สิริณ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2561 21:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12
แบบอักษร

“เอ๊ะ ! ฉันจองที่นั่งชั้นธุรกิจนะคะ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า” อันดามันอ่านข้อความบนบัตรผ่านขึ้นเครื่องแล้วสอบถามกับเจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์เช็กอินด้วยความข้องใจ

          “ในระบบระบุแค่ว่าคุณได้รับการอัพเกรดที่นั่งให้เป็นชั้นเฟิร์สต์คลาสน่ะค่ะ”

          “ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือเปล่าคะ” อันดามันกังขา

          “ไม่มีข้อมูลแจ้งไว้ค่ะ เข้าใจว่าคงเป็นการอัพเกรดที่นั่งตามขั้นตอนปกติ”

          “งั้นก็ขอบคุณค่ะ”

          “ขอให้สนุกกับการเดินทางนะคะ ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ”

          อันดามันพยักหน้ารับพลางยักไหล่ แม้จะแปลกใจ ทว่าในเมื่อเธอมีแต่ได้กับได้ จ่ายเงินเท่าเดิม แต่กลับได้ที่นั่งกว้างขวางสบายขึ้น หรูหรากว่าเดิมแบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ใครบ้างจะไม่เอา

          หญิงสาวเพิ่งมารู้ความจริงว่าของฟรีไม่มีในโลกก็ตอนที่ขึ้นเครื่องมาแล้วพบว่า...

          “อ้าว ! คุณศิรา” อันดามันก้มลงมองเลขที่นั่งบนบัตรผ่านขึ้นเครื่อง แล้วเลื่อนมาสบตาคนที่นั่งอยู่ก่อน ตั้งคำถามด้วยรอยยิ้มรู้ทัน เมื่อพบว่าที่นั่งของเธออยู่ข้าง ๆ ผู้บริหารของคีรีธารากรุ๊ป

          “นี่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่ไหมคะ”

          “คุณเอ็มคิดว่ายังไงล่ะครับ”

          หญิงสาวนั่งลงบนที่นั่งใกล้ ๆ ศิรา แม้จะมีช่องว่างระหว่างเก้าอี้เพื่อให้ผู้โดยสารของชั้นเฟิร์สต์คลาสได้รับความเป็นส่วนตัว แต่ก็ยังใกล้พอที่จะพูดคุยกันได้โดยไม่รบกวนผู้โดยสารรายอื่น

          “งั้นเอ็มคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญดีกว่าค่ะ เพราะดูแล้วไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่คุณศิราจะต้องทำแบบนี้”

          “มีสิครับ” ศิราแย้งทันควัน เขาคอยจนเธอตวัดสายตาขึ้นมาสานสบแล้วจึงเอ่ย “คุณเอ็มคิดว่าผู้ชายจะอดทนฟังคำปฏิเสธซ้ำ ๆ จากผู้หญิงคนนึงได้กี่หนกันล่ะครับ”

          “เอ็มไม่เข้าใจค่ะ”

          “ก็คุณเอ็มปฏิเสธรับเลี้ยงผมสองหนแล้ว คราวนี้ยังไงผมก็ไม่ยอมให้คุณปฏิเสธได้เด็ดขาด”

          “ท่าทางคุณศิราจะเป็นคนเอาแต่ใจน่าดูนะคะนี่”

          “ผมตามใจตัวเองเฉพาะกับบางเรื่องเท่านั้นแหละครับ จะพิเศษหน่อยก็ตรงที่วันนี้เรื่องที่ผมอยากตามใจตัวเอง มีคุณเอ็มเป็นส่วนหนึ่งอยู่ด้วยไงครับ”

          แล้วศิราก็ทำได้ดังว่าจริง ๆ ทั้งที่เธอเดินทางในช่วงเวลาที่ไม่ตรงกับมื้ออาหาร ซึ่งปกติแล้วสายการบินจะบริการเพียงอาหารว่างและเครื่องดื่มเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เพราะวันนี้คนที่นั่งอยู่ข้างเธอคือศิรา ศิวกรณ์ หลังเครื่องบินไต่เพดานบินเรียบร้อย พนักงานต้อนรับบนเครื่องก็นำผ้าสีขาวสะอาดมาปูบนโต๊ะหน้าที่นั่งเธอ ตามด้วยถาดอาหารอันประกอบด้วยสลัดกุ้ง แซนด์วิชขนาดพอคำหน้าต่าง ๆ ถึงสามชิ้น และผลไม้สด

          “เอ๊ะ ! ” อันดามันอุทานด้วยความแปลกใจ

          ศิราหันมาส่งยิ้มให้เธอ “ผมทราบว่าคุณเอ็มยังไม่ได้ทานอาหารกลางวัน ก็เลยสั่งพิเศษไว้ให้คุณด้วย คราวนี้เราก็ได้ทานอาหารด้วยกันเสียทีนะครับ”

          “สงสัยคุณศิราจะถือคติกองทัพต้องเดินด้วยท้องอย่างนโปเลียน” อัน-ดามันแซวยิ้ม ๆ พลางหยิบมีดและส้อมขึ้นมาเตรียมรับประทานอาหาร

        ศิราเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินหญิงสาวเอ่ยชื่อนายพลโบนาปาร์ต แม่ทัพผู้นำฝรั่งเศสสู่สนามรบ และท้ายที่สุดสถาปนาตนเป็นจักรพรรดิ ทั้งยังได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดนักรบผู้ยิ่งใหญ่ด้วย

          “คุณเอ็มพูดถึงนโปเลียน ไม่ทราบว่าเคยอ่านประวัติของท่านไหมครับ”

          อันดามันทำท่ากระตือรือร้น “เคยสิคะ แต่บอกก่อนนะคะว่าเอ็มไม่ได้ชอบเรื่องที่นโปเลียนเป็นยอดนักรบหรอกค่ะ แต่ประทับใจในความเป็นนักรักผู้ยิ่งใหญ่ของพระองค์ต่างหาก”

          “ยังไงหรือครับ”

          อันดามันไม่อยากยอมรับเลยว่าท่าทางของศิราที่ถือส้อมค้างไว้ตั้งท่ารอฟังคำตอบ ทำให้อะไรบางอย่างในหัวใจเธอขยายออกแบบไม่มีเหตุผล

          หญิงสาววางส้อม ยกมือขึ้นเท้าคาง ทำตาลอยไปไกล “เอ็มเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนคงใฝ่ฝันว่าอยากมีใครสักคนรักเธออย่างที่นโปเลียนรักโจเซฟีนน่ะค่ะ เอ็มเคยอ่านจดหมายรักที่นโปเลียนเขียนถึงโจเซฟีนนะคะ โอ้โฮ...ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีใครทำอะไรหวาน ๆ แบบนี้ได้โดยที่ไม่รู้สึกเลี่ยนเลยสักนิด”

