มนต์ระมิงค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 1 : นายใบ้... (40%)

คำค้น : พะนอขวัญ,นายใบ้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ย. 2561 21:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1 : นายใบ้... (40%)
แบบอักษร

1 : นายใบ้...

แสงตะวันที่ส่งผ่านแมกไม้ลงมาแยงตา ทำให้ร่างที่นอนหลับมาหลายสิบชั่วโมงค่อย ๆ รู้สึกตัวขึ้น 

เขาขยับตัวเล็กน้อย หลังจากพยายามลืมตาขึ้นให้เต็มที่แล้วชายหนุ่มก็พบว่า ที่นี่ไม่ใช่ที่คุ้นตาเอาเสียเลย จึงทำให้คิ้วเข้มที่พาดเหนือดวงตาคู่คมโศกนั้นต้องขมวดเข้าด้วยกันทันที

ที่นี่ที่ไหนกันนะ?

แม้จะรู้สึกงุนงง และหนักอึ้งที่ศีรษะอยู่ แต่ด้วยความกระหายน้ำเต็มแก่ ทำเขาเหลียวมองหาภาชนะที่บรรจุน้ำ จนเขาเห็นคนโทที่ใส่น้ำ ที่ตั้งไม่ห่างออกไปจากที่เขานอน  จึงหมายจะเอื้อมมือไปหยิบมาดื่ม ให้ลำคอที่แห้งผากราวผุยผงนี้ค่อย ๆ ดีขึ้น  ทว่า เสียงของการขยับตัวบนพื้นกระดานไม้ของบ้านก็ทำให้เกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดด้วย จนคนที่นั่งทำงานอยู่ไม่ห่างต้องเอี้ยวตัวกลับมามอง 

แล้วก็ได้เห็นแขนยาว ๆ นั้น พยายามคว้าคนโทที่อยู่ห่างจากปลายนิ้วมือเพียงนิดเดียว  แต่ไม่ทันคว้าได้ คนโทนั้นล้มลงจนทำให้เกิดน้ำเจิ่งนองไปตามพื้น

"ตาย! ดูสิ ระวัง ๆ หน่อยสิพ่อคุณ ทำหกน้ำเลอะเทอะหมด แล้วคนที่เช็ดถูก็ฉันคนเดียวนะ!" นางช้อยวางสะดึงที่ปักผ้าลง แล้วรีบลุกไปหยิบคนโทตั้งขึ้น ก่อนจะเหลียวกลับมาดูคนที่พยายามลุกนั่งและได้ทำให้น้ำหกด้วยสีหน้าหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ทีเดียว

ชายหนุ่มมองหน้าหญิงในวัยห้าสิบกว่าปีตรงหน้าด้วยสายตาแปลกประหลาดเพราะไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน และจากที่เกิดเสียงเอะอะนี่เอง  ก็ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของชั้นบนของบ้าน จากนั้นได้มีเสียงเดินลงบันไดลงจากชั้นสองลงมา  ทั้งชายหนุ่มและหญิงวัยห้าสิบปีกว่าจึงพากันมองไปตามเสียงนั้นทันที 

หญิงสาวที่สูงราวร้อยหกสิบเซนติเมตร กำลังเดินตรงมาทางนี้ พร้อมทั้งส่งสายตาอย่างไม่แน่ใจมองมาที่ชายหนุ่มด้วย  หล่อนสวมเสื้อผ้าฝ้ายแขนสั้นสีกลีบบัวกับกระโปรงสีครีมอ่อน หล่อนมีผิวขาวผุดผ่อง  ดวงตาเรียวรี ปากนิด และจมูกหน่อยได้รูป

"นายใบ้ ฟื้นแล้วหรือป้าช้อย" น้ำเสียงหวานหยดจนสามารถสะกดใจคนฟังดังขึ้น

ชายหนุ่มที่ลุกขึ้นมานั่งต้องตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วครู่  ทั้งรูปร่าง ใบหน้าและน้ำเสียงหวานหูของหล่อนนั้น ทำให้เขาลืมสิ้นว่าได้ยินอะไรบ้าง

