หอหมื่นอักษร

จุดเริ่มต้นของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นด้วยความ 'เสน่หา' แล้วเเขาจะทำอย่างไร หากต้องการให้เธอมาเป็น 'ยาใจ' ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

ตอนที่ 39 ลาจาก

ชื่อตอน : ตอนที่ 39 ลาจาก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2561 15:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 39 ลาจาก
แบบอักษร

กลับบ้าน...

แปล๊บ...

สองคำนี้ราวกับสายฟ้าที่ผ่าฟาดอยู่ในสมองของหลินเมิ่ง ทั้งร่างอึ้งงันไป!

กลับบ้าน!

ในที่สุดเธอก็ต้องกลับบ้านแล้ว!

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เธอจะกลับบ้านแล้ว!

ก่อนหน้านี้เธอรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ แล้วทำไมรอมาจนถึงตอนนี้ ยังต้องให้คนอื่นมาเตือน!

“หลินเมิ่ง?!” หญิงสาวยิ้มอยู่ มุมปากที่ยกยิ้มอยู่นั้นแฝงไว้ด้วยความสงสัย!

หลินเมิ่งมองใบหน้าหญิงสาวที่อมยิ้มอยู่ด้วยความใจลอย รู้สึกว่าตอนนี้หน้าของเธออาจจะทั้งขี้เหร่ทั้งน่าขัน นึกไม่ถึงว่าเธอจะลืมไปแล้วว่าเธอต้องกลับบ้าน นึกไม่ถึงว่าเธอจะลืมไปแล้วว่าเวลาในสัญญาระหว่างเธอกับเขานั้นเพียงแค่อาทิตย์เดียว!

“คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?!”

หญิงสาวถามด้วยความเป็นห่วงอย่างอบอุ่น ก็ยิ่งทำให้เห็นถึงความอับอายของเธอ

“ฉัน...ฉันไม่เป็นไรค่ะ!”

สีหน้าของเธอน่าจะซีดเผือดไปแล้วสินะ ริมฝีปากสั่นอยู่เล็กน้อย เปล่งคำพูดที่ดูเหมือนว่าลมพัดก็จะปลิวกระจายไปออกมา

“ฉัน...ขอฉันล้างหน้าก่อนนะคะ!” น้ำเสียงไม่มั่นคงที่รีบร้อนพูดเพื่อหลบเลี่ยงหญิงสาว ด้วยกลัวว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าจะเข้าใจผิดหรือไม่ก็เยาะเย้ย เธอจึงรีบพูดเสริมขึ้นมาอีกว่า “ฉัน...ฉันยังไม่ได้ล้างหน้า...ฉันขอไปล้างหน้าก่อนค่ะ!”

หญิงสาวพยักหน้า “คุณไปเถอะคะ ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวฉันจะช่วยคุณเก็บของก่อน!”

หลินเมิ่งฝืนยิ้มออกมา แล้วหมุนตัวรีบเดินเข้าห้องน้ำไป เสียงปิดประตูห้องน้ำดังปัง ในที่สุดก็มีพื้นที่ส่วนตัวที่สามารถหลบได้ ในขณะนั้นร่างกายของเธอก็อ่อนยวบลง ตอนนี้ขาของเธออ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่ เธอพิงบานประตู ค่อยๆ นั่งลง เธอหย่อนกายนั่งลงบนแผ่นกระเบื้องเรียบนั้น ความเย็นของแผ่นกระเบื้อง แผ่ซ่านผ่านชุดนอนผ้าไหมนุ่มๆ นั้นขึ้นมาเข้าสู่ผิวกายของเธอ ทำให้หญิงสาวตัวสั่นด้วยความหนาวเย็นขึ้นมา

เธอร้อง “ซี๊ด” ออก มองสิ่งของตรงหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นสีขาวด้วยความสับสน จู่ๆ ขอบตาก็แดงเรื่อขึ้นมา หลังจากนั้นก็เป็นความเลือนราง  นี่เหมือนกับการเปิดผนึกคาถาต้องห้าม ทันใดนั้นน้ำตาใสๆ ก็ร่วงลงจากขอบตาเธอ

เธอ...ต้องไปแล้ว!

เขาให้คนมาส่งตัวเธอกลับ หลังจากนั้นก็ต่างคนต่างเดิน เป็นคนแปลกหน้าต่อกัน!

