ทุ่งหญ้าหิมะบนเม็ดทราย
facebook-icon

ไม่ว่าใครที่หลงเข้ามาอ่าน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงเราก็ขอบคุณมากนะคะ หวังว่ามันจะสร้างความสนุกให้กับผู้อ่านนะคะ : )

บทที่ 9 รู้สึกผ่อนคลายลืมเรื่องแย่ๆที่เจอไปได้ชั่วขณะ

ชื่อตอน : บทที่ 9 รู้สึกผ่อนคลายลืมเรื่องแย่ๆที่เจอไปได้ชั่วขณะ

คำค้น : เศร้า เหงา ความรัก ดราม่า ร้องไห้ เสียใจ ปัญหา พระจันทร์ ใจเหงา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ม.ค. 2563 18:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 รู้สึกผ่อนคลายลืมเรื่องแย่ๆที่เจอไปได้ชั่วขณะ
แบบอักษร

 

Lonely Moon 

รู้สึกผ่อนคลายลืมเรื่องแย่ๆที่เจอไปได้ชั่วขณะ 

 

​ ฉันเดินสำรวจภายในตัวบ้านอยู่สักพักจากนั้นจึงเอาของไปไว้ในห้องของมะปราง บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังเล็กชั้นเดียวที่มีสองห้องนอน  ส่วนของห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำรวมที่สร้างเชื่อมต่อออกมาอยู่ข้างๆบ้าน  ถ้าเดินต่อไปอีกนิดทางหลังบ้านจะเป็นห้องครัวที่มีพื้นที่ของโต๊ะสำหรับกินข้าว   คิดว่าบ้านนี้คงจะมีแต่ย่ากับมะปรางอยู่กันแค่สองคน 

 

พอเก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้ว   ฉันพาตัวเองออกมาเดินเล่นข้างนอกบ้าน   ที่นี่อากาศดีมาก   มีต้นไม้ใหญ่อยู่หลายต้นที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณแถวนั้นจนทำให้บรรยากาศรอบๆบ้านค่อนข้างชื้น   ในส่วนของทางด้านซ้ายของบ้านจะมีพืชผักสวนครัวที่ปลูกไว้กินเองอยู่หลายชนิด  อย่างพวกพริกขี้หนู   ตะไคร้  กะเพรา  ต้นหอม  ผักชี แล้วก็ผักอื่นๆเยอะเลย  มองถัดไปทางด้านหลังจะเป็นกลุ่มดอกไม้หลายชนิดอย่างพวกชบา  ดาวกระจายหลากสี คุณนายตื่นสาย  แล้วก็ต้นกุหลาบ  ฉันชอบที่นี่จัง  ถึงตัวบ้านจะหลังเล็ก   แต่ก็สัมผัสได้ถึงความรักและอบอุ่นของคนที่ได้อยู่อาศัย 

  

ฉันหันไปตามเสียงที่คล้ายกับมีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในพุ่มดอกดาวกระจายจนนึกสงสัยว่ามันคืออะไร  จนผ่านไปสักพักเจ้าแมววิเชียรมาศหน้าสีดำตัวอ้วนกลมเดินออกมาจากตรงนั้น  ฉันร้องเรียกเหมียวๆเพื่อให้มันเดินเข้ามาหา แต่ดูเหมือนมันลังเลที่จะเข้ามาใกล้ฉัน  มันคงนึกสงสัยว่าฉันเป็นใคร  เข้ามาทำอะไรในถิ่นของมัน   แต่สุดท้ายมันก็เดินเข้ามาใกล้จนฉันอดไม่ได้ที่จะอุ้มมันขึ้นมากอดแล้วเกาที่คางของมันอย่างเอ็นดู  อยู่ๆฉันก็นึกอิจฉาชีวิตของมะปรางขึ้นมาซะอย่างนั้น  อย่างน้อยเธอก็มีย่าอยู่ด้วย 

   

"หนูจันทร์คิดถึงแม่จังเลยค่ะ" 

   

ฉันเอื้อมมืออีกข้างไปจับกลีบของดอกกุหลาบสีขาวที่กำลังบานอยู่บนต้น  จู่ๆน้ำตาก็ไหล  ยิ่งได้เห็นดอกกุหลาบสีขาวฉันยิ่งคิดถึงแม่  ฉันคิดถึงบ้านหลังนั้นที่เคยมีแม่และฉันอาศัยอยู่ด้วยกัน  บ้านที่ตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วทุกๆอย่าง แต่ฉันก็บอกกับตัวเองเอาไว้ว่าสักวันฉันต้องเอากลับคืนมาให้ได้  ถึงจะต้องแลกด้วยการตัดความสัมพันธ์ที่มีกับพ่อทั้งหมดฉันก็จะยอมทำ 

