มนต์ระมิงค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 1 : นายใบ้... (110%)

คำค้น : พะนอขวัญ,นายใบ้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ย. 2561 22:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1 : นายใบ้... (110%)
แบบอักษร

(ต่อ)

หลังจากทานข้าวอิ่ม และชายหนุ่มก็ได้ล้มตัวลงนอนพัก นางช้อยก็ขึ้นไปช่วยหญิงสาวผู้นั้นทำงานชั้นบนของบ้านตั้งนานแล้ว ส่วนนายชดสามีของแกก็กำลังพรวนดิน พร้อมกับดูแลต้นไม้ใบหญ้า รอบ ๆ ตัวเรือนไม้หลังนี้อยู่   

ชายหนุ่มอยากรู้เรื่องราวที่นี่เพิ่ม เพราะนอกจากคุณขวัญจะระเห็จมาอยู่ร่วมกับเรือนคนใช้แล้ว ก็เป็นไปได้ว่า หล่อนและมารดา รวมถึงพี่สาวคนนั้นก็อาจจะอยู่ในสถานะ แม่เลี้ยงและลูกเลี้ยงกันหรืออย่างไร

ชายหนุ่มพลิกตัวอย่างกระสับกระส่าย  ครุ่นคิดถึงแต่เรื่องของหล่อน ไม่สบายตัวและใจยิ่งกว่าการนอนซมเพราะพิษไข้เสียอีก เขาเหลือบตามองชั้นบนของบ้าน หล่อนทำงานอะไรกัน จากคำบอกเล่าของป้าช้อยค่าอยู่ค่ากินของที่นี่ หล่อนต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด แสดงให้เห็นแล้วหญิงสาวตัวเล็กอายุน่าจะยังไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ แต่ต้องแบกรับความรับผิดชอบที่หนักหนาเกินวัยน่าดู

เขาผุดลุกขึ้นนั่ง  พลางถอนใจ การได้มาตกอยู่ในสถานะนายใบ้จะเอ่ยถามออกไปตรง ๆ ก็ใช่ที่สินะ  เขาเหลือบมองไปทางผู้สูงวัย และไม่ห่างออกไปก็เห็นเสียมอีกเล่มอยู่ตรงนั้น ...

"เอ้า ทำไมไม่นอนพัก" นายชดหันกลับ ยามเห็นนายใบ้เดินมาสมทบพร้อมกับถือเสียมอีกเล่มเอาไว้ในมือ

เขาขยับตัวให้ดูกระฉับกระเฉงขึ้น แล้วโบกมือทำนองว่า ไม่เป็นอะไรแล้ว 

"อ้อ...จะบอกว่าหายดีแล้ว"  

ชายหนุ่มพยักหน้ารับเร็ว ๆ   ก่อนจะชี้ไปที่แปลงผักที่นายชดกำลังพรวนดิน 

"จะช่วยหรือ?"   ผู้สูงวัยกว่าถาม พร้อมทำท่าครุ่นคิด แล้วจึงขยับตัวเพื่อให้นายใบ้มาช่วย พลางบอก "เออ ดี ๆ ถ้าลุกไหวแล้วก็มาช่วยกันทำงานหน่อย"  

จากนั้นนายใบ้ก็เริ่มช่วยผู้สูงวัยพรวนดิน ที่ดูจะเป็นงานหนัก และเป็นงานประเภทที่ตนไม่เคยต้องจับต้องทำมาก่อนในชีวิต กับการจับจอบ จับเสียมเช่นนี้  เขาจะอาศัยจากที่ตัวเองเคยเห็นคนสวนที่บ้านทำให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ก็คงพอจะทำอย่างคนอื่นได้บ้างหรอกน่า  แม้จะต้องตากแดดจนเหงื่อโทรมกาย เขาก็ยอมเพื่อให้ได้รับรู้เรื่องราวของหญิงสาวผู้นี้เพิ่ม 

พอเวลาผ่านไปสักระยะ ชายหนุ่มจึงลองสะกิดตัวผู้สูงวัย แล้วชี้ขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน ก่อนจะทำท่าทางประกอบเพื่อให้นายชดได้รู้ว่าเขาได้ถามไปถึงบิดาของหล่อนนั่นเอง

"คุณผู้ชาย คุณพ่อของคุณขวัญเสียไปหลายปีแล้ว..."

