ทุ่งหญ้าหิมะบนเม็ดทราย
facebook-icon

ไม่ว่าใครที่หลงเข้ามาอ่าน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงเราก็ขอบคุณมากนะคะ หวังว่ามันจะสร้างความสนุกให้กับผู้อ่านนะคะ : )

บทที่ 8 น้ำเสียงเขาออกไปทางนุ่มและทุ้ม ได้ฟังแล้วเล่นเอาใจสั่น

ชื่อตอน : บทที่ 8 น้ำเสียงเขาออกไปทางนุ่มและทุ้ม ได้ฟังแล้วเล่นเอาใจสั่น

คำค้น : เศร้า เหงา ความรัก ดราม่า ร้องไห้ เสียใจ ปัญหา พระจันทร์ ใจเหงา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2563 23:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 น้ำเสียงเขาออกไปทางนุ่มและทุ้ม ได้ฟังแล้วเล่นเอาใจสั่น
แบบอักษร

 

Lonely Moon 

น้ำเสียงเขาออกไปทางนุ่มและทุ้ม ได้ฟังแล้วเล่นเอาใจสั่น 

 

พอฉันนั่งรถมาลงที่หน้าไร่ส้มก็ยืนคิดอยู่สักพักว่าจะเอายังไงกับตัวเองต่อไปดี  เพราะรถโดยสารที่นั่งมาจากในตัวเมืองไม่ได้ขับเข้าไปในไร่อย่างที่เข้าใจตั้งแต่แรก โทรไปหามะปรางก็ไม่รับสาย  ฉันเลยตัดสินใจเดินผ่านป้ายชื่อของไร่ภูตะวันเข้าไปตามทางเรื่อยๆ เดินเท่าไหร่ก็ไม่สุดทางถนนสักที จนฉันเริ่มล้า มันทั้งร้อน  และเหนื่อยคอแห้งแสบไปหมดจนต้องหยิบขวดน้ำในกระเป๋าขึ้นมาดื่มเพื่อดับกระหาย 

  

ฉันฝืนเดินต่อไปได้อีกสักพักคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ๆก็มีรถแวนที่ติดสติ๊กเกอร์บอกชื่อของไร่มาจอดข้างๆ  ฉันหันหน้ามองเข้าไปในรถขณะที่กระจกรถกำลังเลื่อนลงเผยให้เห็นผู้ชายคนหนึ่งทางฝั่งด้านคนขับ ที่สะดุดตาคือสีผิวของเขาค่อนข้างขาวสว่างตา มันตัดกับแว่นกันแดดสีชาที่เขากำลังใส่อยู่อย่างชัดเจน  

 

เหมือนตกอยู่ในภวังค์  

 

มันเป็นครั้งแรก ที่ฉันคิดว่าฉันเริ่มจะสนใจเพศตรงข้ามเพราะความดูดีของเขาตั้งแต่แรกพบ    

 

จนฉันดึงสติของตัวเองกลับมาได้ เมื่อเขาเอ่ยถามออกมาว่าฉัน  เป็นใคร  และเข้ามาทำอะไรที่นี่   ฉันเลยตอบกลับไปว่าตัวเองคือเพื่อนของมะปราง  ที่บอกไปแบบนั้นก็คิดว่าเขาน่าจะรู้จักกับมะปราง   เพราะย่าของมะปรางเป็นแม่บ้านให้เจ้าของไร่นี้ ความคิดแรกแทรกเข้ามาในหัว บางทีเขาอาจจะไม่ได้รู้จักมะปราง  ฉันเลยกะว่าบอกไปว่ามะปรางที่เป็นหลานของแม่บ้านที่ไร่  แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้พูดอะไรต่อ  เขาบอกกับฉันว่ามะปราง ไม่อยู่ ไปเดินสายทำบุญเก้าวัดกับย่าที่ต่างจังหวัด   พอได้ฟังแบบนั้นฉันก็หน้าจ๋อยลงทันที  จากนั้นสักพักฉันได้บอกขอบคุณเขาแล้วกะว่าจะเดินกลับไปยืนรอคิวรถบัสเข้าเมืองตรงจุดที่ลงก่อนหน้านี้แทน   สงสัยฉันคงจะต้องกลับไปหาเช่าห้องพักรายวันไปก่อน 

 

โชคดีที่ผู้ชายผิวขาวคนนั้นไม่ได้ใจร้ายอะไร  เขาบอกไหนๆก็มาแล้วจะได้ไม่เสียเที่ยว เขาเลยพาฉันนั่งรถเข้าไปที่ไร่  แบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อยอย่างน้อยก็ไม่ต้องวกกลับไปที่ในตัวเมือง อยู่รอมะปรางที่นี่ก็ดีเหมือนกัน  

  

