หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

จุดเริ่มต้นของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นด้วยความ 'เสน่หา' แล้วเเขาจะทำอย่างไร หากต้องการให้เธอมาเป็น 'ยาใจ' ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

ตอนที่ 33 การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 33 การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ย. 2561 16:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33 การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
แบบอักษร


หรงหลิงร่างกายแข็งแรงกว่าคนทั่วไป หลับไปครึ่งวันเช้า หลังจากตื่นมาก็ดูท่าทางสดชื่น ผ่านการอาบน้ำอาบท่า สวมชุดสูทชุดใหม่ที่อวี้ซวี่ให้คนเอามาให้ ก็ดูเป็นนักธุรกิจผู้ปราดเปรื่อง เป็นเสาหลักของประเทศชาติ มีความหล่อเหลาชนิดทำให้ผู้คนอิจฉา อย่างน้อยหลินเมิ่งก็เหลือบไปเห็นพยาบาลคนนั้นที่ถูกส่งมาให้ดูแลเธอว่าหลังจากเห็นหรงหลิงที่แต่งกายเรียบร้อยแล้วนั้นหน้าก็แดงขึ้นมาเล็กน้อย

นี่เป็นผู้ชายที่หล่อเหลาดูภูมิฐานคนหนึ่งเลยจริงๆ ท่าทางแข็งแกร่งนั่นมากพอที่จะทำให้หญิงสาวมากมายต้องใจสั่นเพราะเขา

หรงหลิงให้พยาบาลคนนั้นออกไป แล้วจึงนั่งลงที่หัวเตียงของหลินเมิ่ง เขายื่นมือไปลูบใบหน้าเล็กๆ ของหญิงสาวอย่างเป็นธรรมชาติ ภายใต้ดวงตาลึกล้ำที่ดูน่าหลงใหลคู่นั้นที่จับจ้องอยู่ หลินเมิ่งที่เป็นคนหน้าบางก็หน้าแดงขึ้นมาอีกระลอก

“เมื่อคืน...” หรงหลิงหยุดชะงัก คิ้วค่อยๆ ขมวดขึ้นเล็กน้อย ช้อนตาขึ้นมาเล็กน้อย โดยไม่ได้มองไปที่เธอ ราวกับว่ากำลังรู้สึกกระอักกระอ่วนและอึดอัด “เมื่อคืนนี้ ขอโทษจริงๆ นะ!”

หา?!

หลินเมิ่งเบิกตาทั้งสองกว้างขึ้นด้วยความแปลกใจ! เขา...นี่เขากำลังขอโทษเธอเหรอ?! หรงหลิงกำลังขอโทษเธออยู่จริงๆ เหรอ?! เธอคิดอยู่เสมอว่า ผู้ชายที่ดูสูงส่งราวกับว่าสามารถเอาโลกทั้งใบมาเล่นอยู่ในมือได้คนนี้ ไม่มีทางที่จะขอโทษคนอื่น โดยเฉพาะคนตัวเล็กๆ ที่ต่ำต้อยอย่างเธอที่ต้องขอความช่วยเหลือจากเขา แต่ว่าเมื่อสักครู่ เป็นเสียงของเขาชัดเจน ในห้องนี้ นอกจากเธอ ก็เป็นเขา ถ้าเธอไม่ได้พูด เช่นนั้นคนที่พูดก็ต้องเป็นเขาแน่!

หลินเมิ่งมึนงงเหมือนจะรู้สึกว่าฝันไป ปากน้อยๆ นั้นแปลกใจจนหุบไม่ลง

ราวกับว่าเมื่อพูดคำว่า “ขอโทษ” ออกไปแล้วเกิดโล่งใจขึ้นมา ท่าทางของหรงหลิงเลยดูผ่อนคลายลง  กลับไปเป็นคนไม่เปิดเผย มองโลกด้วยความเย็นชาคนเดิม

“ที่ให้เธอลงจากรถ ก็เพราะกลัวว่าจะทำให้เธอตกใจ คนที่ซิ่งรถครั้งแรก น้อยมากที่จะไม่ตกใจกลัว ตอนนั้นฉันอารมณ์ไม่ดี อยากจะระบายออกก่อนแล้วค่อยมารับเธอ คิดไม่ถึงว่าฝนจะตกลงมา ที่ทิ้งเธอไว้ตรงนั้น เป็นเพราะฉันคิดไม่รอบคอบเอง”

พูดจบ เขาก็เงียบไป สำหรับหรงหลิงที่มีคนอื่นคอยประจบเอาใจ ทั้งเขายังชินกับการเป็นผู้รับแล้ว การที่อยู่ๆ มาอธิบายเช่นนี้ ก็นับว่าเป็นการแสดงออกถึงความเสียใจอย่างถึงที่สุดแล้ว