          “คุณเอ็มคิดเหมือนผมเลย ผมเคยอ่านหนังสือประวัติของนโปเลียน แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่าพระนางโจเซฟีนมีดีตรงไหน ทั้งที่โจเซฟีนอายุมากกว่า เป็นแม่ม่าย แถมยังเคยแต่งงานมีลูกมาแล้วด้วยซ้ำ แต่นโปเลียนก็ยังรักโจเซฟีนถึงขนาดที่ระหว่างไปรบ ไม่ว่าจะแวะพักค้างแรมที่ไหนก็ต้องเขียนจดหมายส่งหาสาวคนรักทุกวัน จนกลายเป็นสารรักบันลือโลกมาถึงทุกวันนี้ได้”

          อันดามันพยักหน้าทำท่าตื่นเต้น “ใช่ค่ะ แล้วที่โรแมนติกปนเศร้าที่สุดก็คือในลมหายใจสุดท้าย นโปเลียนตรัสถึงสิ่งที่พระองค์ให้ความสำคัญมากที่สุดในพระชนม์ชีพว่า...” หญิงสาวหลับตาทบทวนความทรงจำ “ฟรองส์, ลาร์เม่, เเต๊ต ดาร์เม่, โจเซฟีน (France, l'armée, těte d'armée, Josephine)”

          “ฝรั่งเศส, กองทัพ, แม่ทัพ, โจเซฟีน...” ศิรายิ้มมุมปากทวนความเป็นคำแปลของประโยคที่เธอเพิ่งเอ่ยออกมาเป็นภาษาไทยด้วยความทึ่ง “คุณเอ็มจำได้ขนาดนี้เชียว”

          “ค่ะ นอกจากคำทักทาย บงฌูค์ กอมมอง ตัลเล่ วู แล้ว เอ็มพูดฝรั่งเศสได้อีกคำเดียวก็คือประโยคนี้แหละค่ะ” อันดามันหัวเราะเขิน ๆ แล้วกลับเข้าเรื่องต่อ

          “น่าเสียดายนะคะ ที่โจเซฟีนมีทายาทไม่ได้ สุดท้ายนโปเลียนจึงจำเป็นต้องหย่ากับพระนางไปแต่งงานกับหลานของจักรพรรดินีแห่งออสเตรียแทน ถึงจะทำเพื่อการเมือง แต่ผู้หญิงที่พระองค์ท่านรักและทำได้แค่เก็บไว้ลึกสุดดวงหทัยก็มีเพียงแค่คนเดียว

          “คิดแล้วหัวใจคนเรานี่ก็น่าแปลกนะคะ ขนาดเป็นถึงจักรพรรดิที่สั่งการบังคับบัญชากองทัพอันไพศาลได้ แต่กลับสั่งหัวใจตัวเองให้ตัดใจเลิกรักใครคนนึงไม่ได้สักที รับสั่งสุดท้ายของนโปเลียนบอกให้รู้ว่า พระนางโจเซฟีนยังคงอยู่ในพระหทัยไม่รู้วาย”

          อันดามันเผลอปล่อยอารมณ์ให้เลื่อนไหลไปกับความซาบซึ้งที่ผู้หญิงคนหนึ่ง ‘ถูกรัก’ มากมายถึงเพียงนี้ ดวงหน้างามสลดลงเล็กน้อย

          แววตาลึกล้ำสีดำจัดของผู้ชายข้างกายทอดมองมาที่เธอนิ่ง ขณะริมฝีปากเขาแต้มรอยยิ้มบาง ๆ

          “ทางพุทธศาสนาเราเชื่อกันว่า ถ้าจิตสุดท้ายของคนตายเกาะอยู่กับเรื่องไหน เมื่อลมหายใจสุดท้ายขาดลง ดวงจิตก็จะไปอยู่กับสิ่งนั้น คนโบราณถึงได้มักจะบอกทางคนใกล้สิ้นใจว่าอรหัง ๆ จะได้ให้ไปที่สูงกัน ซึ่งถ้าเป็นอย่างที่ว่าจริง ๆ ผมว่าตอนนี้ดวงพระวิญญาณของนโปเลียนคงได้กลับไปอยู่กับพระนางโจเซฟีนผู้ซึ่งทรงสนิทเสน่หาที่สุดแล้ว และพระองค์ก็ไม่ต้องพลัดพรากจากสตรีผู้เป็นที่รักอีกต่อไป คุณเอ็มเห็นด้วยไหมครับ”

          “ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็คงจะดีนะคะ” หญิงสาวทำท่านึกได้ “คุณศิราสนใจเรื่องศาสนาด้วยหรือคะ”

          “จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ พอดีว่าตอนเรียนอยู่ที่โน่น แม่กลัวผมจะพาสะใภ้แหม่มกลับมาเป็นของฝาก เลยคอยส่งหนังสือไปให้ผมสม่ำเสมอ จะได้เอาเวลาไปอ่านหนังสือ แทนที่จะจีบสาว แถมยังสั่งด้วยว่าอ่านจบแล้วต้องทำสรุปย่อส่งมาให้แม่เป็นระยะ แล้วหนังสือแต่ละเล่มที่แม่เลือก คุณเอ็มก็น่าจะพอเดาได้ว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องศาสนานี่แหละ”

          แม้จะเดาไม่ออกว่า ‘ที่โน่น’ ที่เขาพูดถึงน่ะมันที่ไหนอยู่ตรงส่วนใดของโลกกันแน่ แต่หญิงสาวก็นึกชื่นชมคนพูดเพิ่มขึ้นอีกหน่อย จากการเจอนักเรียนนอกมาแล้วนับร้อยนับพันคน ส่วนใหญ่นักเรียนนอกเหล่านั้นพอสบโอกาสก็มักจะเอ่ยชื่อประเทศที่ตัวเองเคยไปรับการอบรมศึกษามาแนบไว้ในประโยคเสมอ เพื่อเป็นใบประกาศเกียรติคุณและแสดงความมีอารยธรรม

          แต่ผู้ชายคนนี้กลับพยายามถ่อมตัวอย่างน่าฟัง คำ ‘ที่โน่น’ ซึ่งละไว้ในฐานที่เข้าใจได้ว่าไม่ใช่เมืองไทย นอกจากฟังดูไม่โอ้อวดเกินเหตุแล้ว เขายังเอ่ยถึงด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ประหนึ่งว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดาสามัญเหลือเกินในอันที่จะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปรับการศึกษาไกลโพ้นคนละฟากฟ้าห่างอกผู้เป็นบิดามารดาไปนานเพียงนั้น