 นายชดเริ่มเล่าพร้อมกับถอนใจและทำงานตรงหน้าไปด้วย "เมื่อก่อนที่นี่จะอุ่นหนาฝาคั่ง เพราะคุณผู้ชายรับราชการ มีหน้ามีตา มีเงินเดือนสูง ๆ พอจะจ้างคนใช้เอาไว้หลายคน แต่พอคุณผู้ชายเสีย คนใช้ที่นี่ก็เริ่มทยอยลาออก แม้ไม่ลาออกเอวก็จะโดนไล่ออกบ้าง เพราะคุณรำพึงเธอไม่ได้ทำงานน่ะ เลยไม่มีเงินพอจะจ้างคนมาก ๆ ทำงาน   และความจริง ข้ากับยายช้อยก็เคยถูกคุณรำพึงเฉดหัวออกจากที่นี่ไปทีแล้ว ไปอยู่กับลูกชายและลูกสะใภ้ที่นครนายก แต่อยู่ไม่ได้ เฮ้อ... "ว่าแล้วจึงถอนหายใจ ยกผ้าขาวม้าที่คาดเอวขึ้นมาเช็ดเหงื่อ ปากก็พูดไปอีกว่า 

"...เพราะลูกสะใภ้มันร้าย ยิ่งกับยายช้อยนี่ยิ่งไม่ลงรอยกันมาก ประเภทขิงก็ราข่าก็แรง เลยทำให้เราสองคนตายายได้ตัดสินใจกลับมาพึ่งใบบุญบ้านนี้อีกครั้ง  โชคดีที่คุณขวัญ เธอขอคุณแม่เธอให้รับข้าและยายแก่นั่นไว้ และบอกว่าจะจ่ายเงินเดือนให้เราสองคนเอง ดังนั้น เราสองคนจึงพอมีที่คุ้มหัวกันอยู่มาจนถึงทุกวันนี้  และเราทั้งสองก็ตัดสินใจว่าจะอยู่ที่นี่จนตายกันไป จะไม่กลับไปหาลูกชายคนเดียวอีก ส่วนค่าแรงเราก็ขอทำงานก็แลกกับค่ากิน ค่าอยู่อาศัยกับเธอไปวัน  ๆ  แต่คุณขวัญเธอก็ดี ยังหาเงินมาเป็นเงินเดือนให้เราสองคนอีกจนได้ ข้าสองคนแม้ไม่อยากรับแต่คุณขวัญเธอก็คะยั้นคะยอให้รับจนได้น่ะแหละ ..."

นายใบ้หยุดมือลงชั่วขณะ  แล้วหันมาส่งเสียง  "แอ๊ะ! แบ๊ะ!" เขาพยายามถามกลับ และทำท่าทางประกอบ 

นายชดพักมือแล้วก็แปลความหมายท่าทางจากเขา ก่อนจะยิ้มกว้างแล้วถามกลับสั้น ๆ 

"คุณขวัญเธอทำงานอะไร? แบบนี้ใช่มั้ย"  

เขาพยักหน้ารับเร็ว ๆ ดีใจที่ผู้สูงวัยเข้าใจสิ่งที่เขาอยากสื่อได้เร็วมาก 

"เธอมีฝีมือปักฉลุลายผ้า รับมาทำแล้วเอาไปส่งตามร้านประจำ งานฝีมือเธอสวยงามจนมีร้านรเสื้อ ร้านค้ารับซื้อ แต่ก็นั่นแหละคุณขวัญต้องทำคนเดียว มียายช้อยคอยช่วยบ้างก็ยังถือว่าเป็นงานหนักสำหรับเธออยู่  ข้าล่ะสงสารเธอจริง ๆ เพราะค่าใช้จ่ายที่นี่ส่วนใหญ่ก็เป็นเงินเธอทั้งนั้น คุณรำพึงและลูกสาวอีกคนไม่ยอมมารับรู้ด้วยหรอก" 

เขาพยักหน้าเร็ว ๆ อีก 

"เมื่อกี้ที่ข้าไปข้างนอก ก็เอาผ้าที่เธอทำไว้ไปส่งให้ตามร้าน แล้วรับเงินมาให้ ข้าต้องไปส่งประจำทุกวัน แต่บางวันคุณขวัญก็ไปเองน่ะ"

ชายหนุ่มชีิ้ไปทางบ้านใหญ่อีกครั้ง แล้วชี้มาที่ท้องของเขา พร้อมทำยกนิ้วมาสองนิ้ว  นายชดเองก็เริ่มสนุกที่เดาท่าทางนั้นได้  จึงยิ้มกว้างแล้วตอบมา

"คุณรำพึงไม่ได้มีลูกสาวแค่สองคนหรอก  คนโตเป็นลูกชายเรียนอยู่ต่างประเทศโชคดีที่เป็นนักเรียนทุน สอบทุนไปเรียน ไม่อย่างนั้นก็คงเรียนไม่จบเพราะคุณแม่ไม่ค่อยมีเงิน ส่วนลูกสาวอีกคนก็เรียนอยู่มหาวิทยาลัย  แต่ข้าว่า ท่าทางจะเรียนไม่รอดว่ะ..."