คุยไปคุยมาฉันก็ได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้ชื่อตะวัน ฉันไม่ค่อยกล้าหันไปมองหน้าเขาตรงๆสักเท่าไร่เลยได้แต่ลอบแอบมองด้านข้างของเขาเป็นระยะ ถึงเขาใส่แว่นกันแดดพรางใบหน้าของตัวเองเอาไว้  แต่จากที่ดูองค์ประกอบภายนอกรวมๆเขาเป็นผู้ชายที่รูปร่างและหน้าตาดีมากๆคนหนึ่ง ผิวที่ดูขาวซีดแต่ไม่ใช่ซีดแบบคนสุขภาพไม่ดี   

 

ฉันค่อนข้างเกร็งและเขินนิดหน่อย เพราะน้ำเสียงเขาออกไปทางนุ่มและทุ้ม  ได้ฟังแล้วเล่นเอาใจสั่นเลยทีเดียว คงเพราะฉันเองก็ไม่ค่อยมีเพื่อนหรือมีโอกาสได้คุยกับผู้ชายมากนัก ยิ่งมาอยู่ตามลำพังในสถานที่ชวนอึดอัดแบบนี้อีก  ฉันยิ่งประหม่า   ดูเหมือนเขาจะเห็นฉันเริ่มเกร็ง เลยชวนคุยเพื่อสร้างบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายลง   ตอนฉันบอกเขาว่าฉันชื่อพระจันทร์ เขาเองก็บอกว่าบังเอิญจริงๆเพราะถ้าแม่เขามีลูกสาวอีกคนก็จะให้ชื่อพระจันทร์เหมือนกัน ฉันไม่ได้ถามสถานะอะไรของเขาเพราะกลัวจะเป็นการเสียมารยาท   แต่คิดว่าเขาน่าจะเป็นน้องชายเจ้าของไร่   เพราะมะปรางเคยบอกไว้ว่าน้องชายเจ้าของไร่ชื่อตะวัน เป็นผู้ชายที่มีผิวขาวเนียนจนน่าอิจฉา และที่สำคัญเขาเปลี่ยนผู้หญิงเยอะมาก ก็ตั้งแต่เรียนจบยังมีผู้หญิงตามมาจากกรุงเทพแวะเวียนมาหาหลายคนเลย  ฉันว่าฉันพอจะเข้าใจ คงไม่น่าจะแปลกเท่าไหร่เพราะเขาหน้าตาดีมากจริงๆ  

 

ระหว่างนั่งอยู่บนรถฉันก็สังเกตเส้นทางไปเรื่อยๆ นับว่าตัวเองยังโชคดีที่ได้เจอเขาที่ชวนฉันขึ้นรถมาด้วย  ไม่อย่างนั้นฉันคงได้เดินต่อไปอย่างไร้จุดหมายแน่ๆ ดีไม่ดีอาจจะหมดแรงตายกลางทางก่อน  ไร่นี้กว้างมาก แถมสีของต้นส้มที่กำลังออกผล มองดูแล้วสวยมากจริงๆ เหมือนกับฉันได้มาพักผ่อนเลย   

 

“เดี๋ยวเธอไปพักห้องของมะปรางก่อนก็ได้ ฉันโทรถามมะปรางแล้ว เขาบอกว่าเธอเป็นเพื่อนจริงๆ”  

  

ทีแรกเขาคงคิดว่าฉันอาจจะแอบอ้างเพื่อเข้ามาในไร่มั้ง  

 

“อ้อ…ค่ะ ขอบคุณนะคะ” เขาพูดจบก็เรียกเด็กสาวผมสั้นติดใบหูชื่อน้ำตาลที่กำลังกวาดเศษใบไม้อยู่แถวนั้นให้พาฉันไปพักที่ห้องของมะปราง   ซึ่งบ้านอีกหลังที่แยกออกมาจากบ้านหลังใหญ่ข้างหน้า  พอเดินมาตามทางก็จะเจอกับบ้านชั้นเดี่ยวหลังเล็กๆแยกออกมาจากหลังใหญ่  

 

“หนูนึกว่าคุณเป็นผู้หญิงของคุณตะวันซะอีก”  อยู่ๆเด็กสาวก็พูดขึ้น จนฉันต้องรีบปฏิเสธทันที 

 

“ไม่ใช่ค่ะ  พี่เป็นเพื่อนของมะปรางน่ะ พอดีแวะมาหา คุณตะวันเขาเห็นพอดีเลยรับจากกลางทางขึ้นรถมาส่ง” 

 

“อ้อแบบนี้นี่เอง  ปกติไม่เคยมีคนมาหาพี่มะปรางเลย หนูต้องขอโทษด้วยจ้ะ”  ฉันไม่ได้ว่าอะไร ทำได้เพียงแต่ยิ้มให้เด็กสาวตรงหน้า  สงสัยจะมีผู้หญิงมาบ่อยจริงๆแหละ จากนั้นน้ำตาลก็ชี้บอกห้องของมะปรางให้ฉันแล้วก็ขอตัวไปทำงานต่อ    

 

To Be Continued 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น