หอหมื่นอักษร

จุดเริ่มต้นของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นด้วยความ 'เสน่หา' แล้วเเขาจะทำอย่างไร หากต้องการให้เธอมาเป็น 'ยาใจ' ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

ตอนที่ 36 เพชรตัดเพชร

ชื่อตอน : ตอนที่ 36 เพชรตัดเพชร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2561 16:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 36 เพชรตัดเพชร
แบบอักษร


ตำรวจคนนั้นมุ่งเป้าไปที่หรงหลิงอย่างรวดเร็ว เขาแปลกใจในท่าทางยิ่งใหญ่ของหรงหลิง เพียงแต่ความเด็ดขาดของเจ้าหน้าที่และความรุนแรงของเรื่องราวทำให้เขาไม่ได้สนใจหรงหลิง แต่กลับยังคงจ้องหลินเมิ่งอย่างไม่เกรงใจ ดวงตาคู่นั้นดั่งมีดคมอย่างไรอย่างนั้น แล้วพูดกับเธอว่า “คุณผู้หญิงครับ ขอให้ตอบคำถามเมื่อสักครู่ของผมด้วยครับ!”

อีกฝั่งหนึ่ง เอ๋อร์หยาวกับเกาซีล้วนแต่ขมวดคิ้วแน่น เพราะล้วนแต่ไม่พอใจในสไตล์การทำงานที่แข็งกระด้างของตำรวจหนุ่มคนนี้

พวกเขามาขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ตามเหตุผลก็ควรจะมีท่าทีที่สุภาพ จะพูดจาก้าวร้าวแบบนี้ได้ยังไง

เกาซีมองตรงๆ ไปยังหลินเมิ่ง แล้วพูดเสียงอ่อนขึ้นมาทันที แฝงไว้ด้วยความหมายที่จะปลอบใจเล็กน้อย “หลินเมิ่ง ประมาณครึ่งชั่วโมงก่อน ฉันกับเอ๋อร์หยาวพบกับเธอตรงทางเดิน คุยอยู่กับเธออยู่ครู่หนึ่ง เธอแค่ยืนยันเท่านี้ก็พอแล้ว!”

เอ๋อร์หยาวเองก็รีบสำทับด้วยความร้อนใจ “แค่นั้นแหละ เธอไม่ต้องคิดมากนะ แค่ช่วยยืนยันให้พวกเรา”

ถึงอย่างไรเธอเองก็ต้องขอร้องคนอื่นให้ช่วยเหมือนกัน

ท่าทีของทั้งสองคนดูเป็นมิตร บวกกับคำถามกดดันจากตำรวจที่นำพาความไม่พอใจมาให้ หลินเมิ่งจึงพยักหน้า

แต่ว่าตำรวจคนนั้นไม่พอใจขึ้นมา รู้สึกว่าเกาซีกับเอ๋อร์หยาวทั้งสองคนขัดขวางการทำคดีของเขา ดังนั้นจึงหันหน้าไปจ้องพวกเขาทั้งสองคน แล้วพูดขึ้นมาอย่างจริงจังว่า “พวกคุณสองคนไม่ต้องพูดแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการสมรู้ร่วมคิด เรื่องที่เกี่ยวข้อง ผมจะสอบสวนจากคุณเขาเอง”

หันกลับไป เขาก็มองไปยังหลินเมิ่ง “คุณหลิน คนไข้ในห้อง 1126 ถูกลอบฆ่า พยานที่เห็นเหตุการณ์ก่อนใครก็คือคุณเกาซีกับคุณเอ๋อร์หยาว ผมต้องการความร่วมมือจากคุณ ให้อยู่เพื่อเก็บหลักฐานก่อน”

จากตอนแรกที่ให้ช่วยเป็นพยาน จนถึงตอนนี้ให้อยู่ต่อ ทั้งยังต้องให้ความร่วมมือเพื่อเก็บหลักฐาน นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่! แล้วจะมีใครรู้ว่าการให้ความร่วมมือนี้ต้องใช้เวลานานเท่าไร แล้วต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง!

หรงหลิงหรี่ตาลงเล็กน้อยน้ำเสียงนั้นฟังดูไม่ดีมากนัก “เมื่อสักครู่เธอก็ยืนยันไปแล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ต่อคุณมีธุระอะไรก็โทรแจ้งพวกเราก็ได้ พวกเราจะให้ความร่วมมือแน่นอนและจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ด้วย แต่ตอนนี้พวกเราต้องขอตัวก่อน พวกเราไม่มีเวลามาชักช้าอยู่ที่นี่!”

