greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ตอนที่ 21 : กฎง่าย ๆ

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 : กฎง่าย ๆ

คำค้น : y yaoi ภรรยาที่ดีไม่ได้มีแค่คุณธรรม เฮียเหวิน น้องหลิว ภรรยาที่ดี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.7k

ความคิดเห็น : 105

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ย. 2561 00:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 : กฎง่าย ๆ
แบบอักษร


ตอนที่ 21 : กฎง่าย ๆ



คืนแรกที่อยู่ด้วยกันในรอบสามเดือน หวังหย่งเหวินคิดว่าพวกเขาทั้งสองจะได้ร่วมเตียงเคียงหมอนกัน ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาคือภรรยาแสนน่ารักที่กำลังนอนซุกซบอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของสามี เพราะความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศทำให้ต่างก็ขยับแนบกายเข้าหาไออุ่น 

ขณะที่เดินตามแผ่นหลังเล็กไปยังห้องนอน ในอกของร่างสูงก็รู้สึกเหมือนมีคนตีกลองเสียงดังไม่หยุด

ตอนนั้นเองที่เสี่ยวหลิวหมุนตัวกลับมา มือเล็กดันแผ่นอกเขาเอาไว้ ก่อนดับฝันด้วยการพูดว่า

“นี่มันห้องของผม คุณนอนที่โซฟาไปก็แล้วกัน”

หวังหย่งเหวินในชุดนอนนิ่งค้าง เห็นแววตาที่มองมาก็รู้ว่าไม่ได้ล้อเล่น 

“ให้เฮียนอนด้วยไม่ได้เหรอ”

“ไม่”

“เสี่ยวหลิว” 

คนถูกเรียกด้วยเสียงอ่อนกอดอกเบือนหน้าไปทางอื่น “ไหนว่าจะทำตามที่ผมบอกไง แค่นี้ก็จะผิดคำพูดแล้วเหรอ”

เพราะบอกไปแบบนั้นตอนที่จูบเท้าด้วยความเคารพ หวังหย่งเหวินจะหาอะไรมาโต้แย้งได้ล่ะ

“รู้ใช่ไหมว่ารัฐบาลจีนกำลังเคร่งเรื่องการประหยัดพลังงาน คุณมาอยู่ที่นี่ก็เท่ากับว่าคอนโดต้องจ่ายไฟมาที่ห้องนี้เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นผมไม่อนุญาตให้คุณเปิดแอร์ตอนนอน”

นี่เอาจริงใช่ไหม ไม่ให้เขาเปิดแอร์ตอนนอน ลูกชายคนโตตระกูลหวังตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยสัมผัสอุณหภูมิห้องสักครั้ง พูดก็พูดเถอะ ขนาดนอนพัดลมเขายังทนไม่ไหวเลย 

“ตอนเช้าถ้าจะอาบน้ำก็เข้ามาได้ แต่ห้ามทำเสียงดังให้ผมตื่น อ่อ เตือนไว้ก่อนนะว่าอย่าแอบมานอนด้วยตอนที่ผมหลับ ถ้าผมรู้ว่าคุณทำแบบนั้น คุณได้ใบหย่าก่อนหนึ่งปีแน่”

“เฮียเข้าใจแล้ว ขอเถอะ อย่าพูดเรื่องหย่ากันเลยนะ” หวังหย่งเหวินส่ายหน้า จะพูดจริงหรือแค่ขู่เขาก็ไม่เอาทั้งนั้น ยังไงก็ไม่หย่าหรอก ไม่อยากให้เสี่ยวหลิวคิดถึงเรื่องนี้เลย ลืม ๆ มันไปได้ไหม  

เสี่ยวหลิวจ้องใบหน้าที่ดูหมองลง ไม่ได้รู้สึกสงสาร เมื่อไม่มีอะไรให้พูดคุยแล้วก็ตัดสินใจปิดประตูห้องปล่อยสามีไว้กับความมืดเพียงลำพัง

