สาววายผู้ลึกลับ
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ปฏิบัติการเปลี่ยนเฮียให้เป็นเมีย 16 ความห่วงใย [100%]

ชื่อตอน : ปฏิบัติการเปลี่ยนเฮียให้เป็นเมีย 16 ความห่วงใย [100%]

คำค้น : นรินทร์ , เฮียหนึ่ง , เฮียครับ เป็นเมียผมเถอะนะ !

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ย. 2561 18:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปฏิบัติการเปลี่ยนเฮียให้เป็นเมีย 16 ความห่วงใย [100%]
แบบอักษร

ตอนที่ 16

​ความห่วงใย

“ข้าวต้มกุ้งเหรอ”

“อ่า...”

“ได้ข่าวกูบอกว่าอยากกินผัดผักคะน้า”

“ไว้ตอนเย็น...” ไอ้นรินทร์ที่ตอนนี้มันยกชามข้าวต้มหอมๆ มาวางไว้ตรงหน้าผมก็หน้าเสียไปเล็กน้อย ก่อนที่ผมจะดึงชามข้าวต้มเข้ามาโดยที่ไอ้นรินทร์เองก็ทิ้งตัวลงนั่งอยู่ตรงข้าม “เฮียไม่ชอบกินข้าวต้มกุ้งเหรอ”

“ชอบ”

“...”

“คะน้าไว้เย็นก็ได้” ผมว่าก่อนจะตักข้าวต้มตรงหน้าเข้าปาก ซึ่งดูเหมือนไอ้นรินทร์มันจะมีพรสวรรค์ด้านนี้จริงๆ รสชาติมันถึงได้ออกมาดีขนาดนี้

ได้พี่สามาเต็มๆ จริงๆ     

“เฮียหนึ่ง”

“ว่า”

“อร่อยมั้ย”

“เออ อร่อย”

“...”

“อร่อยมาก พอใจยัง” ผมว่าพลางขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าไอ้เด็กตรงหน้ามันทำหน้าลุ้นกับคำตอบของผมมาก ก่อนที่อีกฝ่ายจะยิ้มกว้างออกมาเมื่อได้ยินสิ่งที่ตัวเองต้องการ แล้วก้มหน้ากินบ้าง “นี่ไอ้นรินทร์”

“หืม...”

“มึงไม่เคยไปมีปัญหากับใครใช่มั้ย”

“อ่า...”

“ว่าไง”

“ไม่แน่ใจ ถ้าตอนเรียนก็มีปกติทั่วแต่ แต่หนักๆ ไม่น่าจะมีนะเฮีย”

“โอเค”

ผมที่ตอนนี้คิดไม่ตกกับเรื่องที่เกิดขึ้น ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่ไอ้นรินทร์ว่า มันคงจะไม่ได้ไปมีเรื่องกับใครหนักๆ เข้าจริงๆ เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อน ไม่ว่ามันจะมีเรื่องอะไร ผมมักจะเป็นผู้ปกครองที่ไปแทนที่สาทุกครั้ง ไม่ว่าจะมัธยมหรือม’หาลัย

จะบอกว่าเป็นแฟนคลับธรรมดาๆ งั้นเหรอ...

ใครมันส่งของบ้าๆ นี่มาให้ไอ้นรินทร์กันแน่วะ !

“เฮียหนึ่ง”

“อะ...!”

ผมที่ตอนแรกคิดอะไรกับตัวเองอยู่ก็ต้องสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ มือหนาของคนตรงข้ามมันก็ยื่นเข้ามาแล้วคลี่เข้าที่ปมคิ้วของผมเบาๆ

“กินข้าว”

“อะ...เออ”

“เฮียนี่นะ ขนาดหน้าเครียดยังน่ารักเลย”

“มึงช่วยชมอะไรที่มันสร้างสรรค์หน่อยดิ” ผมที่ขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมกับคำว่า ‘น่ารัก’ ของไอ้นรินทร์ ทำให้อีกฝ่ายหัวเราะออกมาแล้วส่ายหัวเบาๆ ผมเลยได้แต่จิ๊ปากใส่มันไปหนึ่งทีแล้วหันมาสนใจกับข้าวต้มกุ้งตรงหน้าของตัวเองต่อ

และผมก็หยุดคิดเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ

“เฮียหนึ่ง...”

“หะ...”

