่ได้ต้องการอะไรจากคุณลุงหรอกนะครับ  แค่เขาทำให้คุณแม่มีความสุขเหมือนทุกวันนี้  ผมก็พอใจแล้ว”

                “แต่แม่ทนไม่ได้”

                เมื่อเธอได้มาเป็นภรรยาของวินัยแล้ว เธอและลูกชายก็ควรจะนับว่าเป็นครอบครัว  มีสิทธิ์ที่จะได้ครอบครองทุกอย่างของที่นี่ เชนมองหน้าจิตตา

                “คุณแม่ครับ…ไม่ต้องทำอะไรเพื่อผมแล้ว ผมเองก็ได้บอกคุณแม่ไปแล้วนี่ครับ ว่าผมรักวายุเหมือนน้องชายแท้ๆ   ถ้าเขาจะได้รับทุกอย่างจากคุณลุง แล้วผมไม่ได้อะไรเลย  ผมก็จะยินดีกับเขา”

                “เชน…”

                “ผมขอร้อง…หยุดมันเถอะนะครับ ผมไม่อยากให้คุณแม่ทำเรื่องแบบนั้นอีกแล้ว”

                เชนสบตากับมารดาอย่างขอร้อง เขาไม่อยากให้มารดาต้องคิดมากจนไปทำร้ายคนอื่นแบบนี้ ความสุขของเขาไม่ได้อยู่ที่ว่าเขาต้องการทรัพย์สมบัติของวินัย  เขาแค่ต้องการให้มารดาของเขามีความสุข  มีชีวิตที่สุขสบาย  เพราะเมื่อก่อนเขาต้องเห็นมารดาเขาลำบากมามากหลังจากที่บิดาของเขาเสียชีวิต

                “ผมรักคุณแม่นะครับ”

                ชายหนุ่มซบหน้าลงกับตักของจิตตา  มือบอบบางของเธอลูบที่กลุ่มผมนิ่มของลูกชาย   เธอมองตรงไปยังเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เคร่งเครียด ในหัวคิดถึงคำขอร้องของเชน

-------+++++-------

                แกร็ก!

                ประตูห้องผู้ป่วยเปิดขึ้น  วายุที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงจำต้องหันไปมอง เขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นเชนเดินเข้ามาพร้อมกับจิตตา

                “คุณมาได้ยังไง”

                เพราะจิตตาไม่เคยมาเยี่ยมเขาเลยสักครั้ง  แต่วันนี้เจ้ากลับมาเยี่ยมเขาเสียอย่างนั้น ทั้งๆที่พรุ่งนี้เขาก็จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว

                “ฉันก็มาเยี่ยมน่ะสิ”

                “พี่ซื้อผลไม้มาฝากด้วยนะ”

                “วางไว้ตรงนั้นล่ะ ผมไม่อยากกิน  ผมง่วง  ขอนอนก่อนล่ะ”

                เขาไม่ได้โกหก เพราะอ่านหนังสือไปสักพักก็เริ่มง่วงจริงๆ เพียงแต่ตอนนี้เขาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อที่จะได้ไม่ต้องสนทนากับจิตตาและเชน

                จิตตาเองก็ไม่ได้รู้สึกพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอเองก็พอจะรู้ว่าวายุไม่ชอบหน้าเธอ เชนจับมือมารดาบีบเบาๆ  พร้อมกับส่งรอยยิ้มให้กำลังใจ

                “อยู่อีกสักพักนะครับ อย่าเพิ่งกลับเลย”

                พอจะดูออกว่ามารดาอยากจะเดินออกจากห้อง เพราะการกระทำของวายุ

                “ก็ได้”

                เธอยอมใจเย็นแล้วนั่งลงบนโซฟา  เวลาผ่านไปพักใหญ่ เชนเห็นมารดาดูหงุดหงิด เขาจึงเอ่ยขึ้น

                “เดี๋ยวผมไปซื้อน้ำมาให้คุณแม่ดีกว่าครับ  คุณแม่รอก่อนนะครับ”

                ยังไม่ทันจะเอ่ยห้าม  เชนก็ลุกออกไปซะแล้ว จิตตาถอนหายใจอย่างแผ่วเบา เธอมองยังเตียงคนไข้  วายุนอนหายใจสม่ำเสมอ แสดงว่าเจ้าตัวคงจะหลับไปแล้ว เธอเองก็มองซ้ายมองขวา เพราะไม่รู้จะทำอะไรดี จนกระทั่งสายตาของเธอไปปะทะเข้ากับบางสิ่ง