หลินเมิ่งนั้นเข้าใจ ก็ยิ่งเป็นการยืนยันในสิ่งที่ตัวเธอคิด ดูเหมือนว่าเมื่อคืนเธอจะทำให้เขาโกรธโดยไม่ได้ตั้งใจ จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่เข้าใจว่าตัวเองทำผิดตรงไหน แต่ว่าผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ เธอไม่อยากจะรือฟื้นขึ้นมา แล้วก็ไม่อยากถาม ทั้งยังไม่คิดอยากจะทำให้เขาโกรธอีก

“อืม ฉันเข้าใจ” เธอยิ้มละมุน น้ำเสียงนั้นแผ่วเบา อ่อนจางราวกับสายลม “ฉันไม่โทษคุณแล้วค่ะ!”

เขาพลันยิ้มออกมา รอยยิ้มเพียงบางเบา แต่มองดูแล้วช่างน่ามอง ดูมีความเป็นมิตรขึ้นมาในทันใด

อยู่กินข้าวกับเธอเสร็จแล้ว หรงหลิงก็นั่งลงครู่หนึ่ง แล้วจึงเดินออกไป เขามีธุระมากมาย โดยเฉพาะเขาเพิ่งจะเข้าสู่ตลาดเมือง J มีบางเรื่องที่เขาต้องจัดการด้วยตัวเอง

หลินเมิ่งรู้สึกว่าเธอนอนจนตัวแข็งไปหมดแล้ว หลังจากที่หรงหลิงออกไป ก็กะว่าจะลงจากเตียงมาเดินสักหน่อย เธอปฏิเสธพยาบาลที่จะมาเดินเป็นเพื่อนไปอย่างอ้อมๆ เธอเพียงแค่เป็นหวัดตัวร้อน ไม่ได้เป็นอะไรมากมาย ไม่ได้อ่อนแอจนต้องให้คนมาประคอง

ในโรงพยาบาลมีกลิ่นของยาฆ่าเชื้ออยู่ นี่เป็นสิ่งที่ไม่ว่าโรงพยาบาลไหนๆ ก็ไม่อาจหลบเลี่ยงได้ บนระเบียงทางเดินยังถือว่าสว่าง ทาด้วยสีฟ้าขาวสลับกัน ดูสดใสและสะอาดสะอ้าน ดูแตกต่างจากภาพโรงพยาบาลในความคิดที่มืดตึ๊ดตื๋อและดำสนิทมากนัก

เธอเดินทอดน่องไปได้ช่วงหนึ่ง เมื่อมองผ่านหน้าต่างออกไปก็เห็นสนามหญ้าที่ชวนให้คนหลงใหลด้านล่างตัวตึก ในนั้นมีดอกไม้บานเป็นกระถางๆ ดูสวยมาก ในใจเกิดสั่นไหวขึ้นมา มองเห็นผู้ป่วยเดินผ่านไปผ่านมาในสนามหญ้านั้น เธอเองก็อยากจะลงไปเดินเล่นบ้างเพื่อไปสูดกลิ่นหอมของหญ้าเขียวๆ นั่น

คิดไปก็ตัดสินใจทำ เธอจึงเดินไปที่ลิฟต์

แต่กลับนึกไม่ถึงว่าจะพบเข้ากับคนรู้จัก

วันนี้เกาซีที่สวมชุดสูทสามชิ้น ดูเป็นทางการมาก  ท่าทางเหมือนคุณชายผู้สูงส่ง เขามองเห็นหลินเมิ่งที่ใส่ชุดคนไข้ ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ก้าวมาข้างหน้าสองสามก้าว แล้วเอ่ยถามขึ้นว่า “เธอเป็นอะไรเหรอ?”

สายตานั้นยากที่จะปิดบังถึงความห่วงใย เขากวาดมองขึ้นลง ราวกับจะมองให้ชัดว่าเธอเจ็บป่วยที่ไหนกันแน่  หลินเมิ่งประหลาดใจกับความห่วงใยในน้ำเสียงของเขา จึงยกยิ้มอย่างมีมารยาท และอธิบายไปเบาๆ ว่า “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่เป็นหวัดน่ะค่ะ!”

เกาซีเลิกคิ้ว แค่เป็นหวัด?! หากว่าเป็นแค่หวัดธรรมดา ทำไมจะต้องถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลด้วย ตึกที่อยู่ตรงหน้านี้ก็คือแผนกผู้ป่วยใน อีกทั้งยังอยู่ในพื้นที่ผู้ป่วยในโซน VIP ถ้าหากว่าหรงหลิงสนใจเธอจริงๆ การใช้วิธีที่ดูมีค่าเช่นนี้กับเธอ เธอก็พอจะเข้าใจได้อยู่

“เลินเล่อเกินไปแล้ว!”

