AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 20 การเตรียมการ

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 การเตรียมการ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 89

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2561 09:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 การเตรียมการ
แบบอักษร

ตอนที่ 20 การเตรียมการ

หลังจากที่ผู้รอดชีวิตเกือบทั้งหมดเลือกข้างที่จะอยู่กับกลุ่มไผ่ เขาก็ให้ทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อนตามอัธยาศัย ส่วนไผ่ชวนนานะออกไปข้างนอก

บอร์ดสีดำเหินกลางอากาศ ไผ่ยืนบังคับนานะในวัยหญิงสาวขี่คอฮัมเพลงลัลล้าอย่างสนุกสนานตามฉบับเธอ

ในที่สุดก็หยุดอยู่กลางอากาศของเขต 2 ไผ่บอกให้นานะช่วยใช้เวทมนตร์ปรับพื้นที่ วงเวทขนาดใหญ่หลายร้อยวงทำงานร่วมกันสั่นสะเทือนผืนดินดังครืนโครม ดินเบื้องล่างค่อยๆ แยกแตกออกเป็นฝอย พลันนานะก็ใช้เวทพลิกกลบหน้าดินอย่างรวดเร็ว

เวทอีกหลายร้อยวงใช้ชุดต่อไปปรากฏออกมาเป็นเวทไฟที่สร้างความร้อนมหาศาลจากนั้นก็ตามด้วยเวทน้ำแล้วกลบผืนดินอีกครั้ง เผาอีกรอบ สาดน้ำเข้าปิดท้าย จนในที่สุดก็ได้หน้าดินที่พร้อมต่อการเพาะปลูก

นานะทำแบบนี้จนทั่วเขต 2 ละเหมารวมไปยังเขต 1 ทั้งหมด ทั้งนี้พลังเวทของเธอยังไม่มีวี่แววว่าจะหมดลงง่ายๆ ไผ่จึงพาไปยังสมรภูมิรบ แล้วเก็บกวาดเกราะเหล็ก อาวุธและสิ่งที่เป็นโลหะ

โดยให้นานะยกมันขึ้นมาแล้วใช้เวทน้ำกับลมทำความสะอาดจากนั้นรวบเข้าแหวน นานะจัดการปรับพื้นดินสถานที่ทหารนับแสนตกตายอีกแห่งหนึ่ง เมื่อเสร็จสิ้นแล้วเธอก็หาวหวอดๆ แล้วเลื่อนไปกอดหลังไผ่จากนั้นก็หลับไปทั้งอย่างงั้น

เมื่องานทุกอย่างที่เธอทำเสร็จสิ้นนานะก็เข้าสู่ห้วงนิทราทันที และเธอก็ไว้ใจพี่ชายสุดที่รักของเธอเป็นอย่างมาก ไผ่พานานะมาถึงห้อง วางเธอลงบนฟูกนุ่มแล้วจัดท่าทางให้นอนสบายๆ ห่มผ้าห่มบางๆ ให้เธอหลับพักผ่อนเต็มที แล้วนั่งเฝ้าอยู่ตรงนั้นพักหนึ่ง จากนั้นก็นำเศษเหล็กที่ได้มาไปทำอุปกรณ์ในสถานที่โล่งแจ้ง ไม่ต้องมีค้อนดี ไม่ต้องมีแท่น ไผ่เทเศษเหล็กออกมาจำนวนหนึ่งแล้วใช้เวทยกมันขึ้น ทำกลวิธีหลอมและแปรรูปให้กลายเป็นหม้อใบใหญ่ในเวลาพริบตา และทำอีกหลายๆ หม้อ หลายๆ ชนิด

ส่วนฮอปก็พามีร่าออกไปล่าสัตว์เตรียมทำอาหาร ซึ่งมีร่าเกาะอยู่บนหลังฮอปโดยฮอปใช้เวทพยุงร่างเธอตลอดเวลาทำให้ไม่เหนื่อยไม่เมื่อยแขน