หวังหย่งเหวินที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากปลอบใจตัวเองด้วยการบอกว่าดีแค่ไหนแล้วที่เสี่ยวหลิวยอมให้อยู่ด้วย เรื่องนอนเตียงเดียวกันอีกไม่นานคงเป็นจริง ตอนนี้คงต้องยอมไปก่อน อดทนมาสามเดือนแล้วทำไมจะทนต่อไปไม่ได้ล่ะจริงไหม เสี่ยวหลิวยังอดทนกับเขามาตั้งเกือบสองปี เรื่องแค่นี้อย่าได้ทำตัวให้อ่อนแอเลย

หวังหย่งเหวินละสายตาจากบานประตู จากนั้นจึงเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาเล็ก เพราะขนาดร่างกายที่ใหญ่โตทำให้เหมือนผู้ใหญ่ที่พยายามยัดตัวเองลงไปในเปลเด็ก ส่วนหัวมีหมอนอิงรองไว้ที่ท้ายทอยแต่ก็ไม่ใคร่จะสบายเสียทีเดียว ยิ่งขายาวสองข้างเลยพ้นที่วางแขนไปไกลอีก 

ถอนหายใจยาว พรุ่งนี้มีงานให้ต้องสะสางอีกมากดังนั้นควรจะรีบนอนได้แล้ว เขาพยายามข่มตาหลับ ทว่าผ่านไปสักพักก็ต้องลืมโพล่งจ้องเพดานไปอีกหลายชั่วโมง เพราะอากาศหยุดนิ่งไม่หมุนเวียนหวังหย่งเหวินถึงหายใจไม่สะดวก เขานอนแบบนี้ไม่ได้

หากอยู่เฉย ๆ ที่โรงแรมไม่ออกมาต่างเมืองก็คงได้นอนบนเตียงคิงไซส์และหมอนขนเป็ดแท้ ๆ  ทั้งที่เป็นแบบนั้นแต่หวังหย่งเหวินก็ยอมทิ้งความสบายมาเพื่อตามคนรักกลับไปอยู่ด้วยกัน

คิดแล้วก็น่าขันกับการกระทำตัวเอง รู้สึกว่ากำลังกลับมาเป็นหวังหย่งเหวินคนเก่าที่เคยตกหลุมรักฟู่เสี่ยวหลิวเมื่อสิบปีก่อน ตอนนั้นเขาหลงคนตัวเล็กหัวปักหัวปำ ให้ตายยังไงก็ไม่ยอมห่างไปไหน 

เขาผิดเองที่ทิ้งอีกฝ่ายไปหาน้ำฝน พอถูกบังคับแต่งงานก็รู้สึกรับไม่ได้ ต้องหนีภรรยาแต่ในนามมาปักกิ่งเพื่อที่จะได้นอนสบายคนเดียว แล้วดูตอนนี้สิ แม้แต่การนอนหลับคนเดียวที่เคยทำได้ตอนนี้กลับทำไม่ได้ ยอมนอนโซฟาคับแคบเพียงเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ภรรยาให้ได้มากที่สุด

ยิ่งสังเกตเห็นว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงไปแบบนี้ก็ยิ่งมั่นใจว่ารักเสี่ยวหลิวมากจริง ๆ 

เพราะถ้าไม่รัก เขาก็ไม่มีทางยอมหรอก



“คุกเข่า”

เพียงแค่ได้ยินคำสั่งสองพยางค์ ชายหนุ่มก็ทิ้งกายลงกับพื้นอัตโนมัติ ภรรยาของเขากำลังนั่งไขว่ห้างกอดอกอยู่บนโซฟาตัวเล็ก ลำตัวตั้งตรง ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยมีปอยผมสีบลอนด์ขาวตกลงมา ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูสวยสง่า ไม่มีอีกแล้วเด็กหนุ่มอายุ 19 ที่ใสซื่อ ตอนนี้เสี่ยวหลิวเหมือนกับราชินีที่หาทางหนีออกมาจากหอคอยได้สำเร็จ แถมตอนนี้กำลังจะคิดบัญชีแค้นกับเขาด้วยโทษประหาร  