เกาซีหัวเราะเบาๆ ออกมา “ต่อไปต้องยิ่งระวังตัวให้ดีรู้ไหม ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง จะไม่สบายเอาได้ง่ายๆ เธอออกมาข้างนอก จำไว้ว่าต้องใส่เสื้อผ้าให้มากหน่อย!”

เขากำชับด้วยความอดทน ราวกับว่าเป็นพี่ชายของเธออย่างนั้น ทำให้หลินเมิ่งซาบซึ้งอยู่บ้าง สิ่งเหล่านั้นที่เคยไม่พอใจ ก็ค่อยๆ เบาบางลง ทำให้หลินเมิ่งนึกถึงครั้งแรกที่พบผู้ชายคนนี้อีกครั้ง ชุดไปรเวทสีขาวกับรอยยิ้มที่ดูสะอาดใส แววตาที่ดูอบอุ่น ดูเป็นคนที่น่าใกล้ชิดคนหนึ่งเลยทีเดียว

“ค่ะ ฉันรู้แล้ว!”

หลินเมิ่งก้มหน้าลง ยิ้มออกมาเล็กน้อย

เดิมทีเธอก็เป็นหญิงสาวที่งดงามมากคนหนึ่ง แฝงไว้ด้วยความงามอันบริสุทธิ์ ยิ่งท่าทางการก้มหน้านั้น ปากแดงฟันขาว ดำขลับเข้ากับใบหน้า ทำให้กาวซีนึกถึงประโยคหนึ่งทันที...ยิ่งเป็นผู้หญิงที่ก้มหน้าด้วยความอ่อนโยน เหมือนกับดอกบัวที่อ่อนโยน ในความงดงามมีเสน่ห์นั้นแฝงไว้ด้วยความขี้อาย...

ผู้หญิงคนนี้ งดงามจนทำให้ใจสั่นไหวจริงๆ!

ผู้หญิงที่มาพร้อมกับเกาซีเห็นแววตาวิบวับของเกาซี ทันใดก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา เธอจึงเขย่าแขนเกาซี ฝืนยิ้มถามออกไปว่า “เกาซี ใครเหรอคะ?”

มาแล้ว มาอีกแล้ว! หลินเมิ่งรู้สึกละอายใจมาก ทั้งที่รู้ว่าจากสถานะที่น่ากระอักกระอ่วนของเธอแล้วก็ควรจะหลบเลี่ยงคนพวกนี้ ไม่ก็รีบทักทายแล้วก็รีบเดินออกไป สถานการณ์ตรงหน้านี้กลัวก็แต่ว่าจะหาเรื่องให้ถูกดูถูกเอาอีก

แต่เกาซียิ้มๆ อย่างให้เกียรติ แล้วตอบไปอย่างเป็นธรรมชาติว่า “หลินเมิ่ง ลูกสาวของเพื่อนพ่อฉันเอง”

แล้วหันไปแนะนำทางหลินเมิ่งว่า “หลินเมิ่ง นี่คือเพื่อนของฉัน เอ๋อร์หยาว”

“สวัสดีค่ะ!” เอ๋อร์หยาวยังไม่รู้เรื่องของหลินเมิ่ง พอได้ยินว่าหลินเมิ่งเป็นลูกสาวเพื่อนของพ่อเกาซี ก็คิดว่าเธอคงเป็นคุณหนูของบ้านไหน จึงรีบยื่นมือเรียวบางนั้นออกไปทันที “สวัสดีค่ะ!”

หลินเมิ่งยื่นมือออกไปจับมือกับเอ๋อร์หยาวเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจและความซาบซึ้งที่มีต่อเกาซี

เกาซีกับเอ๋อร์หยาวมาเยี่ยมคนป่วย ดังนั้นจึงไม่รอช้า ทักทายเสร็จแล้วก็เดินออกมา ก่อนที่จะเดินออกมา เกาซีก็กำชับด้วยความอ่อนโยนเหมือนเดิม “ข้างนอกลมแรง ในเมื่อไม่สบาย ก็อย่าออกไปเล่นเพ่นพ่าน กลับเข้าไปพักผ่อนเถอะ!”

