YINGPREM

สวัสดีทุกคนฮับ คนโปรดเป็นนิยายที่อาจจะหาสาระไม่ได้ แต่ก็หวังว่าคุณจะสนุกกับการอ่านเรื่องนี้ <3

ชื่อตอน : [คนโปรด : 27]

คำค้น : สมิธ,ลูคัส,คนโปรด

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.4k

ความคิดเห็น : 82

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2561 20:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[คนโปรด : 27]
แบบอักษร

คนโปรด 27

หลังจากที่ผมออกจากโรงพยาบาล ลูคัสก็พาผมกลับกรุงเทพฯทันที

ร่างกายผมก็ไม่ได้เป็นอะไรมากเพราะปกติผมเป็นคนแข็งแรงอยู่แล้วทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

แต่ที่ไม่ปกติก็คงเป็นผู้ชายที่ชื่อ ลูคัส ฮาล์น นี่แหละครับ ปกติมันจะไปๆมาๆระหว่างไทยกับต่างประเทศเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อ4ปีที่แล้ว หรือจะพูดก็ได้ว่ามันไม่ได้อยู่ที่ไหนนานเป็นพิเศษ คือเป็นคนที่ต้องเดินทางไปประเทศนั่นนี่อยู่ตลอดเพื่อทำงานนั่นแหละ

นี่เป็นครั้งแรกที่ลูคัสไม่ได้เดินทางไปไหน เขาอาจไม่ได้ตัวติดกับผมตลอดเวลา แต่ก็นับว่าเราได้อยู่ด้วยกันมากที่สุดในช่วงชีวิตที่รู้จักกันแล้ว

ผมไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจอะไร เพียงแค่แปลกใจเท่านั้น

จนถึงวันนี้ก็เกือบ3เดือนแล้วที่ลูคัสไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศไทยเลย

ผมถามมันแล้วนะ แต่มันก็บ่ายเบี่ยงพาผมเปลี่ยนเรื่องทุกที หนักๆเข้าแม่งก็ลากผมขึ้นเตียงเฉยเลย!

ตอนนี้ผมเรียนจบได้เกือบเดือนแล้ว ก็เป็นช่วงพักผ่อนที่เที่ยวเล่นไปวันๆ มีออกไปต่างจังหวัดบ้างและลูคัสก็ติดห้อยสอยตามผมไปด้วยทุกที่นั่นแหละ

ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมาผมก็ค่อนข้างเซฟตัวเองขึ้นเยอะ อะไรๆที่ผาดโผนเกินไปก็จะไม่ค่อยทำ(ถ้ายั้งใจได้) ภาพวันนั้นมันยังติดตาก็ส่วนหนึ่งเลยทำให้กลัวๆอยู่บ้าง และอีกส่วนก็คงจะเป็นเพราะดวงตาสีเขียวเข้มที่คอยจับจ้องมองผมอย่างเป็นห่วงอยู่เสมอ

ถึงมันไม่บอกว่าอยู่ไทยทำไมนานขนาดนี้ก็ใช่ว่าผมจะไม่รู้เลยหรอกนะ ผมไม่ได้โง่ขนาดนั้นสักหน่อย!

เอาเถอะ!เรื่องนี้เอาไว้ก่อน...ว่าแต่ตอนนี้ทำไมไอ่เหี้ยเซนท์กับไอ้เหี้ยดีถึงยังไม่มาอีกวะ!

อ้อ!ผมคงลืมบอกไปว่าไอ้สองผัวเมียนั่นมันเพิ่งกลับถึงไทยเมื่อวาน วันนี้ผมจึงนัดพวกมันมาทานข้าวเที่ยงด้วยกันเพื่อถามสารทุกข์สุกดิบ(ว่าง่ายๆก็เสือกนั่นแหละ) ละนี่เลทมาจะครึ่งชั่วโมงแล้วไง กูเริ่มหงุดหงิดแล้วนะ!

"โทษทีมึง รถติด"พูดถึงผีผีก็มา

"ตอแหล จะโกหกก็คิดข้อแก้ตัวใหม่ๆหน่อยมุกนี้เก่าไปละ"ผมทำหน้าหงิกส่งให้หลังพวกมันนั่งลงแล้ว ไอ้เหี้ยเซนท์เบ้ปากให้ผมนิดๆแล้วยักไหล่

"เออพวกกูตื่นสาย"

"สัส"

"ขอบคุณ"ไอ้เหี้ยดีบอกหน้าตาย

"กูด่า!"

