หอหมื่นอักษร

จุดเริ่มต้นของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นด้วยความ 'เสน่หา' แล้วเเขาจะทำอย่างไร หากต้องการให้เธอมาเป็น 'ยาใจ' ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

ตอนที่ 42 ปล่อยเธอไป

ชื่อตอน : ตอนที่ 42 ปล่อยเธอไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2561 15:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 42 ปล่อยเธอไป
แบบอักษร


ในมือหลินเมิ่งกอดลิลลี่ป่าอยู่ ไหนเลยจะเป็นคู่ต่อสู้ของผู้ชายคนนี้ได้ อีกทั้งไม่ต้องพูด จริงๆ แล้วผู้ชายคนนี้ฝีมือยอดเยี่ยมนัก ปกติแล้วผู้ชายตัวโตๆ สี่ห้าคนเข้ามารุมพร้อมกันก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ แล้วคนตัวเล็กๆอย่างเธอเช่นนี้ จะไปผลักเขาออกได้อย่างไร เธอจึงถูกเขาจูบอย่างไม่มีเหตุผล!

แต่ก็ยังถือว่าเขารักษาคำพูด เขาประทับอยู่บนริมฝีปากเธอครู่หนึ่ง จากนั้นก็ผละออก เงยหน้ามองเธอ เห็นใบหน้าเธอที่โกรธเคืองและเต็มไปด้วยความเศร้าโศก หลินเมิ่งรู้สึกว่าเธอเป็นถึงขนาดนี้แล้ว แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังรังแกเธอเช่นนี้ เขาก็เหมือนกับสัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่ง เดิมทีก็เสียใจอยู่แล้วตอนนี้ก็ยิ่งรู้สึกน้อยอกน้อยใจ ทำไมไม่ได้ทำอะไรก็มักจะมีผู้ชายอยากจะบังคับฝืนจูบเธอ เธอไปเหยียบหางใครเข้ากันแน่!

เซียวอี้ไม่พูดอะไร เพียงแต่หันตัวไป รับเอาน้ำฝนซักผ้าขนหนูนั้นจนสะอาด แล้วบิดจนแห้ง หลังจากนั้นก็ขยับเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง

“ฉันไม่ได้พูดเล่น ถ้าเธอยังกล้าร้องอีก ฉันก็จะจูบเธออีก!”

พูดจบเขาก็หยิบเอาผ้าขนหนูเช็ดใบหน้าน้อยๆ ของเธอที่เปียกไปด้วยน้ำตาอีกครั้ง ครั้งนี้ ท่าทางของเขาดูอ่อนโยนยิ่งนัก เขาเช็ดใบหน้าของเธออย่างระมัดระวังรอบหนึ่ง

เพระถูกขู่ ดังนั้นเขาจึงเช็ดไปพลาง เธอก็น้ำตาไหลลงมาด้วยความน้อยอกน้อยใจไปพลาง เขาจึงวางผ้าขนหนูลง มองเธอ แล้วพูดกึ่งตลกกึ่งหมดหนทางว่า “เธออยากให้ฉันจูบเธอขนาดนี้เลยเหรอ?!”

เขาก้มหน้าลงมา เล็งอย่างแม่นยำไปที่ริมฝีปากของเธอ ครั้งนี้ เขาไม่ได้เมตตาเธออีกแล้ว ฝ่ามือใหญ่นั้นยื่นไปรั้งท้ายทอยของหญิงสาว รับท้ายทอยของเธอเอาไว้ แล้วพรมจูบเธอตามอำเภอใจของตัวเอง ขณะเดียวกันก็มองเธออย่างระมัดระวัง แต่กลับเห็นเธอน้ำตาไหลด้วยความเหม่อลอย ท่าทางว่าง่ายไม่ขัดขืน?!