          “ถ้าคุณศิราเคยผ่านตาเรื่องแนว ๆ นี้มาบ้าง ไม่ทราบว่าเคยได้ยินชื่อท่านติช นัท ฮันห์ ไหมคะ เอ็มติดตามคำสอนและอ่านหนังสือของท่านมาหลายเล่ม ท่านสอนศาสนาได้ทันสมัยดีเหลือเกิน” หญิงสาวเอ่ยนามภิกษุชาวเวียดนามซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งหมู่บ้านพลัม ณ เมืองบอร์โด ประเทศฝรั่งเศส อันเป็นชุมชนต้นแบบสำหรับศึกษาศาสนาพุทธในนิกายเซน

          “ดูเหมือนว่าเราจะชอบอะไรเหมือนกันหลายเรื่องจนเหลือเชื่อเลยนะครับ” ศิราเปรยด้วยสีหน้าประหลาดใจ

          “ทำไมคุณศิราถึงพูดอย่างนี้คะ” หญิงสาวเลิกคิ้วนิด ๆ

          “ทีแรกก็นโปเลียน แล้วนี่คุณเอ็มยังเคยอ่านคำสอนของท่านติช นัท ฮันห์ อีก สองท่านนี้น่ะเป็นบุคคลสำคัญระดับโลกที่ผมชอบมากเลยนะครับ อ้อ...อีกคนหนึ่งก็คือ...”

          อันดามันซึ่งเพิ่งยกผ้าขึ้นแตะมุมปาก รีบยกมือห้าม “ไหน ๆ ก็บังเอิญชอบเหมือนกันมาตั้งสองท่านแล้ว ขอเอ็มเดาคนที่สามบ้างได้ไหมคะ เผื่อว่าทายถูกจะได้โมเมเข้าข้างตัวเองเสียเลย ว่าพระพรหมท่านเล่นตลกกับเอ็มแน่ ๆ ”

          อันดามันเจตนาล้อเลียนตอนท้ายประโยค และเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าอนุญาต เธอจึงคิดออกมาดัง ๆ

          “นโปเลียนเป็นยอดนักรบ นักวางแผน แถมยังเป็นนักรัก ท่านติช นัท ฮันห์ ก็จัดเป็นนักปรัชญา อืม...น่าจะมีใครอีกดีน้า...คุณศิราเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อาจจะชอบเล่นหุ้น งั้นเอ็มขอทายว่าเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีนักเล่นหุ้นชาวอเมริกันที่เคยรวยเป็นอันดับสองของโลกก็แล้วกัน”

          ยังไม่ทันที่ศิราจะเฉลย อันดามันก็ทำตาโต “เอ...หรือว่าจะเป็น...ปีเตอร์ ดรักเกอร์ นักบริหารชื่อดัง คนเขียนหนังสือที่กลายมาเป็นคัมภีร์ของนักบริหารครึ่งโลก จนได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดผู้รู้ที่ฝรั่งเรียกกันว่าเป็นกูรูแห่งกูรู (Guru of Guru) กันแน่นะ” หญิงสาวแกล้งทำท่าใช้ความคิด ทั้งที่ในใจรู้อยู่แล้วว่าคำตอบหลังต่างหากที่ถูกต้อง เธอแค่ใส่ชื่อนักเล่นหุ้นชื่อดังไว้ก่อน เพื่อไม่ให้ดูมีพิรุธเกินไปที่จะตอบถูกต้องตั้งแต่คำตอบแรกเท่านั้นเอง !

          ศิรายกมุมปากขึ้น ขณะส่ายศีรษะนิด ๆ ไม่อยากเชื่อสิ่งที่เพิ่งได้ยิน

          “คุณเอ็ม...นี่คุณอ่านใจคนได้หรือเปล่าครับ คุณทายถูกจริง ๆ ด้วยว่าคนโปรดอีกคนของผมก็คือปีเตอร์ ดรั๊กเกอร์ ! ”

          “จริงเหรอคะ ว้าว ! เอ็มโชคดีจังแฮะที่เดาถูก” อันดามันยิ้มกว้าง ทำท่าดีอกดีใจตื่นเต้น ทั้งที่จริงแล้วไม่แปลกใจเลยสักนิด

          โธ่...ตั้งแต่เมื่อวานที่เธอได้เห็นห้องทำงานของเขาภายในคีรีธารารีสอร์ตแอนด์สปา เธอก็ใช้โอกาสทองนั้นให้คุ้มค่าที่สุดแล้วต่างหาก ชั้นหนังสือที่อยู่ชิดผนังด้านหนึ่งของห้องทำงานเขามีหนังสือมากมาย เพียงปรายตาผ่านทั้งชั้นในหนึ่งแวบ เธอก็จำชื่อหนังสือสองสามเล่มที่เก่าและสันยับเยินที่สุดเอาไว้ได้ทันควัน ด้วยรู้ดีว่ามันจะต้องผ่านตาผู้เป็นเจ้าของมากกว่าเล่มอื่น ๆ แน่นอน

          และรายชื่อหนังสือพวกนั้น ก็คือเรื่องราวของบุคคลที่ทั้งสองกำลังพูดถึงอยู่ตอนนี้นั่นแหละ

          อาจเป็นโชคดีที่คนโปรดของศิรา คือคนโปรดที่เธอติดตามผลงานและอ่านชีวประวัติอยู่แล้วเช่นกัน เมื่อต้องใช้ประโยชน์ เธอจึงแทบไม่ต้องใช้เวลาพลิกตำราหาข้อมูลมาสนทนากับเขาให้เคอะเขิน

          อย่างว่าละนะ ซุนหวู่สอนไว้ ก่อนรบต้องเตรียมพร้อม รู้เขารู้เรา รบร้อยชนะร้อย

          ในเมื่อเธอหมายมาดความสนใจจากผู้ชายไฮโซ เธอก็ต้องทำตัวเองให้ ‘สะดุดตา’ เขา ยิ่งระหว่างเดินทางมาสนามบิน เธอแอบสืบประวัติเขาจากกูเกิ้ลเพิ่มเติม แล้วอันดามันก็พบว่าตลอดชีวิตของผู้ชายคนนี้มีแต่เรื่องงาน แสดงว่าเขาต้องคาดหวังกับผู้หญิงเอาไว้สูงส่งไม่น้อยทีเดียว จึงยังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเฉียดกรายเข้าไปเป็นข่าวกับเขาได้เลย

          เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว สิ่งเดียวที่ต้องทำก็คือ แสดงตัวตนให้ออกมาสูงกว่าความคาดหวังของเขา แค่นี้ผู้ชายคนนี้ก็ไปไหนไม่รอดแล้ว

          โครงการสิบห้าล้านนั่น ต้องเป็นของเธอคนเดียวเท่านั้น

          ตลอดเวลาที่ความนึกคิดทั้งหลายรี่ไหลอยู่หัว ไม่เคยมีส่วนเสี้ยวใดเลยที่ผู้อำนวยการสาวลากเข้าไปเกี่ยวพันกับความรู้สึก เธอใช้เหตุและผล ใช้ผลประโยชน์และความเหมาะสมตามมาตรฐาน ‘อันดามันสแตนดาร์ด’ อย่างที่เคยใช้ตัดสินทุกเรื่องเป็นเครื่องบ่งบอกว่าควรจะก้าวเดินไปยังทิศทางใดต่อ

          จากนี้หญิงสาวก็แค่ต้องทำให้เขาหลงเสน่ห์เธอ นอกจากจะชนะงานที่โรงแรมธาราบุรีแล้ว เธอยังหวังจะใช้ประโยชน์จากศิราอีกถึงสองต่อ

          คีรีคงต้องเร่าร้อนไม่เป็นอันทำอะไร ถ้าเห็นเธอควงคู่กับศิรา และนั่นอาจจะกระตุ้นให้ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นสั่งการลงมืออีกครั้ง

          สัญญา...ว่าคราวนี้เธอจะไม่ยอมหนีหน้าหรือยอมแพ้ง่าย ๆ อย่างที่ผ่านมา แต่อันดามันจะจัดการเอาคืนให้สาสมกับสิ่งที่คีรีเคยทำเอาไว้เลยทีเดียว !

          ไม่เพียงเท่านั้น...ถ้าบุรัณเห็นเธอไปไหนมาไหนกับศิรา เขาอาจหึงออกนอกหน้าและรีบจัดการให้เรื่องของเขาและเธอคืบหน้าเร็วขึ้น

          หลังจากนั้น ศิราจะคิดอ่านหรือรู้สึกยังไงกับเธอ ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป

          เขาจะไร้ประโยชน์ต่อเธอ...โดยสิ้นเชิง !


เครื่องบินใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงยี่สิบห้านาทีก็ลงจอดยังท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ศิราต้องยอมรับว่าการเดินทางในวันนี้เร็วกว่าทุกครั้ง หรือบางทีเขาอาจต้องยกความดีความชอบให้เพื่อนร่วมทางที่ทำให้ช่วงเวลาซึ่งเคยน่าเบื่อกลับมีสีสันอย่างน่าประหลาด

          ศิราไม่แน่ใจนักว่าเขาประทับใจบทสนทนาชิงไหวชิงพริบและเรื่องราวที่หญิงสาวหยิบยกมาเล่าแบ่งปันกัน หรือพอใจกับท่าทีเป็นธรรมชาติของเธอที่ไม่พยายามรุกเข้าหาเขาเหมือนสตรีผู้อื่นกันแน่

          หลังอยู่เป็นเพื่อนอันดามันรับกระเป๋าเดินทางใบย่อมจากสายพานแล้ว เขาจึงถาม

          “คุณเอ็มจะกลับบ้านยังไงครับ”

          “แท็กซี่ค่ะ สะดวกดี”

          “ถ้าไม่รังเกียจ ผมแวะไปส่งดีไหมครับ ผมจอดรถทิ้งไว้ที่ลานจอดในสนามบินนี่เอง”

          “ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ แค่นี้เอ็มก็เกรงใจจะแย่แล้ว”

          “แล้วถ้าผมอยากให้คุณเอ็มรบกวนล่ะครับ”

          “เหตุผลล่ะคะ”

          “การบริการสุภาพสตรีสักคนจำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยหรือครับ”

          อันดามันส่ายหน้า “สำหรับผู้ชายทั่ว ๆ ไปไม่จำเป็นค่ะ แต่ผู้ชายอย่างคุณศิรา เวลาน่าจะเป็นเงินเป็นทองเกินกว่าจะทำอะไรแบบนี้ เพราะฉะนั้นเอ็มจัดว่าคุณเป็นข้อยกเว้นนะคะ”

          “ในเมื่อผมเป็นข้อยกเว้น งั้นคุณเอ็มก็ช่วยเข้มงวดกับผมน้อยกว่าเวลาอยู่กับผู้ชายคนอื่น ๆ ด้วยสิครับ”

          อาจเพราะเหตุผลนั้น หญิงสาวจึงพบตนเองเดินเคียงข้างศิราข้ามทางเชื่อมอาคารไปยังลานจอดรถกับเขาโดยง่าย แล้วหญิงสาวก็ชะงักงันด้วยอาการไม่เชื่อสายตา ลืมทุกสิ่งในห้วงความคิด ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นรถยนต์ยี่ห้อดังแอสตันมาร์ตินสีดำสนิทราวกับถ่านเงาวับตรงหน้า

          รอยระลึกจดจำถึงสนามแข่งผิดกฎหมายบนทางด่วนครั้งนั้นวาบขึ้นทันที และเพียงเห็นศิราหันกลับมาตั้งใจสังเกตสีหน้าเธอ หญิงสาวก็เดาออกว่าเขาเองก็จำเหตุการณ์วันนั้นได้เช่นกัน

          อันดามันยิ้มเขิน มือไม้เก้งก้างขึ้นมากะทันหัน ไม่รู้จะเอาไปวางที่ไหน เมื่อนึกได้ว่าเธอปล่อยไก่ไปตัวเบ้อเริ่ม ทั้งยังเคยบังอาจส่งหิ่งห้อยไปแข่งแสงดวงดาวเสียด้วย !

