SHASHA.writer

Luv u all

ชื่อตอน : 29

คำค้น : ซาตาน,อสูร,ท้อง,แม่เลี้ยงเดี่ยว,single mom, 18+

หมวดหมู่ : นิยาย ทั่วไป

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ย. 2561 19:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
29
แบบอักษร


เพียงใจเม้มปากแน่นเบือนหนีจากภาพตรงหน้ามองออกไปด้านนอกของรถด้วยสายตาเหม่อลอย เธอออกเดินทางมาตั้งแต่เช้าโดยมีวิชญ์กับชนิตาแวะรับที่หอพัก เห็นหน้าเพื่อนแช่มชื่นแล้วเธอดีใจ แม้ในอกจะร้าวระทมแค่ไหนก็ตาม   

            “คุณวิชญ์น่ะ ชอบล้อเล่นเรื่อยเลย”

            เสียงคุยเสียงหัวเราะของวิชญ์และชนิตาดังๆหยุดๆมาตลอดทาง มีบ้างที่ชนิตาหันมาชวนคุย เพียงใจแค่ตอบสั้นๆกลับเท่านั้น เห็นชนิตามีความสุขเธอพลอยยินดีตามเพื่อนไปด้วย

            ช่วงนี้เธองีบได้ง่ายๆไม่เหมือนก่อนที่กว่าจะหลับตานอนกินเวลานาน คงเพราะคิดอะไรให้วุ่นวายอยู่ในหัว เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกันได้พักบ้าง ร่างกายคงอยากบอกแบบนั้น

            ไม่น่าเชื่อว่าเธอนอนหลับยาวตลอดทาง ลืมตาอีกครั้งก็เห็นวิชญ์มองเธอผ่านกระจกมองหลังที่ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้ว ส่วนชนิตาไม่ได้นั่งอยู่ด้วย เลยดันตัวขึ้นนั่งหลังตรงมองไปรอบๆถึงพบว่ารถจอดอยู่ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง

            “ทำไมหน้าซีดอีกแล้ว นี่ป่วยเป็นอะไรแน่ อยากลงไปล้างหน้าหน่อยไหม” ได้ยินเขาทักแบบนั้นก็ยกมือขึ้นลูบหน้าแล้วเปิดประตูจะลงไปยืดเส้นยืดสาย แต่เพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเธอขาเปลี้ยลงแทบทันทีที่เท้าแตะลงบนพื้นมือเกาะประตูเอาไว้แต่กระนั้นขาก็เปลี้ยเหมือนจะพับลงให้ได้

            รู้สึกตัวถูกพยุงขึ้นจากด้านหลังพร้อมกระไออุ่นๆ เสียงเข้มบ่นอยู่เหนือศรีษะของเธอ “มียามากินหรือเปล่า แวะหาหมอไหม”

            “ฉันสบายดี ปล่อยฉันได้แล้ว”

            “ช่วยแล้วยังมาทำปากเก่ง มันน่าปล่อยให้ไปนอนที่พื้น”

            “ก็ปล่อยสิ” เพียงใจสะบัดตัวออกจนหลุดจากเขา พอดีกับที่ชนิตาหิ้วถุงพลาสติกยิ้มร่ามาแต่ไกล

            “ตื่นแล้วเหรอเพียง เข้าห้องน้ำไหม น้ำตาลไปแวะซื้อขนมกับน้ำมาเพิ่มจ้ะ”

            “งั้นเพียงขอเข้าห้องน้ำก่อนนะน้ำตาล” บอกแล้วเดินลิ่วๆไปทางป้ายบอกทันที วิชญ์เดินตาม ไม่ลืมบอกชนิตา

            “ผมจะไปห้องน้ำเหมือนกัน”

            “ค่ะ” ชนิตารับคำแล้วขึ้นไปรอบนรถจากนั้น เพียงใจเดินไปที่ห้องน้ำทำธุระอยู่ครู่ก่อนจะออกมาล้างมือล้างหน้าที่อ่างน้ำก็พบว่าวิชญ์ยืนรออยู่

            “ทำไมเข้าห้องน้ำนานจัง นี่น้ำเปล่า จิบสักหน่อยสิ”