พฤติกรรมและการวางตัวของเขาล้วนแต่แสดงออกให้เห็นถึงความห่วงใย ทำให้หลินเมิ่งซาบซึ้งเป็นอย่างมาก นี่เป็นครั้งแรก ที่เธอรู้สึกถึงความเคารพที่ได้รับจากคนตรงหน้าที่รู้เรื่องของเธอ

คิดไปคิดมา เธอก็ตัดสินใจเชื่อคำพูดของเกาซี กลับเข้าไปในห้อง

เธอเดินไปตามทางเดินกลับช้าๆ ใจลอยออกไปไม่น้อย สาวน้อยคนนี้ก็เพียงแค่ต้องการการยอมรับอยู่บ้าง ถึงแม้ว่าการยอมรับนั้นจะเล็กน้อย แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกเต็มตื้นได้ในช่วงเวลาสั้นๆ

บนระเบียงทางเดินมีเสียงคนวิ่งดังขึ้น หลินเมิ่งหูผึ่ง กำลังคิดอยู่ว่าใครกันที่กล้าหาญเช่นนี้ ได้ยินเสียงเท้านั้นยิ่งใกล้เข้ามา เธออยากจะหันกลับไปมอง แต่ไม่รอให้เธอได้หันกลับไป จู่ๆ ก็มีฝ่ามือสีทองแดงเข้มก็ยื่นเข้ามา ภายในชั่วพริตาก็ปิดปากของเธอเอาไว้

“อื้อ...”

หลินเมิ่งเบิกตากว้างขึ้น วินาทีต่อมา แขนกำยำก็รัดเอวของเธอเอาไว้ แล้วลากเธอไปอีกฝั่งหนึ่ง เธอพยายามดิ้นรนสุดแรง เพียงแต่การประท้วงทั้งหมดนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่ไม่รู้จักคนนี้ล้วนแต่ดูอ่อนแอและน่าสงสาร ร่างกายที่เล็กและบอบบางของเธอ เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มอย่างง่ายดาย ชายคนนั้นใช้มือหนึ่งโอบเธอ อีกมือหนึ่งปิดปากเธอเอาไว้ ไม่ว่าจะดูจากด้านข้างหรือด้านหลัง เธอกับเขาก็ดูใกล้ชิดกันมาก!

ไม่ถึงครึ่งนาทีหลินเมิ่งก็ถูกผู้ชายบ้าคนนี้ลากเข้าไปยังทางหนีไฟ ตรงไปที่บันไดที่น้อยคนนักจะใช้ ผู้ชายคนนั้นใช้เท้าปิดประตูหนีไฟเบาๆ แล้วกึ่งลากกึ่งอุ้มพาหลินเมิ่งลงบันไดไปตรงทางเลี้ยวแล้วเขาก็กดหลินเมิ่งเข้ากับกำแพงสีขาวอย่างหยาบคาย

หลินเมิ่งถูกกระแทกจนเจ็บ จึงร้องโอ๊ยขึ้นมา เธอมองชายผู้นั้นด้วยความตกใจ ใบหน้าของชายคนนั้นใส่แว่นกันแดดสีแดงเพลิงแบบที่กำลังนิยม ประกอบกับผมหน้าม้ายาวๆ ที่ปรกลงมา ก็แทบจะปิดบังใบหน้าครึ่งหน้านั้นจนมิด ทำให้เมื่อมองใบหน้าของเขาแล้วยากที่จะดูออก แต่ดูเพียงแวบเดียว ก็ยังสามารถมองเห็นโครงหน้าที่หล่อเหลานั้นได้อย่างชัดเจน

ชายหนุ่มยังคงป้องปิดปากน้อยๆ ของหลินเมิ่งเอาไว้ ครั้งนี้เมื่อเผชิญหน้ากับหลินเมิ่งตรงๆ เมื่อมองเห็นใบหน้าเล็กมีเสน่ห์น่ารักและอ่อนนุ่มราวกับเต้าหู้ของเธอ เขาก็เหม่อลอยไปในทันใด ไม่คิดไม่ฝันว่า เลือกจับคนมามั่วๆ แบบนี้ จะจับไปโดนสาวน้อยแสนสวย ทั้งยังเป็นสาวน้อยแสนสวยตามแบบฉบับที่ยากจะพบเจออีกด้วย!

จุ๊ๆ ดวงตาขาวและดำตัดกันอย่างชัดเจนนั้นดูตกตกตะลึงน้อยๆ ดวงตาคู่นั้นแคบยาวและดูมีเสน่ห์ เหนือดวงตาคู่นั้นเป็นคิ้วได้รูปงดงามสีควันบุหรี่ ชวนให้คนตื่นตาตื่นใจจริงๆ แต่น่าเสียดายที่ผิดเวลาไปหน่อย!

ชายหนุ่มยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ แต่ทว่าดวงตาเรียวยาวคู่นั้นกลับแฝงไปด้วยความโหดร้ายของสัตว์ป่า!

“ไม่อยากให้ฉันข่มขืนเธอตอนนี้ล่ะก็ เล่นละครตามฉันซะดีๆ!”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น