bingbing189

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : #10 สารภาพรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ย. 2561 17:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#10 สารภาพรัก
แบบอักษร

สารภาพรัก

“ผมไม่กวนพี่ไอแล้ว ไปก่อนนะครับ!”

“เอ๊ะ!...”

ผมได้แต่มองตามแผ่นหลังของโปโลที่ก้าวเดินออกไปด้วยความรวดเร็วอย่างงุนงง ตอนแรกก็ทำเอางงมากแล้วว่าเป็นนัมโปหรือโปโล เพราะอีกฝ่ายเอาแต่จ้องหน้าของผมแล้วไม่พูดไม่จาจนผมคิดว่าเป็นนัมโปเสียอีก แต่ก็คิดได้ว่านัมโปคงไม่มีทางมานั่งจ้องหน้าของผมแบบนี้หรอก ก็เลยตัดสินใจเรียกโปโล แต่ดูเหมือนอาการจะหนักมากกว่าเดิมอีกนะเนี่ย เล่นเดินลิ่วเข้าบ้านไปไม่หันกลับมามองเลย

แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงเกาะนี้ก็มีแต่พวกที่ชอบทำตัวประหลาดๆ อยู่แล้ว

“อือ เมื่อยตัวจัง”

ผมยกมือขึ้นทั้งสองข้างบิดขี้เกียจไปมาอย่างเกียจคร้าน ตอนแรกคิดเอาไว้ว่าวันนี้จะออกไปเที่ยวรอบเกาะสักหน่อย แต่ไม่รู้ว่าทำไมหลังจากทำเรื่องอย่างว่ากับพี่นอร์สแล้วถึงได้รู้สึกเมื่อยล้าขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เมื่อเช้าร่างกายของผมก็กระปรี้กระเปร่า สดชื่น กระตือรือร้นดีแท้ๆ

และพอซัดอาหารที่พี่นอร์สทำให้กินจนไม่เหลือแม้แต่ข้าวสักเม็ดแล้ว ผมก็ง่วงขึ้นมาทันทีจนต้องพักเรื่องเที่ยว แล้วมานอนเปลใต้ร่มไม้เย็นๆ ในสวนหลังบ้านแบบนี้แทน



วันนี้ทั้งวันผมแทบจะไม่ได้ออกไปไหนเลย เพราะหลับยาวอย่างที่ผมเองก็ไม่เข้าใจตัวเอง แถมยังรู้สึกว่าหลับสนิทหลับสบาย ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสดชื่นขึ้นทันที พอตกเย็นพี่อังกาเลยอาสาพาขี่จักรยานเที่ยวรอบเกาะ และแน่นอนว่าคนขี้เกียจแบบผมไม่มีทางปั่นจักรยานเองแน่นอน งานนี้พี่อังกาเลยต้องเป็นคนปั่นโดยมีผมนั่งเกาะหลังไปด้วย

แต่ดูท่าทางของพี่อังกาแล้ว จะแฮปปี้เหลือเกินที่ผมมานั่งซ่อนท้ายแล้วต้องกอดเอวของอีกฝ่ายแบบนี้

“ได้ยินว่าวันนี้นอนทั้งวันเลย ไม่สบายหรือเปล่า ถ้าไม่สบายต้องรีบบอกเลยนะ”

“ก็แค่รู้สึกเพลียๆ แต่ตอนนี้ร่างกายสดชื่นเต็มร้อย หายห่วง เที่ยวกับพี่อังกาได้ทั้งวันทั้งคืน”

“ทะ ทั้งคืน…”

“คิดอะไรอยู่ครับพี่อังกา”

ผมต้องตีเข้าที่หลังของพี่อังกาจนเกิดเสียงดังอย่างช่วยไม่ได้ ที่พูดเมื่อกี้ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องลามกเลยสักนิด แต่น้ำเสียงบวกกับท่าทางของพี่อังกาเนี่ยสิ บ่งบอกเหลือเกินว่ากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่

ให้ตายสิ ผมว่าผมหื่นมากแล้วนะ แต่ดูเหมือนว่าที่เกาะนี้จะมีแต่พวกหื่นขั้นสุด จนผมเทียบไม่ติด