“อย่าคิดมาก” เสียงของไอ้นรินทร์มันเปล่งออกมาเบาๆ ในขณะที่มันเองตอนนี้เริ่มจะแสดงสีหน้ากังวลตามผมบ้างแล้ว ผมเลยได้แต่พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้ว

“เออ กูก็คิดไปเรื่อย”

“คิดถึงผมหรือเปล่า”

“เปล่า”

“โหย ไม่คิดถึงผมบ้างเลยเหรอ” ไอ้นรินทร์มันแสร้งตีหน้าเศร้าทั้งๆ ที่มุมปากก็ยังมีรอยยิ้มเล็กๆ แฝงอยู่ ก่อนที่คนตรงข้ามมันจะตักกุ้งในชามตัวเองมาใส่ชามผม “กินเยอะๆ นะเฮีย”

“กินเยอะไปกูก็ไม่โตแล้วแหละ” ผมว่าพลางจิ้มกุ้งที่ปลอกเปลือกแล้วในชามมาใส่ปาก ท่ามกลางรอยยิ้มของคนที่ส่งมันมาให้ ก่อนที่พวกเราทั้งคู่จะสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูของใครบางคน

“พี่หนึ่งงงงงง ~”

“ให้ตายสิ...” ผมได้แต่พึมพำเบาๆ ก่อนจะหันไปมองสาวร่างเล็กที่กำลังวิ่งเข้ามาในบ้านแล้วทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ ผม พอหันไปมองไอ้นรินทร์ก็เห็นว่ามันแอบขมวดคิ้วแป๊บนึงแล้วปรับสีหน้าเป็นปกติเท่านั้น

“กินข้าวกันอยู่เหรอจ๊ะ จี๊ดกินด้วยสิ”

“จี๊ดจ๊าด...”

“เดี๋ยวผมตักให้นะ”

“ขอบคุณมากๆ ค่าพี่นรินทร์คนหล่อออ”

“ครับ” ไอ้นรินทร์มันยิ้มเล็กน้อยให้คนข้างๆ ผมก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัว ทำให้ผมต้องหันไปถามเด็กสาวที่ควรจะไปเรียนว่าทำไมมาอยู่ที่นี่

“ไม่ไปเรียนหรือไง”

“จี๊ดมีเรียนบ่ายโมงจ้า”

“นี่เที่ยงแล้ว”

“โหย ขอเรทนิดนึงนะพี่หนึ่ง”

“มหา’ลัยเราในเมืองเลยไม่ใช่หรือไง เรทไม่นิดแล้วมั้ง”

“แต่จี๊ดอยากกินข้าวกับพี่หนึ่งนี่ ~”

ผมได้แต่มองเด็กผู้หญิงที่กำลังทำท่างอแงเป็นเด็กๆ พลางส่ายหัวเบาๆ ในขณะที่ไอ้นรินทร์มันยกชามข้าวต้มมาพอดี ผมเลยพูดกับคนข้างๆ อีกครั้ง

“พี่ยังอยู่ที่นี่อีกนาน ไว้มากินวันหลังก็ได้ ไปเรียนก่อน พี่ไม่ชอบเด็กเกเรียน”

“ง่า งั้นจี๊ดไปเรียนก็ได้...”

“อืม”

“แต่ก่อนไปจี๊ดขอถ่ายรูปกับพี่นรินทร์ก่อนนะ !”

“จี๊ด...!” ผมเรียกจี๊ดจ๊าดเสียงดังจนทำให้คนที่เพิ่งเดินออกจากครัวมาสะดุ้งตามๆ กัน ก่อนที่ เด็กผู้หญิงในชุดมหาวิทยาลัยจะควักโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วถ่ายรูปคู่ตัวเองกับไอ้นรินทร์อย่างรวดเร็ว แล้วรีบถอยออกมา

“โอ๊ย ขนาดทีเผลอยังหล่อเลย ~”

“จี๊ด ลบ...”

“ไปเรียนแล้วจ้าาาา ~!”

“จี๊ดจ๊าด !!”

ผมลุกขึ้นตะโกนเสียงดัง แต่ดูเหมือนคนที่วิ่งออกจากบ้านไปจะไม่สนใจผมแม้แต่น้อย จนไอ้นรินทร์ต้องรีบวางชามข้าวต้มแล้วเข้ามาล็อกเอวผมที่กำลังจะตามไปดุคนที่วิ่งออกไปซะให้ได้

ทุกอย่างคือความปลอดภัยของไอ้นรินทร์

ผมไม่อยากเสี่ยงแม้แต่เรื่องเดียว

“เฮียหนึ่งใจเย็นๆ ไม่เป็นไรแค่ถ่ายรูป...”