 

ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านฉันได้พิสูจน์แล้วว่าทุกอย่างที่ฉันได้พบเจอจากคนในบ้านหลังนั้นมันมากเกินไป  ฉันคงจะทำตามอย่างที่แม่ขอไว้ครั้งสุดท้ายก่อนแม่จากไปไม่ได้  และฉันก็คิดว่าแม่จะต้องเข้าใจฉันอย่างแน่นอน ฉันวางแผนไว้แล้วว่าอาทิตย์หน้าจะรีบจัดการเรื่องโอนบ้านเป็นชื่อฉันให้ไวที่สุด  เพราะมันเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของฉัน  

 

“เธอตั้งชื่อมันได้นะ มันไม่มีชื่อหรอก” เสียงทุ้มคุ้นหูทำให้ฉันรีบซ่อนใบหน้าเพื่อปาดน้ำตาที่ข้างแก้มของตัวเองให้แห้ง 

 

“นี่แมวคุณเหรอคะ" 

 

“ทีแรกก็ไม่ใช่หรอก ตอนมันยังเล็กผมเจอมันติดมากับลังส้มที่ไว้ด้านหลังรถ  คิดว่ามันคงขึ้นมาตอนที่เอาของไปส่งที่ไหนสักแห่ง  เลยตัดสินใจเลี้ยงมันไว้” 

 

“มันอ้วนจังเลยนะคะ แถมคุ้นกับคนด้วย” 

 

“ที่จริงก็ไม่หรอก มันอาจจะชอบคุณ เจ้านี่มันขี้อ้อน ย่ากับมะปรางไม่อยู่  คงจะมาอ้อนให้คุณเอาอะไรให้กิน”  

 

ฉันไม่ตอบอะไรเลยได้แต่ยิ้มและหัวเราะเบาๆลูบที่หัวของมัน ฉันดูออกว่าเขารู้ว่าฉันร้องไห้ แต่ก็ขอบคุณที่เขาไม่ได้ถามถึงสาเหตุ 

 

“แล้วปกติคุณเรียกมันว่าอะไรเหรอคะ” 

 

“เจ้าอ้วน หรือไม่ก็หน้าดำ” 

 

“ฉันชอบที่มันชื่อหน้าดำนะคะ เพราะตอนฉันเห็นมัน ฉันก็เรียกว่าหน้าดำ” 

 

“ผมว่าคุณเรียกผมว่าพี่ดีกว่า เราเองก็อายุห่างกันไม่เยอะ ผมจะได้ไม่รู้สึกแก่ด้วย คุณหน้าเด็กมาก  มองยังไงก็ดูไม่ออกว่ารุ่นเดียวกับมะปราง” เขาพูดติดตลกจนฉันหัวเราะออกมา 

 

“ได้ค่ะ พี่…ตะวัน” ให้เรียกดูสนิทสนมแบบนี้ฉันเลยรู้สึกเขินๆยังไงก็ไม่รู้ 

 

“ดีมาก ไปกินข้าวด้วยกันเถอะ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่  พี่ภูพี่ชายพี่เขาพาลูกไปทำเรื่องเข้าเรียนต่อต่างประเทศที่กรุงเทพ มากินข้าวเป็นเพื่อนพี่หน่อยแล้วกัน” 

 

“ได้ค่ะ งั้นพระจันทร์ขอตัวไปปิดหน้าต่างในห้องก่อนนะคะ กลัวยุงจะเข้าห้อง” 

 

“ยังไงก็เดินตามไปที่บ้านใหญ่แล้วกันนะ เดี๋ยวพี่เดินไปก่อน" 

 

"โอเคค่ะ" 

 

"อ้อ…พี่ว่าพระจันทร์ยิ้มแล้วดูสดใสมากกว่าตอนร้องไห้นะ”  พูดจบเขาก็เดินไป  ไม่รู้ทำไมพอได้ยินเขาพูดแบบนั้น  ฉันก็เอาแต่ยิ้มเขินๆอยู่คนเดียว   

 

หลังจากได้กินข้าวกับเขาก็รู้สึกผ่อนคลายลืมเรื่องแย่ๆที่เจอไปได้ชั่วขณะ  พี่ตะวันเป็นคนที่คุยสนุกมาก ทีแรกก็ดูขรึมๆ  แต่พอได้อยู่ด้วยใกล้ๆแล้วฉันรู้สึกเป็นตัวของตัวเองและสบายใจมากขึ้น 

 

 

To Be Continued 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น