หวังหย่งเหวินพยายามประคองตัวเองให้มั่นคง หลังและข้อพับตามร่างกายยังปวดจากการนอนผิดท่า เดือดร้อนซิ่นเฉิงที่ต้องหาซื้อแผ่นแก้ปวดมาแปะให้ ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางกำลังโจมตีร่างเขาอย่างไม่ปราณี ในโลกนี้คงไม่มีผู้บริหารที่บ้าเท่าเขาอีกแล้ว คิดยังไงถึงได้ย้ายมาอยู่อีกเมืองหนึ่ง คนอื่นคงคิดว่าหาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ  ระยะทางระหว่างสองเมืองไม่ใช่จะใกล้กันขับรถไปไม่กี่กิโลก็ถึง  ยิ่งเมื่อต้องเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวบนท้องถนนที่แออัดของกรุงปักกิ่ง หวังหย่งเหวินจำเป็นต้องฝืนตื่นนอนตั้งแต่ตี่สี่ ออกเดินทางจากที่นี่ก่อนที่ชาวบ้านจะลุกจากเตียง กระนั้นแม้ตอนเช้ายังหลีกเลี่ยงการจราจรได้ แต่ตอนเย็นนี่สิ เหมือนกับนรกแตก ท้องถนนเต็มไปด้วยยานพาหนะพ่นควันจนกลบทัศนียภาพรอบด้าน บางวันถ้าโชคร้ายกว่าจะกลับมาถึงคอนโดก็ดึกดื่น ไม่มีโอกาสได้ร่วมมือเย็นกับภรรยา เสี่ยวหลิวเข้านอนไปโดยที่เขาไม่ทันได้เห็นหน้าด้วยซ้ำ

หวังหย่งเหวินพยายามยืดตัวขึ้นทั้งที่เหมือนแรงโน้มถ่วงโลกกำลังกดทับไหล่ทั้งสองไว้ แต่พอคิดว่าถ้าขัดคำสั่งอาจจะทำให้เสี่ยวหลิวไม่พอใจ จึงต้องฝืนอดทนต่อ 

“ถึงคุณจะต้องทำตามทุกอย่างที่ผมสั่งอยู่แล้ว แต่ผมก็อยากจะมีกฎบางอย่างเพื่อให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น หวังหย่งเหวิน มันสำคัญมากที่คุณจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดระหว่างอยู่ที่นี่” 

ริมฝีปากเล็กขยับพร้อมกับจ้องเขาไม่วางตา เพราะเหตุการณ์ ‘แสดงความเคารพและเทิดทูนด้วยการจูบเท้า’ คืนนั้นทำให้เฮยอวิ๋นยิ้มบิดเบี้ยวใส่คนตัวเล็กทุกครั้งที่เจอกัน หลังจากพักสมองจากการทำการบ้านและเตรียมใจเผชิญหน้ากับร่างสูงแล้ว เขาก็คิดว่าควรจะทำอะไรสักอย่าง ต้องขีดเส้นให้ชัดเจน จะได้ไม่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีก  

หวังหย่งเหวินพยักหน้าหงึกหงัก ถ้าเสี่ยวหลิวพูดอะไรเขาก็เห็นด้วยทั้งนั้นแหละ บอกแล้วว่าจะทำตามที่พูดทุกอย่าง จะไม่ผิดคำพูดเด็ดขาด เขาต้องทำให้เสี่ยวหลิวเชื่อมั่นในตัวเขาอีกครั้ง ว่าสามีคนนี้ไม่ใช่ผู้ชายโกหกปลิ้นปล้อนอย่างที่เข้าใจ