"ฟื้น ฟื้นแล้วค่ะ คุณขวัญ "

หญิงสาวมอง ชายหนุ่มที่มีหนวดเคราขึ้นตามคางและรอบริมฝีปาก ดวงตากลมเกือบโต ผิวออกสีแทนไม่ขาวและไม่คล้ำจนเกินไป ใบหน้าคมคาย ริมฝีปากหยักสวย  ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขานั้นมองหล่อนราวกับตกตะลึงไปเช่นกัน หล่อนจึงถามเขาไปว่า  "นาย...ได้ยินฉันมั้ย นายใบ้"

เสียงหวานที่ถามกลับ  ราวกับจะค่อย ๆ ปลุกให้เขารู้สึกตัว ชายหนุ่มเหลียวมองรอบ ๆ ตัวเพื่อให้มั่นใจว่า ใครกันคือ 'นายใบ้' ที่หล่อนหมายถึง

"เอ้า! คุณขวัญถามเราน่ะ นายใบ้"

เขาอ้าปากจะเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาคำหนึ่ง ทว่า ลำคอที่แห้งผากเกินไปนั้นทำให้เสียงเขาหายไป จนต้องไอแค่ก ๆ อยู่สองสามที ก่อนจะหันไปมองคนโทน้ำและขันน้ำแทนการพูดเพื่อขอน้ำดื่ม

"ป้าช้อย รินน้ำให้เขาสิ เขาคงหิวน้ำ" หญิงสาวสั่ง

"เอ่อ ค่ะ ๆ" ช้อยรับคำก่อนจะรีบรินน้ำลงในขัน แล้วส่งให้ชายหนุ่มดื่ม 

เขารับขันน้ำมาแล้วก็ยกน้ำขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด ก่อนจะยื่นขันใบเดิมกลับไปให้หญิงสูงวัยรินน้ำอีกรอบ จากนั้นก็ดื่มอีก แต่คราวนี้ไม่ได้ดื่มเร็ว ๆ อย่างรอบแรก เพราะความกระหายถูกดับลงตั้งแต่ได้ดื่มน้ำขันแรกแล้ว พอได้ดื่มน้ำจนชื่นใจหายอยากก็วางขันใบนั้นลง แล้วกลอกดวงตากลับมามองหญิงสาวตรงหน้าอีกที

*หล่อนชื่ออะไรนะ … อ้อ 'คุณขวัญ'*  เขามองหล่อนอย่างเต็ม ๆ ตาอีกครั้ง อะไรก็ไม่น่าสะกดใจเขาได้เท่ากับ ดรุณีผู้นี้มีความงามผุดผาดเหลือเกิน 

"นายคือ นายใบ้หรือ" เสียงหวานนั้นถามกลับอีกครั้ง เพราะชายหนุ่มกำลังมองหล่อนอย่างสนเท่ห์

แต่...เขาพยายามเปล่งเสียงตอบกลับ ทว่า ความสากระคายคอ ทำให้คอแหบแห้งลงจนมีแต่ลมออกมา อาจจะเป็นเพราะหลายวันมานี้เขานอนซมเพราะมีพิษไข้ขึ้นสูง ไม่ค่อยได้ดื่มน้ำเท่าไหร่ก็เป็นได้ ชายหนุ่มพยายามไอเพื่อปรับกล่องเสียงให้เป็นปกติ แต่...

"ไม่ต้องฝืนพูดหรอก ใคร ๆ ก็รู้ว่านายเป็นใบ้"

เขาเงยหน้า พลางโคลงศีรษะมองหญิงสูงวัยกว่าตรงหน้า คล้ายไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายพูด  

เขานี่นะ...เป็นใบ้!

"ท่าทางจะยังจำเรื่องอะไรไม่ได้" หญิงสาวสวยคนเดียวหันไปพึมพำกับคนหญิงสูงวัยกว่า "เพราะเขาถูกตีจนสลบน่ะ" จากนั้นหล่อนก็หันใบหน้างามกลับมาถามชายหนุ่มต่อ  

"เอาล่ะ  นายได้ยินที่ฉันพูดมั้ย ถ้าได้ยินแค่พยักหน้าก็พอ ฉันจะได้รู้ว่านายเป็นใบ้ แต่หูไม่ได้หนวก"

เขาพยักหน้ารับเร็ว ๆ ...  