"สั่งไรยังอ่ะ? กูหิวละ"ไอ้ตี๋เอียงคอถาม มันผอมลงนิดหน่อย แม้จะอายุมากขึ้นแต่มันก็ยังดูแบ๊วๆน่ารักเหมือนเด็กมหาลัยอยู่

"ยัง รอพวกมึงมานี่แหละ"

"เออๆงั้นเรียกพนักงานมาสั่ง"หลังจากสั่งเมนูอาหารกับพนักงานเรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่รอไอ้ตี๋ก็เริ่มเสือกความเป็นไปของผมก่อนเลย

"ทำไมมึงมาคนเดียววะ?"

"แล้วมึงจะให้กูมากับใคร?"ผมเลิกคิ้วถามมันคืน

"อ้าว!ก็เฮียลูคัสผัวมึงไง"โอ้โหผัวเต็มปากเต็มคำมาก เกือบพูดไม่ออกเลยกู

"เดี๋ยวกูถีบหงายหลัง! ผัวเหี้ยไรล่ะไม่มีเว้ย"

"หรา"กูเหลียดน้ำเสียงจีบปากจีบคอของมึงจริงๆไอ้เหี้ยตี๋

"แล้วพวกมึงกลับมานี่จะแต่งกันเลยไหม?"ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมผมไม่ถามชีวิตความเป็นอยู่พวกมันนะ 3ปีมานี้คอลคุยกันจนเอียนแล้วครับ

"ไม่แต่ง"ไอ้เซนท์

"ทำไม!"ผัวไอ้ตี๋ถามเสียงเข้มก่อนผมอีก

"เราอยู่กันแบบนี้ก็ดีแล้วนี่ ดีก็รู้ว่าเราไม่มีทางแต่งกันได้หรอก"ไอ้เซนท์พูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ไอ้ดีนี่หน้าเคร่งเครียดขึ้นมาถนัดตา

"ถ้าป่องอยากแต่งทำไมจะแต่งไม่ได้"

"เราคุยกันแล้วนะดี"น้ำเสียงไอ้เซนท์เริ่มกดต่ำ

"เฮ้ยๆอย่าทะเลาะกันนะเว้ย"ผมรีบห้ามทัพไม่น่าถามเลยกู

"ช่างเถอะ"ไอ้ดีบอกปัดแล้วเสหน้ามองไปทางอื่น แต่ไอ้เซนท์จับหน้าผัวมันให้หันมาแล้วยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มไอ้ดีจนยุบไปข้าง ยังดีที่เราเลือกทานเป็นห้องส่วนตัว

"แต่งก็ได้ ขี้งอนจริงนะเรา"ไอ้เซนท์ง้อผัวโดนการบี้หน้าไปกับแขนล่ำๆของไอ้ดี(ชักอยากมีเหมือนมัน)

"อืม"

"แค่กๆๆๆๆๆ"ผมแกล้งกระแอมทำลายโมเม้นท์หวานๆของพวกมัน

"ส้นตีนกูติดคอมึงเหรอ?"ไอ้ดีด่า แต่ผมเพียงยักไหล่ไม่สำนึกให้มัน ด่าเท่าไหร่กูก็ไม่สำนึกหรอก เรื่องเหี้ยๆงานถนัดกู

"รำคาญไอ้พวกมีความรักจริงๆ"ผมทำบ่น

"อิจฉาก็โทรเรียกผัวมา"

"ก็บอกไม่มี"

"ถ้าเขาอยู่ต่อหน้ามึงจะกล้าปฏิเสธไหมกูถามจริง?"

"กูไม่...."

"คิดดีๆก่อนตอบ"ไอ้ดีพูดขึ้นมาอีกคน

"..."ผมกัดปากนิดๆอย่างไม่รู้จะพูดอะไร

"เห็นมะมึงก็รู้ดีอยู่แก่ใจ"

"แล้วพวกมึงจะมาเซ้าซี้กูทำไมเนี่ย"

"กูอยากให้มึงซื่อสัตย์ต่อตัวเองไง"

"กูไม่มีคำตอบให้พวกมึงหรอก ตัวกูเองยังไม่รู้เลย"

"ถ้าอย่างนั้นมึงยิ่งต้องหาคำตอบ มึงจะเป็นคนไม่มีสถานะไปอย่างนี้เรื่อยๆหรือไง?"

