ทุ่งหญ้าหิมะบนเม็ดทราย
facebook-icon

ไม่ว่าใครที่หลงเข้ามาอ่าน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงเราก็ขอบคุณมากนะคะ หวังว่ามันจะสร้างความสนุกให้กับผู้อ่านนะคะ : )

บทที่ 3 หายไปแล้วในโลกของความเป็นจริง

ชื่อตอน : บทที่ 3 หายไปแล้วในโลกของความเป็นจริง

คำค้น : เศร้า เหงา ความรัก ดราม่า ร้องไห้ เสียใจ ปัญหา พระจันทร์ ใจเหงา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2563 22:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 หายไปแล้วในโลกของความเป็นจริง
แบบอักษร

 

Lonely Moon 

​หายไปแล้วในโลกของความเป็นจริง 

 

ฉันยังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิม เดินทางไปโรงเรียนด้วยรถบัสรับ - ส่งในตอนเช้าและกลับมาบ้านเพื่อดูแลต้นไม้ของแม่อย่างเช่นเคย แต่แล้วเย็นวันหนึ่งที่ฉันกลับมาถึงบ้านก็ต้องโมโหอย่างถึงที่สุด  

 

น้าวิมลได้ให้คนมารื้อแปลงต้นไม้และดอกไม้สีต่างๆที่ฉันปลูกให้แม่ได้เฝ้ามองจากริมหน้าต่างออกไปจนหมด ตอนนี้พวกมันถูกถอนออกไปทั้งหมดโดยไม่เหลือแม้แต่เศษซากของต้น จะมีเหลือทิ้งไว้ก็เพียงแค่พื้นที่ว่างเปล่า 

 

ฉันโกรธมาก และนั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันทะเลาะกับพ่อทั้งที่มันไม่เคยเกิดขึ้นเลยสักครั้ง พ่อบอกว่าพื้นที่ส่วนนั้นไม่มีประโยชน์ ปลูกดูแลต้นไม้ไปก็เสียเวลาเปล่า พ่ออยากให้ฉันเอาเวลาที่ดูแลต้นไม้พวกนั้นไปตั้งใจเรียนหนังสือให้มากขึ้น  ตอนนั้นฉันร้องไห้หนักมากและเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้อง ปล่อยทุกอย่างให้ไหลไปกับหยดน้ำตา นอกจากพ่อจะไม่สนใจความรู้สึกของฉันแล้ว พ่อยังเอาแต่เชื่อน้าวิมลว่าพื้นที่ตรงนั้นไม่มีประโยชน์อะไรอีก ในที่สุดพื้นที่ที่เคยสวยงามในตอนนั้นมันก็กลายเป็นโรงจอดรถคันใหม่ที่พ่อซื้อให้น้าวิมลไปแล้ว   

 

เวลาอยู่ในห้องนอนฉันแทบไม่อยากเปิดหน้าต่างออกมาอีกเลย ดอกไม้  ต้นไม้และสายลมเย็นๆที่เคยพัดผ่านจากริมหน้าต่างไม่มีอีกต่อไป มันคงอยู่ได้เพียงแค่ในความทรงจำส่วนลึกๆของฉันแค่นั้น ความทรงจำแสนสวยงามที่มีต่อ แม่ทั้งหมด ถูกกลืนหายไปแล้วในโลกของความเป็นจริง 

ท่ามกลางความรู้สึกที่อ้างว้างและโดดเดี่ยวภายในบ้านหลังนี้ วันๆฉัน ไปโรงเรียนอย่างกับว่ามันเป็นแค่หน้าที่ในแต่ละวัน จนมาถึงวันที่ฉันเรียนจบชั้นมัธยมต้น เมื่อผลสอบออกมาเกรดเฉลี่ยสะสมเรียนจบของฉันได้คะแนนต่ำมาก  ผิดกับน้องทั้งสองคนที่เรียนได้ที่หนึ่งของห้อง ทั้งที่ย้ายมาเรียนกลางเทอมแท้ๆแต่พวกเขากลับทำมันได้ดีมาก   

 

