ทุ่งหญ้าหิมะบนเม็ดทราย
facebook-icon

ไม่ว่าใครที่หลงเข้ามาอ่าน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงเราก็ขอบคุณมากนะคะ หวังว่ามันจะสร้างความสนุกให้กับผู้อ่านนะคะ : )

บทที่ 6 น้ำตาของฉันไหล ใช่..ฉันกำลังร้องไห้

ชื่อตอน : บทที่ 6 น้ำตาของฉันไหล ใช่..ฉันกำลังร้องไห้

คำค้น : เศร้า เหงา ร้องไห้ ดราม่า ปัญหา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2563 12:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 น้ำตาของฉันไหล ใช่..ฉันกำลังร้องไห้
แบบอักษร

​​ 

 

Lonely Moon 

น้ำตาของฉันไหล  ใช่..ฉันกำลังร้องไห้ 

  

 

สิ้นเสียงตวาดของพ่อ  ซีกแก้มด้านซ้ายของฉันก็ชาลงทันที  ตั้งแต่เล็กจนโตฉันยอมรับได้มาตลอด   หากพ่อจะไม่มีเวลาหรือไม่เคยสนใจฉัน  แต่ฉันไม่เคยคิดเลยว่าพ่อจะกล้าตบหน้าฉัน  น้ำตาของฉันไหล   ใช่...ฉันกำลังร้องไห้  แต่ไม่ได้ฟูมฟาย  ฉันเอาแต่จ้องหน้าพ่อด้วยสายตาที่โกรธเคือง  ในเมื่อฉันไม่ได้ผิดอะไรทำไมฉันต้องยอมรับด้วย 

  

แม่คะหนูจันทร์ขอโทษ  หนูจันทร์ทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว 

 

“วิคุณพาลูกออกไปก่อน  ทางนี้เดี๋ยวผมจัดการเอง”  จากนั้นพ่อหันหน้ามาทางฉันก่อนจะพูดขึ้น 

 

“พ่อไม่รู้นะว่าเราเกลียดอะไรน้าวิมลกับน้องๆเขานักหนา แต่พ่อขอได้ไหม  ช่วยอยู่อย่างสงบสักที  หยุดสร้างเรื่องได้แล้ว  ถือว่าเห็นแก่พ่อเถอะ   ถ้าเงินไม่พอใช้ก็ขอพ่อสิอย่าไปขโมย” 

 

ฉันได้แต่นิ่งไม่พูดอะไร  ฉันจะพูดอะไรได้อีก ในเมื่อฉันไม่ได้เป็นคนเอาไป  การที่ฉันสร้างระยะห่างจากพ่อ   คงเป็นช่องว่างที่น้าวิมลพูดอะไรเกี่ยวกับฉันใส่สมองของพ่อ   วันนี้ฉันได้รู้แล้วจริงๆผู้หญิงคนนี้คงจะคอยสร้างเรื่องแย่ๆของฉันเพื่อบอกพ่อมาตลอดสินะ  เพราะฉะนั้นถึงพูดยังไงพ่อก็คงจะไม่เชื่ออยู่ดี   ตลอดเวลาฉันเอาแต่ยืนเงียบอยู่อย่างนั้น  จนพ่อกำลังจะเดินออกจากห้องไป 

 

“ที่พ่อบอกว่าพ่อไม่เคยสอนให้เป็นขโมยลักของคนอื่น  ก็ถูกนะคะ เพราะพ่อก็ไม่เคยสอนอะไรพระจันทร์อยู่แล้วหนิ  แม้แต่เลี้ยงก็ยังไม่เคยเลย  แล้วจะมาหวังเอาอะไร  เพราะงั้นพ่อเอาเวลากลับไปสอนลูกของพ่ออย่างเดิมเถอะ   บางทีมันอาจจะสำนึกกับสิ่งที่มันรู้อยู่แก่ใจก็ได้นะ  ว่ามันทำอะไรลงไปกับคนอื่นบ้าง” 

 

พ่อเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรต่อ   ฉันรีบไปกดล็อกประตูแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างอัดอั้นตันใจ   คงไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะที่ฉันจะทนอยู่ในบ้านหลังนี้  พรุ่งนี้ฉันจะไปจากที่นี่คิดว่าคงจะพอสักที 

 

แต่ฉันยังมีเรื่องคาใจอยู่เรื่องหนึ่งที่บังเอิญไปได้ยินมา  น้าวิมลเคยขอให้พ่อขายบ้านหลังนี้เพื่อที่จะไปซื้อบ้านโครงการในใจกลางเมืองอยู่       แต่ฉันได้ยินไม่ถนัด  เหมือนพ่อจะพูดอะไรสักอย่างว่าขายไม่ได้  เพราะบ้านหลังนี้เป็นบ้านของแม่ฉัน   ตัวฉันเองไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องกรรมสิทธิ์บ้าน   แต่แค่คิดว่าบ้านจะต้องถูกขายไปก็รู้สึกใจหายแล้ว 

 

  ก็ในเมื่อพากันกล่าวหาฉันว่าเป็นคนขี้ขโมยดีนัก  ฉันก็จะเป็นขโมยจริงๆให้ดู    

 

วันรุ่งขึ้นในขณะที่ทุกคนออกไปข้างนอกในวันหยุด    ฉันตัดสินใจแอบขึ้นไปบนห้องนอนของพ่อเพื่อขโมยเอกสารโฉนดที่ดินบ้านหลังนี้      หาอยู่สักพักกว่าจะเจอ พ่อเก็บมันเอาไว้ในลิ้นชักในโต๊ะทำงาน   ฉันดูเอกสารแล้วก็มั่นใจได้ทันที ที่ดินและบ้านหลังนี้เป็นชื่อของแม่คนเดียว     และสิทธิ์ทั้งหมดต้องตกเป็นของฉันซึ่งเป็นบุตร    ส่วนพ่อไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรในบ้านหลัง      นี้เลย    เพราะพ่อหย่ากับแม่เพื่อไปจดทะเบียนกับน้าวิมลหลายปีแล้ว  ในที่สุดฉันก็สบายใจได้ส่วนหนึ่ง อย่างน้อยบ้านหลังนี้จะไม่ถูกพวกชุบมือเปิบเอา ไปขาย   ถ้าฉะนั้นแบบนี้ใครกันแน่ที่เป็นผู้อาศัย   คอยดูนะถ้าฉันตั้งหลักได้ฉันจะกลับมาทวงบ้านคืน คนพวกนี้ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะอยู่ในบ้านหลังนี้ของแม่ฉันเลยด้วยซ้ำ     

  

 

To Be Continued 

ความคิดเห็น