"มึงก็รู้ว่าสถานะกูคืออะไร"

"ถ้ามึงเป็นแค่คนโปรดป่านนี้มึงโดนเฮียเฉดหัวคนเหี้ยๆอย่างมึงทิ้งไปตั้งนานแล้ว ถ้าไม่รักคงไม่มาตามหลงตามเฝ้ามึงเป็นสิบปีขนาดนี้หรอก"แรงไปไหมพ่อ

"กูไม่แน่ใจนี่"

"ไม่ใช่ว่าเขาเคยพูดแต่มึงไม่สนใจเองหรือไง?"ไอ้ดีเริ่มต้อนกูอีกคนละ

"ก็...ก็มันชอบพูดตอนกูไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่"

"ยกตัวอย่างเช่น?"

"ตอนกูเมาและก็ตอน..."ตอนมีอะไรกัน แต่ใครมันจะไปกล้าพูดล่ะวะ!

"และก็ตอน?"ไอ้เซนท์ทำหน้าสงสัย

"หมดแล้วแค่นั้นแหละ"ผมตอบปัดๆไปให้เรื่องมันพ้นจากตัว ถึงจะเป็นคนหน้าด้านแต่เรื่องนี้ด้านไม่ไหวจริงๆว่ะ

"กูไม่เชื่อ"

"วุ้ย!ไม่เชื่อก็เรื่องของมึง"ไอ้เซนท์หรี่ตามองผมนิดๆก่อนจะแสยะยิ้มออกมา

"กูว่ากูรู้ละ"อย่าบอกนะว่าองค์ไอสไตน์ลงร่างมันอีกแล้วน่ะ รู้ไปซะทุกเรื่องเลย!

"รู้ไม่รู้ก็เรื่องมึง กูไปเยี่ยวละ"ว่าจบผมก็รีบลุกออกไปเข้าห้องน้องหนีมันทันที

หลังจากที่แดก เอ้ย ทานข้าวกันจนพุงจะแตกอยู่รอมร่อ ไอ้เซนท์กับไอ้ดีก็เดินมาส่งผมที่รถ

"คืนนี้มึงว่างป่ะ"ไอ้เซนท์ถาม

"ก็น่าจะว่างแหละ ทำไม"

"คืนนี้มึงออกมาเจอกันที่ร้านดี สัก3ทุ่ม แดกเร็วหน่อยจะได้มอมง่าย"ไอ้เซนท์นัด แต่ประโยคหลังมันพูดพึมในลำคอ

"ประโยคหลัง3ทุ่มมึงพูดใหม่ดิ๊ กูไม่ได้ยิน"

"มาเร็วๆหน่อยก็ดีกูคิดถึงกูนัดพวกไอ้เคลวินไว้ด้วย"

"เออๆ"

"พาเฮียมาด้วยก็ดีนะ"

"มันไม่ไปหรอก"

"มึงชวนแล้วหรอไอ้สัส"

"เอ้า!มึงนิกูก็เดาได้ไง"

"ชวนก่อนเหอะน่า"

"มึงเลิกกลัวมันแล้ว?"แต่ก่อนไอ้เซนท์เจอลูคัสตรงๆไม่กี่ครั้งหรอกครับ แต่ที่เจอทุกครั้งมันก็สั่นยิ่งกว่าเจ้าเข้าทุกที ไม่รู้จะกลัวอะไรนักหนา

"จะพยายามไม่กลัว"หน้ามันซีดลงนิดๆด้วยแหละครับ

"กูว่ามันจะกร่อยพวกมึงกันเปล่าๆ อย่าหาเรื่องเลย"

"เออน่า พามาก่อนค่อยว่ากัน"

"เออแต่กูไม่รับปากนะ"

"เค"มันยกมือขึ้นทำนิ้วโอเค

"บาย"

"บาย"

หลังจากล่ำลาพวกมันเสร็จผมก็ขับรถกลับคอนโดฯ อาจจะแปลกใจกันที่ลูคัสยอมปล่อยให้ผมขับรถเอง ไปไหนมาไหนเองโดยไม่มีการ์ดคอยตาม (หรืออาจจะมีตามแต่ผมไม่รู้ก็ได้) ซึ่งผมเป็นคนขอลูคัสเองตอนที่เรียนจบปริญญาตรีใหม่ๆ ผมไม่อยากให้มันทำเหมือนผมเป็นเด็ก ผมโตแล้วและดูแลตัวเองได้ มันก็ดูไม่ค่อยอยากยอมเท่าไหร่ แต่พอผมเอาแต่ใจหนักมากๆเข้าสุดท้ายมันก็ยอมอยู่ดี

ผมคงไม่ต้องเล่าฉากที่ผมต้องนอนซมเตียงกระดูกสะโพกครากไปหลายวันเพราะมันอยากให้ปลอบใจหรอกใช่ไหม?