          “คุณศิราน่าจะสะกิดบอกเอ็มบ้างว่าเราเคยพบกันมาก่อน”

          “ถ้าทำอย่างนั้น คุณเอ็มอาจคิดว่าผมใช้มุกจีบสาวเชย ๆ ก็ได้นะครับ”

          “นั่นสิคะ” อันดามันหัวเราะ เพราะมุกที่ว่ามันเชยเข้าขั้นจริง ๆ “แต่ให้เอ็มมารู้เองอย่างนี้ เปิ่น ๆ ยังไงบอกไม่ถูกนะคะ”

          “อย่าคิดมากเลยครับ วันนั้นผมสนุกมาก ต้องขอบคุณคุณเอ็มย้อนหลังด้วยที่ออมมือให้”

          “รถดี แต่ฝีมือขับรถคุณศิราต้องปรับปรุงนะคะ ขับยังไงให้เบนซ์ตีคู่ได้อย่างนั้น” เธอเย้าด้วยน้ำเสียงล้อเลียน แค่รู้ว่าผู้ชายคนนี้รักความเร็วเช่นกัน ทั้งยังเคยลงสนามกับเธอมาแล้ว ก็ทำให้หญิงสาวสนิทใจกับเขาง่ายดายจนลืมวางฟอร์มไปเลย

          “ขับรถเร็วอย่างนั้น คุณเอ็มโดนใบสั่งหรือเปล่าครับ” ศิราชวนคุย

          “โดนสิคะ เอ็มน่ะลืมคิดไปสนิทเลยว่าเดี๋ยวนี้บนทางด่วนมีกล้องตรวจจับความเร็วแล้ว หลังจากแข่งรถแพ้คุณศิราวันนั้น อีกไม่ถึงสัปดาห์ถัดมาก็มีจดหมายมาที่บ้าน ระบุให้เอ็มไปจ่ายค่าปรับที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน โทษฐานขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด ครั้นจะเถียงก็จนปัญญา เพราะในจดหมายมีรูปถ่ายเห็นทะเบียนรถเอ็มชัด ๆ คาหนังคาเขา แถมยังมีความเร็วแนบติดมากับรูปด้วย อุตส่าห์มีวาสนาได้ขับรถด้วยความเร็วตั้ง ๑๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงในกรุงเทพ ฯ จะว่าไปก็ถือเป็นความเร็วที่คุ้มค่ากับการเสียค่าปรับออกนะคะ”

          “คุณเอ็มนี่เป็นผู้หญิงคิดบวกจริง ๆ ”

          “ก็โลกมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็นนี่คะ แต่มันเป็นอย่างที่เราคิดต่างหาก เพราะฉะนั้นเราก็ต้องคิดให้ดีเข้าไว้ จะได้มีความสุขกับชีวิตง่ายขึ้น”

          “คุณพูดเหมือนกับว่าชีวิตมีเรื่องต้องทุกข์มากมายอย่างนั้นแหละ”

          “ใครบ้างคะไม่ทุกข์ สุภาษิตจีนว่า คนพันคนก็มีทุกข์พันอย่าง มหาเศรษฐีก็ทุกข์แบบหนึ่ง ขอทานก็ทุกข์อีกแบบหนึ่ง หรือคุณว่าไม่จริง” หญิงสาวยืนข้างรถสปอร์ต ไล้ปลายนิ้วไปตามแนวโค้งเพรียวด้านบนประตูด้วยความชื่นชมที่พยายามเก็บซ่อนไว้สุดฤทธิ์

          “อย่างรถสวย ๆ คันนี้ คนหลายคนก็คงอยากได้ อยากมี พอไม่ได้ไม่มีก็ทุกข์ เร่าร้อน แต่เกิดวันไหนได้เป็นเจ้าของขึ้นมา เอ็มเชื่อว่าเดี๋ยวเขาก็มีเรื่องใหม่มาทุกข์อีก รถสวยจะมีคนอิจฉาไหม จะขับไปไหนก็ต้องระวังเป็นพิเศษ ถ้าหนักหน่อยก็อาจต้องล้าง ต้องดูแลเอง ไม่ยอมให้ใครมาแตะรถ จะหลับก็สะดุ้ง กลัวรถหาย เห็นไหมคะความทุกข์มันไม่เคยมาหาใครแค่ครั้งเดียวเลย เพราะฉะนั้นเราเองนั่นแหละ ต้องมองทุกอย่างให้สุขเข้าไว้ จะได้มีภูมิคุ้มกันความทุกข์แบบหลาย ๆ ชั้นหน่อย”

          ศิราเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ทั้งที่นึกรังเกียจปูมหลังของสตรีตรงหน้าไม่น้อย เขานึกว่าเธอจะเป็นคนเหลาะแหละ รักสบาย ชอบใช้ทางลัดในชีวิตเสียอีก ใครจะเชื่อว่าทัศนคติของเธอน่าสนใจได้เพียงนี้ ศิราจำต้องยอมรับว่าเขานิยมทัศนคติของเธออย่างที่ไม่ค่อยรู้สึกกับใครแบบนี้มาก่อนเลย

          คันเปิดประตูแบบพิเศษของแอสตันมาร์ตินมีลักษณะเป็นด้ามยาวฝังเป็นระนาบเดียวกับตัวรถ เมื่อกดลงตรงด้านหัวของด้ามโลหะนั้น ปลายอีกด้านหนึ่งจึงดีดตัวขึ้นให้จับได้เหมาะพอดีมือ ศิราดึงประตูเปิดกว้างรอให้หญิงสาวขึ้นประจำที่

          “ขอเอ็มลองเปิดประตูรถบ้างได้ไหมคะ เคยเห็นแต่ในคลิปทางอินเทอร์เน็ต เพิ่งเคยเห็นด้ามจับเปิดประตูของแอสตันมาร์ตินตัวจริงชัด ๆ วันนี้เอง” คนพูดกระมิดกระเมี้ยน

          ทว่าคนฟังนี่สิ...ถ้าไม่ติดว่าเขามักเคร่งขรึมเป็นนิจ ศิราคงต้องหัวเราะดัง ๆ ด้วยความพอใจแน่นอน !

          แทนที่จะดูคลิปแฟชั่นเครื่องแต่งกายเหมือนสุภาพสตรีทั่วไป ผู้หญิงคนนี้กลับดูคลิปเกี่ยวกับรถยนต์ อันดามันต้องเป็นผู้หญิงหายากชนิดหนึ่งในล้านแน่ ๆ

          ชายหนุ่มผลักประตูปิด แล้วจึงผายมือเป็นเชิงเชิญชวน ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่รอช้า ขยับเข้ามายืนกดด้ามเปิดปิดประตู ดึงบานประตูเปิดปิดซ้ำแล้วซ้ำอีกหลาย ๆ รอบด้วยความชื่นชมที่พยายามกักเก็บไว้ในใจ

          “เท่เกินคำบรรยายจริง ๆ ค่ะ” หญิงสาวเปิดประตูค้างไว้แล้วหันมาทางเจ้าของรถ “เราไปกันเลยไหมคะ เอ็มอยากรู้เต็มทีแล้วว่าเวลานั่งรถสปอร์ตพันธุ์แท้อย่างนี้มันจะให้ความรู้สึกยังไงบ้าง”

