ทุ่งหญ้าหิมะบนเม็ดทราย
facebook-icon

ไม่ว่าใครที่หลงเข้ามาอ่าน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงเราก็ขอบคุณมากนะคะ หวังว่ามันจะสร้างความสนุกให้กับผู้อ่านนะคะ : )

บทที่ 8 น้ำเสียงเขาออกไปทางนุ่มและทุ้ม ได้ฟังแล้วเล่นเอาใจสั่น

ชื่อตอน : บทที่ 8 น้ำเสียงเขาออกไปทางนุ่มและทุ้ม ได้ฟังแล้วเล่นเอาใจสั่น

คำค้น : เศร้า เหงา ความรัก ดราม่า ร้องไห้ เสียใจ ปัญหา พระจันทร์ ใจเหงา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2563 23:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 น้ำเสียงเขาออกไปทางนุ่มและทุ้ม ได้ฟังแล้วเล่นเอาใจสั่น
แบบอักษร

Lonely Moon 

น้ำเสียงเขาออกไปทางนุ่มและทุ้ม ได้ฟังแล้วเล่นเอาใจสั่น 

 

พอฉันนั่งรถมาลงที่หน้าไร่ส้มก็ยืนคิดอยู่สักพักว่าจะทำยังไงกับตัวเองต่อไปดี เพราะรถโดยสารที่นั่งมาจากในตัวเมืองไม่ได้ขับเข้าไปในไร่อย่างที่เข้าใจตั้งแต่แรก พอกดโทรศัพท์มือถือไปหามะปรางอีกครั้งก็ยังไม่มีใครรับสายอยู่ดี 

ฉันตัดสินใจพาตัวเองลากกระเป๋าเดินทางไปเรื่อยๆจนผ่านป้ายบอกชื่อไร่ภูตะวันมาได้สักพัก แต่ยิ่งเดินเข้าไปเท่าไหร่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะสุดทางถนนสักที ตอนนี้สองขาของฉันเริ่มล้า มันทั้งร้อนและเหนื่อย คอก็เริ่มแห้งแสบไปหมดจนฉันทนไม่ไหวต้องหยิบขวดน้ำที่พกติดตัวใส่กระเป๋าเป้ไว้ยกขึ้นมาดื่มเพื่อดับกระหาย

พอฉันฝืนเดินต่อและคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปได้สักพัก อยู่ๆก็มีรถแวนที่ติดสติ๊กเกอร์บอกชื่อของไร่มาจอดเทียบข้างๆตัว ฉันหันหน้ามองเข้าไปข้างในรถ ขณะที่กระจกกำลังเลื่อนลงมาเผยให้เห็นผู้ชายคนหนึ่งทางฝั่งด้านคนขับ 

ที่สะดุดตามากก็คือสีผิวของเขาค่อนข้างขาวสว่างตา มันตัดกับแว่นกันแดดสีชาที่เขากำลังใส่อยู่อย่างชัดเจน

เหมือนฉันกำลังหลงอยู่ในภวังค์  

 

มันเป็นครั้งแรกที่ฉันคิดว่าฉันเริ่มจะสนใจเพศตรงข้ามเพราะความดูดีของเขาตั้งแต่แรกพบ   

พอฉันดึงสติของตัวเองกลับมาได้ เมื่อเขาเอ่ยถามออกมาว่าฉันเป็นใครและเดินเข้ามาทำอะไรที่นี่ ฉันเลยตอบกลับไปว่าตัวเองคือเพื่อนของมะปราง      ที่ตั้งใจบอกไปแบบนั้นก็คิดว่าเขาน่าจะพอรู้จักกับมะปรางอยู่บ้าง เพราะย่าของมะปรางเป็นหัวหน้าแม่บ้านของไร่นี้ ก็น่าจะพอเป็นที่รู้จักคุ้นเคยของคนในไร่ 

ความคิดแรกที่แทรกเข้ามาอยู่ในหัว หรือบางทีเขาอาจจะไม่ได้รู้จักกับมะปราง ฉันเลยกะจะบอกไปว่ามะปรางที่เป็นหลานสาวของหัวหน้าแม่บ้านที่ไร่นี้

แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้พูดอะไรต่อ เขาก็บอกกับฉันว่าวันนี้มะปรางไม่อยู่ เพราะตามย่าไปร่วมเดินสายทำบุญเก้าวัดที่ต่างจังหวัด  

พอได้ฟังแบบนั้นฉันถึงกับแสดงสีหน้าที่ผิดหวังในทันที จากนั้นอีกสักพักฉันก็บอกขอบคุณเขาและหันหลังกำลังเตรียมจะเดินย้อนกลับไปทางเดิมเพื่อยืนรอคิวรถบัสเข้าเมืองตรงจุดที่ลงก่อนหน้านี้

สงสัยฉันคงจะต้องวนกลับเข้าในตัวเมืองเพื่อหาห้องเช่ารายวันอยู่ไปก่อนในระหว่างรอหอพักที่จะย้ายเข้าไปอยู่ว่าง เพราะในตอนนี้ฉันเองก็ไม่รู้เลยว่าจะไปหาที่พึ่งพาจากใครได้อีก

โชคดีที่ผู้ชายผิวขาวคนนั้นไม่ได้ใจร้ายอะไรนัก เขาบอกว่าไหนๆฉันก็มาแล้วจะได้ไม่เสียเที่ยว เขาเลยจะพาฉันนั่งรถเข้าไปในไร่ด้วยกัน ฉันสบายใจขึ้นมานิดหน่อยเพราะได้อยู่รอมะปรางที่นี่ก็น่าจะดีกว่าออกไปตะลอนหาห้องพักรายวันอีก อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียเวลาวนกลับเข้าไปที่ในตัวเมืองอย่างไร้จุดหมาย

ตอนที่นั่งอยู่ในรถ พอคุยไปคุยมาฉันก็ได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้มีชื่อว่าตะวัน อันที่จริงฉันก็ไม่ค่อยกล้าหันไปมองหน้าเขาตรงๆสักเท่าไหร่ เลยทำได้แต่ลอบแอบมองด้านข้างของเขาเป็นระยะแทน ถึงเขาจะใส่แว่นกันแดดพรางใบหน้าของตัวเองเอาไว้ แต่จากที่ดูองค์ประกอบรวมๆภายนอก เขาเป็นผู้ชายที่รูปร่างและหน้าตาดีมากๆคนหนึ่ง ผิวขาวซีดแต่ดูใสสะอาดอย่างคนที่สุขภาพดี เห็นแล้วก็น่าอิจฉา  

ฉันค่อนข้างเกร็งและขัดเขินนิดหน่อย เพราะน้ำเสียงเขาออกไปทางนุ่มและทุ้ม ได้ฟังแล้วเล่นเอาใจสั่นเลยทีเดียว 

คงเพราะฉันเองก็ไม่ค่อยมีเพื่อนหรือมีโอกาสได้คุยกับผู้ชายมากนัก     พอมาอยู่ตามลำพังในสถานที่ชวนอึดอัดแบบนี้อีก มันเลยทำให้ฉันยิ่งประหม่า   

ดูเหมือนเขาจะรู้สึกว่าฉันเริ่มเกร็ง เขาเลยชวนคุยเพื่อสร้างบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายลง ตอนฉันบอกกับเขาว่าฉันชื่อพระจันทร์ เขาเองก็บอกว่าบังเอิญจริงๆ เพราะถ้าแม่เขามีลูกสาวอีกคนก็จะให้ชื่อพระจันทร์เหมือนกัน ฉันไม่ได้ถามสถานะอะไรของเขาเพราะกลัวว่าจะเป็นการเสียมารยาท   