ลมเย็นๆ ที่พัดผ่านทำให้ผมต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นพร้อมทั้งสูดหายใจเข้าเต็มปอด เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังขึ้นตลอดเวลาระหว่างที่ปั่นจักรยานผ่านเส้นทางที่เป็นแนวชายหาด

รอบตัวเต็มไปด้วยสีฟ้าของทะเล ท้องฟ้าที่แต่งแต้มไปด้วยสีส้มของพระอาทิตย์ สีเขียวของภูเขาลูกใหญ่ จะมองไปทางไหนก็สวยจนยากจะละสายตา คิดไม่ผิดจริงๆ ที่ตัดสินใจมาอยู่ที่นี่ ยังไงที่นี่ก็คือบ้านเกิดนั่นแหละนะ

“อ๊ะ!...”

ผมต้องยกมือขึ้นมาขยี้ตาตัวเองอย่างไม่ค่อยจะมั่นใจนักว่าเมื่อกี้ตัวเองตาฝาดหรือเปล่า ที่เห็นภูเขาสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีขาว

“มีอะไรหรือเปล่าครับ น้องไอ”

“ภูเขา...ตรงนั้น” ผมยกมือขึ้นชี้ไปตรงที่ทำให้ผมรู้สึกคลางแคลงใจแปลกๆ

“เอ๊ะ! อ๋อ ตรงนั้น เป็นที่ที่เราจะจัดงานเทศกาลเจ้าสาวกัน เราจะแห่เกี้ยวเจ้าสาวรอบหมู่บ้าน จากนั้นก็แห่ขึ้นไปบนภูเขาตรงนั้น เพื่อให้เจ้าสาวร่ายรำบูชาท่านเทพที่ก่อให้เกิดทุกสรรพสิ่ง”

“.....”

“แต่ไฮไลท์อยู่ที่ฝนสีขาวต่างหาก ถ้าท่านเทพพอใจก็จะทำให้เกิดฝนสีขาว”

“ฝนสีขาวเหรอครับ มันคืออะไร”

“ความลับ พรุ่งนี้ก็จะถึงวันเทศกาลแล้ว น้องไอรอดูด้วยตาตัวเองดีกว่า สวยมากๆ เลยนะ”

“พี่อังกา บอกหน่อยสิครับ”

“ไม่ได้ครับ”

ผมยู่ปากขึ้นอย่างขัดใจทันที อุตส่าห์ลงทุนทำเสียงออดอ้อนแล้ว พี่อังกาก็ยังไม่ยอมบอก ยิ่งพี่อังกาพูดถึงเรื่องงานเทศกาล ไม่รู้ว่าทำไมภายในใจของผมมันก็รู้สึกร้อนรนแปลกๆ ขึ้นมา เหมือนจะคุ้นชินแต่ก็ไม่คุ้นชิน เป็นความรู้สึกแปลกๆ ราวกับถูกดึงดูดให้ร่างกายจมลงไปในหมู่มวลกองดอกไม้สีขาว

“แต่น้องไอสายตาดีจังนะ ยังอุตส่าห์มองเห็นบริเวณจัดงานอีก อยู่ตั้งไกล…”

“เอ๊ะ!...”

ผมสะดุ้งหลุดจากภวังค์ความคิด ได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นกับคำพูดของพี่อังกา เพราะพอผมหันไปมองที่ภูเขาอีกครั้ง ผมก็จำไม่ได้แล้วว่าตรงไหนที่ผมชี้ให้พี่อังกาดู มองไปตรงไหนของภูเขาก็เห็นแต่สีเขียวๆ เหมือนกันไปหมด จะหรี่ตาเพ่งมองดูยังไงก็ไม่เห็น

ไม่เข้าใจสักนิดว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกแปลกๆ จนต้องยกมือชี้ไปแบบนั้น

“เดี๋ยวพี่พาขึ้นเขาไปดูหน่อยแล้วกัน จับไว้ให้แน่นๆ ล่ะ จะซิ่งแล้วนะ”

“พี่อังกา!...”

และโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว พี่อังกาก็เร่งความเร็วขึ้นจนผมแทบหงายหลังตกจักรยาน ดีที่ผมคว้าเอวของพี่อังกาเอาไว้ทัน ไม่อย่างนั้นคงล้มก้นจ้ำเบ้าแน่นอน ผมเลยตีเข้าที่หลังของอีกฝ่ายที่ดูจะสนุกเหลือเกินกับการเร่งความเร็วแล้วขี่ซิกแซ็กเอียงไปเอียงมา




บรรยากาศโดยรอบทำให้ผมต้องยกยิ้มตลอดเวลา คนบนเกาะก็ยิ้มแย้มใจดี พอพี่อังกาปั่นจักรยานผ่านไปทางไหน ก็จะมีการพูดคุยกับคนที่ผ่านไปผ่านมาตลอด เหมือนจะรู้จักกันไปหมดทั้งเกาะ และแน่นอนว่าพี่อังกาก็ต้องแนะนำคนที่ต่อไปจะมาอยู่เกาะนี้อย่างตัวผมให้ทุกคนรู้จักไปด้วย

“คนที่นี่ใจดีจังเลยนะครับ เพิ่งเจอกันแท้ๆ แต่มีของกินเยอะแยะให้ตลอดทางเลย”

“ถ้าน้องไอชอบ ก็อยู่ที่นี่ตลอดไปเลยสิครับ”

ผมชะงักเท้าระหว่างที่เราสองคนกำลังเดินไปบริเวณที่จัดงานเทศกาล ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหน้าของพี่อังกาที่ดูจริงจังมากกว่าทุกที

พระอาทิตย์ที่กำลังตกดินทำให้ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้มแดง ต้นไม้ใบไม้โดยรอบก็เหมือนจะกลายเป็นสีแดงไปหมด แสงที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของพี่อังกาเลยทำให้ดวงตาของพี่อังกาเหมือนจะเป็นสีส้มแดงตามไปด้วย

“ไม่รู้สิครับ ถ้าที่นี่มีสิ่งสำคัญสำหรับไอ ไออาจจะอยู่ที่ตลอดไปก็ได้”

ถึงแม้ว่าตอนแรกผมคิดจะมาพักผ่อนที่เกาะนี้แค่ไม่กี่เดือน แต่อะไรหลายๆ ก็ทำให้ผมรู้สึกไม่อยากจะจากเกาะนี้ไปอีก มันรู้สึกราวกับว่ามีสิ่งที่คอยฉุดรั้งไม่ให้ผมจากไปอยู่ และถ้าผมได้พบเจอกับสิ่งที่สำคัญสำหรับตัวผมที่นี่ ผมก็พร้อมที่จะอยู่ที่เกาะเจ้าสาวแห่งนี้ตลอดไป เพราะตัวผมเองก็ไม่มีความจำเป็นหรือว่าใครให้ต้องกลับไปหาทางผืนดินฝั่งนั้นแล้วด้วย

ผมเป็นประเภทพวกโลกแคบล่ะมั้ง นอกจากคู่นอนแบบวันไนท์สแตนด์แล้ว ก็ไม่มีเพื่อนหรือใครที่พอจะสนิทจนสามารถคุยกันได้ทุกเรื่องเลย

“สิ่งสำคัญสำหรับน้องไอ…”

“อือ…”

“จะเป็นพี่ได้หรือเปล่า”

ผมถึงกับตาโตกับคำพูดของพี่อังกา จะว่ายังไงดี คือไม่คิดว่าคนที่ดูอ่อนหัดอย่างพี่อังกาจะมีมุมโรแมนติคแบบนี้ นี่มันไม่ต่างจากสารภาพรักใต้ท้องฟ้าสีส้มแดงยามเย็นเลยนะ!

แถมบรรยากาศรอบตัวที่มีแต่ต้นไม้ดอกไม้บานสะพรั่งก็เป็นใจสุดๆ เพราะบรรยากาศเป็นใจแบบนี้ล่ะมั้ง พี่อังกาถึงได้กล้าขยับใบหน้าเข้ามาใกล้กับใบหน้าของผม

ระยะสายตาที่ใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ผมมองไม่เห็นอย่างอื่นนอกจากสายตาแน่วแน่จริงจังของพี่อังกา ทำให้ผมต้องค่อยๆ หลับตาลง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้าของผม ก่อนที่ริมฝีปากจะสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนและความอ่อนนุ่มของริมฝีปากพี่อังกาที่ประทับจูบลงมา



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}