ทุ่งหญ้าหิมะบนเม็ดทราย
facebook-icon

ไม่ว่าใครที่หลงเข้ามาอ่าน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงเราก็ขอบคุณมากนะคะ หวังว่ามันจะสร้างความสนุกให้กับผู้อ่านนะคะ : )

บทที่ 6 น้ำตาของฉันไหล ใช่..ฉันกำลังร้องไห้

ชื่อตอน : บทที่ 6 น้ำตาของฉันไหล ใช่..ฉันกำลังร้องไห้

คำค้น : เศร้า เหงา ร้องไห้ ดราม่า ปัญหา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2563 22:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 น้ำตาของฉันไหล ใช่..ฉันกำลังร้องไห้
แบบอักษร

​​ 

Lonely Moon 

น้ำตาของฉันไหล  ใช่..ฉันกำลังร้องไห้ 

  

 

สิ้นเสียงตวาดของพ่อซีกแก้มด้านซ้ายของฉันก็ชาลงทันที ตั้งแต่เล็กจน โตฉันยอมรับได้มาตลอด หากพ่อจะไม่มีเวลาหรือไม่เคยสนใจฉัน แต่ฉันไม่เคยคิดเลยว่าพ่อจะกล้าตบหน้าฉัน 

น้ำตาของฉันไหล ใช่...ฉันกำลังร้องไห้ แต่ฉันไม่ได้ฟูมฟาย ฉันเอาแต่จ้องหน้าพ่อด้วยสายตาที่โกรธเคือง ก็ในเมื่อฉันไม่ได้ผิดอะไรทำไมฉันต้องมานั่งยอมรับมันด้วย 

แม่คะหนูจันทร์ขอโทษ หนูจันทร์ทนอีกต่อไปไม่ไหวแล้วค่ะ 

 

"วิคุณพาลูกออกไปก่อน ทางนี้เดี๋ยวผมจะจัดการเอง" จากนั้นพ่อก็หันหน้ามาทางฉันก่อนจะพูดขึ้น

"พ่อไม่รู้นะว่าเราเกลียดอะไรน้าวิมลกับน้องๆเขานักหนา แต่พ่อขอได้ไหม ช่วยอยู่อย่างสงบสักที หยุดสร้างเรื่องได้แล้ว ถือว่าเห็นแก่พ่อเถอะ ถ้าเงินไม่พอใช้ก็มาขอพ่อสิอย่าไปขโมยเงินน้อง"

ฉันได้แต่นิ่งเฉยไม่พูดอะไร ก็จะให้ฉันพูดอะไรได้อีกในเมื่อฉันถูกตัด   สินไปแล้ว และฉันก็ไม่ได้เป็นคนเอาไปด้วย ฉันเพิ่งรู้ตัววันนี้เองว่าการที่ฉันสร้างระยะห่างจากพ่อมันไม่ได้ทำให้ชีวิตของฉันสงบลงอย่างที่เข้าใจ เพราะมันเหมือนคลื่นใต้น้ำที่กลายเป็นช่องว่างให้น้าวิมลพูดอะไรเกี่ยวกับฉันให้พ่อได้ฟัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงจะมีแต่เรื่องแย่ๆ  

ช่วงเวลาที่ผ่านมาผู้หญิงคนนี้คงจะคอยสร้างแต่เรื่องไม่ดีของฉันเพื่อบอกพ่อมาตลอด เพราะฉะนั้นถึงฉันจะแก้ตัวหรือพูดอะไรออกไปพ่อก็คงจะไม่เชื่อฉันอยู่ดี ความน้อยใจทำให้ฉันเอาแต่ยืนเงียบอยู่อย่างนั้นไม่ตอบโต้อะไร จนเมื่อพ่อกำลังจะเดินออกจากห้องฉันเลยตัดสินใจพูดตัดพ้อในสิ่งที่ตัวเองคิดมาตลอด