บอกว่าไปก็ไปโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย! ตอนที่เธอยังคงงุนงงสับสน ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยความดีใจ เขากลับลาจากไปโดยไม่เหลือเยื่อใย หลังจากนั้นเธอก็ตกลงมาจากฟ้า กระดูกแม้ไม่แหลกละเอียด แต่ใจกลับเหมือนถูกมีดหั่นเป็นชิ้นๆ!

กระจกบานใหญ่ในห้องน้ำส่องสะท้อนใบหน้าของเธอ เพียงแต่ใบหน้าที่ใหญ่เท่าฝ่ามือนั้นกลับมีหยาดน้ำตาไหลออกมา เธอมองตัวเองในกระจก ใบหน้าขาวซีดผมดำยุ่งเหยิงน้ำตานองหน้าราวกับถูกทอดทิ้ง ทั้งยังเหมือนได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างรุนแรง เธอสวมชุดสีขาวสภาพน่าเวทนาจนไม่รู้ว่าเป็นคนหรือเป็นผีกันแน่!

จู่ๆ เธอก็หัวเราะขึ้นมา

“หลินเมิ่ง นี่เธอกำลังทำอะไรอยู่น่ะ! เธอจะร้องไปเพื่ออะไรกัน! ตอนนี้เธอเป็นอิสระแล้ว ไปได้แล้ว แล้วเธอจะร้องไปทำไม เธอน่าจะดีใจ แล้วจะร้องไห้ไปทำไมกัน...”

เธอตำหนิตัวเองอยู่ แล้วลุกขึ้นมาจากพื้น ปาดน้ำตาบนหน้าลวกๆ พยายามหักห้ามความเจ็บปวดที่ท่วมท้นอยู่ในใจ เธอยื่นมือไปหยิบแปรงสีฟัน บีบยาสีฟันลงไป แล้วแปรงฟันช้าๆ ล้างหน้า ค่อยๆ ทำให้ความขมขื่นนั้นตกตะกอนลงไปช้าๆ...

ตอนที่เธอมานั้นสภาพน่าอดสูเหลือเกิน อย่างน้อยตอนที่จะไปก็ควรให้ดูดีสักหน่อย

ตัวเองในกระจกนั้น ปาดน้ำตาออกไปแล้ว บนใบหน้าถูกเช็ดจนสะอาด ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงก็หวีจนเรียบร้อย มองดูดีมาก ถ้าขอบตาไม่ได้บวมเช่นนั้น ก็สมบูรณ์แบบแล้ว!

เธอยิ้มกว้างให้ตัวเองที่อยู่ในกระจก ฝึกฝนว่าจะทำอย่างไรถึงจะแสร้งยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติได้

เปิดประตูห้องน้ำออกมา ผู้หญิงคนนั้นก็ใช้เวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่นาทีเก็บเสื้อผ้าของเธอจนเสร็จเรียบร้อย ด้านข้างมีกระเป๋าเดินทางที่เธอเอามาวางอยู่ เมื่อเห็นหลินเมิ่งออกมาแล้วก็ยิ้มให้

หลินเมิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง มองเสื้อผ้าที่ถูกพับซ้อนวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เสื้อกับเสื้อ กางเกงอยู่กับกางเกง กระโปรงอยู่กับกระโปรง พับเป็นกองๆ ราวกับเป็นการบอกเป็นนัยโดยไร้เสียงไม่ก็เป็นการเย้ยเยาะ

ใจของเธอบีบรัดขึ้น แล้วใช้รอยยิ้มที่ฝึกแสดงมาเมื่อครู่นี้ ยิ้มตอบกลับหญิงคนนั้นไป เธอหยิบเสื้อผ้าตัวที่อยู่ข้างบนของแต่ละกองออกมา แล้วเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ แล้วหยิบเอาเสื้อผ้าที่เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วออกมา มองไปยังหญิงสาวมาดมั่นทั้งยังดูใจกว้างคนนั้นแล้วอธิบายด้วยความอายว่า “ขอโทษนะคะ ชุดนี้ยังไม่ได้ซัก เดี๋ยวรอฉันกลับไปซักแล้วจะส่งคืนมาพร้อมกับชุดที่ใส่อยู่นะคะ”

ชุดที่เธอใส่มาในตอนแรกนั้นถูกหรงหลิงฉีกออกจนไม่เหลือชิ้นดี ถูกทิ้งไปนานแล้ว ดังนั้นจึงต้อง “ยืมใส่” ชุดที่หรงหลิงซื้อให้เธอด้วยความจนใจ!