เสี่ยวหลิวกดสายตามอง “ข้อหนึ่ง ถ้าคุณอยากจะพูดอะไรกับผม คุณจำเป็นที่จะต้องขออนุญาตก่อน ยกมือขึ้นให้เห็น ถ้าผมพยักหน้าหรือตอบรับนั่นหมายความว่าให้พูดได้” 

ไม่ทันตั้งตัว กฎข้อแรกที่เหมือนหมัดของนักมวยรุ่นเฮฟวี่เวทก็กระแทกเข้าสู่กลางลำตัวอย่างแรง

อึก หวังหย่งเหวินรู้สึกจุกกับหมัดในจินตนาการ คิ้วขมวดเข้าหากันยุ่งเหยิง เขา...เขาไม่คิดว่าเสี่ยวหลิวจะตั้งกฎแบบนี้

“ห้ามพูดก็คือเงียบ ชื่อก็ไม่ให้เรียก ถ้าผมไม่เป็นฝ่ายคุยกับคุณก่อน คุณก็ต้องหุบปากเท่านั้น” 

ยิ่งได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าไหล่ถูกน้ำหนักกดทับลงมามากเท่านั้น

“แม้แต่อรุณสวัสดิ์ก็ต้องยกมือขอรึเปล่า” ถ้าเสี่ยวหลิวไม่อนุญาตก็ไม่มีสิทธิตรงนี้ แค่คิดเขาก็เศร้าแล้ว นั่นหมายความว่ามอร์นิ่งคิสก็อาจจะอดด้วย บ้าที่สุด

“ใช่”

“เสี่ยวหลิว” 

พอเรียกชื่อไม่ทันไรก็โดนตัดบท “ผมยังทำได้ คุณเองก็น่าจะทำได้เหมือนกันใช่ไหม”

กำลังหมายถึงตอนที่ตัวเองโดนเขาสั่งไม่ให้พูดด้วยจนกว่าจะได้รับอนุญาต จำได้ว่าเสี่ยวหลิวปฎิบัติอย่างเคร่งครัดทั้งที่ดวงตาเรียวหวานมักจะฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำตาคลอ มีเรื่องอะไรที่อยากพูดด้วยมากมายแต่ก็ทำไม่ได้ เขาในตอนนั้นก็ไม่คิดจะอ่อนให้ ปล่อยคนตัวเล็กทรมานกับบรรยากาศที่คั่นกลางระหว่างพวกเขาไว้  

เวรกรรมกำลังไล่ตามคนบาป เวลานี้อดีตกำลังเล่นงานเขา สีหน้าของหวังหย่งเหวินแสดงออกมาแบบเดียวกันกับภรรยาในอดีตไม่มีผิดเพี้ยน

แม้จะอยากโต้แย้งแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เขาไม่มีสิทธิ มีแต่ต้องทำตามเท่านั้น

เสี่ยวหลิวมองความนิ่งสงบของสามีแล้วจึงพูดต่อ 

“ข้อสอง” 

เผลอกลั้นใจรอโดยไม่รู้ตัว 

“ห้ามคุณแตะตัวผมก่อนได้รับอนุญาต ระหว่างที่ผมหลับหรือไม่รู้สึกตัว ห้ามสัมผัสตัวผมเด็ดขาด แม้แต่เส้นผมก็ห้าม”

หวังหย่งเหวินเงยหน้าทันที “เดี๋ยวสิ แบบ-” 

“มีปัญหา ? ” 

ถามแบบนี้จะให้ตอบว่าอะไรล่ะ “ป-เปล่า…” ไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งนั้น “เฮียแค่คิดว่าบางทีเราน่าจะตกลงกันได้ มีข้อยกเว้นบางกรณี” ไม่ได้บอกว่าจะไม่ทำ แต่ขอต่อรองจะได้ไหม อย่างน้อยให้จับมือก็ยังดี เป็นสามีภรรยาแต่กลับห่างเหินขนาดนี้ เขาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