คล้ายจะเห็นหล่อนถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วยิ้มออกมานิดพลางเอ่ยอีกว่า "ถ้าได้ยินอยางนี้ก็ดีหน่อย ฉันจะได้เล่าให้นายฟังคร่าว ๆ ว่าทำไมนายถึงมานอนอยู่ที่นี่  เพราะนายน่ะสลบที่ได้รับบาดเจ็บตรงนี้..." หล่อนชี้ไปที่ท้ายทอยของตัวเองประกอบ   "...นายนอนสลบอยู่ในเรือของนาย และเรือนั้นก็ลอยมาติดท่าน้ำที่บ้านนี้พอดี"

"จากนั้น..." หล่อนจึงหันไปสบตากับหญิงสูงวัยแล้วเอ่ยต่อ "...ป้าช้อย เป็นคนไปเจอนาย จึงได้ตามฉันไปดู ฉันจึึงให้ป้าช้อยและสามีของแก ช่วยกันพาตัวนายขึ้นมาไว้ที่นี่ รักษาให้ตามอาการ  สามวันแล้วที่นายนอนอยู่ที่นี่ แทบจะไม่รู้สึกตัวเลย เพราะมีไข้ขึ้นสูง ต้องช่วยกันป้อนยารักษาอาการไข้ให้ตลอด  พอวันนี้อาการคงดีขึ้นนายเลยรู้สึกตัวขึ้นมาได้"

อ้อ... เขาพยักหน้าคล้ายเข้าใจบางอย่างแล้ว แต่ก็ยังไม่ทั้งหมด ความสบสนงุนงง ในบางเรื่องทำให้เขายังไม่อาจจะพูดอะไรกับใครได้ เพราะเขาถูกตีจนสลบน่ะ ใช่ แต่ไปยังไงมายังถึงได้ไปนอนอยู่ในเรือที่หล่อนกล่าวถึง ที่สำคัญตอนนี้เขากลายเป็นนายใบ้ขึ้นมาเสียแล้วนี่

"ไข้เขาคงลดลงแล้วค่ะป้าช้อย ถ้าอย่างนั้นป้าก็ช่วยทำข้าวต้ม แล้วหากับข้าวที่รสจืด ๆ อ่อน ๆ ให้เขากินหน่อย เขาเพิ่งฟื้นไข้ ไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน ยังไม่ควรให้กินอาหารรสจัดค่ะ"

หล่อนสั่ง ชายหนุ่มกลอกสายตามองดูความสัมพันธ์ของหญิงทั้งสองตรงหน้า หญิงสาวผู้งดงามทั้งกาย วาจา และจิตใจคนนี้และหญิงชราท่าทางใจร้ายหน่อย ๆ   คงอยู่ในฐานะของบ่าวและนายอย่างไม่ต้องสงสัยทีเดียว

"ค่ะ คุณขวัญ"

"พอหาข้าว หาน้ำให้เขาแล้ว ป้าช้อยก็ตามขวัญขึ้นไปข้างบนนะ  ไปช่วยขวัญวัดและตัดผ้า"

"ได้ค่ะ"

หญิงสาวหันกลับมามองชายหนุ่มตรงหน้าแล้วก็ผุดลุกขึ้น ก่อนจะเดินกลับขึ้นไปยังชั้นบนของตัวบ้าน ส่วนป้าช้อยที่หล่อนเรียกก็มองหน้าชายหนุ่มอีกเล็กน้อย แล้วก็ลุกไปทางครัวที่อยู่ไม่ห่างออกไป เพื่อหากับข้าวตามคำสั่งหญิงสาว ทิ้งให้ชายที่ถูกขนานนามว่า นายใบ้ ได้นั่งคิดอะไรเพียงลำพัง

