ทุ่งหญ้าหิมะบนเม็ดทราย
facebook-icon

ไม่ว่าใครที่หลงเข้ามาอ่าน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงเราก็ขอบคุณมากนะคะ หวังว่ามันจะสร้างความสนุกให้กับผู้อ่านนะคะ : )

บทที่ 3 หายไปแล้วในโลกของความเป็นจริง

ชื่อตอน : บทที่ 3 หายไปแล้วในโลกของความเป็นจริง

คำค้น : เศร้า เหงา ความรัก ดราม่า ร้องไห้ เสียใจ ปัญหา พระจันทร์ ใจเหงา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2562 23:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 หายไปแล้วในโลกของความเป็นจริง
แบบอักษร

 

 

Lonely Moon 

​หายไปแล้วในโลกของความเป็นจริง 

 

ฉันยังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิม ไปโรงเรียนด้วยรถบัสรับ – ส่งใน  ตอนเช้า  และกลับมาบ้านเพื่อดูแลต้นไม้ของแม่อย่างเช่นเคย  แต่เย็นวันหนึ่งที่ฉันกลับบ้านต้องโมโหอย่างถึงที่สุด  น้าวิมลได้ให้คนมารื้อแปลงต้นไม้และดอกไม้สีต่างๆที่ฉันปลูกให้แม่ได้เฝ้ามองจากริมหน้าต่างออกไปจนหมด   ตอนนี้พวกมันถูกถอนออกไปทั้งหมดโดยไม่เหลือแม้แต่ซาก ของต้น   มีเหลือไว้เพียงแค่พื้นที่ว่างเปล่า  ฉันโกรธมาก เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันทะเลาะกับพ่อทั้งที่มันไม่เคยเกิดขึ้นเลยสักครั้ง    พ่อบอกว่าพื้นที่ส่วนนั้นไม่มีประโยชน์  ปลูกดูแลต้นไม้ไปก็เสียเวลาเปล่า  พ่ออยากให้ฉันเอาเวลาที่ดูแลต้นไม้พวกนั้นไปตั้งใจเรียนให้มากขึ้น 

 

วันนั้นฉันร้องไห้หนักมากเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้อง ปล่อยทุกอย่างให้ไหลไปกับหยดน้ำตา นอกจากพ่อจะไม่สนใจความรู้สึกของ      ฉันแล้ว ยังเอาแต่เชื่อน้าวิมลว่าพื้นที่ตรงนั้นไม่มีประโยชน์อะไรเลย      

 

ในที่สุดตอนนี้มันก็กลายเป็นโรงจอดรถคันใหม่ที่พ่อซื้อให้น้าวิมลไปแล้ว  เวลาอยู่ในห้องนอน ฉันแทบไม่อยากเปิดหน้าต่างออกมาอีกเลย ดอกไม้ ต้นไม้ และสายลมเย็นๆที่เคยพัดผ่านจากริมหน้าต่างไม่มีอีกแล้วมันคงอยู่ได้เพียงแค่ในความทรงจำส่วนลึกๆของฉันแค่นั้น  ความทรงจำที่มีต่อแม่ทั้งหมด ถูกกลืนหายไปแล้วในโลกของความเป็นจริง 

 

ท่ามกลางความรู้สึกอ้างว้างและโดดเดี่ยวภายในบ้านหลังนี้    วันๆฉันเรียนไปอย่างกับว่ามันเป็นแค่หน้าที่ในแต่ละวัน  จนมาถึงวันที่ฉันเรียนจบมัธยมต้น   เมื่อผลสอบออกมาเกรดเฉลี่ยเรียนจบฉันได้คะแนน ต่ำมาก  ผิดกับน้องทั้งสองที่เรียนได้ที่หนึ่งของห้อง  ทั้งๆที่ย้ายมาเรียนกลางเทอมแท้ๆ แต่พวกเขากลับทำได้ดีมาก 

   

