ณวดี / B.crazy'

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : CHAPTER 3

คำค้น : แฝด หล่อ นิ่ง ใจร้าย เถื่อน เลว เข้าใจผิด โชคร้าย น่าสงสาร เซ็กส์ 18+

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.3k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2561 21:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 3
แบบอักษร

RYU

“กลับเลยมั้ยสัส หรือจะไปหาอะไรกินก่อน” ไอ้ลันมันพูดขึ้นมาหลังจากที่เราเดินออกมาจากลิฟต์ 

“เอาอย่างหลังละกัน ท้องกูแม่ง ครางรอบที่ร้อยแล้วว่ะ” 

“มึงก็ตะกละตลอดชาติแหละครับสัสริก แล้วมึงอ่ะเหี้ยริว เอาไง”

“เหมือนพวกมึง” ผมตอบไอ้ลันไปนิ่งๆ รู้สึกว่ายังไม่อยากกลับคอนโดเท่าไหร่

“เคๆ งั้นร้านเดิมเคป่ะ”

“อืม” จากนั้นเราสามคนก็แยกย้าย รถใครรถมัน และผมเลือกที่จะขับตามไปเป็นคนสุดท้าย เพราะผมนั่งแช่อยู่ในรถนิ่งๆสักห้านาทีได้ รู้สึกเซ็งๆยังไงก็ไม่รู้ แต่สุดท้าย ท้องมันก็วิ่งแซงความเซ็งจนได้ ผมเลยตัดสินใจขับออกมาจาก ม. อย่างตอนนี้

“วีริน?” ผมแปลกใจกับสิ่งที่บังเอิญเห็นมากบอกตามตรง เพราะขณะที่ผมกำลังจะขับผ่านป้ายรถเมล์หน้า ม. ผมเห็นยัยนั่นกำลังขึ้นรถเมล์ คือมันเป็นไปได้ยังไงวะ อย่างผู้หญิงหัวสูงคนนั้นน่ะเหรอนั่งรถเมล์ ?

แต่จะว่าไป วันนี้ผมเห็นความแปลกในตัววีรินหลายอย่างเหมือนกันนะ ผมรู้สึกว่าเธอไม่เหมือนเดิมตั้งแต่ตอนเดินมาชนผมแล้ว สายตาเธอมันต่างไปจากเมื่อก่อน ยิ่งตอนที่ผมบังเอิญหันไปเห็นเธอก่อนเดินออกจากห้อง ผมก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ...เธอหลบตาผม ซึ่งนั่นไม่ใช่วิสัยของวีริน แล้วไหนจะไอ้ที่เธอขึ้นรถเมล์นี่อีก ยิ่งคิดผมก็ยิ่งแปลกใจ 

หรือเธอจะเปลี่ยนไปแล้ว?

“ไม่มีทาง” ความคิดผมสองฝั่งดูเหมือนจะสวนทางกัน และผมก็เชื่อฝั่งที่เป็นความคิดของผมจริงๆมากกว่า ไม่ใช่จากสิ่งที่เห็น เพราะสิ่งที่เห็น หึ ก็คงไม่พ้นภาพลวงตา ผู้หญิงคนนี้อาจจะกำลังสร้างภาพอยู่ก็ได้ เธอคงจะกำลังแอ๊บบริสุทธิ์อยู่เหมือนกับที่ผมคิดเอาไว้ตอนแรกนั่นแหละ คงไม่พ้นไปจากนี้ เพราะผู้หญิงสันดานอย่างเธอ คงไม่มีทางเป็นคนดีขึ้นมาได้หรอก!

#Ryu End 



JIRIN 

1 สัปดาห์ต่อมา

ตอนนี้ฉันมาเรียนได้อาทิตย์นึงแล้วล่ะ และรู้สึกว่ายิ่งมาเรียนก็ยิ่งแย่ ฉันเรียนไม่รู้เรื่อง เพราะไม่มีพื้นฐานด้านบริหารเลย แล้วที่แย่ไปกว่านั้น คือฉันต้องเจอกับสภาวะกดดันในทุกๆวัน ที่คณะไม่มีใครคุยกับฉัน จะถามเรื่องเรียนหรืออะไรก็ไม่ได้ พวกเขามองฉันเหมือนเป็นตัวน่ารังเกียจ ไม่ต่างจากวันแรกที่ฉันเหยียบมาที่นี่ และฉันเริ่มแน่ใจแล้วล่ะ ว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ แต่ปัญหาคือฉันติดต่อวีไม่ได้เลย จากที่จะถามให้รู้เรื่องรู้ราว มันเลยกลับกลายเป็นว่าฉันต้องมืดแปดด้านตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้