เขาเดินเข้ามาหายื่นขวดน้ำที่เปิดไว้แล้วส่งให้ เพียงใจไม่มองหน้าไม่สบตาเขาแล้วเดินหลบไม่รับน้ำที่อีกฝ่ายมีแก่ใจยื่นให้ วิชญ์มองตามหลังอย่างไม่สบอารมณ์นักที่ถูกเมินแบบนี้ เคยมีสักครั้งหรือไรที่คนแบบวิชญ์ถูกปฏิเสธจากผู้คน ไม่มี! บอกได้เลย วิชญ์เขวี้ยงขวดน้ำทิ้งมันแถวนั้นเสีย ไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน

            กลับขึ้นรถอีกครั้งก็เห็นชนิตาวุ่นวายกับของที่ซื้อมาในถุง “อีกนานไหมคะจะถึง” ถามเมื่อเห็นว่าวิชญ์เปิดประตูฝั่งตนเองขึ้นมา ไม่ได้สังเกตว่าใบหน้าของเขาบัดนี้บึ้งตึงขนาดไหน วิชญ์เงียบไปครู่แล้วว่า

            “อีกประมาณชั่วโมงครับ”

            “นานเหมือนกันนะคะ เออ เพียงไปมาแล้วใช่ไหม เกาะฟ้าครามนี่เป็นไง สวยอย่างที่คุณวิชญ์โม้หรือเปล่า”

            “เพียงจำไม่ได้”

“ว้า...เพิ่งไปมาเองนี่ ทำไมจำไม่ได้แล้ว เพียงหัวดีจะตาย เห็นอะไรแวบเดียวก็จำแม่นออก หรือว่าที่นั่นไม่มีอะไรให้น่าจำ”

“คราวก่อนที่ไปคงจำอะไรไม่ได้ เพราะเพลียจัดละมัง” วิชญ์พูดขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่เลี้ยวรถออกจากปั๊มน้ำมัน เข้าสู่ถนนอีกครั้ง

            ชนิตาหยุดมือที่ควานหาขนมในถุง เงยหน้าถ่มสีหน้างงงัน “เพลียเหรอคะ”

            เพียงใจเม้มปากแน่นก่อนแก้ความเข้าใจของเพื่อนในคำพูดกำกวมของเขา “ก็ต้องเพลียสิ...ไปลุยงานจนเสร็จ จะไม่ให้เพลียได้ไง”

            “แหม...คุณวิชญ์ทำไมโหดกับเพื่อนน้ำตาลจังเลยคะ”

            “ผมโหดเหรอ ถามเพื่อนคุณดูสิว่าผมโหดจริงไหม”

            ชนิตาหน้าเหรอแล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน วิชญ์ยิ้มมุมปากมองเย้ยผ่านกระจกมองหลังจนได้สบตากับคนที่นั่งเงียบอยู่ แล้วขับรถมุ่งหน้าต่อไป

            เกาะฟ้าครามในวันนี้แดดแรงกว่าคราวก่อน วิชญ์ให้คนมาช่วยอำนวยความสะดวกด้วยการเตรียมบ้านพักและอาหารให้พร้อมทุกมื้อ ชนิตาดูตื่นเต้นมากทีเดียว คุยจ้อไม่หยุดมาตลอดตั้งแต่นั่งเฟอร์รารี่ข้ามฟากมาจนถึงเกาะฟ้าครามแห่งนี้

            “สวยมากเลยค่ะ”

            “พักที่ห้องก่อนดีไหมครับ”

            “ดีค่ะ”

            “ในบ้านมีอยู่สามห้องนอน แบ่งกันคนละห้องนะครับ”

“น้ำตาลนอนกับเพียงได้ไหมคะ”

“มันเป็นเตียงเล็กนะครับ เกรงว่าจะไม่สะดวก”

            “อ้อค่ะ”                        

            เพียงใจหรี่ตามองคนพูดเพราะจำได้ว่าคราวก่อนที่มา เตียงในพักของเธอออกใหญ่นี่นา ทำไมถึงว่าเป็นเตียงเล็ก แต่พอได้เข้าไปที่ห้องพักแล้วก็พบว่าเป็นเตียงไซซ์เล็กแบบที่วิชญ์ว่าไว้จริงๆ

