Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 12 ความเปลี่ยนแปลง (จบตอน)

ชื่อตอน : บทที่ 12 ความเปลี่ยนแปลง (จบตอน)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ NC โรมานซ์ ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2561 22:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 ความเปลี่ยนแปลง (จบตอน)
แบบอักษร

หญิงสาวเดินคอตกออกมาจากร้าน ก่อนหน้านี้เธอพยายามไหลตัวไปสืบราคาของ ‘ที่โดนบังคับซื้อ’ แต่ความรวดเร็วของคนข้างตัวไหนเลยจะดูถูกได้ เธอโดนแขนแข็งแรงล็อคคอไว้ขณะที่ฮาฟิซไปจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ จะดิ้นออกไปก็กลัวเจ้าของวงแขนเปิดละครเวทีขึ้นมาอีก บางทีเธอก็สงสัยว่าเขายังเจ็บจริงๆแน่หรือ

“พอมีของแพงแล้วดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมานะ” ชายหนุ่มยกแขนเธอขึ้นมาพลิกดูกำไลข้อมือทั้งซ้ายและขวา จุปากชมเปราะอย่างพึงพอใจ ฟังจากราคาที่ผู้ติดตามกระซิบบอก นี่สิที่เขาเรียกว่าของดี!

“ต่อให้ไม่มีนี่ฉันก็ยังเป็นคนเหมือนเดิม” หญิงสาวบิดข้อมือออก

“สรุปเท่าไหร่กันแน่ ฉันจะได้ใช้คืนให้” อยู่ๆก็กลายเป็นลูกหนี้โดยไม่รู้ตัว อดครุ่นคิดไม่ได้ว่าเงินเดือนที่เขาเสนอให้นี่มีโบนัสปีละ 12 เดือนรึเปล่า?

“เธอจะอยากรู้ไปทำไม” ชายหนุ่มไม่พอใจ หรี่ตาพร้อมเอาเรื่อง

“ไม่บอกเหรอ งั้นก็เอาคืนไป”

“อะไรที่ฉันให้แล้วห้ามคืน” ชายหนุ่มคว้าข้อมือบางที่ทำท่าจะแกะของคืนจริงๆ สายตาแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างหาได้ยาก ในใจอดเสียดายที่ไม่ได้พกผู้ติดตามคนอื่นมา หากเปิดสงครามกันที่นี่จะได้มีคนช่วยเคลียร์พื้นที่ไม่ให้ตกเป็นข่าวหน้าหนึ่ง

ผู้หญิงอะไรเอาใจยากจริงๆ!

“คุณไม่จำเป็นต้องมาซื้ออะไรให้ฉัน โดยเฉพาะข้าวของราคาแพงแบบนี้ ฉันยิ่งไม่อยากได้” หญิงสาวปลดตะขอแล้ววางกำไลบนฝ่ามือหนา 

ถึงแม้ชีวิตนี้เกิดมาไม่เคยมีเครื่องประดับล้ำค่าขนาดนี้ก็เถอะ เธอไม่เสียดายแม้แต่น้อย ถ้าเธออยากได้จริงๆ เธอจะซื้อด้วยตัวเอง ไม่มีวันรับของจากคนอื่นเด็ดขาด 

“แต่ฉันอยากให้” ชายหนุ่มก้มหน้าพลิกกลับมากุมข้อมือเล็กอีกรอบ ถือสิทธิ์สวมกำไลกลับเข้าไป ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายปฏิเสธอีกรอบ

“แต่…"

“ไม่มีแต่” ผู้พูดเว้นไปชั่วอึดใจ

“ส่วนอะไรที่เธออยากได้จริงๆ ถ้าหาจากที่ไหนไม่เจอ...มาถามที่ฉันก็ได้”

คำพูดที่หลุดออกมาทำให้ต่างฝ่ายต่างตะลึงกัน ยืนมองหน้ากันด้วยความรู้สึกประหลาดออกไป 

ผู้ติดตามฝาแฝดทั้งสองอยู่ด้านหลังจึงไม่ได้ยินบทสนทนา เมื่อเห็นนายท่านยังยืนจังก้าขวางทางคนอื่นเช่นนี้จึงได้แต่เดินเข้าไปกระแฮ่มไอเบาๆ 

ชายหญิงทั้งคู่ปล่อยมือออกจากกัน หันหน้าไปชมนกชมไม้คนละทิศทางอย่างไม่ค่อยเป็นธรรมชาตินัก บุรุษผู้เป็นผู้นำเหลือบไปเห็นช็อปลูกไม้บางอย่าง จึงชี้นิ้วกล่าวเปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียน

“ซื้อบราเพิ่มมั้ย” 

ผู้ถูกชวนหันไปมองอย่างตะลึงงัน ใบหน้าสวยพลันเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ เค้นเสียงลอดไรฟันชัดถ้อยชัดคำ

“ไม่ซื้อ!"