ตำรวจหนุ่มได้ยินทั้งสองคนพูดว่า “ขอตัว” เรดาห์ของความเป็นตำรวจก็ถูกเปิดออกมาโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

“ขอโทษครับ ชีวิตคนเป็นเรื่องสำคัญ คุณหลินต้องอยู่ต่อครับ” จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนเรื่องหันไปทางหรงหลิงสีหน้านั้นยังคงเคร่งขรึม “คุณผู้ชายก็เชิญอยู่ต่อให้ความร่วมมือในการตรวจสอบด้วยครับ!”

ในตอนนั้นหรงหลิงก็โกรธขึ้นมา คนๆ นี้ทำไมถึงได้ทำแบบนี้ อีกทั้งยังไม่สนใจกฎหมาย หากว่าเป็นชาวบ้านธรรมดา ก็คงจะต้องถูกรังแกเช่นนี้ แต่หรงหลิงไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาที่ไหน หากว่านายตำรวจคนนี้จะมางัดข้อ ก็ต้องดูด้วยว่าหรงหลิงตกลงหรือไม่

เขาหัวเราะอย่างเย็นชา แล้วพูดกับตำรวจนายนั้นด้วยความไม่เกรงใจ “คุณตำรวจครับ คุณใช้เหตุผลอะไรมาให้พวกเราอยู่ต่อ? ตอนที่คนถูกฆ่า พวกเราก็ล้วนแต่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ มีหลักฐานโดยสมบูรณ์ว่าไม่อยู่ในเหตุการณ์ พวกคุณมาหาเธอ ก็เพื่อยืนยันว่าพวกของเกาซีไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เธอก็ได้ทำหน้าที่ที่ควรจะทำเต็มที่แล้ว ตอนนี้ คุณให้ผมอยู่ด้วย ยังจะบอกว่าเพื่อให้ร่วมมือในการตรวจสอบ แล้วยังทำท่าทางสงสัยผมอีก คุณทำแบบนี้ มันเหมาะสมแล้วเหรอครับ?”

ตำรวจอึ้งขึ้นมาชั่วขณะ

หรงหลิงเอ่ยขึ้นอีกว่า “อีกทั้ง ทุกคนก็ไม่ได้ว่าง ล้วนแต่มีธุระการงาน ขอโทษด้วยที่พวกเราไม่สามารถอยู่ด้วยได้!”

พูดจบก็โอบหลินเมิ่งเดินไป

ตำรวจนายนั้นไม่เคยถูกคนยั่วยุเช่นนี้มาก่อน ทั้งยังถูกปฏิเสธเสียงแข็งเช่นนี้ ในขณะนั้น นอกเหนือจากหน้าจะแดงขึ้นมา ก็โมโหขึ้นมาเป็นพิเศษ

อีกทั้ง ครั้งนี้คนแซ่เหลียงที่ถูกฆ่านั้นเป็นบุคคลลับของกรมที่ดินในเมือง J เป็นคนสำคัญมาก เกี่ยวพันไปถึงการทุจริตของเมือง J และแก๊งมาเฟียของที่นี่ นั่นก็คือองค์กรหมาป่าสีเงิน  ทางมณฑลต้องการจะถอนรากถอนโคนข้าราชการที่เกี่ยวข้องในการคดีนี้และองค์กรหมาป่าสีเงินให้สิ้นซาก ดังนั้นจึงให้ความสำคัญกับคดีนี้มาก เขาเพิ่งจะจบมาจากโรงเรียนตำรวจไม่ถึงปี ถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำผลงานชิ้นสำคัญ โอกาสดีมาถึงเขาจะพลาดไปได้อย่างไร!

คิดตัดสินใจเช่นนั้น เขาก็หันขวับไป ขวางหรงหลิงเอาไว้อย่างไม่เกรงใจ

“คุณผู้ชายท่านนี้ ตอนนี้ผมกำลังสงสัยว่าคุณกับคุณผู้หญิงมีความเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมครั้งนี้ ขอให้อยู่ต่อเพื่อให้ความร่วมมือในการสอบสวนด้วยครับ!”

นี่ก็คือความหน้าหนาหน้าด้าน เป็นการ “หาข้ออ้างโดยการใส่ความผู้อื่น”!

หรงหลิงมองอีกฝ่ายในทันทีแล้วเอ่ยถามขึ้นมาว่า “หมายเลขบัตรของคุณคือ?”