เมื่อกี้ หล่อนว่าเขาได้มานอนอยู่ที่นี่มาสามวันสามคืนแล้วหรือ เขานอนสลบอยู่ในเรือ และเรือนั้นได้ลอยมาติดที่ท่าน้ำบ้านหลังนี้ 

ชายหนุ่มเกาขมับของตนเองอย่างครุ่นคิดและหงุดหงิดเล็กน้อย พ่นลมหายใจเสียยาวเหยียด พยายามนึกถึงความทรงจำครั้งล่าสุดก่อนที่ตนจะกลายมาเป็นนายใบ้แบบนี้

และแล้วเขาก็นึกออกว่า  ใช่! ก่อนที่สติทั้งหมดของเขาจะดับวูบลง จนมารู้สึกตัวอีกครั้งที่นี่ ...

ยามค่ำวันนั้น เขากำลังขับรถกลับบ้าน ขณะนั้นได้เห็นว่ามีคนเดินตัดหน้ารถแล้วล้มลงพอดี ทำให้เขาเบรกรถอย่างกระทันหันก่อนจะรีบลงจากรถไปดูร่างนั้น  ระหว่างที่กำลังก้มลงไปพลิกตัวผู้ชายคนนั้นขึ้นมา เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังอยู่ด้านหลัง  ไม่ทันได้หันกลับไปด้วยซ้ำ ก็รับรู้ถึงของแข็งบางอย่างที่ฟาดเข้ามาที่ศีรษะเขาแรง จมเขาล้มหน้าคว่ำลง มึนงง และศีรษะก็เริ่มปวดอย่างรุนแรง เขาพยายามจะพลิกตัวกลับมาดู แต่ก็ทำไม่ได้ ...

เหมือนมีใครบางคนเข้ามาดึงกระเป๋าเงินในกางเกงออกไป และก่อนที่จะสติจะดับวูบลง เขาได้ยินคำพูดที่ดังโต้ตอบกันอยู่ไปมาว่า 

'ดูสิ! มันมีเงินในกระเป๋าเยอะทีเดียว พี่' 

'เอานาฬิกามันมาด้วย เข็มขัด รองเท้าถอดออกมาให้หมด ดูแล้วน่าจะเป็นของดี ๆ กันทั้งนั้น'

'แล้วไอ้หมอนี่ล่ะ!  ปล่อยทิ้งไว้แบบนี้หรือ'

'ช่วยกันอุ้มมันโยนลงในแม่น้ำดีมั้ย...'

'บาปนะพี่ เราแค่จะเอาเงิน เอารถของมัน อย่าให้ต้องฆ่าคใครตายเลย...'

'สะเออะจะมาเป็นโจร แล้วมึงจะใจอ่อนเพื่ออะไรวะ!'

'ไม่เอาล่ะ ฉันทำไม่ลง'

'งั้น...ก็จับมันโยนลงเรือลำนั้น แล้วก็ถีบหัวเรือส่งให้ไหลไปตามน้ำ ทีนี้ก็แล้วแต่บุญแต่กรรมที่จะให้กระแสน้ำพามันไปก็แล้วกัน!' 

ชายหนุ่มหลับตาลงแนบแน่น  นั่นคือสำนึกสุดท้ายก่อนที่เขาจะสลบไป จนตื่นฟื้นขึ้นมาแล้วก็กลายมาเป็นนายใบ้เสียแล้ว…

.

เขามีแต่พระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยนางเอก แต่เรื่องนี้ พระเอกของฉันนั่งเรือลำเก่า ๆ มาช่วยนางจ้าาา...แถมกลายเป็นนายบ้าใบ้ไปซะแหละ

มีเบาะแสชี้เป้า >> ดูจากบทสนทนานั้นนน…. ทั้ง นาฬิกา เข็มขัด รองเท้า เป็นของดี ๆ ก็น่าจะรู้ว่าพระเอกไม่เบ ...นะเคอะ แล้วเขาเป็นใคร มาจากไหน ติดตามกันไปยาว ๆ  จ้าาาา


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น