Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่54 “ทำตามสัญญา”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่54 “ทำตามสัญญา”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ย. 2561 21:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่54 “ทำตามสัญญา”
แบบอักษร

ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาธนาธิปทำงานหนัก เขาสามารถเคลียร์งานที่บริษัทได้เรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ไปจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องให้ความสุขกับครอบครัวบ้าง ธนาธิปจึงหาเวลาพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนตามแบบที่เขาชอบ ธนาธิปพามนสิชากลับมาเที่ยวที่ปางอุ๋งอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับครอบครัวของเขาและครอบครัวของเธอ

.....ใช่!! แสดงว่าธนาธิปไม่เคยลืมในสิ่งที่มนสิชาพูดเลย เขาสามารถทำตามที่เคยให้สัญญากับเธอเอาไว้ได้.....

มนสิชาเองก็รู้ว่าสามีของเธอได้ทำตามที่เธอเคยขอเขาไว้ให้เธอแล้ว มันทำให้เธอมีความสุขมากๆ เมื่อมีโอกาสได้พาแม่ ยาย และน้องๆ มาเที่ยวด้วยกันในครั้งนี้ ทุกคนในครอบครัวของเธอดูตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวเพราะมันคือการไปเที่ยวต่างจังหวัดเป็นครั้งแรกของคนในครอบครัวเธอนั่นเอง

“ขอบคุณนะคะพี่จอมทัพที่ยอมทำงานหนักอยู่คนเดียว ขอบคุณนะคะที่พาปรางและครอบครัวมาเที่ยวที่สวยๆ แบบนี้” มนสิชารู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก

“ครับ แค่พี่เห็นรอยยิ้มของมะปรางแบบนี้ มันก็ทำให้พี่หายเหนื่อยแล้วหละ” ธนาธิปตอบตามที่รู้สึกจริงๆ

มนสิชากอดธนาธิปพร้อมกับเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อกดจูบที่แก้มของสามีเบาๆ หนึ่งครั้ง ผลตอบรับกลับมาคือธนาธิปก็กอดเธอเอาไว้พร้อมกับกดริมฝีปากลงบนหน้าผากนวลด้วยเช่นกัน

ตอนนี้ทุกๆ คนแยกย้ายเข้าห้องพักของตนเองเพื่อนำกระเป๋าเข้าไปเก็บไว้ในห้องพักที่จัดไว้เป็นส่วนตัวสำหรับทุกคน ซึ่งในวันแรกนี้ธนาธิปให้ทุกคนได้พักผ่อนตามอัธยาศัยเพราะทุกคนคงเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางพอสมควร

“วันนี้เราพักผ่อนที่นี่ไปก่อนนะครับมะปราง พรุ่งนี้เราค่อยพาทุกคนไปเที่ยวกันนะครับ” ธนาธิปบอกภรรยา

“รับทราบค่ะพี่จอมทัพ” มนสิชาตอบ

“เมื่อยมั๊ยครับมะปราง” ธนาธิปถามภรรยาอีกครั้ง

“ไม่ค่ะพี่จอมทัพ แล้วพี่จอมทัพหละค่ะ เมื่อยมั๊ยค่ะ” มนสิชาตอบพร้อมทั้งถามกลับไป

“ไม่เมื่อยครับ” ธนาธิปตอบ

“อืม...งั้นเดี๋ยวปรางไปเตรียมของว่างให้ลูกๆ กับทุกๆ คนก่อนนะคะพี่จอมทัพ” มนสิชาบอกสามี

“ครับ” ธนาธิปตอบ

คืนนี้เป็นการเปลี่ยนที่นอนในคืนแรกของเด็กๆ ทั้งสามคน เด็กๆ สามารถปรับตัวได้ดี ไม่ร้องไห้โยเย น่ารัก เลี้ยงง่าย ดังนั้นเรื่องที่มนสิชากำลังหนักใจอยู่ก็ทุเลาเบาบางลงไปแล้ว

“มะปรางคืนนี้ให้คุณปู่ คุณย่า คุณยาย และน้าๆ ดูแลลูกๆ เราเนอะ” ธนาธิปบอกกับภรรยา

“แต่ปรางว่าไม่ควรนะคะ ทุกคนจะได้พักผ่อน เราช่วยกันดูแลเด็กๆ เองนะคะพี่จอมทัพ” มนสิชาพูดจบก็ส่งยิ้มหวานเพื่อเอาใจสามี

“อืมมมม มะปรางว่าอย่างไร พี่ก็ว่าอย่างนั้นแหละครับ” คนเป็นสามีตอบด้วยน้ำเสียงไม่สดชื่น

“ขอบคุณนะคะพี่จอมทัพที่น่ารักแบบนี้ตลอดเลย” มนสิชากล่าวขอบคุณสามีอีกครั้งด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

คืนนี้สิ่งที่ธนาธิปหวังไว้คงไม่ได้เป็นดั่งใจหวังเสียแล้ว ดังนั้นธนาธิปจึงช่วยมนสิชากล่อมลูกน้อยทั้งสามคนจนหลับก่อนที่จะพาตัวเองและมนสิชาเข้านอนเช่นกัน


...เช้าวันใหม่...