ชายหนุ่มรีบชี้ขึ้นข้างบนทันที 

"คุณขวัญเคยเรียน แต่ไม่ได้เรียนต่อ..." น้ำเสียงของนายชดนั้นอ่อนลง

"แอ๊ะ!" เขาทำหน้าสงสัยประกอบด้วย

ผู้สูงวัยจึงสบตาเขากลับวางท่านิ่งขรึม ก่อนจะกระซิบบอก "คุณรำพึงแกไม่ได้รักลูกสาวคนนี้" แล้วเหลียวหน้าไปมาคล้ายกับว่ากลัวใครจะมาได้ยินคำพูดต่อไปนี้เข้า "แกหาว่า คุณขวัญไม่ใช่ลูกสาวของแกน่ะซี่"

ดวงหน้านายใบ้ฉายแววตะลึงไปในทันที พลางอ้าปากค้างเล็กน้อยด้วย นึกสงสัยขึ้นมาอย่าวครามครันว่า เอะ เรื่องราวเป็นยังไงมายังไง หรือหล่อนจะเป็นลูกที่ถูกเก็บมาเลี้ยง!

นายชดรู้สึกคันปากอยากเล่ายิบ ๆ พร้อมเหลือบตาขึ้นมองชั้นบนของบ้าน ถอนหายใจเหยียดยาว "เรื่องมันยาวน่ะ ข้าก็ไม่อยากพูดถึง อีกอย่าง ไม่อยากให้เรื่องนี้เข้าถึงหูคุณขวัญเธออีก สงสารเธอ..."

จากนั้น นายชดก็เริ่มใช้เสียมขุดดินต่อ ขณะที่ชายหนุ่มที่ตกอยู่ในสภาพนายใบ้ก็มีอาการอึ้งไปไม่น้อย...

'หมายความว่า ถ้าหล่อนไม่ใช่ลูกสาว ก็อาจจะเป็นลูกที่ถูกเก็บมาเลี้ยง คงมีเหตุผลให้คนเป็นแม่พอที่จะรังเกียจ และไม่ชอบลูกสาวคนนี้ เลยไล่ส่งให้มาอยู่ที่นี่รวมกับคนใช้ อย่างนี้น่ะหรือ'

ชายหนุ่มอยากจะโยนเสียมในมือทิ้ง แล้วจับไหล่ของลุงชดมาเขย่าถามให้ได้ความนัก ทว่า 

เสียงฝีเท้าที่ย่ำมาด้วยความแรงและความเร็วนั้น ทำให้นายชดหันขวับกลับไปด้านหลัง ผุดลุกขึ้นทันที แล้วอุุทานออกมาว่า

"คุณรำพึง!"

"ได้ข่าวว่าแม่ลูกสาวตัวดีของฉัน! มันไปช่วยคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามา แล้วให้เข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้รึ!"

เสียงนี้ถามด้วยความเอาเรื่องทีเดียว ก่อนจะเบือนสายตาจับจ้องมองมาที่ชายหนุ่มแปลกหน้าอีกคน ด้วยความเกรี้ยวกราดน่ากลัวทีเดียว


…. 


งานฝีมือปักฉลุลายผ้าของนางเอก ก็จะประมาณนี้ ถามว่าทำยากมั้ย ทำยากต้องอาศัยความประณีตทีเดียว

เพราะต้องตัดลายผ้าโปร่งให้เป็นลายอย่างต้องการด้วยความระมัดระวัง ใจเย็น ประณีต ใช้กรรไกรที่คมทีเดียว ถ้าตัดผิด ไหมผ้าจะเสียและลายจะผิดไปหมดเลย




จบแล้วค่ะตอนที่ 1 แรก ๆ จะดราม่าหน่อย ๆ ชอบหรือไม่ชอบอย่างไรเม้นท์แนะนำกันได้เนาะะะะะ…

อ้อ เริ่มมีคนเดาว่านางเอกเป็นลูกเลี้ยงไรเงี้ย ตอนหน้าเฉลยนะคะ



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น