เขาเกิดความโมโห การกระทำนั้นจึงหยาบคายขึ้นมา ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกแปลกๆ จึงรีบปล่อยออกจากเธอ สิ่งที่เห็นก็คือเธอกัดกรามไว้แน่น กัดฟันบนล่างเข้าหากันแน่น ฟันขาวเรียงตัวสวยนั้น แต่ละซี่ที่เรียงติดต่อกัน เดิมทีควรจะเป็นฟันขาวที่เรียงตัวกันสวยงาม แต่ตอนนี้กลับเผยให้เห็นถึงความดุร้าย แต่ละซี่ ราวกับขวานแข็งแกร่ง หากกัดลงไปก็ต้องทำให้เจ็บปวดขึ้นมาได้แน่

เขาร้องซี๊ดขึ้นมาในใจ  แอบคิดอยู่ว่าหากว่าเขาถอยไม่ทันการ เกรงว่าตอนนี้ก็คงจะถูกฟันน้อยๆ ของเธอกัดจนเลือดไหลไปแล้ว

แม่สาวน้อยคนนี้ ดูเหมือนกระต่ายน้อยที่ไม่มีพิษมีภัย แต่คิดไม่ถึงว่าในกระดูกจะดูร้ายเหมือนกับเสือ! ที่เชื่อฟังอย่างว่าง่ายนั้น ที่แท้ก็เพื่อรอโอกาสแก้แค้นเอาคืนที่ดีกว่า

“หึๆ...”

เซียวอี้ไม่ได้โกรธ แต่กลับอดไม่ได้ที่จะขำออกมา เดิมทีเขาหล่อเหลาเหนือใคร พอยิ้มออกมา ก็เพิ่มความร่าเริงและมีสีสันขึ้นมา มีความมีเสน่ห์ของความเป็นชายที่ดึงดูดผู้คนเป็นอย่างดี ผู้หญิงสิบคน เก้าคนจะต้องหลงใหลในเขาเป็นแน่!

แต่หลินเมิ่งกลับเป็นหนึ่งคนที่เหลืออยู่นั้น! เธอมองเซียวอี้ด้วยท่าทางท้าทาย เธอตะโกนใส่เขาท่ามกลางน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความโมโหในขณะที่ไร้เรี่ยวแรงจะต่อตีกับเขา “คิดว่าฉันง่ายนักหรือไง?! คิดว่าฉันทำตัวแพศยาใช่ไหม?! ปั่นหัวฉันเล่นแบบนี้ สมใจแล้วใช่ไหม?! นายมันไอ้คนสารเลว ฉันไปติดค้างอะไรนายเหรอ? ฉันสมควรจะถูกจูบเหรอ?! ไอ้คนเลว ไปตายซะไป!”

ด้วยความโกรธหญิงสาวควักเงินทั้งหมดออกมาจากกระเป๋ากางเกงของตัวเอง แล้วโยนใส่ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูยียวนของเซียวอี้เพื่อเป็นค่ารถ หลินเมิ่งผลักประตูรถเปิดออก มือหนึ่งกอดกระถางต้นไม้ไว้ อีกมือหนึ่งหิ้วกระเป๋าเดินทาง พุ่งตัวออกไปข้างนอกราวกับกระสุนปืนใหญ่อย่างไรอย่างนั้น

เซียวอี้สีหน้าเปลี่ยนไป ทันใดนั้นก็เคร่งขรึมขึ้นมา ยื่นแขนยาวออกไป ดึงหลินเมิ่งกลับเข้ามาแทบจะไม่ต้องคิด เธอเหมือนกับเสือดาวน้อยที่ไม่อยู่นิ่งดิ้นออกจากมือของเขาไม่หยุด เขาไม่รู้จะทำอย่างไร จึงเพียงแต่ใช้สองแขนโอบเธอ กอดเธอไว้อยู่ในอ้อมแขน

เธอร้องไห้เสียงดังโวยวายขึ้นมา “ไอ้คนสารเลว ปล่อยฉัน ฉันอยากกลับบ้าน! ปล่อยฉัน ฉันอยากกลับบ้าน!”

เขาเกิดความโมโหขึ้นมา เพราะความไม่อยู่นิ่งของเธอ “แม่สาวน้อย เธออยากตายหรือไง! ไม่เห็นเหรอว่าข้างนอกฝนตกแรงมาก เพิ่งจะโดนฝนเปียกมา เกือบจะเป็นปอดบวม เธออยากจะตากฝนเปียกอีกสักรอบให้ปอดบวมหรือไง?!”