          “เชิญครับ” ศิราเอ่ยแล้วอ้อมหน้ารถไปยังอีกฟาก ปล่อยให้อันดามันจัดการกับประตูรถฝั่งของตัวเอง เขาค่อนข้างมั่นใจว่าผู้หญิงคนนี้ไม่น่าเป็นสุภาพสตรีที่ชอบให้ผู้ชายปฏิบัติต่อเธอเหมือนตัวนิ่มซึ่งต้องประคับประคองเอาอกเอาใจกันทุกกระเบียดนิ้ว

          สายตาเป็นประกายแสดงความใคร่รู้มองตามอิริยาบถของเขาแทบทุกการเคลื่อนไหว น่าแปลกที่ศิราไม่อึดอัดหรือรำคาญสักนิด ตรงข้าม...เขากลับนึกขันอย่างไม่มีเหตุผลและยังใจดีมากกว่าปกติตรงที่มีคำอธิบายประกอบในทุกขั้นตอน

          “นี่กุญแจรถครับ” เขาแบมือออก เผยให้เห็นวัตถุทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำผิวเรียบเงาเหมือนเปียโนหุ้มขอบด้วยสเตนเลสสามด้าน ขอบด้านบนที่เหลือสูงราวหนึ่งเซนติเมตรเป็นคริสตัลใส เมื่อมองทะลุลงไปจะเห็นตรายี่ห้อแอสตันมาร์ตินฝังอยู่ด้านล่าง โดยมีปุ่มสำหรับปลดและล็อกประตู รวมไปถึงปุ่มกดสำหรับเปิดกระโปรงท้ายรถฝังอยู่ในตัวกุญแจ

          ผู้ชมขอบเวทีพิจารณาของในมือชายหนุ่มแล้วสบตาเจ้าของรถอย่างจนปัญญา “เอ็มเคยคิดว่าตัวเองฉลาดพอดู แต่เห็นทีคราวนี้คงต้องยอมรับละค่ะว่าโง่ กุญแจหน้าตาเหมือนตลับไฟแช็กอย่างนี้จะสตาร์ตรถยังไงเหรอคะ”

          “อย่าถึงขนาดบอกว่าตัวเองโง่เลยครับ” แล้วมือคล้ามแดดก็ชี้ไปยังแผงควบคุมตรงกลางรถ ใต้ช่องแอร์ แต่อยู่ด้านบนของส่วนที่เป็นแผงควบคุมวิทยุและเครื่องปรับอากาศ กึ่งกลางนั้นเองมีช่องกลม ๆ คาดด้วยโลโก้ของแอสตันมาร์ตินเป็นรูปปีกนกมีแถบคาดกลาง

          “สำหรับแอสตันมาร์ติน เขาไม่เรียกเจ้านี่ว่ากุญแจรถครับ แต่ฝรั่งเรียกว่าอีซียู (ECU) ย่อมาจาก Emotion Control Unit ผมว่าถ้าแปลเป็นไทยตรงตัวว่าหน่วยควบคุมอารมณ์คงจะน่าขันไม่เบา” เขาชี้ส่วนที่เป็นคริสตัลใสด้านบนของเจ้าหน่วยควบคุมพิลึกนั่น “ตรงนี้ไม่ใช่คริสตัลหรือแก้ว แต่เป็นไพลินชนิดไม่มีสีครับ”

          ศิรานำกุญแจเสียบลงไปในช่องกลางรถ พลางอธิบายไปด้วย “เหยียบคลัชท์ กดกุญแจลงไปแล้วแช่ค้างไว้จนไฟแดงขึ้น...”

          ยังไม่ทันขาดคำ เครื่องยนต์ก็ดังกระหึ่มขึ้นทันที

          “ว้าว ! เจ๋งสุดยอด ! ” เสียงที่ดังขึ้นในวินาทีเดียวกันทำให้เขาเสียสมาธิครั้นหันไปทางต้นเสียง ก็เห็นอันดามันมีสีหน้าตื่นเต้น แววตาแจ่มใสเจิดจรัสสบตาเขาเหมือนเด็กได้ของเล่นถูกใจ

          ศิรากดปุ่มเปิดเครื่องปรับอากาศ บอกส่วนประกอบต่าง ๆ ในรถให้อีกฝ่ายฟังอย่างใจดี ซึ่งอันดามันถามไถ่ทุกรายละเอียดจนเจ้าของรถนึกขัน เพราะตอนเขาพูดคุยกับพนักงานขายรถครั้งแรก เขายังไม่ถามมากขนาดนี้เลย

          เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงสาวดังคลอกับดนตรีบนรถที่เธอกดเลือกโหมดเปลี่ยนช่องสถานีด้วยความตื่นตาตื่นใจ แวบหนึ่งที่ศิรานึกสมเพชตนเอง เมื่อระลึกถึงความจริงอันน่าขันหนึ่ง...

          ในสายตาผู้หญิงคนนี้ เขามีเสน่ห์และน่าสนใจน้อยกว่ารถยนต์ของตัวเองเสียอีก !

          ศิราเหลือบมองคนที่กำลังสนใจสำรวจชุดอุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับระบบเครื่องเสียง แล้วริมฝีปากก็ยกขึ้นน้อย ๆ บอกชัดถึงความหมายมาดสมใจ

          พ่อน่ะหรือจะน่าสนใจไปกว่าเขา ! แค่เริ่มต้นเขาก็รู้แล้วว่าแผนการแยกอันดามันออกจากบิดา ต้องสำเร็จแน่นอน


แวะส่งอันดามันที่คอนโดมิเนียมของเธอแล้ว ศิราตั้งใจกลับบ้าน แต่เขาก็ต้องเปลี่ยนความตั้งใจเมื่ออ้อมพร เลขาฯ ส่วนตัวประจำสำนักงานในกรุงเทพฯโทร.มาแจ้งว่า

          “คุณภรตีมารอพบคุณศิราอยู่ที่โรงแรมค่ะ ดิฉันเห็นว่า...เอ่อ...เธอเคยมาพบคุณบ่อย ๆ เลยไม่แน่ใจว่าจะให้ปฏิเสธไปเลยไหมคะ”

          ศิราขมวดคิ้ว นับจากวันที่ภรตีพยายามจะลากเขาเข้าไปเปิดตัวต่อนักข่าว ศิราก็หมดความสนใจในสตรีผู้นั้น และแทบไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย

          ทว่าความล้าทั้งจากการเดินทางและเหนื่อยใจที่ต้องแสร้งแสดงความสนใจต่อผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ทำให้ชายหนุ่มอยากผ่อนคลายบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เขาโหยหาคนที่คอยตามอกตามใจโดยไร้ข้อแม้ ศิราจึงออกปาก

          “รบกวนคุณพรเปิดห้องรับรองของผมให้คุณภรตีทีครับ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ผมจะคุยกับเธอเอง ขอบคุณนะครับที่โทร.มาแจ้ง แล้วก็...เอ่อ...” ศิราอึดอัดเล็กน้อย ปกติแล้วเขาไม่เคยเรียกใช้เลขานุการิณีในเรื่องส่วนตัวเช่นนี้เลย ครั้งนี้คงต้องโทษภรตีที่คราวนี้บุกมาหาเขาถึงโรงแรมโดยไม่ได้นัดหมาย !