“เห้อ กินข้าวก่อนละกัน” ในเมื่อมืดแปดด้านคิดอะไรไม่ออก มันก็ต้องไปเติมพลังกันหน่อย กองทัพมันต้องเดินด้วยท้องนี่เนอะ><



@โรงอาหาร

“ซวยแล้วไง” ที่ฉันบอกว่าซวยคือฉันหากระเป๋าตังค์ไม่เจอ สงสัยเมื่อเช้ารีบๆจนลืมหยิบมาแน่เลย แล้วที่ไม่รู้ตัวก็เพราะว่าปกติ ฉันมีเศษเหรียญเอาไว้จ่ายค่ารถโดยเฉพาะน่ะ มันอยู่ในกระเป๋าเป้ของฉัน เมื่อเช้าตอนจ่ายค่ารถเมล์เลยไม่ต้องล้วงกระเป๋าตังค์ เห้อ... แล้วเศษเหรียญที่เหลืออยู่ก็ไม่พอจ่ายค่าข้าวซะด้วยสิ(😭...)

“ช่วยไม่ได้ งั้นกลับเลยละกัน ไปหากินเอาใกล้ๆหอก็ได้” ฉันตัดสินใจหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายแล้วเดินออกจากโรงอาหาร โชคดีที่วันนี้มีเรียนแค่ช่วงเช้าน่ะ

จ๊อกๆ...

ท้องร้องน่าเกลียดมาก โอ๋ๆ ทนหน่อยนะท้องจ๋า จีกำลังจะรีบกลับหออยู่แล้วนี่ไง

ฉันลูบท้องเบาๆพร้อมกับพึมพำกับตัวเอง หิวมากบอกตรงๆ เพราะเมื่อเช้าฉันยังไม่ได้กินข้าวเลย สรุปคือวันนี้ขนาดน้ำยังไม่ตกถึงท้องเลยสักหยด แต่จะทำไงได้ ก็คงต้องทนไปจนกว่าจะกลับถึงหอนั่นแหละนะ ก็อยากขี้ลืมเองทำไมT-T!!!

“วี เฮ้! วีริน!” เสียงใครเรียกมาแต่ไกลก็ไม่รู้ และฉันเกือบลืมหัน แต่มันบังเอิญนึกขึ้นได้ ว่าตอนนี้ฉันต้องชื่อวีริน

“เอ่อ มีอะไรเหรอ” ฉันหันไปพร้อมคำถาม เพราะคนที่ตะโกนเรียกชื่อวี เขาวิ่งมาถึงฉันพอดี เป็นผู้ชายน่ะ รูปร่างหน้าตาน่าจะเรียกได้ว่าถึงขั้นดีมากเลยล่ะ และฉันมั่นใจว่าไม่รู้จักเขาพันเปอร์เซ็นต์

“ฉันชื่อเจมส์นะ เรียนปี3วิศวะ” เอ๊ะ? แนะนำชื่อทำไม หรือปกติ วีก็ไม่รู้จักผู้ชายที่ชื่อเจมส์คนนี้เหมือนกัน

“อ๋อ อืม แล้ว นายมีไรเหรอ”

“ก็ไม่มีไรมาก แค่อยากรู้ว่าคืนนี้คิวเธอว่างมั้ย”

“คิวว่างมั้ย?” เดี๋ยวนะ คิวว่างมั้ยคืออะไร?