เสียงนกร้องช่างเป็นเสียงธรรมชาติที่ฟังแล้วไพเราะเสนาะหู จนทำให้หลายๆ คนที่กำลังนอนหลับไหลอยู่ในห้วงนิทราแทบไม่อยากตื่นเลยจริงๆ แต่ทุกคนก็ต้องรีบตื่นขึ้นมาเพื่อมาชมความงดงามตามธรรมชาติ

ทุกคนตื่นแต่เช้ามืดเพื่อออกมาชมทะเลหมอกที่สวยงามตามคำร่ำลือ ซึ่งทุกคนในครอบครัวของมนสิชาดูตื่นเต้นที่สุดเพราะนี่คือครั้งแรกของทุกๆ คนที่ได้มีโอกาสออกมาเห็นกับบรรยากาศแบบนี้ แค่เห็นรอยยิ้มของทุกๆ คน มนสิชาเองก็มีความสุขมากแล้ว

ขณะที่ชมทะเลหมอกธนาธิปโอบกอดภรรยาไว้ในอ้อมกอดเพื่อถ่ายเทความอบอุ่นจากร่างกายของเขาสู่ร่างกายของภรรยา

“หนาวมั๊ยครับที่รัก” ธนาธิปกระซิบข้างหูเพื่อถามภรรยา

“ไม่หนาวค่ะพี่จอมทัพ” มนสิชาตอบเสียงเบา เธอเขินอายกับสายตาทุกคนที่มองมา

“งั้นพี่กอดไว้แบบนี้ มะปรางจะได้รู้สึกอุ่นขึ้นเนอะ” ธนาธิปกอดมนสิชาไม่ยอมปล่อย

มนสิชารู้ว่าไม่มีทางที่จะเอาชนะในสิ่งที่ธนาธิปอยากทำได้ ดังนั้นเธอจึงยอมให้ธนาธิปโอบกอดอยู่แบบนั้น

ช่วงสายของวันนี้ธนาธิปพาทุกคนไปล่องแพที่อ่างเก็บน้ำปางอุ๋ง เป็นการชมทัศนียภาพซึ่งถูกโอบล้อมไปด้วยป่าสน สวนดอกไม้ และผลไม้เมืองหนาว ทุกคนดูมีความสุข และผ่อนคลายกับการชมทัศนียภาพทั้งสองข้างทางเป็นอย่างมาก

“โอ้โห...บรรยากาศดีมากเลยเนอะพี่มะปราง” มนธิราบอกกับพี่สาว

“อืม บรรยากาศดีมากจริงๆ จ๊ะ ขนุนชอบมั๊ย” มนสิชาตอบน้องสาวพร้อมกับตั้งคำถามกลับไป

“ขนุนชอบที่นี่ค่ะพี่มะปราง” มนธิราตอบพี่สาว

“ยายจ๋า ที่นี่สวยมั๊ยจ๊ะ ยายชอบมั๊ยจ๊ะ” มนสิชาถามยายบังอรที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เธอ

“สวยลูก” ยายบังอรยิ้มให้มนสิชาอย่างมีความสุข

“ไว้มะปรางจะพายายไปเที่ยวที่อื่นอีกนะจ๊ะ” มนสิชารีบพูดตอบยายบังอรทันที

“อืม...ขอบใจนะลูก” ยายบังอรตอบ

ธนาธิปที่นั่งอยู่ข้างๆ ภรรยาก็พลอยมีความสุขไปด้วย เมื่อเห็นทุกๆ คนมีความสุขกับการมาเที่ยวพักผ่อนในครั้งนี้


คืนนี้เป็นคืนแรกที่ธนาธิปและมนสิชาได้นอนด้วยกันตามลำพังโดยที่ไม่มีลูกๆ อยู่ด้วย เพราะมารดาของเธอและน้องๆ อาสาที่จะช่วยดูแลเด็กๆ ให้นั่นเอง ดังนั้นคนที่เป็นคุณพ่อลูกสามแล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ซึ่งมนสิชาเองก็รู้ดีว่ายิ้มแบบมีเลิศนัยของสามีแบบนี้เธอเองคงไม่รอดจากความต้องการของสามี

(((หมับ))) ธนาธิปกระโดดกอดภรรยาจากทางด้านหลัง เมื่อเห็นว่าภรรยาออกมาจากห้องอาบน้ำแล้ว

“ว้ายยยยย” มนสิชาร้องอุทานเสียงดังด้วยความตกใจ

“พี่จอมทัพเล่นอะไรค่ะเนี่ย ปรางตกใจหมดเลยค่ะ” มนสิชาแกล้งบ่นสามี

“โอ๋ๆ พี่ขอโทษน้า พี่แค่อยากกอดเมียเฉยๆ เอง” ธนาธิปพูดขอโทษเสียงออดอ้อน

“ค่ะ” มนสิชาตอบรับพร้อมกับรอยยิ้มอันอ่อนโยน

“เรามารื้อฟื้นความหลังกันนะ” ธนาธิปพูดจบก็จุมพิตที่ริมฝีปากบางอย่างลึกซึ้ง

มนสิชาใช้สองมือยกขึ้นคล้องคอของสามีเอาไว้เพื่อช่วยพยุงตัวเองไม่ให้ล้มลง ธนาธิปเองก็กอดเอวบางของภรรยาเอาไว้แนบตัวเช่นกัน