          “ขอโทษด้วยนะครับที่ต้องให้คุณพรพลอยมารับรู้เรื่องวุ่น ๆ ของผม เอาเป็นว่าถ้าคราวหน้าคุณภรตีมาหา คุณพรให้เธอเข้าไปคอยในห้องรับรองก่อนได้เลยนะครับ”

          “ได้ค่ะ ดิฉันจะจัดการให้ตามที่คุณศิราต้องการค่ะ” นี่ละเลขาฯ ที่ดี อ้อมพรรู้ดีว่าเวลาไหนควรมีคำถาม และยามใดควรปิดปากให้สนิท

          ศิราใช้เวลาไม่นานก็มาถึงที่ทำการหลักของคีรีธารากรุ๊ป เขาขึ้นลิฟต์ตรงไปจอดที่ชั้น ๑๕ อันเป็นส่วนของสำนักงานและห้องทำงานของเขา

          ชายหนุ่มพยักหน้าให้อ้อมพรแทนการทักทาย แล้วจึงก้าวเข้าไปยังห้องเล็ก ๆ ทางซ้ายมือ ซึ่งมีเครื่องเรือนพร้อมสรรพสำหรับให้แขกผู้มาคอย

          เมื่อเข้าไปภายในห้อง ภรตีซึ่งกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟาพลิกนิตยสารอ่านอยู่ก็ผุดลุกขึ้น พร้อมกับโผเข้ามากอดแขนเขาไว้

          “พี่ศิรา ฮื้อ...คิดถึงจัง” ไม่พูดเปล่า นักแสดงสาวยังเขย่งขึ้นไปจูบแก้มศิราด้วย

          “ไม่เอาน่าตี้ ประเจิดประเจ้อ” ศิราปราม เผลอนึกไปถึงผู้หญิงอีกคนที่แทบไม่เคยเข้าใกล้เขาเกินกว่ารัศมีหนึ่งช่วงแขนเลยด้วยซ้ำ

          ชายหนุ่มสลัดศีรษะทันควัน ให้ตายสิ ! นี่ขนาดเพิ่งแยกจากอันดามันมาไม่ถึงชั่วโมงดี แต่เขากลับนึกถึงเธอเสียแล้ว

          ศิราตั้งสมาธิอยู่กับสตรีตรงหน้า ย้ำกับตนเองไม่ให้ตระหนกที่จำเรื่องราวของอันดามันได้เสียมากมาย

          “งั้นไปที่ห้องพี่ศิรากันดีกว่านะคะ” ภรตีขยับเข้ามาโอบเอวเขา พากันเดินไปยังประตูอีกบานหนึ่งทางด้านในซึ่งสามารถทะลุไปยังห้องทำงาน เพื่อผ่านไปยังห้องพักส่วนตัวอีกฟากหนึ่งแทน

          เพียงประตูห้องพักปิดลง นักแสดงสาวก็เปลี่ยนจากสาวน้อยไร้เดียงสาเป็นนางแมวเจนสังเวียนในพริบตา ภรตีหมุนตัวหันหน้าหาเจ้าของสถานที่ มือข้างหนึ่งคล้องคอชายหนุ่มโน้มศีรษะเขาเข้ามาจุมพิตที่ริมฝีปากอย่างคุ้นเคย อีกมือที่ว่างก็เร่งร้อนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของศิรา

          “ตี้คิดถึงพี่ศิรามากเลยนะคะ” น้ำเสียงคนพูดแหบพร่า บอกอารมณ์ปรารถนาเป็นอย่างดี

          ศิราปัดมือเธอออก เบือนหน้าให้พ้นจากอีกฝ่าย อารมณ์เสียขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “คิดเรื่องอื่นบ้างไม่เป็นหรือไงนะตี้ เจอหน้าก็จะขึ้นเตียงอย่างเดียว”

          ภรตีชะงัก ผละออกห่างอย่างงุนงง ก็ที่ผ่านมา เขานัดเจอเธอแทบจะนับครั้งได้ ส่วนใหญ่เขามักจะเรียกเธอมาหาที่โรงแรม อาจดินเนอร์กันบ้าง แล้วก็จบลงที่เตียงเสมอ แต่วันนี้กลับไม่พอใจกับกิจวัตรเดิม ๆ น่าแปลก !

          “ก็ตี้นึกว่าพี่ศิราชอบนี่คะ”

          “มนุษย์เรามีเรื่องอื่นให้สนใจอีกเยอะนะตี้ ไม่ใช่แค่เซ็กซ์อย่างเดียว”

          แม้จะตามไม่ทันความคิดของเขา แต่หญิงสาวก็โอนอ่อนตาม

          “โอเค งั้น...เราไปช็อปปิ้งกันไหมคะ วันนี้ตี้ว่างนะ”

          “ตั้งแต่รู้จักกันมา ตี้เคยเห็นผมไปช็อปปิ้งเหรอ” ศิราย้อนด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

          “อ้าว ! แล้วจะทำอะไรล่ะคะ เวลาว่าง ถ้าไม่ไปช็อปปิ้ง ตี้ก็ไปทำผม ทำเล็บ อย่างหลังนี่พี่ศิราคงไม่ปลื้มเข้าไปใหญ่”

          ศิราทิ้งตัวลงที่โซฟาหน้าเตียง “ผู้หญิงนี่คิดเป็นอยู่แค่นี้หรือไง ช็อปปิ้ง หรือไม่ก็เสริมสวย”

          ผู้บริหารหนุ่มไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเหตุใดเขาจึงคาดหวังอยากให้คู่ควงถกประเด็นความคิด ชวนเขาสนทนาในเรื่องราวแบบที่อันดามันกระทำบ้าง !