                …มีดเล่มเล็ก…

                จิตตาลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปยังมีดนั้นทันที มีดนี้คงมีไว้สำหรับปอกเปลือกผลไม้  มือสวยหยิบมีดขึ้นมาดู ก่อนจะหันไปมองไปมองวายุที่นอนหลับไม่ได้สติ

                เธอเดินตรงไปหาวายุ  ก้มมองมีดในมือสลับกับอีกฝ่าย  

                …ถ้าวายุตาย…ลูกของเธอก็จะได้ครอบครองทุกอย่าง…

                มือสวยจับมีดยกขึ้นจะแทงวายุ แต่ทว่าเธอก็ต้องชะงัก เมื่อคำกล่าวของลูกชายดังก้องในหัว

                “ผมขอร้อง*…หยุดมันเถอะนะครับ ผมไม่อยากให้คุณแม่ทำเรื่องแบบนั้นอีกแล้ว”*

                เธอหลับตาลงช้าๆ หยุดการกระทำที่ในสมองได้สั่งไว้ในตอนแรก เธอเดินกลับไปนั่งที่โซฟา  ก้มมองมีดในมือ

                …ถ้าเธอทำ…ลูกชายของเธอก็จะต้องเจ็บปวด

                …หรือเธอควรจะหยุดเรื่องทุกอย่างไว้แค่นี้จริงๆ...

-------+++++-------

                วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่น้ำตั้งใจจะออกจากห้องไปซื้อหนังสือ  แต่ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้พ้นจากอพาร์ทเมนท์ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา

                “รุ่นพี่…”

                น้ำมองชื่อคนที่โทรเข้ามา เขาไม่ได้เจอโทระมาหลายวันแล้ว หลังจากที่เจ้าตัวมีอะไรกับเขาในวันนั้น ในตอนนั้นเขาอาบน้ำแต่งตัวออกมาจากห้องน้ำ โทระก็หายออกจากห้องไปแล้ว

                มีคำถามมากมายเกิดขึ้นในหัวของเขา เขาอยากจะรู้เหลือเกินว่าทำไมโทระถึงชิ่งกลับไปก่อนโดยที่ไม่บอก แถมเจ้าตัวยังไม่ยอมติดต่อมาอีก

                …หรือว่ารุ่นพี่จะเกลียดเขาแล้ว…

                “น้ำ”

                เสียงทุ้มของคริสทำให้น้ำตกใจ เพราะเขาเองก็หลบหน้าคริสเช่นกัน เขายังกลัวว่าคริสจะมาพูดกับเขาถึงเรื่องนั้นอีก

                “จะไปไหนเหรอ”

                “เอ่อ คือ”

                “ผมคิดว่าจะไปร้านหนังสือครับ”

                “ให้พี่ไปส่งไหม”

                “ไม่เป็นไรครับ ผมเกรงใจ  ขอตัวก่อนนะครับ”

                คริสมองตาม  น้ำแสดงท่าทางหลบหน้าหลบตาเขาเสียเหลือเกิน แต่เขาเองก็ไม่คิดจะยอมให้ทุกอย่างมันจบแค่นั้น

                “น้ำ”

                มือหนาจับเข้าที่ข้อมือเล็ก น้ำมองหน้าคริสอย่างตกใจ ที่อยู่ๆอีกฝ่ายก็ดึงตัวร่างเล็กเข้ามาใกล้

                “น้ำหลบหน้าพี่ทำไม น้ำเกลียดพี่แล้วเหรอ”

                “ไม่ใช่นะครับ ผมไม่ได้…”

                “ที่ไม่ยอมรับโทรศัพท์  ก็เพราะแบบนี้สินะ”

                โทระเข้าไปกระชากน้ำให้ออกห่างจากคริส  น้ำตกใจ เพราะไม่คิดว่าโทระจะอยู่แถวนี้ เด็กหนุ่มหายใจติดขัด

                “รุ่นพี่ทำไมถึงอยู่ที่นี่ล่ะครับ”

                “ทำไมฉันจะอยู่ไม่ได้!”

                “ปล่อยผมเถอะครับ ผมเจ็บ”น้ำขอร้อง

                “ไม่ปล่อย!”