พ่อค่อนข้างผิดหวังในตัวฉันและบอกกับฉันว่าต่อไปตอนขึ้นมัธยมปลายฉันต้องตั้งใจเรียนให้มากขึ้นกว่านี้ แต่น้าวิมลกลับพูดแทรกขึ้นมาว่าเป็นแบบนี้  คงไปต่อไม่ไหว เพราะเรียนเอกชนสามคนค่าเทอมค่อนข้างสูงมาก น้าวิมลอยากให้พ่อตัดสินใจให้ฉันเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนรัฐบาลมากกว่าเพื่อจะได้ช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่ายภายในบ้าน 

 

ถึงพ่อไม่ได้พูดอะไรต่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ฉันรู้ว่าพ่อลำบากใจและฉันเองก็รู้ตัวดี ถึงจะฝืนเรียนต่อไปด้วยความหัวไม่ดีของฉันยังไงก็สิ้นเปลือง นั่นมันคือความจริง เสียงของแม่ยังคงดังก้องในความทรงจำของฉัน 

 

"หนูจันทร์ลองเรียนอะไรที่หนูจันทร์ชอบแทนไหม?" 

 

คำพูดนั้นของแม่ทำให้ฉันตัดสินใจบอกกับพ่อว่าฉันจะขอพ่อเรียนวิทยาลัยสายอาชีพเฉพาะทางแทน ฉันอยากเลือกเรียนคหกรรมสาขาอาหารและโภชนาการ เพราะอย่างน้อยถ้าเรียนจบออกมาก็ยังพอมีวิชาการทำขนมทำ อาหารติดตัวให้ไม่อดตาย คงจะดีกว่าถ้าฉันได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ ก็ยังดีที่พ่อเห็นด้วยและท่านไม่ได้ห้ามอะไร  

 

ส่วนน้าวิมลเองก็ยิ้มอย่างพอใจ ก็แน่แหละเพราะค่าเทอมโรงเรียนเอกชนหนึ่งคนก็ตกราวๆสองถึงสามแสนบาทต่อเทอมแล้ว การที่ฉันได้เรียนสายอาชีพ มันคงทำให้เธอเหลือกินเหลือใช้เอาไว้ให้ลูกของเธออีกเยอะเลย 

 

การที่ฉันยอมสละตัวเองเลือกเรียนสายอาชีพแทนมันก็ยังไม่วายที่ฉันจะต้องลำบากมากยิ่งขึ้นไปอีก ฉันถูกตัดค่าใช้จ่ายให้ลดลงจากเมื่อก่อนเกือบครึ่งเพราะพ่อปล่อยเรื่องค่าใช้จ่ายของฉันให้น้าวิมลเป็นคนจัดการดูแล ฉันค่อนข้างอึดอัดและลำบากใจมาก 

 

               ถึงฉันจะเลือกเรียนเพื่อช่วยให้ครอบครัวได้ประหยัดค่าใช้จ่ายลง แต่ฉันก็ยังต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆอีกเหมือนกัน  มันนานมากแล้วที่ฉันไม่ได้ซื้อเสื้อผ้ารองเท้า ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวใหม่ๆเลย ก็ตั้งแต่ที่ครอบครัวของพ่อเข้ามาอยู่ในบ้านนั่นแหละ   

 

               และถึงฉันจะยังมีเงินส่วนหนึ่งที่แม่เก็บเอาไว้ให้ฉัน แต่ฉันจะไม่มีวันนำมันออกมาใช้อย่างเด็ดขาด หากฉันยังต้องอยู่ท่ามกลางครอบครัวที่น้าวิมลเป็นคนควบคุมดูแล วันข้างหน้าฉันเองก็ไม่คิดจะอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ไปตลอดอยู่แล้ว เพราะนับวันฉันกลับมองเห็นอนาคตของตัวเองในบ้านหลังนี้ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น  ราวกับว่ามันไม่ใช่บ้านของฉันอีกต่อไป  

 

               ถ้าเกิดวันหนึ่งฉันจะต้องลำบากมากที่สุดในชีวิต อย่างน้อยเงินที่แม่ทิ้ง ไว้ให้ฉันก่อนท่านจากไป คงจะพอให้ฉันใช้ประโยชน์ได้อย่างมากที่สุดในตอนที่ ฉันลำบาก 

 

 

 

To Be Continued 

ความคิดเห็น