หญิงสาวเข้าใจในความหมายที่หลินเมิ่งพูด ยิ้มขึ้นมาทันใด ดูร่าเริงแต่ไม่อวดดี “หลินเมิ่ง เสื้อผ้าพวกนี้ล้วนแต่เป็นของคุณค่ะ ฉันก็แค่ช่วยคุณเก็บ ไม่ต้องพูดเรื่องคืนหรือไม่คืนหรอกค่ะ”

พูดไปก็เอาเสื้อผ้าเหล่านั้นใส่ในกระเป๋าเดินทาง

หลินเมิ่งกำลังอึ้ง ขอบตาเธอเลือนรางขึ้นมาอีก เธอโง่เง่าเพียงใดกัน ในเมื่อจากไปแล้ว แล้วยังจะเกี่ยวข้องกับเขาอีกได้อย่างไร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะพบเขาอีก! เขาเป็นคนเก่งถึงเพียงนั้น ในเมื่อจะตัดขาด แน่นอนว่าต้องตัดโดยเด็ดขาด ไม่เหลือโอกาสในการพบหน้าใดๆ!

มองหญิงสาวคนนั้นก้มหน้าจัดของอยู่ หลินเมิ่งก็เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว บังคับน้ำตาให้ไหลกลับเข้าไป ทั้งยังรีบร้อนเดินเข้าไปเพื่อจัดการสิ่งที่เหมียวชิงกำลังทำอยู่

“ให้ฉันทำเถอะค่ะ!” เสื้อผ้าของตัวเอง ยังไงก็ควรจะทำด้วยตัวเองจะดีกว่า

เหมียวชิงยิ้มเล็กน้อย แล้วถอยหลีกให้

หลินเมิ่งเอาเสื้อผ้าข้างๆ ที่พับวางเป็นกองๆ นั้นใส่ลงกระเป๋า รวมถึงตัวที่เธอถืออยู่ในมือในตอนแรกที่ยังไม่ได้ซักทำความสะอาดนั้นด้วย

เสียงรูดซิดปิดกระเป๋าดัง “ครืด” หลินเมิ่งรู้ว่าเธอต้องไปแล้ว มือจึงสั่นขึ้นมาด้วยเหตุนี้ เธอกำมือไว้อย่างรวดเร็ว กุมสายกระเป๋าเดินทาง เธอเงยหน้า แสร้งมองเหมียวชิงด้วยท่าทางสบายๆ “ไปตอนนี้เลยไหมคะ?”

เหมียวชิงพยักหน้า แสร้งทำเป็นไม่เห็นขอบตาที่แดงก่ำของหลินเมิ่ง เดินนำหน้าออกไปก่อน ส่วนหลินเมิ่งก็เดินตามหลังไป ดอกลิลลี่ป่าสีขาวที่อยู่บนโต๊ะกาแฟทำจากกระจกสีเขียวในห้องรับแขกก็สะท้อนเข้ามาในสายตาของเธอ ในใจเธอเจ็บปวดขึ้นมา เท้าเริ่มก้าวไปอย่างยากลำบาก คิดอยากจะแสร้งทำเป็นไม่เห็นมัน แต่กลับต้องหันหน้าไปมองมันอย่างทำใจไม่ได้อยู่หลายครั้ง ในที่สุดตอนที่ใกล้จะเดินพ้นห้องรับแขกไป ก็อดไม่ได้ที่จะหยุดฝีเท้าลง

“เหมียว...เหมียวชิง!”

หญิงสาวหยุดฝีเท้าลง แล้วหันมามองเธอ

หลินเมิ่งยื่นมือไปชี้ที่ดอกลิลลี่ป่าบนโต๊ะกาแฟ “ฉันอยากจะเอามันไปด้วยน่ะค่ะ!”

เหมียวชิงหรี่ตาลงเล็กน้อย

หลินเมิ่งรีบร้อนอธิบาย “คือ...มีคนให้ฉันมา!”

ความเจ็บปวดที่เสียดแทงในหัวใจ ทำให้เธอไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะพูดถึงชื่อนั้น ด้วยกลัวว่าหากพูดถึงชื่อนั้นขึ้นมา ก็จะควบคุมตัวเองไม่ได้ร้องไห้ออกมาด้วยความต่ำต้อยและอ่อนแอต่อหน้าหญิงสาวมากความสามารถคนนี้

เหมียวชิงพยักหน้า “ให้ฉันถือให้คุณนะคะ!”

เธอทำท่าจะไปอุ้มกระถางลิลลี่ป่านั้นขึ้นมา แต่หลินเมิ่งกลับเดินเข้าไปเร็วกว่าเธอก้าวหนึ่ง

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันถือได้!”