ตำรวจหนุ่มอึ้งขึ้นมา ถึงแม้ว่าเขาจะทำคดีมาไม่มากแต่นี่ก็เพิ่งเป็นครั้งแรกที่เขาถูกถามถึงหมายเลขบัตรจู่ๆในใจก็กึกขึ้นมากระวนกระวายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกจึงปิดหน้าอกของตนไว้โดยไม่รู้ตัว

แต่ช้าไปแล้ว หรงหลิงสองตาเฉียบคม เขากวาดตามองตัวเลขเป็นแผงที่หน้าอกนั้นไว้ตั้งนานแล้ว พอเห็นอีกฝ่ายทำเช่นนั้น เขาก็ไม่ถามต่อไปอีก แต่ควักมือถือขึ้นมาแล้วโทรออกทันที

รอจนการคุยสายสั้นๆ นั้นสิ้นสุดลง ตำรวจนายนั้นก็หน้าซีดลง

จากนั้นสิ่งที่ตามมาก็คือคำตำหนิจากเบื้องบน ทำให้เขาทำได้เพียงหลังจากยอมรับความผิดแล้วก็ก้มหน้า ยอมให้หรงหลิงและหลินเมิ่งกลับไป

“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” หลินเมิ่งยังคงจิตใจไม่สงบ จึงกระซิบถามหรงหลิงออกมา

หรงหลิงกอดกระชับเอวบางของเธอเล็กน้อย “ไม่เป็นไร เพียงแค่ไม่ได้ทำความผิด แน่นอนว่าไม่รู้สึกผิดที่ถูกตรวจสอบ แต่อีกฝ่ายไม่มีเหตุผล แน่นอนว่าพวกเราสามารถร้องเรียนได้อย่างสมเหตุสมผล”

“อ๋อ” หลิงเมิ่งถึงได้วางใจลงบ้างแล้ว

เพียงแต่ พอนึกถึงว่ามีคนถูกฆ่า แล้วก็เกิดขึ้นใกล้ๆ ในใจของเธอก็ยังคงไม่สงบสุขขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ภาพเหตุการณ์ร้ายๆ นั้นปรากฏขึ้นวนไปวนมาในที่สุดก็ไม่อาจลบเลือนออกไปได้ง่ายๆ

*

คืนนั้น อวี้ซวี่มาที่โรงแรมอวี้จิ่นเพื่อรายงานผลการสืบของเขาแก่หรงหลิง หลิงเมิ่งนอนพักอยู่ในห้องนอน ทั้งสองจึงเข้าไปคุยความลับกันในห้องทำงาน

อวี้ซวี่มีความสามารถสูง ใช้เวลาสั้นๆ เพียงไม่ถึงวัน ก็สืบถึงสิ่งที่ควรสืบมาได้แล้ว

“...พี่ใหญ่ คนๆ นั้นเพียงแค่พูดปากดีไปงั้นแหละ ผมก็เลยแค่ให้พวกพี่น้องสอยไปยกหนึ่ง”

หรงหลิงพยักหน้า เขาพอใจกับผลการจัดการเช่นนี้ แล้วจึงย้อนกลับมาถามอีกว่า “วันนี้ในโรงพยาบาลคดีที่คนแซ่เหลียง...ถูกฆ่านั่นนายสืบเจออะไรบ้างแล้ว?”

อวี้ซวี่ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยบนใบหน้าปรากฏให้เห็นถึงความหนักอึ้งขึ้นมา

“นายเหลียงนั่นชื่อซู่ แซ่เหลียง เป็นคนเมือง J ทำงานอยู่ในกรมที่ดิน ตำแหน่งไม่สูง แต่ก็ไม่ต่ำ มีโครงการที่ดินเคยผ่านมือมาไม่น้อย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ถึงได้ไปผิดใจกับองค์กรหมาป่าสีเงินเข้า เขาเกรงว่าตัวเองจะเกิดเรื่อง ก็เลยแอบเข้าไปอยู่ในแผนกผู้ป่วยในของโรงพยาบาลหมิงกวางในนามของการรักษาอาการป่วย แต่สุดท้ายแล้วก็ยังถูกฆ่า”

“องค์กรหมาป่าสีเงิน?” ตอนนั้นหรงหลิงนั่งตัวตรงขึ้นมา ด้วยความสนใจ “เรื่องนี้ยังเกี่ยวข้องกับองค์กรหมาป่าสีเงิน?”

อวี้ซวี่พยักหน้า

“หึๆ...” หรงหลิงหัวเราะเสียงต่ำ “พระเจ้าช่างช่วยเหลือฉันจริงๆ ฉันยังไม่ได้เริ่มหาเรื่ององค์กรหมาป่าสีเงินเลย มันกลับหาเรื่องขึ้นมาเสียก่อน”

องค์กรหมาป่าสีเงิน หรงหลิงเคยได้ยินมาตั้งนานแล้วถึงองค์กรที่ยากจะต่อกรด้วยนี้

เมือง J อยู่ใกล้แม่น้ำ ถือเป็นเมืองท่าสำคัญเมืองหนึ่ง ทางรถทางเรือเชื่อมติดต่อกันสะดวก  และถือว่าเป็นศูนย์กลางการขนส่ง หากว่าดำเนินงานดีๆ ก็จะเป็นเมืองที่มีการพัฒนาไปได้ไกลแน่นอน แต่มีองค์กรหมาป่าสีเงินอยู่ที่นี่แน่นอนว่าจะต้องเป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจของหรงหลิง

ดังนั้น หากว่าสามารถใช้โอกาสนี้ถอนรากถอนโคนองค์กรหมาป่าสีเงินไปได้ เขาก็จะมีความสุขที่ได้เห็นความสำเร็จนี้แน่นอน

หรงหลิงยิ้มเล็กน้อย ตาคู่นั้นที่ดูลึกล้ำทันใดก็มีประกายแปลกๆ อวี้ซวี่ที่มองอยู่ถึงกับตัวสั่น อวี้ซวี่แอบคิดอยู่ว่า เอาแล้ว พี่ใหญ่จะวางแผนจัดการกับคนอื่นอีกแล้ว!

“เจ้าสี่เรื่องนี้นายต้องจับตาดูให้ดี! พวกเราจะตั้งรากฐานในเมืองนี้ให้มั่นคงโดยเร็วที่สุดได้หรือไม่ อาจจะต้องพึ่งโอกาสนี้!”

อวี้ซวี่พยักหน้า ทั้งสองคนปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง อวี้ซวี่ก็ขอตัวกลับ

หรงหลิงนั่งอยู่ในห้องทำงานคนเดียว คิดไปอย่างละเอียดครู่หนึ่ง ก็เหยียดยิ้มมุมปากขึ้นมาเล็กน้อย สายตานั้นร้อนรุ่มขึ้นมาพลัน นั่นคือความสนุกของเพชรตัดเพชร ตามที่ได้ยินมา ตอนนี้หัวเรือใหญ่ขององค์กรหมาป่าสีเงินรับตำแหน่งนี้มาติดต่อกันไม่ถึงสองปี ทั้งยังหนุ่มอยู่มาก แต่กลับไม่อาจคาดการณ์ได้ ด้วยมีฝีมือยอดเยี่ยม เขาชักอยากจะพบหัวหน้าองค์กรนั่นแล้วจริงๆ

คิดไปคิดมา ก็น่าจะเร็วๆ นี้!

ร่างกายร้อนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มีเสียงเรียกร้องบางอย่างของความต้องการทำลายนั้นพลุ่งพล่านอยู่ในร่างกายของเขา ชายหนุ่มคนนี้ โดยนิสัยแล้วไม่ชอบอยู่สงบ แม้ว่าจะมีชีวิตอยู่ในยุคแห่งความสงบ ก็มักจะต้องหาเรื่องขึ้นมาให้ได้ เพื่อรับมือกับความท้าทาย นี่ก็คือชีวิตของเขา

เขาลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ แล้วออกไปจากห้องทำงานเข้าไปในห้องนอน

ในห้องนอน โคมไฟหัวเตียงโคมไฟสีเหลืองอ่อนเหมือนถั่วปากอ้า ส่องแสงสว่างอุ่นๆ อยู่ท่ามกลางความเงียบส่องสว่างอยู่บนเตียง แสดงให้เห็นถึงร่างงดงามที่เป็นรูปเป็นร่างออกมา หลินเมิ่งที่นอนอยู่บนเตียง ในตอนนี้มองดูแล้วตัวเล็กจริงๆ ขดตัวจนเป็นก้อน เหมือนกับแมวอย่างไรอย่างนั้น ผ้าห่มผืนบางๆ นั้นมิอาจปิดร่างกายที่สวยงามนั้นไว้ได้ ระหว่างที่หญิงสาวหายใจเข้าออกนั้นแสดงให้เห็นถึงความสวยงามและอ่อนโยนของหญิงสาวออกมา

ผมที่ดำขลับราวกับพืชน้ำนั้นปกคลุมอยู่บนหมอน ท่ามกลางค่ำคืนมืดมิด มันงดงามจนใจสะท้าน ใบหน้าขาวนุ่มนั้นอยู่ท่ามกลางผมอันดกดำ ราวกับดอกบัวที่ไม่แปดเปื้อนดินโคลนใดๆ

สวยมาก!

สวยจนทำให้ใจของเขา ทันใดก็อัดแน่นขึ้นมา เพราะเขาคิดได้ว่าวันพรุ่งนี้ เธอคงจะต้องจากไปแล้ว นานมากแล้วที่เขาไม่ได้เกิดความรู้สึกอาลัยอาวรณ์กับผู้หญิงสักคน นี่มันกำลังบอกเขาอยู่เป็นนัยว่ามันแปลกๆ เหมือนมีอะไรผิดไป!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น