ทุ่งหญ้าหิมะบนเม็ดทราย
facebook-icon

ไม่ว่าใครที่หลงเข้ามาอ่าน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงเราก็ขอบคุณมากนะคะ หวังว่ามันจะสร้างความสนุกให้กับผู้อ่านนะคะ : )

บทที่ 5 ในที่สุดฟางเส้นสุดท้ายของฉันก็ขาดลง

ชื่อตอน : บทที่ 5 ในที่สุดฟางเส้นสุดท้ายของฉันก็ขาดลง

คำค้น : เศร้า เหงา ความรัก ดราม่า น้ำตา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2563 22:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 ในที่สุดฟางเส้นสุดท้ายของฉันก็ขาดลง
แบบอักษร

 

Lonely Moon 

ในที่สุดฟางเส้นสุดท้ายของฉันก็ขาดลง 

 

แต่ในที่สุดฟางเส้นสุดท้ายของฉันกับคนในบ้านหลังนี้ก็ขาดลง ต้นอ้อเข้ามาในห้องนอนของฉันและรื้อของภายในห้องจนมันกระจัดกระจายเต็มไปหมด เสื้อผ้าต่างๆถูกกวาดออกมาจากตู้และลิ้นชัก เหมือนว่าเธอกำลังหาอะไรสักอย่าง 

 

               "ทำอะไรต้นอ้อ! เข้ามารื้อของในห้องนอนของฉันทำไม"  ฉันถามออกไปด้วยความโมโห แบบนี้มันเกินไปจริงๆเพราะฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกล้ำเส้น  

 

               "อีพระจันทร์ มึงขโมยเงินกูไปใช่ไหมอีสันดาน" 

 

เวลาพ่อไม่อยู่ด้วยกันฉันจะไม่เคยถูกน้องๆเรียกว่าพี่เลยสักครั้ง มันคือเรื่องจริงที่ลับหลังพ่อนิสัยหยาบคายของต้นอ้อที่แสดงต่อฉันมีออกมาให้เห็นเป็นเรื่องปกติ ฉันไม่รู้หรอกว่าเงินของต้นอ้อหายไปได้ยังไง แต่ฉันโมโหมากที่โดนกล่าวหาว่าเป็นคนขโมยไป ถึงฉันจะได้เงินจากที่บ้านแค่น้อยนิดจนแทบจะไม่พอเหลือใช้ส่วนตัว แต่ฉันก็ไม่เคยคิดที่จะขโมยหรือแย่งของอะไรจากคนอื่นๆเลย     ทุกวันนี้ถ้าไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเรื่องเรียน ฉันก็ไม่เคยขอเงินจากน้าวิมลเพิ่มเลยสักครั้ง เพราะเงินทุกบาทที่ฉันได้นอกเหนือจากส่วนนี้จะเป็นรายได้ที่มาจากการทำขนมช่วยวิทยาลัยเอาไปขายตามหน่วยงานและสถานที่จัดประชุมต่างๆ 

 

  "เธอแน่ใจเหรอต้นอ้อว่าฉันเป็นคนเอาไป ทำไมไม่ไปลองถามต้นปาล์มน้องชายของเธอดูล่ะ" 

 

เสียงเอะอะโวยวายของฉันกับต้นอ้อดังลั่นไปทั่วบ้านจนทำให้พ่อและน้าวิมลที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกพากันกรูเข้ามาดูที่ห้องนอนของฉัน  

 

สงสัยเรื่องนี้คงหนีไม่พ้นที่ฉันต้องโดนอะไรตามมาอีกแน่ๆ 

 

 "คุณแม่คะเงินในกระเป๋าสตางค์ต้นอ้อหายค่ะ ต้นอ้อวางไว้บนโต๊ะหน้าโซฟาที่ห้องรับแขกแป๊บเดียวเอง พี่พระจันทร์ต้องเอาไปแน่ๆเลย เพราะในบ้านก็ไม่มีใครอยู่" น้าวิมลหันหน้ามามองฉันและตัดสินฉันด้วยสายตาที่เกลียดชังราวกับว่าฉันเป็นคนเอาไปจริงๆ 

 

"ต้องจัดการนะคะคุณ ขืนลักเล็กขโมยน้อยแบบนี้คงจะอยู่ด้วยกันยาก" 

 

มาอีกแล้วสินะวิธีกำจัดฉันออกจากบ้านทางอ้อม 

 

"จะไม่มีใครได้ไง ต้นปาล์มน้องชายเธอก็อยู่ เงินเธอหายก็ต้องถามน้องของเธอด้วยสิ" ฉันพูดเสียงแข็งใส่เพราะฉันจะไม่ยอมให้ตัวเองถูกกล่าวหาลอยๆแน่ 

 

"อ้าว…ทำไมพี่พูดแบบนี้ล่ะ ผมจะเอาไปทำไม ถ้าอยากได้ผมก็ขอแม่อยู่แล้วไม่เห็นต้องมาขโมยแบบพี่เลย" 

 

"นี่อย่ามากล่าวหาน้องนะพระจันทร์ เรื่องการใช้เงินลูกน้าไม่เคยมีปัญหา ต้นอ้อกับต้นปาล์มเขาใช้อย่างรู้คุณค่ามาตลอด มีแต่เธอนั่นแหละน่าสงสัยที่สุดพระจันทร์ ใช้เงินก็เก่ง ขอไปแต่ละทีก็เยอะมาก ไม่รู้ว่าเอาไปเสียค่าใช้จ่ายเรื่องเรียนจริงไหม น้าแค่ไม่พูดเฉยๆนะ" 

 

 ฉันอยากจะหัวเราะกับความทุเรศของคนในครอบครัวนี้จริงๆ ฉันเนี่ยน่ะเหรอขอเงินเยอะใช้เงินเก่ง 

 

"พระจันทร์…พ่อไม่เคยสอนให้ลูกขโมยของคนอื่นนะ ถ้าเอาไปก็เอามาคืนน้องซะ" 

 

น่าตลกสิ้นดี พ่อไม่แม้จะถามฉันด้วยซ้ำว่าความจริงเป็นยังไง 

 

"พ่อคะ…พระจันทร์ไม่ได้เป็นคนเอาไป น้องต่างหากที่ควรจะขอโทษพระจันทร์ เข้ามารื้อของในห้องนอนพระจันทร์แบบนี้ได้ยังไง อ้อ…แล้วที่บอกว่าพระจันทร์ขอเงินทีละเยอะๆใช้เงินเก่งก็ไม่จริงสักหน่อย เมียของพ่อนั่นแหละที่ตอแหลเก่ง พูดออกมาได้ยังไง" 

 

"หยุด! ทำไมเป็นเด็กก้าวร้าวพูดจาหยาบคายกับผู้ใหญ่ขนาดนี้" 

 

"คุณคะวิทนไม่ไหวแล้วนะ นับวันแกยิ่งเกินเยียวยาจนนิสัยเริ่มก้าวร้าวหยาบคายมาก วิยอมปล่อยให้ทำตัวก้าวร้าวกับวิแบบนี้มานานแล้วนะคะ" 

 

"พ่อไม่เคยรู้อะไรเลยก็อย่ามาพูดดีกว่า ครอบครัวนี้มีแต่พวกชอบใส่ร้าย  ถ้าไม่ตอแหลก็คงจะอยู่รอดในบ้านนี้กันไม่ได้สินะ" 

 

"พระจันทร์!" 

 

 

To Be Continued 

ความคิดเห็น