เมื่อธนาธิปถอนริมฝีปากออก มนสิชาเองรีบหายใจเพื่อเอาอากาศเข้าปอดเช่น ธนาธิปอุ้มภรรยาวางลงบนที่นอนนุ่มอย่างเบามือ เขามองใบหน้าของภรรยาที่เป็นผู้หญิงที่เขาไม่เคยคิดจะรักในตอนแรกแต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาคงขาดเธอไม่ได้ จะบอกว่าเธอคืออากาศก็ใช่ จะบอกว่าเธอคือหัวใจเขาก็ไม่เถียง เพราะมนสิชาเปรียบเสมือนทุกๆ อย่างในชีวิตของธนาธิปนั่นเอง

“พี่รักมะปรางนะครับที่รัก” ธนาธิปจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของภรรยาขณะที่พูด

“ปรางก็รักพี่จอมทัพค่ะ” มนสิชาตอบสามี

จากนั้นธนาธิปเล้าโลมภรรยาเพื่อสร้างให้เธอมีความสุขเช่นเดียวกับตนเองก่อน ธนาธิปชื่นชอบภูเขาหิมะแฝดคู่นี้ของภรรยาเป็นอย่างมาก เขาใช้ปากดูดดึงยอดภูเขาทั้งสองข้างสลับกันไปมาจนมันแข็งขึ้นสู้กับลิ้นของเขา

“อ้าาาาาาา”

ธนาธิปลากปลายลิ้นขึ้นไปตามลำคอระหง เขาตวัดลิ้นเลียที่ใบหูงามอย่างหยอกเย้า

“อื้ออออออออ”

มนสิชาได้แต่บิดตัวเกร็งเพราะสิ่งที่ธนาธิปทำมันยิ่งเพิ่มความเสียวซ่านมากขึ้น

จากนั้นธนาธิปจึงค่อยๆ กลับมาเลียวนที่ยอดภูเขาหิมะแฝดอีกครั้ง เขาดูดกลืนเต้าทรวงจนแก้มตอบ มนสิชาทำได้แค่ลูบไปตามผิวกายของสามีเท่านั้นเพราะตอนนี้สติของเธอกระเจิดกระเจิงไปไกลยิ่งนัก

“อู้ออออออออออ”

ธนาธิปใช้มือกางขาของภรรยาออก จากนั้นเขาดันสะโพกของภรรยาขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้เธอเปิดให้เห็นดอกไม้งามที่กำลังผลิตน้ำหวานออกมาอย่างท่วมท้น ธนาธิปไม่รอช้าเขารีบก้มหน้าลงไปโดยใช้ปลายลิ้นตวัดวนเพื่อดื่มกินน้ำหวานที่ล้นทะลักนี้จนหมดสิ้น ธนาธิปใช้ลิ้นแหย่เข้าไปในร่องลึกพร้อมกับพลิกลิ้นไปมาเพื่อชิมน้ำหวานที่อยู่ด้านในโพรงดอกไม้ด้วย

“อ้ายยยยยยยยยย”

“ซี๊ดดดดดดดดดด”

“อืมมมมมมมมม”

“อ้าาาาาาาาาาาา”

มนสิชาได้แต่นอนดิ้นไปมาและส่งเสียงครวญครางอย่างมีความสุขเท่านั้น

ธนาธิปก็เริ่มที่จะควบคุมตัวเองไม่ไหวแล้วเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงพาเจ้าภมรยักษ์ของตนเองแหย่ลึกลงไปในโพรงดอกไม้งามทันที ธนาธิปพาภมรยักษ์บินเข้าบินออกอย่างมีจังหวะ แต่เมื่อความต้องการใกล้จะพบกับความสุขแล้วเขาจึงบินรัวเร็วราวกับเจอพายุฝนกระหน่ำเข้าใส่ก็ไม่ปาน

“อ้าาาาาาา // ซี๊ดดดดด”

ทั้งสองต่างเปล่งเสียงร้องแข่งกันเพื่อระบายความใคร่ จนมาถึงจุดสิ้นสุดที่ภมรยักษ์ยอมสละชีวิตตนเองปล่อยเหล็กในสีขาวขุ่นใส่โพรงดอกไม้จนล้นทะลักในครั้งแรก และหลังจากนั้นบทเพลงแห่งรักก็เริ่มบรรเลงไปอย่างอบอวลในค่ำคืนอันแสนสุขอย่างไม่รู้จบ


.....หลังจากที่พาครอบครัวไปพักผ่อนตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ธนาธิปเรียนรู้แล้วว่าความสุขเกิดจากการที่เราเห็นคนที่เรารักมีความสุขมากกว่าตัวเองมีความสุขเสียอีก.....

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น