“นี่มันแค่สองข้อง่าย ๆ เองนะ ถ้าคุณทำไม่ได้ก็นู่น ประตู เก็บของของตัวเองไปให้หมดแล้วอย่ามาให้ผมเห็นหน้าอีก” แล้วก็รอใบหย่าจากเขาด้วย

คนที่เป็นรองหุบปากฉับทันที ไม่เอาแบบนั้นสิที่รัก กว่าจะขออาศัยด้วยได้เขาเกือบจะถูกปาดคอ ถึงขนาดเกือบตายไปแล้วเลยนะ !  เพราะฉะนั้นยังไงก็ไม่ยอมเก็บกระเป๋าจากไปเด็ดขาด  

เสี่ยวหลิวเอนกายพิงโซฟาด้วยท่าทางผ่อนคลาย ผิดกับหวังหย่งเหวินที่เครียดเกร็งไปทั้งร่าง

“แต่อันที่จริงผมก็กังวลกฎข้อสองอยู่เหมือนกัน เพราะผมไม่รู้หรอกว่าคุณน่ะมีความซื่อสัตย์มากน้อยแค่ไหน บางทีอาจจะไม่มีเลย เพราะถ้าผมหลับไปคงไม่รู้ว่าคุณจะทำตามกฎรึเปล่า คุณมันจอมโกหกนี่นา ขนาดบอกว่ารักผมอย่างนู้นอย่างนี้ยังจำไม่ได้เลย แบบนี้ผมยังหวังอะไรกับคุณได้ไหม”

ถูกตอกย้ำด้วยเรื่องจริง แถมถูกเข้าใจว่าไม่มีความน่าเชื่อถือ หวังหย่งเหวินมีหรือจะแสดงออกถึงความไม่ซื่อสัตย์ได้ จ้องมองตาภรรยาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“เฮียจะทำตามกฎ”

“โอ๊ะ งั้นเหรอ ถ้าแบบนั้นคุณจะไม่แตะตัวผมใช่ไหม ผมเชื่อถือคุณได้จริง ๆ นะ” ใบหน้าเล็กแสร้งทำสีหน้าประหลาดใจ ประมาณว่าสิ่งที่เขาเพิ่งจะพูดมันน่าเหลือเชื่อเหลือเกิน  

หวังหย่งเหวินเม้มปาก ฝืนยิ้มบาง “ใช่ เฮียจะไม่แตะตัวเราก่อนที่จะได้รับอนุญาต” พูดไปก็อยากกัดลิ้น พยายามปลอบใจตัวเองด้วยคำว่า ‘สมควรโดนแล้ว’ ทั้งที่อีกด้านกำลังประท้วงว่าแบบนี้มันเกินไปรึเปล่า รู้สึกอึดอัด ก้อนเนื้อในอกเขามันบีบรัดแน่นจนหายใจแทบไม่ออก

คราวนี้หลังจากที่โดนอัดจนเกือบสลบกลายเป็นว่าเหมือนร่างกายโดนจับเหวี่ยงให้พุ่งทะลุกระจกออกมาจากระเบียงชั้นหกอย่างรวดเร็ว เขาตกลงไปด้านล่าง กระดูกแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี 

ใบหน้าหล่อเหลาซีดลง แววตาที่เคยดุดันเศร้าสร้อยจนน่าสงสาร

เสี่ยวหลิวยิ้มมุมปากเมื่อเห็นสีหน้าดูไม่ได้นั่น ไม่แม้แต่จะเห็นใจ กำลังคิดว่าหวังหย่งเหวินจะเลิกเล่นละครตอนไหนกัน กฎที่เขาตั้งขึ้นมาก็เพื่อให้อีกฝ่ายทนไม่ไหวแล้วยอมแพ้จากไปก็เท่านั้น

รีบ ๆ เผยเจตนาที่แท้จริงออกมาสิหวังหย่งเหวิน ผมไม่มีทางหลงกลคุณหรอกนะ...