แกร็ก! ผมปิดประตูหลังเดินเข้าห้อง ก่อนจะเดินตรงเข้าครัวไปหาน้ำดื่ม ได้ยินเสียงลูคัสคุยโทรศัพท์แว่วๆมาจากทางห้องนั่งเล่น

หมับ! อ๊ะ!

ผมดื่มๆน้ำไปได้ไม่กี่อึก อยู่ๆก็มีแรงกอดรัดมาจากทางด้านหลัง ผมเกือบจะหลุดเสียงโวยวายถ้าไม่ติดว่ามันกำลังคุยโทรศัพท์อยู่

"โยกไปลงทุนของเครือเนลสันสัก2พัน"สองพันล้านเหรียญน่ะครับ

"อื้อ!"แม่งคุยอย่างเดียวไม่เป็นหรือไงนะ ทำไมต้องมาดูดคอกูด้วยเนี่ย

"อืม แวะไปลาสเวกัสด้วยนะ"ติ้ด!

"ปล่อยเลยลุค!"ฟอด! คือนอกจากจะไม่ฟังผมแล้วมันยังยื่นหน้ามาหอมแก้มผมอีก ผมหมุนตัวหันไปเผชิญหน้ากับลูคัส ทำหน้าบึ้งๆใส่มัน

"งอนอะไรอีก?"มันถามยิ้มๆ

"ไม่ได้งอนเหอะ"

"หึๆ"

"กินข้าวยัง?"ผมถามพลางลูบผมให้มันไปด้วย

"กินแล้วครับ"

"กับอะไร?"

"ผัดกระเพราหมูสับ"

"กินได้?"ลูคัสเป็นพวกทานเผ็ดไม่ค่อยได้อ่ะครับ มีอยู่ครั้งหนึ่งผมสั่งผัดกระเพรามากินในระดับเผ็ดปกติขิงผม มันลองชิมด้วยคำเดียวเผ็ดจนน้ำตาเกือบไหล ทั้งหน้าทั้งปากนี่แดงไปหมด

"สั่งแบบไม่ใส่พริก"จะน่าสงสารอะไรขนาดนั้นวะ

"แล้วมันอร่อยหรือไงนั่น"

"ไม่ค่อยอร่อยเท่าตอนที่กินกับมิทตี้ แต่อันนั้นมันเผ็ดเกิน"

"สั่งเผ็ดน้อยสิ"

"เขาก็ทำเผ็ดอยู่ดี"ก็จริง มันเคยสั่งต้มยำปลากระพงน้ำข้นแบบเผ็ดน้อย แต่ก็ยังเผ็ดมากสำหรับลูคัส

"อืม"

"มิทตี้ก็ทำให้พี่กินเองสิ"มันยิ้มแล้วยื่นมือมาเกลี่ยแก้มผมบางๆ

"ก็ได้"ฟอด!

"เมียพี่น่ารักที่สุด"

"บ้า กูหล่อเหอะ"

"สำหรับพี่ยังไงมิทตี้ก็น่ารักเสมอ"คิดว่าหน้ากูหนาจนไม่รู้สึกอะไรเลยหรอวะ ตัวเท่าควายขนาดนี้พูดได้ไงว่ากูน่ารัก

แต่ก็อดจะรู้สึกเขินๆไม่ได้อยู่ดีว่ะ

"เออๆแล้วแต่พี่เลยครับ"

"หึๆ"มันเกี่ยวคอผมไปหอมแก้มอีกรอบก่อนจะพาเดินออกไปห้องนั่งเล่น

เรานั่งๆนอนๆดูหนังด้วยกันจบไปหลายเรื่อง จนกระทั่งเย็นๆผมก็เริ่มหิว ลูคัสจึงพาผมออกไปทานข้าวนอกบ้าน เราทานอาหารเสร็จประมาณ3ทุ่มกว่าๆ ระหว่างที่ผมกำลังทานสละลอยแก้วอยู่ เสียงโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น เป็นไอ้เหี้ยเซนท์นีทเอง

Rrr Rrr Rrr ติ๊ด!