            “อดนอนด้วยกันเลยเนอะเพียง”

            “ให้เพียงนอนด้วยไหม นอนคนเดียวได้หรือเปล่า”

            “ได้น่า น้ำตาลโตแล้วนะ” ชนิตาว่ายิ้มๆ แล้วมองสำรวจเพื่อน ถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล “ยังเวียนหัวอยู่ไหมเพียง”

            “ดีขึ้นแล้วล่ะ ทำไมเหรอ” ชนิตายิ้มทะเล้น แล้วชวนอย่างไม่เต็มเสียงนัก “งั้นเปลี่ยนชุดไปเล่นน้ำกันนะ”

            “อื้อ...ไปสิ”เห็นสีหน้าเหมือนเด็กๆของเพื่อนก็ปากหนักปฏิเสธไม่ออก แม้ว่าอาการวิงเวียนศรีษะและอ่อนแรงจะยังมีอยู่มากแต่เพียงใจก็ยอมเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินตามแรงจูงของชนิตาออกมาที่ข้างนอก พบว่าวิชญ์ยืนรออยู่ เจ้าของบ้านชิงถามขึ้นก่อน

            “จะไปเล่นน้ำหรือครับ”

            เป็นชนิตายิ้มหวานรีบตอบเขา “ค่ะ”

            “เดี๋ยวผมไปด้วย ให้เด็กๆเตรียมอาหารเอาไว้แล้ว เล่นเหนื่อยๆค่อยขึ้นมาปาร์ตี้ต่อ...ดีไหม”วิชญ์ถามอย่างเอาใจ ชนิตายิ้มอายๆพยักหน้าเห็นดีเห็นงามตามเขาไปด้วย คนชวนเลยผายมือให้สองสาวเดินนำหน้าไปก่อน แล้วเดินตามหลังมาติดๆ สายตาคมปราบมองนิ่งอยู่ที่แผ่นหลังของเพียงใจไม่วางตา นึกหงุดหงิดที่เห็นว่าเธอยังหน้าเซียวๆไม่ดีขึ้นเสียที

            “เพียงนั่งรอตรงนี้นะ น้ำตาลกับคุณวิชญ์เล่นกันสองคนเถอะ” เพียงใจรีบบอกเมื่อเดินมาถึงจุดเล่นน้ำแล้ว ชนิตาพยักหน้าหันมาคุยกับวิชญ์ “ว่ายน้ำแข่งกันไหมคะ”

            “ได้ครับ” วิชญ์ยิ้มกว้างแล้วตามชนิตาไป บอกกลั้วหัวเราะ “ผมต่อให้ก่อน”

            “กลัวชนะหรือคะ น้ำตาลน่ะแชมป์ว่ายน้ำนะ”

วิชญ์ยิ้มส่งสายตาชนิดหนึ่งมาให้ จนหญิงสาวหน้ามุ่ยต่อว่าเขา “ไม่เชื่อเหรอคะ งั้นน้ำตาลขอใช้สิทธิ์ ล่วงหน้าไปก่อนก็แล้วกัน”

ภาพชายหญิงที่ว่ายน้ำตรงเบื้องหน้า เสียงคุย เสียงหัวเราะดังแว่วมาเป็นระยะทำให้คนที่นั่งมองอยู่รู้สึกวูบโหวงในอก ตัดสินใจเลี่ยงเข้าบ้านดีกว่า ก็พอดีเห็นคนงานเดินหิ้วถุงของสดผ่านหน้าไป เดินตามแล้วออกปากถาม

            “อาหารเย็นหรือคะ”

            หญิงอายุไม่เกินสี่สิบปี ผิวคล้ามแดด หันมาตอบอย่างนอบน้อม“ค่ะคุณ”

            “มาค่ะ หนูช่วย” เพียงใจเลือกช่วยเตรียมอาหารดีกว่าไปนั่งเล่นเสียเวลาตรงชายหาด เห็นอุปกรณ์ข้าวของแล้วพอเดาออกว่าเขาคงจะปิ้งย่างอาหารสำหรับมื้อเย็นเย็นนี้จึงจัดแจงเตรียมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด และล้างกุ้ง หอย ปู หมึกรอท่า ไม่รู้ว่านานแค่ไหนถึงได้ยินเสียงหวานๆของชนิตาดังที่ด้านหลัง “หายมาอยู่นี่เอง”