"ที่พ่อบอกว่าพ่อไม่เคยสอนให้เป็นขโมยลักของคนอื่น พ่อก็พูดถูกนะคะ เพราะพ่อก็ไม่เคยสอนอะไรพระจันทร์อยู่แล้วนี่ แม้แต่เลี้ยงก็ยังไม่เคยเลย แล้วจะมาหวังเอาอะไร เพราะฉะนั้นพ่อเอาเวลาที่มีกลับไปสั่งสอนลูกของพ่ออย่างเดิมเถอะค่ะ บางทีมันอาจจะสำนึกกับสิ่งที่มันรู้อยู่แก่ใจก็ได้นะ ว่ามันทำอะไรกับคนอื่นเอาไว้บ้าง"

พ่อเดินออกไปโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ ฉันรีบวิ่งไปกดล็อกประตูห้องนอนจากนั้นก็ล้มตัวลงบนที่นอนแล้วร้องไห้ปล่อยโฮออกมาอย่างอัดอั้นตันใจ คงไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะที่ฉันจะต้องทนอยู่คนในครอบครัวนี้ วันพรุ่งนี้ฉันจะไปจากที่นี่ฉันคิดว่าคงจะพอสักทีกับชีวิตที่ต้องมาอดทนอะไรแบบนี้

แต่ฉันก็ยังมีเรื่องที่ค้างคาใจอยู่เรื่องหนึ่งที่บังเอิญไปได้ยินมา น้าวิมลเคยขอให้พ่อขายบ้านหลังนี้เพื่อที่จะไปซื้อบ้านโครงการในใจกลางเมืองอยู่ แต่ฉันได้ยินไม่ถนัด เหมือนพ่อจะพูดอะไรสักอย่างว่ายังไงก็ขายไม่ได้เพราะบ้านหลังนี้เป็นบ้านของแม่ฉัน ตัวฉันเองก็ไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องกรรมสิทธิ์บ้าน แต่แค่คิดว่าบ้านหลังนี้จะต้องถูกขายไปมันก็รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก ฉันตัดสินใจจะค้นหาความจริงในเรื่องนี้ก่อนที่จะไป ก็ในเมื่อพากันกล่าวหาฉันว่าเป็นคนขี้ขโมยดีนัก ฉันก็จะเป็นขโมยจริงๆให้ดู  

วันรุ่งขึ้นในขณะที่ทุกคนออกไปข้างนอกในวันหยุด ฉันตัดสินใจแอบขึ้นไปบนห้องนอนของพ่อเพื่อจะขโมยดูเอกสารโฉนดที่ดินบ้านหลังนี้ ฉันพยายามหาอยู่สักพักจนค้นเจอในลิ้นชักโต๊ะทำงานของพ่อ ก็นับว่ายังโชคดีที่พ่อไม่ได้เก็บมันใส่ตู้เซฟเอาไว้ ไม่อย่างนั้นฉันคงเปิดเข้าไปดูไม่ได้ 

พอฉันได้ดูเอกสารแล้วก็มั่นใจได้ทันที ที่ดินและบ้านหลังนี้เป็นชื่อของแม่ฉันคนเดียว เพราะฉะนั้นสิทธิ์ทั้งหมดก็คงต้องตกเป็นของฉันซึ่งเป็นบุตรเพียงคนเดียวของแม่ ส่วนพ่อคงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรในบ้านหลังนี้ เพราะว่าพ่อหย่ากับแม่เพื่อไปจดทะเบียนกับน้าวิมลหลายปีแล้ว 

ในที่สุดฉันก็สบายใจได้ส่วนหนึ่ง อย่างน้อยก็ได้มั่นใจว่าบ้านหลังนี้จะไม่ถูกพวกชุบมือเปิบเอาไปขาย ฉันให้สัญญากับตัวเองเอาไว้ ถ้าวันไหนที่ฉันตั้งหลักได้เมื่อไหร่ฉันจะกลับมาทวงบ้านของตัวเองคืน ทีนี้แหละจะได้รู้กันไปเลยว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้อาศัย ความจริงแล้วคนพวกนี้ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะได้อยู่ในบ้านหลังนี้ของแม่ฉันเลยด้วยซ้ำ

 

 

To Be Continued 

ความคิดเห็น