"เออว่า?"

(เมื่อไหร่มึงจะมาวะ)

"สักหน่อยนี่แหละ"

(มึงทำเหี้ยไรอยู่วะ กว่าจะถึง)

"แดกของหวานอยู่ไอ้สัส กูอยู่ข้างนอกแปบเดียวก็ถึงโว้ย"

(อยู่กับผัว?)

"เออ!"ขี้เกียจเถียงแม่งละ

(ดี พาเฮียมาด้วยนะ)

"ดูก่อน แค่นี้นะเดี๋ยวไป"

(เค) ติ๊ด!

"จะไปไหน?"ทันทีที่ผมวางสาย เสียงทุ้มจากฝั่งตรงข้ามก็ดังขึ้นทันที

"ไอ้เซนท์นัดไปหาที่ร้านไอ้ดี"

"อ้อ"

"กินเสร็จแล้วไปส่งหน่อยนะ"

"..."

"นะครับ"

"อย่ากลับดึกนะ กินเสร็จแล้วโทรมาพี่จะไปรับ"

"อื้อ"

++++++++++++

เราใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากร้านอาหารมาถึงร้านไอ้ดี เมื่อรถจอดสนิทที่ลานจอดรถ ฟินน์ลูกน้องของลูคัสก็ลงมาเปิดประตูรถให้ผม

"กินอย่าให้เมามาก เมาแล้วโทรหาพี่ อย่าไปใกล้คนอื่น อย่าให้คนอื่นมานัวเนีย แล้วก็..."

"สั่งขนาดนี้ลงไปเฝ้าเลยไหม?"ผมเลิกคิ้วถามอีกคนที่สั่งห้ามนู่นนี่นั่นไม่หยุด

"ได้ไหมล่ะ?"

"ก็มาดิ"

"หึ!ไปเถอะเดี๋ยวเพื่อนมิทตี้จะไม่สนุกกัน"มันยิ้มพร้อมขยี้หัวผมเบาๆ แต่ทำไมผมถึงรู้สึกไม่ค่อยโอเคกับความใจดีแบบนี้ของมันเลยวะ รู้สึกเหมือนมันกันตัวเองออกไปเพื่อความสบายใจของผม

ผมจับมือลูคัสออกจากศีรษะตัวเองพร้อมดึงมันลงจากรถด้วยกัน มันมองหน้าผมงงๆนิดหน่อย

"ไปด้วยกันนะ เพื่อนกูชวนพี่ให้มาด้วยกัน"ลูคัสเลิกคิ้วนิดๆก่อนจะยิ้มแล้วยื่นหน้ามาจูบผมหนักๆหลายวินาที

"อื้อ!พอแล้วเดี๋ยวมีคนมาเห็น"ผมดันหน้าลูคัสออก มันยิ้มอารมณ์ดีแล้วจับมือผมเดินเข้าร้าน

ผมเปิดแชทอ่าน ไอ้เซนท์ส่งมาบอกว่าอยู่ชั้น3ห้องใหญ่พร้อมคาราโอเกะขนาด ผมเป็นคนเดินนำมันขึ้นไปแต่เรายังจับมือกันไว้อยู่ ลูกน้องลูคัสเดินตามหลังมาแค่สองคน อีกคนรออยู่ที่รถ

ผมเปิดประตูเข้าไป ข้างในมีเพื่อนสมัยที่เรียนมหาลัยด้วยกันหลายคน นอกจากไอ้ดีกับไอ้เซนท์แล้ว ก็มีไอ้เคลวิน ไอ้เต๋อ ไอ้ฉัตร ไอ้กาย ไอ้แม็ก ไอ้ทัพ แล้วก็รุ่นน้องที่สนิทกับพวกผมอีกหลายคน รวมแล้วก็สิบกว่าคนได้ รู้สึกว่ากำลังจะได้ที่เลย

"ไอ้เหี้ยสมิธมาแล้วโว้ย มาๆหมดแก้วเลยมึง"ไอ้เหี้ยเต๋อจับเหล้ากรอกปากผมตั้งแต่หน้าประตู ผมดื่มอึกๆตามที่มันยกเกือบสำลังอ่ะคิดดู