หวังหย่งเหวินเอ่ยด้วยเสียงระโหย 

“แล้วจูบเท้าล่ะ ที่เราบอกว่าให้เฮียทำทั้งเช้าเย็น ให้แสดงออกว่าเคารพเรา เทิดทูนเรา”

เสี่ยวหลิวนิ่งไป กิริยานั้นทำให้อดจะมีความหวังไม่ได้

ถ้าบอกว่าไม่ให้ทำ จะกลายเป็นว่าเสี่ยวหลิวปอดแหกรึเปล่า เขาตกใจมากตอนที่โดนเลียโดนจูบไปทั้งขา หลังจากนั้นยิ่งไม่อยากให้แตะตัวไม่ว่ากรณีไหนทั้งสิ้น เขาไม่ชอบที่ตัวเองอ่อนระทวยเหมือนขี้ผึ้งลนไฟ แต่ถ้าเขากลับคำตอนนี้ คงจะเข้าทางคนที่ตั้งใจกลั่นแกล้ง

เสี่ยวหลิวไม่อยากถูกหัวเราะเยาะในใจ เขาอาจจะโดนดูถูกก็ได้ถ้าเลือกหนี ไม่ได้อยากตกเป็นรองหวังหย่งเหวิน

“คุณอยากทำเหรอ”

หวังหย่งเหวินพยักหน้าตอบ อยาก อยากทำที่สุด 

คิดอยู่ไม่นานก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงติดจะดูแคลน “ช่วยไม่ได้นะ ถ้าจูบเท้าจะให้ทำก็ได้ แต่จูบเฉย ๆ  ห้ามเลีย ห้ามอมอะไรทั้งสิ้น”

คิดว่าที่พูดดักไว้แบบนี้แสดงว่าคืนนั้นตนคงรุกแรงเกินไป เพราะยับยั้งชั่งใจไม่ได้ หลงมัวเมากับกลิ่นกายหอมของอีกฝ่ายจนเกิดความปรารถนาขึ้นมา ทุกอย่างจึงเลยเถิดไปแบบนั้น

“ตอนเช้าคุณต้องรีบไปทำงานใช่ไหม ผมยังไม่ตื่น เพราะฉะนั้นทำเฉพาะตอนเย็นก็พอแล้ว”  

หวังหย่งเหวินคิดว่าโชคดีเหลือเกินที่อย่างน้อยตัวเองยังได้จูบเท้า ถึงจะเหลือแค่หนึ่งครั้งต่อวันก็เถอะ  

“แล้วข้อถัดไป ? ” ถามอย่างไม่แน่ใจ ยังมีอีกไหม ถ้ามีก็บอกมาให้หมดเลยทีเดียว ก่อนที่เขาจะหัวใจวายกับข้อห้ามต่าง ๆ  หรือเสี่ยวหลิวคนดีจะห้ามไม่ให้เขามองเจ้าตัวด้วย แบบนั้นนอกจากจะต้องตัดแขนเขาออกเพื่อไม่ให้สัมผัสกาย สงสัยคงต้องควักลูกตาไปด้วยล่ะมั้ง 

คิดว่าจะมีอะไรมาทรมานจิตใจได้มากกว่านี้ กลับกลายเป็นว่าราชินีที่อยู่บนบัลลังก์ยักไหล่

“หมดแล้ว”

ขอบคุณนะ หวังหย่งเหวินถอนหายใจโล่งอก อย่างน้อยเขายังได้รับความเมตตาบ้าง   

“สองข้อนี้มันง่ายมากเลยใช่ไหม ไม่ยากเกินไปสำหรับคนที่เก่งกาจอย่างคุณ” 