“ไม่ใช่แค่ถ่าย !”

“...”

“ถ้าคนอื่นรู้จะทำยังไง แล้วถ้าเรื่องออกไปจะทำยังไง ถ้าแฟนคลับโรคจิตของมึงตามมาทำร้ายมึงจะทำยังไง !”

“เฮีย...”

“เราจะไปอยู่ที่อื่น !”

“เฮียหนึ่ง !” อยู่ๆ ไอ้คนตรงหน้าผมมันก็คว้าร่างผมเข้าไปกอดซะอย่างนั้น จนผมแอบตกใจ ก่อนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพูดอะไรออกมา แต่ดูเหมือนไอ้นรินทร์เองมันก็คงจะรู้จุดประสงค์ที่ผมพามันมาที่นี่แล้ว “ขอบคุณนะเฮียที่เป็นห่วงผม”

“...”

“เฮียคิดเรื่องของผมอยู่ตลอดเลยใช่มั้ย” เสียงเบาๆ ของคนที่กอดผมทำให้ตัวเองไม่รู้จะพูดอะไรออกไป เพราะดูยังไงอีกฝ่ายคงเดาได้ไม่ยากนัก “ขอโทษนะเฮีย”

“เรื่องอะไร”

“ผมทำให้เฮียลำบากไปด้วย”

“รู้ตัวก็ดี”

“อื้อ...”

“เอาเถอะ ยังไงกูก็เต็มใจลำบาก ดีกว่าปล่อยให้มึงเป็นอะไรไป” ผมได้แต่ตบหลังมันเบาๆ เพราะไม่รู้จะทำยังไงกับไอ้เด็กในอ้อมกอดนี่ดี

ว่าแต่เดี๋ยวนะ...

“ไอ้นรินทร์”

“หะ...หืม”

“จะว่าไปมึงก็ไม่ได้เป็นอะไรเลยนี่หว่า” ผมดันร่างไอ้คนตรงหน้าออกพลางขมวดคิ้ว ซึ่งตั้งแต่มีข่าวมา ผมเลยไม่เคยว่ามันจะโดนทำร้ายหรืออะไรเลย มีเพียงแค่กล่องซากสัตว์ส่งมาเท่านั้น “มันไม่เคยทำอะไรมึงใช่มั้ย”

“จะว่าไปก็ใช่...”

“แล้วมันต้องการอะไรกันแน่วะ...”

“อาจจะแกล้งผมหรือเปล่า หรือจริงๆ เขาอาจจะไม่ได้จ้องทำร้ายผมก็ได้ใช่มั้ยเฮีย งั้นผมก็กลับไปทำงาน...”

“เดี๋ยวก่อน มึงใจเย็นๆ”

“...”

“อย่าเพิ่งวางใจ คนปกติเขาไม่ทำแบบนี้หรอก” ผมว่าอย่างคิดหนัก ทำให้ไอ้นรินทร์มันพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่เป็นผมเองที่ถอยตัวเองกลับมาที่โต๊ะกินข้าวโดยมีเด็กอีกคนที่ตามเข้ามานั่งตรงข้ามติดๆ “ไอ้นรินทร์”

“หืม”

“เราไปอยู่ที่อื่นกันมั้ย”

“อ่า...เฮียชวนผมไปเที่ยวอีกแล้วเหรอ” คนตรงข้ามมันว่ายิ้มๆ ซึ่งผมพอจะดูออกว่ารอยยิ้มของอีกฝ่ายไม่ได้เป็นอย่างความรู้สึกจริงๆ ของมันแน่ๆ

ผมรู้ว่ามันเองก็ไม่สบายใจ

“อืม กูจะชวนมึงไปเที่ยว”

“...”

“ไปกับกูมั้ย”

“เฮียก็รู้ว่าผมอยากอยู่ใกล้ๆ เฮีย เฮียไปไหนผมก็ไปนั่นล่ะ”

“อืม งั้นเดี๋ยวกูคิดก่อนแล้วกัน”

“เฮียอิ่มหรือยัง”

“ยัง ขออีกถ้วย” ผมเขี่ยข้าวต้มก้นถ้วยของตัวเองอย่างเซ็งๆ ก่อนจะรีบคว้าถ้วยข้าวต้มที่ไอ้นรินทร์มันตักมาให้จี๊ดจ๊าดเข้ามาหาตัวทันที พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าไอ้นรินทร์มันมองอย่างแปลกใจ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อเห็นว่าผมจ้องกลับไป ก่อนจะยิ้มออกมา “อะไร กูแค่หิว”

“ผมทำอร่อยด้วยใช่มั้ย”

“...”