พ่อค่อนข้างผิดหวังในตัวฉัน  และบอกกับฉันว่าต่อไปตอนขึ้นมัธยมปลายฉันต้องตั้งใจให้มากขึ้นกว่านี้  แต่น้าวิมลกลับพูดขึ้นมาว่า แบบนี้คงไม่ไหว  เพราะเรียนเอกชนสามคนค่าเทอมค่อนข้างสูงมาก อยากให้พ่อตัดสินใจให้ฉันเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนรัฐบาลมากกว่า จะได้ช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่ายภายในบ้าน   ถึงพ่อไม่ได้พูดอะไรต่อเกี่ยวกับเรื่องนี้  แต่ฉันรู้ว่าพ่อลำบากใจ  ฉันเองก็รู้ตัวดี ถึงจะฝืนเรียนต่อไปยังไง ด้วยความหัวไม่ดีของฉัน ยังไงก็สิ้นเปลือง  นั่นมันคือความจริง เสียงของแม่ยังคงดังก้องในความทรงจำของฉัน 

 

“หนูลองเรียนอะไรที่หนูชอบแทนไหม?” 

 

คำพูดนั้นของแม่ทำให้ฉันตัดสินใจบอกกับพ่อว่าฉันจะขอพ่อเรียนวิทยาลัยสายอาชีพเฉพาะทางแทน  ฉันอยากเลือกเรียน คหกรรมสาขาอาหารและโภชนาการ เพราะอย่างน้อยถ้าจบออกมาก็ยังพอมีวิชาการทำขนม อาหารติดตัวให้ไม่อดตาย คงจะดีกว่าหากเป็นการได้เรียนในสิ่งที่ฉันชอบ  ก็ยังดีนะที่พ่อเห็นด้วย ส่วนน้าวิมลเองก็ยิ้มอย่างพอใจ ก็แน่แหละค่าเทอมเอกชนของหนึ่งคนก็ตกสองถึงสามแสนต่อเทอม การที่ฉันได้เรียนสายอาชีพมันคงทำให้เธอเหลือกินเหลือใช้เอาไว้ให้ลูกของเธออีกเยอะเลย 

 

          แต่ก็ยังไม่วายที่ฉันต้องลำบากมากยิ่งขึ้นไปอีก ฉันถูกตัดค่าใช้จ่ายลงจากเมื่อก่อนเกือบครึ่ง  เพราะพ่อปล่อยเรื่องค่าใช้จ่ายของฉันให้น้าวิมลเป็นคนจัดการ  ฉันค่อนข้างอึดอัดและลำบากใจมาก  ถึงฉันจะเลือกเรียนเพื่อช่วยให้ครอบครัวได้ประหยัดค่าใช้จ่ายลง  แต่ก็ยังต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆเหมือนกัน  นานแล้วที่ฉันไม่ได้ซื้อเสื้อผ้า รองเท้า ข้าวของเครื่องใช้ใหม่ๆเลย  ก็ตั้งแต่ที่ครอบครัวของพ่อเข้ามาอยู่ในบ้านนั่นแหละ  และถึงฉันจะยังมีเงินส่วนหนึ่งที่แม่เก็บเอาไว้ให้ฉัน  แต่ฉันจะไม่มีวันนำมันออกมาใช้อย่างเด็ดขาด  หากฉันยังอยู่ท่ามกลางครอบครัวที่น้าวิมลเป็นคนควบคุมดูแล ฉันไม่คิดจะอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ไปตลอดแน่นอน 

 

         นับวันฉันกลับมองเห็นอนาคตของตัวเองในบ้านหลังนี้ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น    มันไม่ใช่บ้านของฉันอีกต่อไปแล้ว  ถ้าเกิดวันหนึ่งฉันจะต้องลำบากมากที่สุดในชีวิต  อย่างน้อยเงินที่แม่ทิ้งไว้ให้ฉันก่อนท่าจากไป   คงจะพอให้ชั้นใช้ประโยชน์ได้อย่างมากที่สุดในตอนที่ฉันลำบาก 

 

 

 

To Be Continued 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น