                โทระบอกเสียงขุ่น เขาจ้องหน้าคริสอย่างไม่พอใจ ที่เข้ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องนี้

                “ปล่อยน้ำเถอะ  ไม่เห็นหรือไง ว่าเขาเจ็บ”คริสบอก

                “แล้วนายมายุ่งอะไรด้วย!”

                โทระผลักคริสอย่างรุนแรง จนคริสเซไป  เขาดึงกระชากน้ำให้เดินตาม  น้ำหันไปมองคริสด้วยความเป็นห่วง

                “พี่คริส”

                ยิ่งได้ยินเจ้าเด็กตัวเล็กเรียกคริส เขาก็ยิ่งโมโห  ชายหนุ่มผลักน้ำเข้าไปในรถยนต์ แล้วขึ้นรถตาม เขาล็อกประตูอย่างรวดเร็ว

                “ออกรถเลย!”

                น้ำตกใจไม่น้อยที่ตัวเองโดนโทระฉุดกระชากพาขึ้นรถแบบนี้ เขาเอี้ยวตัวไปด้านหลัง เพื่อจะมองคริสที่กำลังลุกขึ้น

                “พี่คริส…”

                เขาครางชื่อชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง ไม่คิดว่าโทระจะออกแรงผลักคริสแรงจนกระทั่งคริสล้มลงไปแบบนั้น

                “ห่วงมันมากงั้นสิ!”

                ยิ่งเห็น โทระก็ยิ่งหงุดหงิด เขากระชากตัวน้ำให้หันกลับมา น้ำเองก็เคืองโทระไม่น้อย ที่ทำอะไรไม่สนใจความรู้สึกเขาเลย

                “รุ่นพี่ทำแบบนี้ทำไมครับ”

                ถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ความรู้สึกมากมายกำลังตีตื้นขึ้นมา ไม่รู้เลยว่าโทระ

กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่  ทำแบบนี้เพราะเกลียดเขางั้นเหรอ…

                “เงียบไปเลย  ฉันจะทำอะไร ไม่ใช่เรื่องที่นายจะมาสงสัย”               

                “ผมสงสัยไม่ได้เลยเหรอครับ”

                “สนใจมันมากกว่าฉันหรือไง!”

                “เปล่าสักหน่อยครับ!  ผมแค่ไม่ชอบในสิ่งที่รุ่นพี่ทำเลย ทำไมรุ่นพี่ต้องทำร้ายพี่คริส  ทำไมรุ่นพี่ต้องฉุดกระชากผมขึ้นรถมาด้วย”

                “เดี๋ยวนี้เรียกมันพี่แล้วสิ!”

                โทระไม่ได้ฟังประโยคอื่นๆเลยสักนิด เขากำลังหงุดหงิดสุดๆ ในสิ่งที่ได้ยิน  แค่เห็นทั้งสองจับมือถือแขนกัน  เขาก็แทบจะคุมตัวเองไม่อยู่

                “ทำไมจะเรียกไม่ได้ครับ  ก็พี่คริสอายุมากกว่าผม”

                “ทีนายยังไม่เห็นจะเรียกฉันแบบนั้นเลย!”

                น้ำนิ่งไป เขาไม่เข้าใจที่โทระบอก หรือว่าเจ้าตัวกำลังหมายถึงว่าเขาเรียกแต่อีกฝ่ายว่ารุ่นพี่  ไม่ได้เรียกว่าพี่โทระ

                “ช่างเถอะ!”

                “นายควรจะย้ายที่อยู่”

                โทระกำลังหึงหน้ามืดตามัว เขาไม่อยากให้น้ำอยู่ที่อพาร์ทเมนต์นี้ เพราะมีเจ้าคนนั้นอยู่ด้วย แต่นั่นทำให้น้ำงงหนัก

                “ทำไมผมต้องย้ายด้วยครับ”

                “งั้นก็มาอยู่บ้านฉัน”

                ชายหนุ่มหันไปบอกอย่างจริงจัง ในขณะที่น้ำงงหนักว่าทำไมโทระถึงบอกแบบนั้น

                “หรือว่า…รุ่นพี่เกลียดพี่คริสมาก  จนต้องทำแบบนี้เลยเหรอครับ”

                โทระไม่ยอมตอบ  แต่นั่นก็ทำให้น้ำเผลอพูดออกมา

                “แบบนี้ไม่เด็กไปหน่อยหรือไงครับ”

                “ใครเด็ก!”

