ทุ่งหญ้าหิมะบนเม็ดทราย
facebook-icon

ไม่ว่าใครที่หลงเข้ามาอ่าน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงเราก็ขอบคุณมากนะคะ หวังว่ามันจะสร้างความสนุกให้กับผู้อ่านนะคะ : )

บทที่ 4 ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันรัก ได้จากฉันไปหมดแล้ว

ชื่อตอน : บทที่ 4 ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันรัก ได้จากฉันไปหมดแล้ว

คำค้น : เศร้า เหงา ความรัก ดราม่า ร้องไห้ เสียใจ ปัญหา พระจันทร์ ใจเหงา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2563 21:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันรัก ได้จากฉันไปหมดแล้ว
แบบอักษร

 

Lonely Moon 

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันรัก ได้จากฉันไปหมดแล้ว 

 

ฉันเริ่มมองหาหนทางที่จะพึ่งพาพ่อให้น้อยลงและเริ่มตีตัวออกห่างจากพ่อ  ความสัมพันธ์พ่อลูกของเราน้อยลงทุกทีจนห่างเหิน  กลายเป็นฉันคิดได้เลยว่าถ้าบ้านนี้ไม่ใช่บ้านที่แม่และฉันเคยอยู่มาก่อน  ฉันก็ไม่รู้จะอยู่ที่นี่อีกต่อไปเพื่ออะไรกัน   ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันรักได้จากฉันไปหมดแล้ว  แม้แต่ต้นกุหลาบสีขาวที่ฉันปลูกให้แม่คอยเฝ้ามองริมหน้าต่าง  แค่สักต้นก็ไม่มีเหลือ 

 

การเปลี่ยนเส้นทางสายการเรียนเป็นสิ่งที่ฉันรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่สุดสำหรับฉันนับตั้งแต่แม่จากฉันไป   ฉันสนุกกับการเรียนสาขา นี้มาก  การได้ทำขนมได้ลองทำอาหารมันทำให้ฉันผ่อนคลาย  ที่วิทยาลัยฉันมีเพื่อนสนิทมากๆอยู่คนหนึ่งชื่อมะปราง หรือมีชื่อจริงว่ามลฤทัย  มะปรางเป็นเด็กต่างอำเภอที่เข้ามาเรียนอยู่ในตัวเมือง  มองภายนอกเลยค่อนข้างดูซื่อๆและจริงใจ   ฉันสัมผัสได้ถึงความสบายใจเวลาอยู่กับเพื่อนคนนี้   มะปรางบอกกับฉันว่าบอกว่าพ่อแม่ตายหมดแล้วตั้งแต่เธอยังจำความไม่ได้ด้วยซ้ำ  ตอนนี้เหลือแต่ย่าที่เลี้ยงเธอมา   ย่าของมะปรางเป็นแม่บ้านให้กับเจ้าของไร่ส้มที่เธอและย่าอาศัยอยู่   ฉันเคยได้ยินมาบ้างว่าไร่นี้เป็นไร่ที่ใหญ่และดังมากในตัวจังหวัด   ที่นั่นเป็นที่พักรีสอร์ทและมีผลผลิตจากส้มเยอะไปหมด 

 

ฉันรู้สึกว่าตัวเองเริ่มโตและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น   การที่ถูกน้าวิมลและน้องๆพูดจาถากถางมันทำให้ฉันเริ่มชินและทำใจให้ปล่อยมันไปได้  ฉันพยายามอยู่อย่างสงบเท่าที่พอจะทำได้   ส่วนพ่อก็เหมือนเดิมเอาแต่ทำงาน    ไม่ได้มีเวลามาสนใจอะไรฉันอยู่แล้ว   ยกเว้นกับน้องๆที่พ่อมักใช้เวลาอยู่ด้วยเสมอ  จนบางทีฉันก็คิดว่าพ่ออาจจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีฉันเป็นลูกของพ่ออีกคน   แต่คงไม่แปลกเพราะในความเป็นจริงพ่อผูกพันกับพวกเขามากกว่าฉันตั้งแต่แรกแล้ว 

 