ครั้งนี้ เขาออกแรงแล้วจริงๆ ดึงเอาเธอกลับเข้ามา ทันใดก็กดเธอเอาไว้บนที่นั่งด้านหลัง เขาลุกขึ้นเล็กน้อย แล้วใช้ร่างกายใหญ่โตของเขานั้นทับตัวเธอ เขากดเธอเอาไว้ มองจากที่สูงลงมาดูใบหน้าน้อยๆ ของเธอที่ถูกเผาไหม้ไปด้วยความโกรธ ความโกรธในใจเขาเองก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าเธอเลย

“เป็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแยกแยะจริงๆ!” เขาก่นด่า “อากาศบ้าๆ แบบนี้ เธอคิดว่าคนอื่นจะอยู่เป็นเพื่อนตอนเธอร้องไห้ ทะเลาะกับเธอเหมือนฉันอย่างนั้นหรือ?! ฉันหวังดีปลอบให้เธอหยุดร้อง เธอกลับไม่เห็นค่าในสิ่งที่ฉันทำ เอะอะโวยวายใส่ฉัน ทำไม อยากจะแข่งกับฉันว่าเสียงใครดังกว่ากันเหรอ?! ฉันจะบอกเธอให้นะ ถ้าเป็นคนอื่น ฉันตบไปนานแล้ว!”

“งั้นนายก็ตบเลยสิ!”

หลินเมิ่งเอาหน้าเข้าไปใกล้อย่างไม่กลัวตาย ใบหน้านุ่มๆ นั้นอยู่ตรงหน้าเขาเช่นนั้น ดวงตาดำขลับนั้นเต็มไปด้วยความโกรธที่แผดเผา มองเขาด้วยความยั่วยุและไม่ยอมลงให้

เธอที่เป็นเช่นนี้ ดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลชะมัด! ผมเผ้าที่ดำขลับปรกใบหน้าน้อยๆ ของเธอทำให้ดูมีเสน่ห์ ใบหน้าขาวกอปรกับแก้มชมพูระเรื่อ ริมฝีปากแดงสด ดูมีเสน่ห์ราวกับปีศาจสาวที่ออกมาในภาพวาดโบราณ!

ความโกรธของเขาเหือดหายลงไปอย่างไม่มีเหตุผล เพียงแต่สีหน้ายังคงบึ้งตึง เขาด่าขึ้นมาว่า “เธอคิดว่าฉันไม่กล้าเหรอ?!”

พูดไป เขาก็ง้างมือขึ้นจะตบเธอ!

เธอปิดตาแน่นไปตามท่าทางของเขา ขนตางอนยาวกะพืออย่างรวดเร็วราวกับผีเสื้อที่หวาดกลัวอย่างไรอย่างนั้น

สิ่งที่เห็นคือฝ่ามือนั้นกำลังจะฟาดลงมา แต่เซียวอี้กลับเก็บฝ่ามือนั้นลง ใช้นิ้วโป้งกับนี้วชี้หยิกที่หน้าเธอราวกับเป็นเต้าหู้อย่างไรอย่างนั้น

เธอลืมตาขึ้นมาด้วยความแปลกใจ มองเห็นหน้าเขาที่หัวเราะชั่วร้าย

“แกล้งเธอเล่นหรอก ฉันจะตบเธอได้ยังไง!”

เหมือนว่าเธอจะถูกยั่วเล่น ทำให้เธอทั้งอายทั้งโกรธทั้งหงุดหงิด!

เขาน่าจะรู้ขีดจำกัดของเธอแล้ว หลังจากที่หยิกแก้มนุ่มๆ ของเธอเบาๆ แล้วก็ปล่อยมือออกทันที

“ทีนี้ในใจก็ไม่ได้อึดอัดถึงขนาดนั้นแล้วสินะ ไม่ร้องแล้วนะ!”

เธออึ้งไปเล็กน้อย ถึงได้ค้นพบว่า น้ำตาเธอได้ไหลไปแล้วท่ามกลางความไม่รู้สึกตัวนั้น! ความเศร้าเสียใจที่รบเร้าหัวใจอยู่นั้นลดลงไปไม่น้อยเพราะการสร้างปัญหาและการรบกวนของเขา!