                เขาหันไปต่อว่าน้ำ  น้ำก็อยากจะบอกว่าเป็นโทระนี่ล่ะ แต่เจ้าตัวก็ต้องเก็บคำพูดทั้งหมดไว้ เพราะโทระรั้งน้ำเข้ามากดจูบอย่างรุนแรงและลึกซึ้งเสียจนเจ้าตัวหายใจติดขัด มือเล็กพยายามทุบตีที่แผ่นอกกว้าง

                “ไหน…พูดมาสิ ว่าใครเด็ก…”

                น้ำเงียบไปทันที เขารีบเช็ดหยาดน้ำใสที่มุมปากตัวเอง  โทระเล่นจูบจนเขาลืมหายใจแบบนี้ ถ้าเขาบอกไปว่าอีกฝ่ายทำตัวเหมือนเด็ก เจ้าตัวต้องกล้าทำเรื่องบ้าบิ่นในรถยนต์เป็นแน่

                “หึ…”

                พอเห็นเจ้าเด็กน้อยไม่ต่อปากต่อคำ  โทระก็ระบายยิ้มอย่างอารมณ์ดี

                “นายนี่มันเด็กอย่างที่น้ำบอกจริงๆ”

                น้ำตกใจกับเสียงนั้น เขาหันไปมองด้านหน้าแล้วก็พบว่ามีไทกะนั่งอยู่  ถ้าอย่างนั้น  ตลอดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็อยู่ในสายตาของไทกะทั้งหมด

                แก้มทั้งสองของน้ำแดงก่ำทันที คิดไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะทำเรื่องแบบนั้นต่อหน้าไทกะได้  แถมรุ่นพี่โทระก็ทำเรื่องแบบนั้นได้อย่างน่าไม่อายอีกด้วย

                “เงียบเหอะน่า”

                โทระรำคาญที่ไทกะส่งเสียงรบกวน เขาหันไปมองน้ำที่เอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง เพราะไม่รู้จะวางตัวอย่างไร

                “รุ่นพี่ครับ”

                เมื่อเวลาผ่านไปพักหนึ่ง เขาเองก็หยุดความสงสัยไม่ได้ ว่าโทระจะพาเขาไปไหนกันแน่

                “เราจะไปไหนกันเหรอครับ”

                โทระหันมองหน้าน้ำ เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้  จนน้ำต้องถอยหน้าหนี

                “จูบฉันสิ แล้วฉันจะบอก”

                “งั้นผมไม่อยากรู้แล้วก็ได้ครับ”           

                น้ำหันหน้าหนี ยอมแพ้แต่โดยดี เขาจะไปกล้าจูบโทระต่อหน้ารุ่นพี่ไทกะได้อย่างไร  เขาเองก็มียางอายเหมือนกันนะ

                “กำลังจะไปบ้านวายุ”

                คนที่ตอบเป็นไทกะแทน น้ำระบายยิ้มออกมาเมื่อได้รับคำตอบ แต่เพียงครู่ก็ต้องหน้าเจื่อน

                “แล้วแบบนี้  นายต้องจูบฉันด้วยหรือเปล่า”

                คำกล่าวแกล้งหยอกของไทกะทำให้โทระหน้าตึงไปทันที เขาหันขวับไปมองน้ำด้วยสายตาดุ

                “อย่าได้คิดจะทำเชียว”

                โทระกัดฟันพูดพร้อมกับบีบต้นแขนเล็ก น้ำหน้าเบี้ยวไปเพราะความเจ็บปวด

                “ผมไม่ทำหรอกครับ อื้อ”

                กลายเป็นว่าโทระก้มลงมาจูบแทนเสียอย่างนั้น ไทกะส่ายหน้าไปมาเบาๆอย่างเอือมระอาพฤติกรรมน้องชาย

                เวลาผ่านไปสักพัก  รถยนต์ก็เคลื่อนที่มาจนถึงบ้านของวายุ  ที่ไทกะมาบ้านของวายุ ก็เพราะว่าวันนี้ครอบครัววายุเชิญให้ไทกะมาทานมื้อเย็นด้วยกันเพื่อขอบคุณ  ดังนั้น วายุจึงชวนโทระและน้ำมาด้วย เนื่องจากวายุเองเห็นว่าเขาเองก็สนิทกับโทระและน้ำ  อีกทั้งยังอยากจะเจอทั้งคู่อีกด้วย

                “มากันแล้วเหรอ”