สามปีกับการใช้ชีวิตให้สนุกอย่างที่แม่บอกไว้  ผ่านไปเร็วมาก     ในที่สุดฉันก็เรียนจบประกาศนียบัตรวิชาชีพ   วันนี้เป็นวันที่ฉันภูมิใจที่สุด แม่เป็นคนแรกที่ฉันคิดถึงเมื่อได้ผ่านความสำเร็จในชีวิตไปอีกขั้น  ฉันรู้สึกอยากขอบคุณแม่จริงๆที่แม่เคยสอนให้ฉันคิดได้แบบนั้น   มันทำให้ฉันได้สนุกกับการใช้ชีวิตที่ได้ตัดสินใจเลือกเรียนในวิทยาลัยแห่งนี้   ถึงตอนนี้ไม่มีแม่คอยอยู่เคียงข้างกัน  แต่ความทรงจำแสนวิเศษที่แม่เคยบอกและสอนยังอยู่ในหัวใจของฉันเสมอ   ฉันคุยกับมะปรางไว้แล้วว่าพวกเราคงจะเรียนต่อวิชาชีพชั้นสูงอีกสองปีจะได้มีวุฒิการศึกษาเพิ่มขึ้น 

 

ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้ฉันบอกกับพ่อล่วงหน้าไว้แล้วว่าวันนี้เป็นวันที่ฉันจะเรียนจบ   อย่างน้อยก็อยากให้พ่อมาอยู่ในวันแห่งความสำเร็จอีกขึ้นของฉัน   แต่สุดท้ายแล้วพ่อก็ไม่ได้มา  เพราะสองวันก่อนนี้เป็นวันเดินทางไปฉลองวันเกิดของต้นอ้อที่ฮ่องกง   น้าวิมลเป็นคนจัดแจงเรื่องทุกอย่างไว้ดิบดีเกี่ยวกับการพาทุกคนไปเที่ยวฮ่องกง  ตั๋วเครื่องบินถูกจองก่อนล่วงหน้าหนึ่งเดือน   ซึ่งเหตุผลที่น้าวิมลบอกกับพ่อมันช่างประจวบเหมาะจริงๆ ที่การเลี้ยงฉลองวันเกิดของต้นอ้อมาตรงกับวันสำคัญของฉันพอดี ฉันบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร  เพราะแม่นี่แหละที่อยู่เคียงข้างฉันในวันนี้ 

  

“ขอบคุณนะมะปราง ถ้าไม่มีแกกับย่า ฉันคงรู้สึกว่าวันนี้ตัวเองไร้ญาติจริงๆ” 

 

“คิดมากทำไมแก มาถ่ายรูปกันดีกว่า ยิ้มให้กว้างๆเลยนะพระจันทร์” 

 

ย่าของมะปรางกลายเป็นผู้ใหญ่ในงานฉลองวันสำคัญของฉัน   อีกคน   ท่านอายุมากแล้วแต่ยังแข็งแรงอยู่เลย   มะปรางบอกว่าจริงๆก็หยิบจับอะไรไม่ถนัดหรอก   แต่ใจยังสู้ไหว   ทุกวันนี้ลงครัวทำอาหารทีไรก็ได้แค่คอยสั่งลูกมือเอานั่นแหละ 

   

ถ้าแม่ของฉันยังอยู่ก็คงดี   ถึงฉันจะรู้ความจริงทีหลังว่าพ่อได้ปันชีวิตส่วนหนึ่งไปกับครอบครัวใหม่ของพ่อแล้ว   แต่อย่างน้อยถึงจะเหลือแค่ฉันกับแม่เพียงแค่สองคน   ฉันคงจะรู้สึกดีมากกว่าเป็นอยู่ในตอนนี้แน่ๆ 

 

นับวันเมื่อลับหลังพ่อ ต้นอ้อและต้นปาล์มจะก้าวร้าวกับฉันมากขึ้นทุกที  บางทีก็แกล้งเอารองเท้าผ้าใบของฉันไปตากให้โดนฝนที่ชานบ้านจนเปียก   ไม่รู้พวกนั้นมันเป็นโรคจิตอะไรของมัน   และทุกครั้งฉันต้องฝืนทนใส่ไปเพราะต้องรีบไปเรียน   วันดีคืนดีก็มีหมากฝรั่งมาติดที่ใต้รองเท้า ฉันก็พอจะรู้ว่าพวกเขาไม่เคยเห็นฉันเป็นพี่มาตลอดอยู่แล้ว     แต่ฉันก็ใจเย็นไม่เคยไปยุ่งและก้าวก่ายอะไรในชีวิตของพวกเขา  เพราะอย่างที่ฉันบอกฉันไม่อยากมีปัญหากับการอยู่ร่วมกับคนในบ้านหลังนี้  

  

 

 

 

 

 

To Be Continued 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น