ฮอปพาไปล่าสัตว์เล็กๆ โดยขี่บอร์ดออกไปนอกอาณาจักร ไปล่าป่าที่อยู่ไกลอีกหน่อยซึ่งมีมอนสเตอร์ระดับ 0 ดาวเลเวลไม่เกิน 20 นับว่าง่ายต่อการจัดการอย่างยิ่งยวด ฮอปแค่ใช้มือเปล่าก็สังหารมันได้นับร้อยๆ ตัว ประเภทที่สังหารส่วนใหญ่จะเป็นไก่ตัวใหญ่หรือนก และมีบ้างที่เป็นกวาง ฮอปจัดการยัดๆ มันใส่ในแหวนแล้วขี่บอร์ดกลับที่พัก

มีร่าดูสนุกกับการเหินอากาศมาก เธอรู้สึกหวาดเสียวเมื่อฮอปเร่งความเร็วหรือบังคับโลดโผนหลบต้นไม้อย่างเชี่ยวชาญ แม้เธอพึ่งจะเป็นสมาชิกใหม่ แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกสนุกและมีความสุขที่ได้อยู่แบบนี้ ตลอดการเป็นองค์หญิงน้อยอยู่ในวัง เธอมีองครักษ์ มีอัศวิน และมีเหล่าลูกสาวขุนนาง

แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่สามารถมอบความบันเทิงให้ได้ อัศวินทำตัวเหมือนกับเป็นสิ่งไร้ชีวิตที่ทำทุกอย่างตามคำสั่งของเธอ ส่วนเหล่าลูกๆ ขอขุนนางนั้นก็เข้าหาเธอด้วยผลประโยชน์ทั้งสิ้น แตกต่างจากความเป็นอยู่แบบปัจจุบันนี้อย่างสิ้นเชิง เธอได้พบสิ่งใหม่ ได้เห็นของแปลกๆ ได้เจอครอบครัวที่อบอุ่น

เท่าที่สังเกตสิ่งที่พวกเขาทำกับคนอื่น แม้จะดูเย็นชา แต่ก็ไม่ได้เฉยชาเหมือนพ่อของเธอที่ไม่พอใจใครก็สั่งฆ่า มีแม้กระทั่งตามล่าสังหารทั้งครอบครัว ทั้งหมู่บ้าน ยิ่งในสภาพแวดล้อมที่มีแต่สงครามแบบนี้

อารมณ์ของพ่อเธอยิ่งอยู่ไม่นิ่ง เขามักจะตวาดลั่นและสั่งฆ่าเหล่าทหาร และประชาชนแทบทุกวัน เธอได้รับความเคยชินจากสิ่งนี้มานานแล้ว เพราะฉะนั้นจะเห็นสิ่งที่ไผ่ทำเป็นเรื่องปกติก็ไม่แปลก

การล่าสังหารมอนสเตอร์ของฮอป ปกติแล้วนักผจญภัยหรือชาวบ้านจะทำได้ไม่มากเท่านี้ หากคนอื่นที่ไม่ใช่มีร่ามากับฮอปล่ะก็ เขาคนนั้นจะต้องตกใจ และหวาดกลัวฮอปอย่างแน่นอน แต่สำหรับมีร่าที่อยู่ในความดูแลของผู้มีฝีมืออันสูงส่งแล้ว เธอแค่รู้สึกตื่นเต้นเท่านั้น

สำหรับเธอมักจะเห็นการแสดงฝีมืออันเหนือชั้นของเหล่าอัศวิน โดยเฉพาะเทศกาลแข่งขันเพื่อพิจารณาในการเลื่อนขั้น เธอจะเห็นมอนสเตอร์มากมายก่ายกองที่อัศวินและเหล่าทหารระดับสูงล่ามา

เพียงแค่มอนสเตอร์เวลต่ำๆ จำนวนมากที่ฮอปสังหาร มีร่าจึงไม่ได้รับรู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของฮอป แต่ถึงอย่างนั้นฮอปก็ไม่ได้คิดจะเปิดเผยออกมาให้เห็นตอนนี้อยู่แล้ว