                วายุเดินลงมารับทั้งสามคน  น้ำคลี่ยิ้มทันที เมื่อเจอวายุ  เด็กหนุ่มยกมือไหว้  วายุเข้ามาสวมกอดน้ำ

                “คิดถึงจัง  พี่ไม่ได้เจอน้ำตั้งนาน”

                “ผมก็คิดถึงพี่วายุเหมือนกันครับ”

                “เข้าไปในบ้านเถอะ”

                ทุกคนเห็นด้วย แล้วจึงเดินเข้าไปในบ้าน เชนเดินลงมาจากบันได เขาชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเจอกับจิตตาที่ยืนอยู่

                “ไปเอาน้ำกับขนมมาให้แขกด้วยนะ”

                เธอหันไปกล่าวกับแม่บ้าน แล้วเดินจากไป  โทระและน้ำมองด้วยความแปลกใจ เพราะเขาไม่รู้จักจิตตา

                “นั่น…แม่เลี้ยงของฉันเอง”วายุหันไปคุยด้วย 

                “งั้นเดี๋ยวฉันพาพวกนายไปเดินดูรอบๆบ้านแล้วกันนะ  ไทกะ…นายจะนั่งพักก่อนก็ได้นะ”

                “ไม่เป็นไรหรอก  ฉันไหว”

                ถึงแม้จะได้รับบาดเจ็บมาก็จริง แต่ตอนนี้ร่างกายเขาฟื้นตัวเร็วจนอีกไม่นานก็คงจะหายสนิท

                “นายต่างหาก ที่ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืน”

                เขาเป็นห่วงวายุมากกว่า ชายหนุ่มระบายยิ้ม แล้วบอกตามความจริง

                “ฉันเองก็อาการดีขึ้นมากแล้ว นายไม่ต้องห่วงหรอกน่า”

                “อ่า…งั้นผมว่าไม่ต้องเดินดูรอบบ้านก็ได้นะครับ”

                แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดูท่าแล้ว ทั้งคู่คงจะไม่ค่อยสบาย น้ำเองก็ไม่อยากให้ทั้งสองฝืนร่างกาย

                “งั้นเอาอย่างนี้แล้วกัน  เดี๋ยวฉันพาพวกนายไปที่ห้องนั่งเล่นก่อน”

                “เอาแบบนั้นก็ได้”โทระเห็นด้วย

                “แล้วพ่อของนายล่ะ”ไทกะถาม

                “คุณพ่อน่าจะกลับช่วงเย็นๆ”

                หลังจากตอบคำถามแล้ว วายุก็เดินนำทุกคนไปยังห้องนั่งเล่น  ระหว่างที่เดินไป พวกเขาก็เจอกับเชน เชนเดินเข้ามาคุยด้วย วายุจึงจำต้องแนะนำทุกคนให้เชนรู้จัก

                เมื่อทุกคนมาอยู่ในห้องนั่งเล่น  โทระเลือกที่จะนอนตักของน้ำ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเกม

                “รุ่นพี่ครับ”

                น้ำรู้สึกอึดอัดใจมากพอสมควรที่โทระมานอนตักเขาแบบนี้  ทำไมถึงได้ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือว่าที่จริงแล้ว เรื่องของเขามันไม่ได้มีความสำคัญให้ใส่ใจเลยแม้แต่นิดเดียว

                “อย่าเพิ่งกวนน่า”

                “ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย”

                ไทกะเดินเข้าไปหาวายุ  เขาพยักหน้าเบาๆ ทั้งคู่เดินออกไปคุยกันข้างนอก  น้ำได้แต่มองตาม

                “ฉันแน่ใจแล้วว่า คนที่ส่งคนมาทำร้ายนาย คือใคร”

                วายุรอฟังคำตอบของไทกะ แต่ทว่าเสียงของเชนก็ทำให้เขาทั้งคู่ตกใจอยู่ไม่น้อย

                “แม่ฉันใช่ไหม”

                “ทำไมนายถึง…”วายุอึ้งไป

                “นายรู้…”ไทกะกล่าวขึ้น  เชนระบายยิ้มจางๆ

                “เขาเป็นแม่ของฉัน  ฉันรู้ว่าเขาทำผิด แต่ฉันจะไม่ยอมให้พวกนายทำอะไรเขาแน่”

                เชนบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไทกะมองกลับด้วยสายตาที่เย็นชา เขากล่าวเสียงเรียบ