แต่คิดว่าเขาน่าจะเป็นน้องชายเจ้าของไร่ เพราะมะปรางเคยบอกไว้ว่าน้องชายเจ้าของไร่ชื่อว่าตะวันเป็นผู้ชายที่มีผิวขาวเนียนใสจนน่าอิจฉา และที่สำคัญเขามีพวกผู้หญิงมาชอบเยอะมาก ขนาดว่าเรียนจบแล้วยังมีสาวๆตามมาจากกรุงเทพฯแวะเวียนมาหาที่ไร่หลายต่อหลายคนเลย 

ฉันว่าฉันพอจะเข้าใจผู้หญิงพวกนั้นนะ คงไม่น่าจะแปลกเท่าไหร่เพราะเขาหน้าตาดีมากจริงๆ ขนาดว่าฉันที่เป็นคนไม่ค่อยจะสนใจเกี่ยวกับเรื่องเพศตรงข้ามเท่าไหร่ ฉันยังรู้สึกได้เลยว่าตัวเองหวั่นไหวเมื่อได้อยู่ใกล้เขา

ระหว่างนั่งอยู่บนรถฉันก็สังเกตเส้นทางไปเรื่อยๆ นับว่าฉันยังโชคดีที่ได้เจอเขาชวนขึ้นรถมาด้วยกัน ไม่อย่างนั้นฉันคงได้เดินต่อไปอย่างไร้จุดหมายแน่ๆ ดีไม่ดีฉันอาจจะเป็นลมหมดแรงกลางทางไปซะก่อนจะถึง เพราะว่าที่นี่มีพื้นที่    กว้างขวางมาก แถมสีสดๆของต้นส้มที่กำลังออกผลในตอนนี้ มองดูแล้วสวยมากจริงๆ มันเหมือนกับฉันได้พาตัวเองให้มาเที่ยวพักผ่อนเลย 

"ผมโทรไปหาย่าของมะปรางเห็นบอกว่ามะปรางลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน  แต่พรุ่งนี้ช่วงบ่ายๆก็พากันกลับแล้วล่ะ เดี๋ยวคุณไปพักที่ห้องของมะปรางก่อนก็ได้"

ว่าแล้วเชียวทำไมฉันถึงโทรศัพท์หามะปรางแล้วไม่รับสักที ที่แท้ก็ลืมเอาไว้ที่บ้านนี่เอง คงจะปิดเสียงไว้ด้วยอีกตามเคย  

"อ้อ…ค่ะ ขอบคุณคุณตะวันมากเลยนะคะ"

พอเขาพูดจบก็เรียกเด็กสาวผมสั้นติดใบหูชื่อน้ำตาลที่กำลังกวาดเศษใบไม้อยู่แถวนั้นให้พาฉันไปพักที่ห้องของมะปราง ซึ่งเป็นบ้านอีกหลังที่แยกออกมาจากบ้านหลังใหญ่ด้านหน้า พอเดินมาตามทางก็จะเจอกับบ้านปูนชั้นเดียวหลังเล็กๆสภาพกลางเก่ากลางใหม่แยกออกมาจากบ้านหลังใหญ่ 

"หนูนึกว่าพี่เป็นผู้หญิงที่มากับคุณตะวันซะอีก"  อยู่ๆเด็กสาวก็พูดขึ้น  จนฉันต้องรีบปฏิเสธทันที

"ไม่ใช่ค่ะ พี่แวะมาหามะปรางที่นี่ คุณตะวันเขาเห็นพี่กำลังเดินอยู่ที่หน้าไร่พอดี เลยให้พี่ติดรถเข้ามาด้วย"

"อ้อแบบนี้นี่เอง ปกติไม่เคยมีคนมาหาพี่มะปรางเลย หนูต้องขอโทษด้วยจ้ะที่เข้าใจผิด" 

ฉันไม่ได้ว่าอะไร ทำแค่เพียงยิ้มให้เด็กสาวตรงหน้า สงสัยจะมีผู้หญิงมาบ่อยจริงๆแหละ จากนั้นน้ำตาลก็ชี้บอกทางเข้าไปในห้องนอนของมะปรางให้ฉันแล้วก็ขอตัวไปทำงานต่อ   

 

To Be Continued 

ความคิดเห็น