หลังจากล่ามอนสเตอร์ต่ำ ๆ เสร็จฮอปก็พามีร่ากลับจนถึงที่พัก แล้วจัดการถลกหนังแยกไว้อีกกองหนึ่ง สอนมีร่าชำแหละเนื้อมอนสเตอร์ เธอก็ทำได้ดี จึงกลายเป็นผู้ช่วยในการทำอาหารไปโดยปริยาย แม้ว่ามีร่าไม่เคยจับมีดและทำอะไรแบบนี้มาก่อน แต่เธอก็ตั้งใจทำมัน และเหมือนว่าจะเรียนรู้ได้รวดเร็วอีกด้วย ในเวลาเพียงไม่นานเธอก็สามารถชำแหละมอนสเตอร์ที่เคยชำแหละมาก่อนแล้วได้อย่างดีเยี่ยม

หม้อขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างจากเศษชุดเกราะ ซี่งเสร็จเมื่อไม่กี่นาทีนี้ถูกไผ่นำมาวางข้างๆ ฮอปอย่างรู้งาน พวกเขาสอดประสานกันโดยที่ไม่มีใครบอก มีร่าก็ยังฉงนใจว่าไปติดต่อกันตอนไหน แต่เธอก็ไม่ได้ถาม

“มีร่าน้อย หนูชำแหละเนื้อมอนสเตอร์เหรอ” ไผ่เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มอบอุ่น แม้จะสวมหน้ากากอยู่แต่ก็ไม่ได้ทำให้มีร่ารู้สึกกลัวแต่อย่างใด เพราะหน้ากากที่สร้างนั้นไม่ได้ออกแบบมาให้น่ากลัว แต่เป็นเท่ต่างหาก

“ค่ะ มีร่ามาช่วยพี่ชาย แม้จะทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่มีร่าก็จะพยายามค่ะ” มีร่าตอบไปด้วยรอยยิ้ม เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าสามารถปรับตัวอยู่กับพวกเขาได้เหมือนกับอยู่ด้วยกันมาเป็นเดือนๆ

“เก่งจังนะเรา พยายามเข้าล่ะ อ่ะนี่เป็นของขวัญจากพี่ เดี๋ยวพี่จะไปทำอย่างอื่นต่อละ” ไผ่พูดกับมีร่าแล้วออกไปทำธุระของเขาต่อ เขายื่นหน้ากากสีขาวลวดลายเดียวกับฮอปวางไว้ข้าง ๆ มีร่า ส่วนฮอปก็ตั้งใจถลกหนังอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่ได้พูดคุยกับไผ่ แต่ก็เหมือนได้คุยกันแล้วนั่นแหละ แค่สบตาก็รู้ถึงความหมายที่ต้องการสื่อ

“มีร่า ถ้าทำตรงนั้นเสร็จแล้วพักก่อนได้เลยนะ ที่เหลือพี่ชายจะทำต่อเอง” ฮอปพูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ตอนนี้เขายังไม่ได้สวมหน้ากาก เพราะไม่อยากให้มีร่ารู้สึกห่างเหิน

“ไม่เป็นไรค่ะ มีร่าอยากช่วยพี่ชายต่อ” มีร่าตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม แม้มือเธอจะเปื้อนแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความน่ารักลดลง

“เอาอย่างนั้นก็ได้ อืม... เสร็จตรงนี้แล้วก็เหลืออีกแค่ไม่กี่อย่าง เมื่อเสร็จทั้งหมดแล้วก็ใส่หม้อปิดฝารอปรุงวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยง ตอนนั้นจะเป็นเวลาที่คนงานหิวกันพอดี อาหารนี้จะเป็นเหมือนของวิเศษที่จะทำให้พวกเขาตั้งใจทำงานมากกว่าเดิม เอาล่ะ เรามาช่วยกันทำให้มันเสร็จๆ กันเถอะ” ฮอปพูดมีร่าพยักหน้าตอบรับ

จากนั้นทั้งสองก็ช่วยกันทำจนมันเสร็จ สีหน้าท่าทางของมีร่าดูเหน็ดเหนื่อย แต่ก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเช่นกัน เธอตั้งตารอให้ถึงวันพรุ่งนี้ และความหวังที่จะได้เห็นคนกินมีความสุข

มีร่าไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้มีสายตาคู่หนึ่งมองมายังเธอ มันคือสายตาของทหารระดับสูงที่ลักพาตัวเธอมานั่นเอง เขามาเดินตรวจดูรอบๆ ระหว่างรอพบหัวหน้าของกลุ่มนี้ และบังเอิญจริงๆ ที่ได้พบ