            เพียงใจหันไปมองแวบหนึ่ง แล้วบอก “เพียงมาเตรียมอาหารรอ” เดินมามองแล้วออกปากไม่เชิงสั่ง “ทำน้ำจิ้มแซ่บๆนะเพียง”

            “เสร็จแล้วพอดี น้ำตาลไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดนะ หิวหรือยัง จะย่างหมึกไว้รอ มีหมึกไข่แบบที่ชอบด้วยนะ”

            ชนิตายิ้มตาหยีตอบ ลูบหน้าท้องแบนราบบอก “พูดแล้วหิวขึ้นมาเลยสิ”

            “รีบไปอาบน้ำนะ ออกมาจะได้กินกัน”

พยักหน้ายิ้มๆหันขวับเดินไปทางเดิม เธอจึงกลับมาเตรียมของตรงหน้าต่อก็พอดีได้ยินชนิตาย้อนกลับมาหาอีก เรียกเสียงอ้อนๆ “เพียงจ๋า”

            “ฮื้อม์...ว่าไง”

            “ทำยำรวมมิตรให้น้ำตาลด้วยได้ไหม”

            “ได้สิ”

“ขอบใจนะ เพียงน่ารักที่สุดในโลกเลย”

            เพียงใจทำทีเป็นแกว่งมือไล่ เรียกเสียงหัวเราะจากชนิตาได้ทันที แล้วหันกลับมาแบ่งวัตถุดิบออกจำนวนหนึ่งเพื่อเตรียมทำยำให้ชนิตา จำได้แม่นว่าเพื่อนรักชอบกินยำรสชาติกลมกล่อมใส่วุ้นเส้นเล็กน้อย มองของที่วางแล้วก็ว่าจะลงมือทำ แต่แล้วก็รู้สึกเหมือนว่ามีคนอยู่ที่เบื้องหลัง พอหันกลับไปถึงกับสะดุ้งตกใจอยู่หน่อยๆ

            วิชญ์นั่นเอง เขามายืนตรงนี้นานแค่ไหนแล้ว

“คุณไม่สอนเพื่อนให้ทำอาหารแบบคุณบ้าง แต่งงานไปสามีจะได้หลง”

            “น้ำตาลน่ารัก ถ้าได้สามีที่เป็นคนดี ต่อให้ทำอะไรไม่เป็นก็จะรักจะหลงน้ำตาลเองนั่นแหละค่ะ”

            “กลัวเพื่อนจะได้สามีไม่ดีเหรอ” วิชญ์ถามกลับยิ้มๆ

            เพียงใจไม่คุยต่อ เขาเลยเข้ามายืนซ้อนที่ด้านหลังของเธอ แล้วกระซิบถามข้างหู “ทำไมไม่เอาตัวเข้าแลกล่ะ เพื่อนคุณจะได้รอดพ้นจากคนไม่ดีแบบผมไง”

            “รู้ตัวว่าไม่ใช่คนดี ก็ถอยไปจากเพื่อนฉันสิ”

“ไม่ถอย” เขายืนยันด้วยการเข้ามาโอบกอดทั้งยังรัดแขนรอบตัวเธอเสียอีก เพราะมือไม่ว่าง จึงปัดป้องเขาไม่ถนัดนัก ได้แต่หมุนซ้ายขวา พร้อมกับตวาดไล่เขา ใบหน้าของเธอบัดนี้เห่อแดงจนร้อนไปหมด

“นี่คุณ!”

“ว่าไง” วิชญ์ลอยหน้าลอยตาถามยั่วๆ แล้วก็แว่วเสียงชนิตาตะโกนถาม ดูเหมือนเจ้าตัวกำลังเดินมาทางนี้อีกด้วย

“เพียง ได้เอาสบู่มาไหม น้ำตาลลืมหยิบมา”

            “ออกไปเดี๋ยวนี้นะ” กระซิบไล่เขาแล้วรีบล้างมือ เพื่อจะได้มีหนทางต่อสู้ มือเปรอะเลอะเทอะสมองเธอจะคิดอะไรไม่ออก


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น