ประชดอยู่รึเปล่า ฮ่า ๆ  หวังหย่งเหวินหัวเราะในใจที่แห้งเหี่ยว มีแต่แววตาน่าสงสารที่ฉายชัดออกมา ถ้าเป็นสุนัขก็คงหูลู่หางตกครางหงิง ๆ เป็นแน่  

หวังหย่งเหวินไม่ปริปากพูดอะไร เพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ ให้  

มองท่าทางหงอของคนตัวโตเสี่ยวหลิวก็อดเม้มปากขัดใจไม่ได้ที่ผิดแผน หวังหย่งเหวินยอมง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ นึกว่าจะลุกขึ้นมาขัดขืนตอนท้ายเสียอีก

‘จะให้ฉันทำกฎบ้า ๆ พวกนี้น่ะเหรอ คิดว่าตัวเองเป็นใคร ฝันไปเถอะ ! ’

‘ถ้างั้นก็ออกไป ! ’

‘ฉันออกไปแน่ ทนอยู่ไม่ได้หรอกแบบนี้ นี่เมียหรือผู้คุมวะ ไปเอาใบหย่ามาให้ฉันเลย ไม่ต้องรอแล้วหนึ่งปี หย่ากันเดี๋ยวนี้เนี่ยล่ะ ! ’

เหตุการณ์ตอนนี้มันควรจะเป็นแบบที่คิดไว้รึเปล่า… 

หวังหย่งเหวินที่รักแต่ตัวเองไม่ควรจะอ่อนข้อให้เขาเลย บอกแล้วว่าสิ่งที่หวังหย่งเหวินกำลังทำมันน่าสงสัย แปลกประหลาด ไม่น่าไว้ใจสักนิด มีเจตนาไม่ดีแอบแฝงอยู่แน่ ๆ 

แต่ช่างปะไร ถึงปากจะบอกว่าจะทำตาม แต่ไม่ได้หมายความว่าหวังหย่งเหวินจะทำจริง ๆ  เสียหน่อย เขาจะต้องจับตาดู ขอทำผิดเพียงครั้งเดียวก็มีโอกาสไล่ออกไปแล้ว วิธีนี้ทำให้เสี่ยวหลิวไม่ต้องเปลืองแรงโวยวายอีก เซฟพลังงานไปได้เยอะ

ในเมื่อหวังหย่งเหวินไม่แย้งอะไรก็ถือเป็นอันตกลง  

“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มเลยแล้วกัน อย่าลืมด้วยล่ะว่าแหกกฎเมื่อไหร่...” นิ้วเล็กชี้นำสายตาคมไปที่ทางออก ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น

“ประตู” 









--------------------------------------------

มาอัพแล้วค่าาา ตอนนี้ไม่ค่อยม่าใช่ไหม TT เราพยายามแต่งให้ดูซอฟต์ลง คนที่รอฉากสวีทหรือเข้าใจกันอาจจะต้องรออีกนิดนะคะ เพราะเสี่ยวหลิวก็ไม่อยากจะให้อภัยง่าย ๆ เช่นกัน พาร์ทหลัง ๆ นี่คือเอาคืนล้วน ๆ

ตอนที่แล้วเสี่ยวหลิวตั้งตัวไม่ทันแต่ตอนนี้น้องแกร่งขึ้นแล้ว เอากฎที่เคยโดนมาเล่นงานจนอิเฮียปวดใจไปเลย  เคยทำเขาไว้ยังไงโดนกลับคืนมา เผลอ ๆ หนักกว่าอีก ยังไงคนอ่านลองให้โอกาสคนใจร้ายสักหน่อยนะคะ เขายอมเปลี่ยนเพื่อภรรยาก็พอจะมีด้านดีอยู๋บ้าง5555555555

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกเมนท์ ทุกเฟบนะคะ มีกำลังใจเขียนต่อทุกครั้งที่เห็นเลยค่ะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่าาา

ความคิดเห็น