หญิงสาวมองดูถุงกระดาษที่ว่างกินพื้นที่ไปกว่าครึ่งห้อง ในนั้นมีเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ทุกอย่างครบ แน่นอนว่าเธอไม่ได้เลือกเองซักอย่าง ได้แต่เดินตามชายหนุ่มชี้ไม้ชี้มือเลือก อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาคงฝึกปรือกับสาวๆไม่ขาดแน่

เจ้าของห้องนอนกุมศีรษะโอดครวญ ไม่กล้าคิดราคารวมของสินค้าทั้งหมด เธอกำลังสงสัยว่ามนุษย์สามารถใช้ชีวิตกับไตข้างเดียวหรือปอดข้างเดียวได้หรือไม่ เธอจะได้เอาไปขายมาใช้หนี้ 

นี่สินะที่เขาเรียกว่าตกเป็นทาสวัตถุนิยม...

“เห้อ” หญิงสาวถอนหายใจยาว คิดไปก็เท่านั้น

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูทำลายความคิดฟุ้งซ่านในหัว ตั้งแต่อยู่มาพึ่งจะได้ยินเสียงเคาะประตูครั้งแรกจึงอดแปลกใจไม่ได้ ร่างบางผุดลุกขึ้นเดินไปเปิดอย่างเก้ๆกังๆ สงสัยว่าฮาฟิซหรือไม่ก็ยะตีมมีธุระอะไรป่านนี้

“อ้าว” ไม่ใช่ทั้งคู่ เธอออกจะแปลกใจที่ผู้มาเยือนเคาะประตูเป็นด้วย

“มีอะไรเหรอคะ” 

“ฉันเอากระเป๋ามาให้” ชายหนุ่มชี้ไปที่กระเป๋าลากสีดำใบใหญ่สองใบซึ่งตั้งอยู่ข้างๆ

“ไม่เคยมีใครลงไปนอนใช่มั้ย” 

“จะลองเป็นคนแรกฉันก็ไม่ว่านะ”

หญิงสาวหัวเราะพรืด ไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรน่าตลก รับของจากอีกฝ่ายพร้อมกับเอ่ยขอบคุณ

“เกือบลืมไปอีกอย่าง จะเดินทางกันวันสองวันนี้แล้ว คุณไม่เอาชื่อชั้นไปจองตั๋วเหรอคะ หรือว่าฉันต้องเป็นคนจองให้พวกคุณ” 

“จองตั๋ว? ตั๋วอะไร” ชายหนุ่มมุ่นหัวคิ้ว

“ฮ่องกงไง” ผู้พูดหน้าเหวอ หรือมีอะไรที่เธอเข้าใจผิด

“ความรวยของฉันมันอธิบายยาก ไม่เป็นไรฉันเข้าใจ เอาไว้อยู่กันไปนานๆเดี๋ยวเธอก็ชินเอง” ชายหนุ่มถอนหายใจ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความขบขัน

หญิงสาวลอบกรอกตาให้กับอีกฝ่าย ประโยคแบบนี้ยังกล้าพูดออกมาได้

ทั้งคู่ยืนสนทนากันอยู่หน้าห้องอีกพักหนึ่ง ต่างฝ่ายต่างวางไม้วางมือไม่ถูก ออกจะแปลกๆอยู่บ้างไม่รู้ว่าทำไม

“งั้นก็พักผ่อนเถอะ” ชายหนุ่มตัดบท ก่อนจะหมุดตัวก้าวเท้ายาวกลับห้อง 

อยู่ๆคำถามหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจของหญิงสาว เธอเรียกขณะที่เขาเดินไปได้ครึ่งทาง

“นี่คุณ” 

“ไม่รู้ชื่อฉันเหรอ” ผู้ถูกเรียกหันกลับมา คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย

“ตอนอยู่ที่โรงพยาบาลคุณได้ทำซีทีแสกนรึเปล่า ฉันหมายถึงนอกจากกระดูกแล้ว...มีส่วนอื่นได้รับความเสียหายมั้ย”

“…”

“เช่น...สมองอะไรทำนองนี้”

“ถ้าเธอยังถามคำถามไร้สาระแบบนี้ไม่หยุด...” ชายหนุ่มกัดฟันกรอด 

“ฉันจะจับเธอยัดใส่กระเป๋าแล้วลากไปแสกนสมองอีกรอบ!” ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบร่างหนาก็หายเข้าไปในห้อง ปิดประตูดังปัง!

หญิงสาวสะดุ้ง ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

‘นี่สิถึงจะสมเป็นเขา!’

_____________________________________________________________________

ใครที่รอฉากหวานๆของสองคนนี้ เค้ามาเสิร์ฟให้แล้วจ้าาาาา 5555555

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น