"กว่าจะเสด็จมาได้นะมึง"เสียงใครสักคนดังขึ้น

"เสือก!"ผมด่าออกไปบ้าง

"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"แล้วพวกมันก็พากันหัวเราะเฮฮากัน แต่อยู่ๆเสียงก็เงียบกริบลงเมื่อลูคัสก้าวเข้ามาในห้องตามหลังผม บรรยากาศที่กำลังครึกครื้นก็หยุดชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง

พวกผมเรียนด้านนี้มา บุคคลที่มีผลงานโด่งดังในเศรษฐกิจโลกก็ต้องผ่านตาพวกผมมาบ้าง หนึ่งในนั้นก็มีลูคัส ฮาล์น คนนี้

เพื่อนผมบางคนถลึงตามองลูคัสอย่างไม่เชื่อ บางคนก็ขยี้ตาหนักๆเข้าก็ทรุดตัวนั่งพึมพำออกมาอย่างไม่เชื่อหู

"ใช่ลูคัส ฮาล์น คนนั้นรึเปล่าวะ"สิ้นคำพูดของไอ้กายทั้งท้องก็ดังขึ้นราวกับนกกระจอกแตกรัง

"จะใช่ได้ไงวะ คนนั้นๆจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"

"แต่เหมือนมากเลยนะเว้ยมึง"

"เออ กูก็ว่าเหมือน"

"เจ้าของสโมสรฟุตบอลGGด้วยอ่ะมึง

"แต่เขามากับไอ้สมิธนะเว้ยไม่น่าเป็นไปได้ไหมวะ"

เอิ่ม...นินทาอะไรเกรงใจไอ้คนถูกนินทาที่ยืนอยู่ต่อหน้าพวกมึงนิดนึง

"พอๆไม่ต้องเถียงกัน พวกมึงนี่เสียมารยาทจริงๆ...สวัสดีครับเฮีย"ไอ้เซนท์พูดเป็นภาษาอังกฤษแต่ยกมือไหว้ลูคัสพร้อมส่งยิ้มแห้งๆประจบ

"สวัสดีเซนท์ สบายดีนะ"ยังดีหน่อยที่มันเรียกชื่อเล่นเพื่อนผมแล้ว เมื่อก่อนเรียกมิสเตอร์ก้องเกียรติสิริ ออกเสียงยากขนาดไหนก็พูดอ่ะครับ

"สบายดีครับ เฮียมานั่งก่อนๆ"ลูคัสเดินไปนั่งโซฟาตามที่ไอ้เซนท์บอก ผมกำลังจะเดินตามไปแต่ถูกไอ้พวกเพื่อนเหี้ยดึงตัวไว้ก่อน แม่งอย่างกับเปรตรุมขอส่วนบุญ

"ไอ้เหี้ยสมิธมึงอย่าเพิ่งไป"

"อะไรของพวกมึงเนี่ย"

"คนที่มากับมึงใช่คนที่พวกกูคิดไหมวะ?"

"ใคร?"ผมแกล้งถามคืนทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจ จะตื่นเต้นอะไรนักหนาวะเนี่ย

"เอ๊ะมึงนี่!ก็ลูคัส ฮาล์น ไงวะ"ผมกรอกตานิดหน่อยแล้วเอ่ยบอกพวกมันไป

"เออ!"

"เออนี่คือใช่หรือไม่ใช่ไอ้สัส"

"ก็ใช่สิวะ!"

"เหี้ย!!!"พวกมันร้องเรียกลูกพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

ผมชักสีหน้านิดๆเพราะรำคาญพวกมัน เลยตบหัวไอ้ทัพที่อยู่ใกล้มือที่สุดระบายความหงุดหงิด

"โอ้ย!พี่ตบผมทำไมเนี่ย"ไอ้จอมทัพร้องทำท่ากุมหัวอย่างเว่อร์

"ตบเฉยๆกูหมั่นไส้ พวกมึงถอยไปได้ละ กูจะไปแดกเหล้า"ผมแทรกตัวออกจากวงเสือกไปหาไอ้เซนท์กับไอ้ดีที่นั่งคุยกับลูคัสอยู่

"ไงล่ะมึงหน้าหงิกมาเชียว"ไอ้เซนท์เอ่ยทัก

"เพื่อนมึงนี่เสือกเก่ง"ผมเหน็บดังๆจงใจให้พวกมันได้ยิน


ขณะเดียวกันพวกมันก็แยกย้ายไปนั่งที่ของตัวเอง บางคนก็ไปเลือกเพลงจะร้องคาราโอเกะ

"สวัสดีครับพี่ ผมเคลวินนะครับ"ไอ้เคลไม่สนใจเสียงเหน็บผม แต่ยื่นมือมาทำความรู้จักกับลูคัสแทน คนข้างๆผมก็ยืนมือไปจับตอบ

"สวัสดี เรียกผมลุคเหมือนสมิธก็ได้"มันบอกอย่างใจกว้าง ผมหันไปมองมันเผอิญกับที่มันก็มองมาทางผมแล้วยิ้มมุมปากให้พอดี

แล้วกูจะทนดาเมจนี้ไหวเหรอ หันหน้าหนีสิครับ...