เธออุ้มกระถางลิลลี่ป่านั้นด้วยมือหนึ่ง ส่วนอีกมือหนึ่งก็ลากกระเป๋าเดินทาง ถึงแม้ว่าเธอจะดูผอมบาง แต่ก็ยังมีกำลังถือของพวกนี้ได้

ออกจากประตูมา อีกฝั่งพนักงานของโรงแรมที่รับผิดชอบในการทำความสะอาดห้องก็ยืนรออยู่ที่ประตูนานแล้ว เครื่องแต่งกายสีขาวทั้งตัวนั้น เผยให้เห็นถึงความสะอาดเป็นพิเศษ เหมือนว่าหญิงที่เป็นหัวหน้าแม่บ้านจะพยักหน้าให้กับเหมียวชิง แล้วนำพนักงานเดินแถวเข้าไปในห้อง หลินเมิ่งเดาว่าห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทนี้จะต้องถูกทำความสะอาดให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็วที่สุดเป็นแน่ สะอาดถึงขั้นราวกับว่าไม่มีใครเคยพักมาก่อน และลบล้างร่องรอยทั้งหมดที่เธอทิ้งเอาไว้นั่นด้วย!

ที่แท้สิ่งที่ถูกลบออกไปไม่ได้มีเพียงแค่เสื้อผ้าในกระเป๋าเดินทางใบนี้เท่านั้น!

เธอลงลิฟต์มาด้วยความสับสน ออกมาที่ประตูใหญ่ของโรงแรมอวี้จิ่น แสงแดดแผดเผาทะลุผ่านก้อนเมฆนั้นลงมา ทันใดก็ทำให้รู้สึกแสบตาจนอดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลง แต่ก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความขมขื่นที่เสียดแทงนัยน์ตา!

เด็กรับรถของโรงแรมไปเอารถมาส่งให้เหมียวชิงอย่างรวดเร็ว เหมียวชิงรับกุญแจไป “ไปกันเถอะค่ะ ฉันจะไปส่งคุณกลับบ้าน!”

หลินเมิ่งส่ายหน้า แล้วถอยหลังไปก้าวหนึ่งช้าๆ

เหมียวชิงเลิกคิ้ว

หลินเมิ่งพยายามอย่างยิ่งที่จะยกยิ้มที่มุมปากแล้วหัวเราะขึ้นมา “ไม่รบกวนคุณดีกว่าค่ะ เดี๋ยวฉันนั่งรถกลับบ้านเองค่ะ!”

เหมียวชิงขมวดคิ้ว “คุณชายหรงสั่งกำชับมาแล้วว่าให้ฉันไปส่งคุณกลับบ้าน อย่าทำให้ฉันต้องลำบากใจเลยค่ะ!”

หลินเมิ่งบีบสายรัดกระเป๋าเดินทางแน่น  เชิดคางแหลมนั้นขึ้นมาเล็กน้อย มองเหมียวชิงที่ดูแล้วสูงกว่าเธออยู่ครึ่งหัว ในแววตาที่กำลังจะแตกสลายเผยให้เห็นถึงความแน่วแน่ที่ไม่อาจมองข้ามไปได้!

“ขอบคุณความหวังดีของคุณนะคะ แต่…ฉันยังยืนยันว่าฉันไปเองดีกว่า…ขอร้องนะคะ…อย่าทำให้ฉันลำบากใจเลยค่ะ!”

ให้คนของเขาส่งเธอกลับไปเช่นนี้ บางทีเขาอาจจะมีเจตนาดีจริงๆ แต่ว่าเธอยอมรับความเมตตาของเขาไม่ไหวจริงๆ เธอแสร้งทำเป็นเข้มแข็งเพราะไม่อยากจะแตกสลายไปต่อหน้าคนของเขา!

เหมียวชิงมองหลินเมิ่งที่เหมือนใกล้จะแตกสลายด้วยสายตาลึกล้ำ แล้วจึงก้มหน้าลงช้าๆ เธอพึมพำเสียงเบาขึ้นมาว่า “ก็ได้ค่ะ!” เสียงนั้นแผ่วต่ำจนเกือบจะเหมือนกับการทอดถอนใจอย่างนั้น

หลินเมิ่งค่อยๆ ก้มหน้าลง “ขอบคุณค่ะ”

หันกายไป เธอก็ค่อยๆ ก้าวเดิน ทิ้งโรงแรมอวี้จิ่นเอาไว้ข้างหลัง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น