“ไม่ตอบแสดงว่าอร่อยมาก”

“เออ อร่อย พอใจยัง”

“พอใจแล้ว” รอยยิ้มกว้างๆ ของคนที่กำลังนั่งมองผมตักกุ้งตัวโตใส่ปากทำให้ตัวเองต้องหรี่ตามองมันอย่างไม่ชอบใจ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่รับรู้การไม่พอใจของผมที่โดนจ้องเวลากินนัก มันถึงได้ยังคงนั่งยิ้มชอบอกชอบใจอยู่ “กินเยอะๆ นะเฮีย จะได้ ‘แข็ง’ แรงๆ J”

“เดี๋ยวมึงอ่ะจะโดนแรงๆ”

“โอ้โห เฮียเร่าร้อน ~”             “ไอ้นรินทร์ L”

“หึ J”

“ไม่คุยกับมึงละ”

“เฮียน่ารัก”

“โอ๊ย ไอ้นรินทร์ !”

“ไปเที่ยวกับเฮียดีใจจังเลย ~”

“มึงนี่นะ !”

“แข็งๆ นะเฮีย J”

โว้ยยยย ไอ้เด็กบ้านี่ !!

“หนาวๆๆๆๆ” ผมที่เดินตัวสั่นออกมาจากห้องน้ำรีบกระโดดลงเตียงทันที เมื่ออากาศตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ปราณีคนขี้หนาวแต่ขี้เกียจอาบน้ำอย่างผมสักนิด “ผ้าห่มๆๆ”

ผมรีบควานหาผ้าห่มก็ต้องผิดหวังเมื่อตอนนี้ผ้าห่มที่เคยอยู่บนเตียงได้หายไปแล้วทำให้ผมต้องกอดเข่าตัวเองไว้แล้วพยายามมองไปรอบๆ ก็เห็นไอ้นรินทร์มันเดินเข้ามาพอดี แถมสภาพร่างกายของมันก็ไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น มีเพียงผ้าขนหนูห่อไอ้หนูน้อยกับหยดน้ำที่เกาะตามร่างกายเท่านั้น

ที่สำคัญแม่งทำเหมือนว่านี่ไม่ใช่หน้าหนาว

“เฮียเป็นอะไร”

“อะ...ไอ้นรินทร์ กูหนาว...”

“อ่า...”

“ผ้าห่มไปไหนวะ”

“ผมเอาไปตากแดดเมื่อเช้า”

“ปะ...ไปเอาเข้ามาเลย !” ผมได้แต่ชี้มือชี้ไม้ใส่ไอ้คนที่ยืนกลั้นยิ้มอยู่ ก่อนจะรีบหดมือกลับมากอดตัวเองไว้

“ครับๆ เดี๋ยวไปเอามาให้นะ J”

“อะ...อือ...” ผมที่ตอนนี้ปากสั่นไปหมดเพราะเพิ่งกลั้นใจสะผมมา และดูเหมือนมันยังไม่ทันจะแห้งดีผมก็ทนกับความหนาวเหน็บกับการเป่าหัวไม่ไหว เลยรีบออกมาหาผ้าห่มก่อน ก่อนที่ไอ้คนตรงหน้ามันจะเดินเข้ามาใกล้ แทนที่จะเดินออกด้านนอกตามคำขอของผม “อะ...ไอ้นรินทร์”

“ทำไมไม่ยอมเช็ดหัวให้แห้ง เดี๋ยวเฮียก็ไม่สบายหรอก”

“กูหนาว...”

“เดี๋ยวผมไปเอาผ้าห่มให้ ตอนนี้ก็ห่มนี่ไปก่อนแล้วกัน”

“เฮ้ย !” ผมร้องออกมาเมื่ออยู่ๆ ไอ้คนตรงหน้ามันก็กระตุกผ้าจากเอวตัวเองออกมาจนผมต้องเบิกตากว้างกำลังจะถอยหลัง แต่กลับโดนไอ้นรินทร์มันจับผ้าที่เพิ่งเอาออกจากตัวมาคลุมบนไหล่ของผมให้

“ตกใจอะไรเฮีย ผมมีกางเกง J”

“มึงนี่....!”