หลังจากนั้นภายในห้องก็กลับเข้าสู่ความเฮฮากันเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาทำความรู้จักลูคัสเหมือนไอ้เหี้ยเคลอีก

กินๆเล่นๆกันจนล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ผมก็เริ่มกรึ่มๆ(ความจริงคือเมา)

"ลุคคคคค"

"หืม?"

"ซาหนุกป่าวววว"

"ก็ดี"

"มาเจอเพื่อนเค้าเป็นงายบ้าง"

"เป็นเพื่อนที่ดีใช้ได้"

"โผมดีจาย ที่เพ้มาเจอเพื่อนผมมม"

"ทำไมล่ะ?"

"เพราะเพื่อนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตโผม และเพ้ก้อออเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผมเช่นกานนน"

"พี่เป็นมากกว่าส่วนหนึ่งได้ไหม"เสียงอีกคนกระซิบเข้ามาใกล้หูมากขึ้น

"ด้ายซี่ ถ้าพี่เป็นเด็กดี ผมห้ายเป็นท้างชีวิตเลยยย"

"หึๆเด็กดีของพี่"ฟอด!พอหอมแก้มแล้วริมฝีปากมันก็เริ่มลามมาขบปากผม ร่างกายผมเร็วยิ่งกว่าความคิด ขยับริมฝีปากจูบตอบอีกคนอย่างเร่าร้อนไม่แพ้กัน ผมขยับเบียดชิดริมฝีปากเข้าหาลูคัสมากขึ้น บดจุมพิตใส่ปากซึ่งกันและกันโดยลืมว่าตอนนี้กำลังอยู่ที่ไหน เมื่อมือลูคัสสอดเข้าไปใต้เสื้อและบีบเค้นหน้าอกผมอย่างได้อารมณ์ สติผมที่มีอยู่น้อยนิดก็เริ่มกลับคืนสู่ร่าง

"อ๊ะ!ลุค มีเพื่อน อื้อ"เหมือนอารมณ์ปรารถนาลูคัสจะกู่ไม่กลับง่าย ผมจึงกัดปลายลิ้นอีกคนที่สอดแทรกอยู่ในโพรงปากผมเบาๆ แต่เพียงเท่านี้ก็เรียกเลือดได้แล้ว

ลูคัสชะงัก แต่สุดท้ายก็ยอมถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง

"เอ่อ กูว่าจะถามตั้งแต่แรกว่ามึงเป็นอะไรกับคุณลูคัส...แต่ตอนนี้คงไม่ต้องละ"เสียงใครสักคนพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบของห้องที่ผมก็ไม่รู้ว่าเงียบกันตั้งแต่เมื่อไหร่

"ได้ไงกูว่าถามเอาจากปากมันตรงๆเลยดีกว่า...ว่าไงสมิธ มึงกับเฮียลุคเป็นอะไรกัน"ไอ้เหี้ยตี๋เซนท์ ผมเม้มริมฝีปากก่อนจะช้อนตามองอีกคนโดยไม่รู้ตัว มันยิ้มพร้อมไล้แก้มผมเบาๆ

"บอกเพื่อนไปสิ อย่างที่มิทตี้อยากให้เป็น"ไม่รู้ว่าเพราะผมเมาหรืออะไรแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ลูคัสมองผมอย่างคาดหวัง

"..."

"..."

.

.

.

.

.

"ลูคัส ฮาล์น เป็นคนพิเศษของกู"

+++++++++++

ขอโทษที่มาช้าน้าาา ใกล้สอบแล้วเปรมยุ่งมากมายไม่มีเวลาเข้าเว็บอัพนิยายเลยยยย อีก2ตอนจบนะคะ เปรมขออัพตอนต่อไปหลังจากลงขายe-bookก่อนนะคะที่รัก(ขออนุญาตขายของ)❤

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น