ทว่า สิ่งนี้กลับอยู่ในการรับรู้ของฮอปและไผ่ทั้งหมด ไม่สิ เรียกได้ว่าเป็นการจงใจให้เกิดขึ้นต่างหาก เพราะถ้าเป็นปกติแล้ว คงไม่มีใครปล่อยให้พวกมันมาเดินใจฉ่ำแบบนี้แน่นอน

**...............................

ด้านของไผ่

เขากลับมาจากการส่งของให้ฮอปและมานั่งตรงห้องอาหารที่บัดนี้มีแพตตี้ยืนอยู่ข้างๆ เหล่าทหารของอาณาจักรส่วนหนึ่งยืนตรงอยู่หน้าประตูและบางส่วนอยู่ในห้องโถง ถืออาวุธเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ทุกเมื่อ เสียงฝีเท้าของคนสองคนดังขึ้นพวกเขาค่อยๆ เดินเข้ามาแล้วถือวิสาสะนั่งเก้าอี้โดยที่เจ้าบ้านไม่ได้รับเชิญ ไผ่ในตอนนี้ไม่ได้ปล่อยแรงกดดันใดๆ ออกมาต้าน

“ไปไหนกันมาล่ะ นึกว่าจะอยู่รอกันที่นี่เสียอีก” เสียงอันเย็นชาของไผ่เอ่ยขึ้น องครักษ์ส่วนตัวของจักรพรรดิแย้มเล็กน้อย

“ข้าต้องขออภัยด้วย ระหว่างรอท่านข้าทั้งสองเกิดเบื่อที่จะอยู่เฉยๆ เลยออกไปเดินเล่นแถวๆ นี้แทน” องครักษ์ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม

“อืม งั้นมีธุระอะไรล่ะ” ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงเช่นเดิม ท่าทีดูสงบนิ่งแต่ไม่มีแรงกดดัน

“ข้ามาทำตามข้อสัญญาที่องค์จักรพรรดิให้ไว้” องครักษ์กล่าว

จากนั้นเข้าก็ร่ายยาวถึงพื้นที่ที่ไผ่จะได้เป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์คือ เขต 1 ถึงเขต 3 ไผ่สามารถทำอะไรกับพื้นที่ทั้งสามเขตนี้ก็ได้ อีกทั้งเขต 1 ถึงเขต 3 บาเรียป้องกันถูกทำลายไปแล้วจึงไม่มีค่าอีกต่อไป และทางอาณาจักรก็ไม่ซ่อมแซมบาเรียให้เพราะต้องใช้งบประมาณสูง

การเดินทางข้ามเขตจึงสามารถเดินเท้าไปได้อย่างง่ายดาย ไม่มีการติดบาเรีย ไม่ต้องเข้าวงเวท และยังเสี่ยงต่อการบุกโจมตีของมอนสเตอร์รวมถึงเหล่ากองทัพของอาณาจักรอื่นๆ อีก

ส่วนเขต 4 นั้นไผ่ไม่ได้เป็นเจ้าของพื้นที่ แต่จะกลายเป็นผู้ปกครองแทน เพราะที่เขตนี้มีคนอยู่และมีเจ้าของที่ดินเดิมอยู่แล้วจึงละเมิดสัญญาไม่ได้ ส่วนไผ่ก็ตอบรับไปตามน้ำ

องครักษ์พูดนานถึง 2 ชั่วโมง เพราะเขาต้องอธิบายถึงรายละเอียดของพื้นที่ต่างๆ ให้ ทั้งจุดของดันเจี้ยน 1 แห่งของเขต 2 และอีก 2 แห่งของเขต 3 สถานที่สำคัญต่างๆ จึงใช้เวลานานไม่น้อย

“ข้าก็หมดหน้าที่เพียงเท่านี้ นี่คือสัญญา เชิญท่านลงชื่อประทับเพื่อให้มันเสร็จสิ้นขั้นตอนสุดท้าย” องครักษ์กล่าว ไผ่มองดูสัญญาอย่างรวดเร็วหาความผิดปกติ เมื่อไม่เจอก็ประทับชื่อลงในนั้น ไผ่เก็บไว้ 1 ชุด และองครักษ์เอากลับไป 1 ชุด