                “คิดว่าพวกเราจะปล่อยแม่ของนายไปงั้นเหรอ”

                “ฉันไม่ได้อยากจะมาหาเรื่อง แต่อยากจะมาคุยกับพวกนายให้เข้าใจต่างหาก”

                “หมายความว่ายังไง”วายุถาม

                “ฉันไม่รู้ว่าพวกนายเชื่อหรือเปล่า แต่ฉันขอให้แม่หยุดแล้ว  แล้วฉันก็เชื่อ ว่าเขาจะหยุดจริงๆ”

                “คำพูดของนายจะน่าเชื่อสักแค่ไหนกันเชียว”ไทกะเปรยขึ้นมา

                “วายุ…เชื่อพี่เถอะนะ พี่ขอโทษสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น”

                เชนจับวายุให้หันมาสนใจเขา  วายุมองหน้าเชน  ตลอดเวลาที่ผ่านมา เชนไม่เคยแสดงท่าทีไม่ชอบเขา  ตรงกันข้าม ชายหนุ่มกลับทำท่าเอ็นดูเขาราวกับเป็นน้องชายคนหนึ่ง  วายุดูไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายจริงใจหรือว่าเสแสร้งกันแน่ 

                “ผมว่าเรื่องนี้…ผมยังตอบไม่ได้หรอกนะครับ”

                “วายุ…”

                เชนครางชื่อของอีกฝ่ายด้วยความผิดหวัง  วายุเมินหน้ามองไปทางอื่น เขายังไม่สามารถสงบจิตใจได้ เมื่อรู้ว่าคนที่เขาสงสัยคือคนที่ทำผิดจริงๆ

                “ยกโทษให้แม่พี่เถอะ…พี่สัญญาว่ามันจะไม่เกิดเรื่องแบบนั้นอีก”

                “มันก็แค่ลมปากเท่านั้น”ไทกะสวนกลับทันที

                เพราะไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าหลังจากนี้ วายุจะไม่เจ็บตัวเพราะโดนคนของจิตตาทำร้ายอีก

                “คุณเชนคะ”

                แม่บ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเชน  เขาหันไปบอกกล่าวกับชายหนุ่ม

                “คุณคริสมาแล้วค่ะ”

                ไทกะหันไปมองวายุ เขาเคยได้ยินชื่อนี้ เพียงแต่ว่าไม่เคยพบเจอตัวจริงเสียที  ทางด้านโทระ เขานอนเล่นโทรศัพท์จนรู้สึกเบื่อขึ้นมา  ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้น

                “เจ้าพวกนั้นไปไหนกันนะ”

                “รุ่นพี่อยากจะออกไปข้างนอกไหมครับ”

                “ไปสิ  อยู่ในห้อง น่าเบื่อจะตาย”

                โทระไม่รอให้น้ำลุก เขาชิงลุกก่อน แล้วดึงตัวน้ำให้เดินตามออกจากห้องนั่งเล่น แต่ทว่าโทระก็ต้องชะงัก เมื่อสายตาของเขาไปเห็นใบหน้าของใครบางคน

                “ทำไม…ทำไมนาย  หรือว่าตามมา!”

                ชายหนุ่มพุ่งตรงไปหาคริส น้ำเองก็ตกใจไม่น้อย  คริสนั้นกดยิ้มที่มุมปากทันที ไม่คิดเลยว่าทั้งสี่คนจะรู้จักกันแบบนี้

                “น้ำ…”

                “คุณคริสรู้จักน้ำด้วยเหรอครับ”

                วายุถามอย่างแปลกใจ ในขณะที่โทระเริ่มแสดงใบหน้าบึ้งตึงมากขึ้นเรื่อยๆ  “กลับ!”

                อยู่ๆโทระก็พูดขึ้น ดึงน้ำให้เดินตาม ทุกคนต่างหันไปมองเป็นตาเดียวกัน 

คริสกระตุกยิ้ม เดินเข้าไปจับมือของน้ำอีกข้าง จนเด็กหนุ่มต้องหยุดเดิน  คริสเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าน่ารัก                  “อยู่กับพี่ก่อนสิ…อย่าเพิ่งกลับเลยนะน้ำ”         

100%


ติดตามการอัพได้ที่เพจเฟส Akikoneko17 ค่า

หากต้องการซื้อเล่มนิยาย ติดต่อสั่งซื้อได้ที่ เพจเฟส Akikoneko17 นะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}