“ใช่ มีคนจองยัง เพราะถ้าไม่ ไปกับฉันป่ะ รับรอง ฉันทุ่มไม่อั้นไม่แพ้ลูกค้าคนอื่นของเธอชัวร์ๆ” ฉันว่าท่ามันไม่ค่อยจะดีแล้วนะ ผู้ชายคนนี้ตอนแรกท่าทางก็ดี แต่อยู่ๆสายตาก็เปลี่ยนมามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมไม่ใช่มองธรรมดา แต่มองแบบแทะโลมไม่ให้เกียรติกันเลย

“นี่นายพูดอะไรอ่ะ”

“แหม ไม่ต้องอายหรอก ใครๆเขาก็รู้กันว่าเธอรับจ๊อบ ฉันเองก็อยากลองบ้างไง เห็นว่าเด็ดใช่ย่อยไม่ใช่เหรอ” เขาพูดออกมาตรงๆขนาดนี้ เล่นเอาฉันไปไม่เป็น งงไปหมดแล้ว เขาพูดเหมือนวีรับจ็อบเป็นอีหนูรายวันงั้นแหละ ไม่ ไม่จริงอ่ะ

“ว่าไง หรือที่เงียบเพราะอยากรู้ราคาก่อน ถ้างั้นก็... ไปตกลงราคากันที่ที่มันเงียบกว่านี้ป่ะ เผื่อว่าจะได้ทดสอบลีลากันด้วยไง ไปเหอะ” เขายิ้มกรุ้มกริ่มแล้วเอื้อมมือมาจับข้อมือฉันอย่างไม่คิดจะขออนุญาตเลยสักนิด 

“เอ่อ ไม่ ฉันไม่ไป” ฉันสะบัดมือเขาออกแทบไม่ทัน

“วันนี้ฉัน ฉันไม่ว่าง ขอตัวนะ” ฉันรีบพูดรัวๆแล้วเดินออกจากโรงอาหารมาเลย แต่ใจมันยังสั่นไม่หาย ที่เขามาทำแบบนี้มันอะไรกัน นี่อย่าบอกนะว่าวี...

“ว้าย!” อยู่ๆก็มีใครมาฉุดข้อมือฉันจากด้านหลังก็ไม่รู้ แถมลากฉันมาตรงมุมลับตาคนอีกต่างหาก ทุกอย่างมันเร็วมากจนฉันไม่ทันตั้งตัวเลย หน้าคนที่ลากฉันมา ฉันก็ไม่ทันได้มอง จนกระทั่งตอนนี้ ตอนที่เขาดันฉันมาชนต้นไม้ ส่วนเขาก็ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน เหมือนจงใจดักฉันไว้ไม่ให้ฉันหนี ฉันถึงได้เห็นหน้าเขา

“นาย!?” ฉันอดตกใจไม่ได้ ก็เขาคือผู้ชายคนที่ฉันเดินชนวันนั้น แล้วทำไมเขาถึงต้องมองฉันแบบนี้ด้วย มองเหมือนโกรธอะไรฉันมาสักสิบชาติ

“นะ...นาย นาย นายมีอะไร” ฉันยอมรับว่ากลัวเขาจนทั้งตัวทั้งเสียงมันสั่นไปหมด ก็เขามองฉันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ สายตานิ่งๆคู่นั้น เหมือนพร้อมจะขย้ำฉันได้ตลอดเวลา

“ถะ...ถ้านายไม่พูด ฉันขอตัว ฉันรีบ” ฉันพูดจบก็ตั้งใจจะเดินหนีเขาออกมา

“โอ๊ย!” เขาจับแขนฉันไว้แล้วดันฉันไปติดต้นไม้เหมือนเดิม

“นี่นาย ปล่อยนะ”

“จะรีบไปหาลูกค้าที่จองคิวเธอเอาไว้คืนนี้หรือไง” เขาถามฉันนิ่งๆ แต่บีบแขนฉันแรงมาก

“โอ๊ย ฉันเจ็บนะ นายพูดอะไรของนาย”

“หึ!” เขากระตุกมุมปากแล้วหันหน้าไปอีกทางก่อนหันกลับมาพร้อมแววตาสมเพชและรอยยิ้มที่อยู่ๆก็พลันหายไป 

“เลิกแอ๊บสักทีเหอะ เธอทำเหมือนฉันไม่รู้สันดานเธองั้นแหละวีริน”

“สันดานอะไร วีไปทำอะไรนาย” ฉันแข็งใจถามเขาออกไป เพราะเขาพูดมาถึงขนาดนี้ ฉันคิดว่าเขาคงรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับวี

“ถามว่าเธอทำอะไรฉันงั้นเหรอ หึ นี่มันสกิลการแอ๊บขั้นไหนของเธออีกล่ะ ทำเลวอะไรเอาไว้ ถึงได้ทำเป็นจำไม่ได้”

“ฉันไม่ได้ทำเป็นจำไม่ได้ แต่ฉันไม่รู้ต่างหากล่ะ ถ้านายรู้อะไร นายก็บอกมาสิ” พอฉันพูดแบบนี้เขาก็ขมวดคิ้วแล้วเอียงหน้ามองฉันแปลกๆ

“ไม่รู้?”

“โอ๊ย!” อยู่ๆเขาก็เอามือมาบีบแก้มฉัน

“จะมาไม้ไหนอีก! คิดจะเล่นตลกอะไร ทำเลวเอาไว้ขนาดนั้น ถึงยังมีหน้ามาบอกว่าไม่รู้!” เขากัดฟันถลึงตาใส่ฉัน

“ปล่อยนะ ฉันเจ็บ” ฉันพยายามจะแกะมือเขาออก แต่มันแข็งมาก ฉันพยายามแกะเท่าไหร่มันก็ไม่ขยับเขยื้อน

“เจ็บนั่นแหละดี แต่แค่นี้ไม่เท่าที่ไอ้เรียวมันเจ็บหรอก!”

“เรียว?”

“ใช่! ไอ้เรียว ผู้ชายหน้าโง่ที่โดนเธอหลอกไง บอกว่ารักมันคนเดียว ทั้งๆที่ความจริง เธอมันก็แค่ผู้หญิงสันดานชั่วคนนึงที่เห็นแก่เงิน สำส่อน ไร้ยางอาย เธอบอกน้องฉันว่ารักมันนักรักมันหนา แต่ลับหลังมันเธอกลับไปรับจ็อบเอากับไอ้พวกตัวผู้ตัวอื่นไม่เลือกหน้า แบบนี้เหรอรัก!”

“โอ๊ย!” เขาบีบแก้มฉันแรงกว่าเดิม นี่ถ้าเปลี่ยนจากบีบแก้มเป็นบีบคอ ป่านนี้ฉันคงตายไปแล้ว

“แต่ต้องขอบคุณเวรกรรมนะ ที่ตามสนองได้ทันท่วงที เลยทำให้ความสำส่อนของผู้หญิงขายตัวอย่างเธอมันฉาวไปทั่ว ม. จนสุดท้ายไอ้เรียวมันก็รู้ความจริง ก่อนที่มันจะหมดตัวเพราะผู้หญิงหน้าเงินแถมยังคาวโลกีย์เน่าเฟะไปถึงไหนต่อไหนแล้วอย่างเธอ!” เขาตะคอกใส่หน้าฉันจนฉันสะดุ้ง แต่ความน่ากลัวของเขาในตอนนี้ มันก็ไม่น่าตกใจเท่ากับสิ่งที่เขาพูดมาทั้งหมด นี่อย่าบอกนะ ว่าที่ไม่มีใครมายุ่งกับฉัน ทำเหมือนขยะแขยงฉันอย่างกับไส้เดือนกิ้งกือ มันเป็นเพราะเหตุผลนี้ แล้วที่วีขู่ให้ฉันมาเรียนแทน เพราะเธอทนความอับอายไม่ได้ แล้วฉันล่ะ วีไม่คิดถึงฉันเลยเหรอ ว่าฉันจะต้องมาเจอกับอะไรบ้าง

“เงียบทำไม!” เสียงแข็งกร้าวของเขามันเรียกให้ฉันต้องมองเขาอีกครั้ง

“ที่นี้ยังจะกล้าพูดอีกมั้ยว่าไม่รู้”

“ฉัน ฉัน...” ฉันไม่รู้จะทำยังไงดี หรือควรจะบอกความจริงกับเขาไปตอนนี้เลย ใช่ ฉันคงต้องบอกเขา เพื่อไม่ให้เขาเข้าใจผิดไปมากกว่านี้

“นาย คือฉัน”

“จะว่าไป” อยู่ๆเขาก็แทรกพูด


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น