“ไปเอาผ้าห่มดีกว่า ~”

“รีบไปเลย !”

“คร้าบๆ J”

ผมมองคนที่หันมายิ้มกว้างๆ อย่างหาเรื่อง ก่อนที่ไอ้นรินทร์มันจะรีบเดินออกไปตามคำขอของผมสักที ตัวเองเลยได้แต่มองของที่มันเอามาคลุมไหล่ให้อย่างเซ็งๆ แต่สุดท้ายก็ดึงมันมาคลุมตัวไว้ตามที่เจ้าของผ้าผืนนี้ตั้งใจ

แค่หนาวหรอก...

แกร่ก...

เคร้ง !

หะ...หืม...!

“ไอ้นรินทร์...” ผมที่ตอนแรกเลือกที่จะนั่งรออยู่บนเตียงก็ต้องลุกขึ้นยืนก่อนจะจับผ้าขนหนูที่อีกฝ่ายให้ไว้เมื่อได้ยินเสียงแปลกๆ และเมื่อเดินออกมาด้านนอกก็พบแค่ความเงียบเท่านั้น “ไอ้นรินทร์ !”

ผมที่ตอนนี้ตัวเย็นเฉียบด้วยความกลัวก็รีบวิ่งลงไปด้านล่างทันที โดยที่ใจตอนนี้เต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

กลัวใครอีกคนจะเป็นอะไรไป

“ไอ้นะ...!”

“เฮียหนึ่ง !”

แรงดึงร่างของผมที่วิ่งลงมาจากบันไดทำให้ตัวเองต้องเบิกตากว้างเมื่อร่างกายปะทะเข้ากับร่างเย็นๆ ของอีกคน

“มะ...มึง...”

“เฮียวิ่งลงมามืดๆ ทำไม เดี๋ยวตกบันไดหรอก !”

“...”

“เฮียเป็นอะไรหรือเปล่า”

“มึงต่างหากที่เป็นอะไร...”

“ฮะ...”

“เสียง...”

“เออใช่ ผมก็กำลังลงมาดู”

“อะ...อืม...”

ผมได้แต่ขานรับก่อนจะจับเข้าที่แขนเสื้ออีกฝ่าย อย่างน้อยผมก็อุ่นใจเมื่อรู้ว่ามันไม่ได้เป็นอะไร ก่อนที่ไอ้นรินทร์มันจะยกแขนขึ้นโอบไหล่ผมไว้แล้วลูบเบาๆ ก่อนที่เราทั้งคู่จะเดินออกมาด้านนอก และต้นเหตุของเสียงที่เกิดขึ้นก็เป็นราวตากผ้าที่หล่นลงมากองอยู่กับพื้น รวมถึงผ้าห่มผืนหนาของผมด้วย

“ลมแรงเหรอ” เสียงของไอ้นรินทร์มันดังอย่างแปลกใจก่อนจะทำท่าเดินเข้าไปหาผ้าห่มผืนหนาที่กองอยู่กับพื้น แต่ก็ต้องชะงักลงเท่านั้นเมื่อผมจับมือของมันไว้

“กลับเข้าไปในบ้านกัน”

“แต่...”

“กูไม่ห่มแล้ว มันเปื้อนแล้ว กลับเข้าบ้านกัน”

“...”

“นะ”

“ก็ได้” ไอ้นรินทร์มันขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะยอมพยักหน้าแล้วเดินตามผมที่ลากมันกลับมาเข้ามาในบ้านแต่โดยดี โดยที่อีกฝ่ายก็ยังหันไปมองทางเดินอยู่อย่างสงสัย ส่วนผมก็ทำได้แค่จับมืออีกฝ่ายให้แน่นขึ้นเท่านั้น

พี่นันท์ ผมจะต้องพาหลานหนีอยู่แบบนี้จริงๆ เหรอ

ถ้าของใต้ผ้าห่มนั่นมันไม่ใช่แค่ซากสัตว์ แต่เป็นอย่างอื่นขึ้นมา...

“นรินทร์”

“หืม...”

“คืนนี้ช่วยกอดกูที...”


--------------------

เดี๋ยวแวะมาแปะฉบับรีไรท์ให้ทีหลังค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น