เขายื่นมือออกมาสร้างความวุ่นวายด้วยการลูบหัวเธอ ทำให้ผมเธอยุ่งเหยิง ทำให้เธอรำคาญ เธอกัดปาก แล้วจ้องหน้าเขา

เขาหัวเราะขึ้นอีก แต่ว่าสายตากลับเปลี่ยนไปดูล้ำลึก

“เด็กโง่ สิ่งที่ผ่านไปก็ให้มันผ่านไปเถอะ เธอยังเด็ก เกมของผู้ใหญ่แบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะเล่นมันได้ อีกทั้ง มีคนบางคน ก็ไม่ใช่ว่าเธอจะจับได้อยู่ กลับไปแล้วก็ตั้งใจเรียนละกัน!”

เธออึ้งขึ้นมาอีกแล้ว แสดงให้เห็นถึงว่าคำพูดของเซียวอี้นั้นมีความหมายลึกล้ำ

เซียวอี้เพียงแต่กลับไปนั่งตำแหน่งข้างหน้า แล้วสตาร์ทรถ “ฉันจะไปส่งเธอกลับบ้าน!”

เธอเอ่ยปากด้วยความอึ้งตะลึง “ถนนซานหลิน...”

“เหอะๆ...” เขาหัวเราะเสียงต่ำ “ฉันรู้ที่อยู่บ้านเธอ!”

หญิงสาวเกิดอาการใบ้กิน มองใบหน้าด้านข้างของเขาที่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้ม มือมือกระชับแน่นสายคาดกระเป๋าเดินทางนั้นในที่สุดก็ปล่อยออกเงียบๆ คิดถึงประโยคสุดท้ายสองสามประโยคที่เขาพูดนั้น เธอก็พอจะรู้ว่าทางข้างหน้าจะไปต่ออย่างไร!

เรื่องที่ผ่านไปล้วนแต่จบไปแล้ว!

เรื่องที่เกิดวันนี้คือการเริ่มต้นใหม่!

กลับไปแล้วก็ตั้งใจเรียนเสียเถอะ!

...

ลาก่อน ...หรง...หลิง ขอให้คุณ...มีความสุข!

เอียงหน้าไปมองฝนที่ตกลงมาหนัก สิ่งที่สะท้อนเข้าดวงตาล้วนแต่เป็นความเลือนราง เธอร้องไห้บอกลาครั้งสุดท้าย!

...

ตามองเธอเดินเข้าประตูบ้านไป หวนกลับไปนึกถึงก่อนที่เธอจะลงรถแล้วพึมพำเสียงต่ำออกมาว่า “ขอบใจนายนะ” หญิงสาวคนนี้เป็นคนน่ารักตามแบบฉบับจริงๆ บนใบหน้าของเซียวอี้แสดงให้เห็นถึงการขบคิด!

“จุ๊ๆ เป็ดมาอยู่ในมือแล้ว แต่กลับปล่อยให้มันบินจากไป! ที่แท้แล้วการทำเรื่องดีๆ ก็มักจะขาดทุนจริงๆ!”

เซียวอี้ส่ายหน้าด้วยความเย้ยหยัน แล้วจึงหมุนพวงมาลัยขับรถออกไป

อีกฝั่งหนึ่ง เหมียวชิงเคาะประตูแล้วเดินเข้าไปรายงานด้วยน้ำเสียงเคารพว่า “คุณชายหรงคะ เพิ่งจะได้ข่าวมาว่า หลินเมิ่งกลับถึงบ้านแล้ว ก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้ไปส่งเธอกลับบ้านด้วยตัวเองนั้น ดิฉันขอโทษค่ะ ดิฉันยอมรับ...” การลงโทษ!

หรงหลิงโบกมือไม่ให้เธอพูดต่อ ทั้งยังมีความหมายว่าให้เธอออกไป

เหมียวชิงกัดริมฝีปาก ทอดถอนใจอยู่ในใจ แล้วออกไปจากในห้องนั้นเงียบๆ พร้อมกับปิดประตูห้องทำงาน

หรงหลิงหรี่ตา เคาะโต๊ะด้วยนิ้วๆ เดียว ท่ามกลางทุกเสียงที่เคาะลงไปนั้น แววตาเขาดูซับซ้อนแยกไม่ออก และในที่สุดกกลับไปลึกล้ำมองไม่ออกถึงคลื่นลมใดๆ!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น