          ภรตีปรี่ตามมานั่งประกบ มือน้อย ๆ กดไปตามแนวบ่าของชายหนุ่ม นวดให้เขาอย่างเอาใจ

          “พี่ศิราเครียดหรือคะ หรือว่าล้าจากการนั่งเครื่องบิน ท่าทางอารมณ์เสียจังเลย เอาอย่างนี้ไหมคะ เดี๋ยวพี่ศิราแช่น้ำอุ่น ๆ ให้สบายตัวสักหน่อย ระหว่างนี้ตี้จะสั่งอาหารขึ้นมา หรือจะให้ตี้แสดงฝีมือก็ได้นะ กินข้าวเสร็จแล้วก็ดูหนังด้วยกันสักเรื่อง แผนนี้เป็นยังไงคะ”

          ดวงหน้าจิ้มลิ้มยิ้มประจบประแจงทำให้ศิราใจอ่อน

          “ดีเหมือนกัน ผมคงเครียดเรื่องงานไปหน่อยน่ะ แต่ตี้ไม่ต้องทำอาหารหรอก สั่งขึ้นมาเถอะ ง่ายดี” เขาเอ่ยจบก็ลุกขึ้นปลดกระดุมเสื้อที่เหลือแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ด้านในสุด

          หลังจากสั่งอาหารเรียบร้อย นักแสดงสาวก็ตามศิราเข้าไป ด้วยความสามารถทั้งในเชิงการแสดง และความช่ำชองชำนาญในเกมรัก ไม่นาน...ห้องน้ำหรูหราก็แปรเป็นสังเวียนโรมรันของสองหนุ่มสาวไปตามอารมณ์พิศวาส

          ศิราใช้เวลาตลอดทั้งค่ำคืนที่เหลือกับนักแสดงสาว ด้วยหวังจะสลัดเรื่องของสตรีอีกคนที่แทรกเข้ามาในความระลึกของเขาเป็นระยะออกจากใจ

          เพียงเพื่อพบว่า...ความพยายามของเขาล้มเหลวโดยสิ้นเชิง !


-----------------------------------------------

อีบุ๊กแผนก่อการรักมาแล้วค่ะ

ราคาปกติ 325 ลดเหลือ 289 บาท

ใครสนใจรีบไปดาวน์โหลดกันนะคะ

ลดถึงแค่ 30 กันยายน 2561 เท่านั้นค่ะ

mebmarket : goo.gl/a3LMdw

sds

สำหรับท่านไหนสนใจสั่งซื้อฉบับหนังสือ

ส่งข้อความไปที่ m.me/SirinFC m.me/SirinFC ได้เลยค่ะ

แผนก่อการรัก ราคา 325 บาท

หนังสือมือ 1 สภาพ 100% ค่ะ

หนังสือมีจำนวนจำกัดนะคะ



ฝากผลงานเรื่องอื่นๆ ของสิริณด้วยค่ะ

ทดลองอ่าน  >> goo.gl/YAfwrv

sds

สิมิลัน มายาวีเจ้าของฉายาสาวฮอตทะเลร้อนไม่เข้าใจเล้ย! ว่าทำไมในละครถึงชอบให้พระเอกข่มขืนนางเอก แล้วตอนท้ายนางเอกก็ดันไปหลงรักผู้ชายเฮงซวยจำพวกนั้นเสียด้วย

เพราะวันที่ฝันร้ายเกิดขึ้นกับเธอ หญิงสาวเกลียดปัณณ์ รัชนาถจนแทบไม่อยากเห็นหน้า ถ้าฆ่าเขาให้ตายคามือได้โดยไม่ติดคุก เธอก็คงทำไปแล้วแน่ๆ

แต่เมื่อข่าวหลุดลอดออกไป แทนที่ผู้คนจะเห็นใจว่าเธอถูกกระทำ กลับหาว่าเธอจงใจยั่วซูเปอร์สตาร์หมายเลขหนึ่งของวงการ ทั้งยังวางแผนแบล็คเมล์กะจับเขาให้อยู่มือเสียอีก

โอ๊ย! โลกนี้มันเป็นอะไรกันไปหมดแล้วนี่!

ครั้นจะลุกขึ้นมาทวงศักดิ์ศรี ใครล่ะจะเชื่อ ในเมื่อเธอเป็นแค่ตัวอิจฉาคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่นางเอกที่จะเรียกร้องความเห็นใจจากใครได้เลย

หนังสือ / อีบุ๊ก ราคา 349 บาท

สั่งซื้อหนังสือคลิกไปที่ m.me/SirinFC

E-book

mebmarket >> http://bit.ly/2tqjPWW

ookbee >> http://bit.ly/2tqnwvH

Hytexts >> http://bit.ly/2KdzFdI

*************************************************

ทดลองอ่าน >> goo.gl/WGtxoz

sds

นี่มันไม่ใช่แค่พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก หรือราหูอมธรรมดาละ

แค่ดื้อกับแม่หน่อยเดียว อิงอรุณ เทียมสุบรรณ ถึงกับต้องโดนตัดเบี้ยเลี้ยงเลยเรอะ! แถมทางเดียวที่จะพ้นจากสถานการณ์ถังแตกได้ก็คือต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ชายเย็นชา ไร้หัวใจ อย่างสาวัช ปรเมศวร์

นับจากวินาทีแรกที่เจอกัน ชีวิตของสาวัชก็ไม่เหลือความสงบสุขอีกเลย เมื่อผู้หญิงเอาแต่ใจใช้ทุกวิถีทางบังคับให้เขาทำตามที่เธอต้องการ ทั้งข่มขู่ แบล็กเมล์ และรวบหัวรวบหาง!

ถ้าไม่ใช่เพราะมีเป้าหมายอยู่ในใจ เขาคงไม่ยอมเดินเข้าไปในกับดักที่หญิงสาววางล่อไว้ง่ายๆ เช่นนี้

นายพรานสาวจอมเอาแต่ใจจะถูกเสือซ่อนลายปราบพยศได้หรือไม่ มหากาพย์เรื่องนี้ต้องดูกันยาวๆ เพราะที่เห็นถือไพ่เหนือกว่ามาตลอด เสือซุ่มอาจรอจังหวะตลบหลังกินรวบดอกฟ้าจอมยุ่งอยู่ก็ได้

หนังสือ / อีบุ๊กราคา 450 บาท

สั่งซื้อหนังสือคลิกไปที่ m.me/SirinFC

E-Book

mebmarket - https://goo.gl/o9FXn6

ookbee - https://goo.gl/rf274b

Hytexts - https://goo.gl/KcekzB


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น