“อีกเรื่องหนึ่ง องค์จักรพรรดิขอเชิญพวกท่านทั้งหมดเข้าพบในวันนี้เพื่อพูดคุยบางอย่าง” องครักษ์พูดแล้วรอคำตอบจากไผ่

“อืมได้ พวกข้าจะไปในอีก 1 ชั่วโมง พวกเจ้ารอได้ใช่ไหม” ไผ่พูดนิ่งๆ องครักษ์พยักหน้า เพราะการเดินทางเข้าพบต้องผ่านวงเวท ดังนั้นพวกเขาจึงต้องรอกลุ่มของไผ่เท่านั้น

ไผ่พูดจบก็เดินออกไปทันทีด้วยฝีเท้าที่มั่นคง เมื่อละสายตาไปแล้วทหารระดับสูงที่อยู่ข้างกายเขาขอตัวกลับไปก่อน

เพราะมีเรื่องด่วนที่สำคัญมากต้องกราบทูลองค์จักรพรรดิ องครักษ์จึงให้ทหารส่วนหนึ่งไปส่งเขาก่อนพร้อมกับนักเวทเปิดประตู

**..............................

**ห้องโถงพระราชวัง

เสียงฝีเท้าของทหารระดับสูงเดินเข้ามาอย่างมั่นคง เขาคือคนที่พึ่งกลับมาจากเขต 3 นั่นเอง องค์จักรพรรดิเห็นมันถึงกับคิ้วขมวด

“พวกเจ้ากลับมาแล้วรึ ไหนล่ะนักผจญภัยจากเดเรนซ์” เฟลเลี่ยมพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน

“ทูลองค์จักรพรรดิ ข้อรีบกลับมารายงานพระองค์ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างยิ่ง” เขากราบทูลอย่างรวดเร็ว

“คนทำงานพลาดอย่างเจ้านะหรือ มีเรื่องสำคัญ น่าขันนัก”

“ทูลองค์จักรพรรดิ กระหม่อมเจอตัวองค์หญิงมีร่าแล้วพระเจ้าค่ะ” เขารีบพูดก่อนที่จักรพรรดิจะโกรธมากกว่านี้ และสิ่งนี้ก็ได้ผล เฟลเลี่ยมเบิกตากว้าง

“เจ้าว่าอะไรนะ!!” เฟลเลี่ยมอุทานด้วยความตกใจ เขาไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำนี้

“กระหม่อมเจอตัวองค์หญิงมีร่าแล้วพะเจ้าค่ะ เธออยู่กับนักผจญภัยที่พระองค์กล่าวถึง และคาดว่าอีกไม่นานพวกเขาจะพาเธอมาที่นี่ หากไม่ได้พามาด้วยแล้วที่อยู่ของเธอก็คือที่พักของนักผจญภัยกลุ่มนั้น” เขารีบพูด เฟลเลี่ยมยิ้มจนเห็นฟัน เขารู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง และจะใช้องค์หญิงเป็นตัวประกันในการบุกเข้ายึดอาณาจักรอารากอน

“ดี!! ดีมาก ทหาร!!! ส่งกำลังระดับ A 1000 นายเข้าไปเขต 3 หลังจากที่นักผจญภัยพวกนั้นเข้ามาที่นี่ พวกเจ้าจงไปหาตัวองค์หญิงมีร่าซะ ส่วนเจ้าให้ไปกับพวกมันด้วย อัศวินศักดิ์สิทธิ์เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ ทหาร 1 หมื่นนายจงล้อมรอบข้างนอกปิดกั้นทางหนี ใช้วงเวทต้องห้ามกักกันพวกมันหากออกไปข้างนอก เจ้า!! ไปเรียกอัศวินระดับสูงมาทั้งมหด หากคราวนี้ข้าขอตัวองค์หญิงมาไม่ได้เราจะสังหารพวกมันซะ” เฟลเลี่ยมพูดด้วยสีหน้าเหี้ยม แสดงว่ามีร่าสำคัญขนาดไหน เธอสำคัญยิ่งกว่าผู้มีความสามารถที่จัดการทหาร 1 แสนนายในพริบตาได้เลย

....................................******

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น