หอหมื่นอักษร

จุดเริ่มต้นของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นด้วยความ 'เสน่หา' แล้วเเขาจะทำอย่างไร หากต้องการให้เธอมาเป็น 'ยาใจ' ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

ตอนที่ 31 ไข้ขึ้นสูง

ชื่อตอน : ตอนที่ 31 ไข้ขึ้นสูง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ย. 2561 17:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 31 ไข้ขึ้นสูง
แบบอักษร


หลังจากวางหลินเมิ่งลงบนที่นั่งบนรถอย่างระมัดระวังแล้ว หรงหลิงก็ลงจากรถทันที แล้วเดินไปที่หลังรถเขาจำได้ว่ามีคนส่งเหล้าเหมาไถบริสุทธิ์แอลกอฮอล์สูงมาให้เขากล่องหนึ่ง ตอนแรกเขามองไม่เห็นค่ามัน จึงโยนเอาไว้หลังรถไม่เคยแตะ จนถึงตอนนี้กลับได้ใช้แล้ว

เขาหิ้วเอากล่องบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามของเหล้าเหมาไถกลับเข้าไปในรถ เปิดกล่องอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบเอาเหล้าเหมาไถออกมาขวดหนึ่ง เปิดฝาขวดออก เขาช่วยประคองร่างอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงของเธอขึ้นมา เอาปากขวดส่งตรงไปที่ปากน้อยๆ ของเธอ

“ดื่ม...”

เขาขมวดคิ้ว แล้วสั่งออกไปเสียงขรึม

สติรับรู้ของหญิงสาวกำลังล่องลอย จึงปฏิเสธทุกสิ่งอย่างที่เข้าใกล้ริมฝีปากของเธอไปตามสัญชาตญาณ เหล้าเหมาไถราคาสูงลิ่ว แค่เพียงแตะไปที่ริมฝีปากเธอก็ไหลออกมาทางมุมปาก เขาหมดหนทาง ขมวดคิ้วดื่มเข้าปากตัวเอง แล้วป้อนเธอแทน

เพราะเหตุนี้หญิงสาวจึงสำลักออกมา อาเจียนเอาเหล้าออกมาไม่น้อย แต่โชคยังดีที่ดื่มเข้าไปไม่น้อยเช่นกัน เขาจิบเข้าไปแล้วป้อนเข้าปากเธออีกครั้ง ครั้งนี้ เธอกลับดื่มลงไปทั้งหมด ปากบ่นพึมพำเหมือนจะต่อว่ารสชาติเหล้าที่ไม่อร่อย แต่หรงหลิงไม่ได้สนใจเธอ หลังจากนั้นตัวเองเขาเองก็กระดกไปครึ่งขวด แล้วหันไปหยิบเอาผ้าห่มผืนเล็กจากที่นั่งข้างหลัง พันตัวของหญิงสาวเอาไว้แน่น แล้วกอดอยู่ในอ้อมแขน

หลังจากตั้งค่ารถให้อยู่ในโหมดการขับแบบออโตเมติกแล้ว รถก็ขับไปออกไปเองภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีคนขับ หรงหลิงมือกอดหลินเมิ่งไว้แน่น ให้เธอแนบชิดตัวเขาเพื่อซึมซับความอบอุ่น มือหนึ่งหยิบมือถือออกมาโทรออก

อวี้ซวี่กำลังอดตาหลับขับตานอนอยู่หน้าคอมเพื่อจัดการเรื่องเส้นทางสายใหม่ของผลิตภัณฑ์ จู่ๆ ก็มีสายเข้ามา พอเห็นว่าเป็นหรงหลิงก็ตะลึง จึงรีบรับสายทันที

“พี่ใหญ่...”

หรงหลิงพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นยะเยือกทั้งยังไม่มีความเกรงใจ “เจ้าสี่ แกรีบเอาเสื้อผ้าสะอาดสองชุด  ขับรถมารับฉันที่ทางเข้าทางด่วน อีกยี่สิบนาทีฉันจะไปถึง”

พูดจบก็วางสาย

อวี้ซวี่ดูเวลา เที่ยงคืนสิบเจ็ดนาที พ้นเที่ยงคืนไปแล้ว ทั้งข้างนอกฝนยังตกหนัก เขาขมวดคิ้ว ถึงแม้จะไม่รู้ว่าพี่ใหญ่กำลังทำอะไร แต่เขาก็ยังรีบหยิบเอาชุดสองชุดออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วพุ่งปรี่ลงตึกไป ขับรถที่ตัวเองรักทะยานสู่ถนน

ท่ามกลางค่ำคืนมืดสนิท แต่ยังเห็นแสงสีม่วงๆ ราวกับสายฟ้าที่แล่นผ่านถนนไปอย่างไรอย่างนั้น แสดงให้เห็นว่าอวี้ซวี่เองก็เป็นนักซิ่งฝีมือดี ที่ที่เขาอยู่ จากทางเข้าทางด่วนนั่น หากขับรถแบบปกติก็ต้องใช้เวลาสี่สิบกว่านาที หรงหลิงต้องการให้เขาไปถึงในยี่สิบนาที ถ้าเช่นนั้นอวี้ซวี่ก็จะต้องไปให้ถึงที่นั่นภายในยี่สิบนาที

หลังจากโทรหาอวี้ซวี่แล้ว หรงหลิงก็โทรออกอีกครั้ง ครั้งนี้เขาโทรหาหลิวจวิ้น คนๆ นี้เป็นลูกชายของผู้อำนวยการโรงพยาบาลหมิงกวางซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในเมือง J  ดึกขนาดนี้แล้ว ในโรงพยาบาลก็มีเพียงหมอเวรที่ไม่ค่อยได้เรื่อง เขาต้องการให้หลิวจวิ้นจัดการหาหมอมือดีมาให้

หลังจากที่สั่งการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาจึงเริ่มตั้งใจดูแลสาวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอด

อาศัยประสบการณ์จากที่เคยอยู่ในกองทหารกลางป่า เขาเทเหล้าขาวลงในฝ่ามือ แล้วเริ่มนวดบนฝ่ามือของหลินเมิ่งรวมถึงฝ่าเท้า  หน้าอก แผ่นหลัง และรักแร้ เป็นต้น  นวดจนที่หนึ่งร้อนขึ้นมาแล้วก็เปลี่ยนไปอีกที่ หลินเมิ่งส่งเสียงอู้อี้ขึ้นมาด้วยความทรมานอยู่ในอ้อมกอดของเขา คิ้วหญิงสาวขมวดเข้าหากันแน่นเป็นปม ใบหน้าขาวอ่อนโยนนั้นไข้ขึ้นจนเห่อแดงไปหมด ริมฝีปากสีชมพูเผยให้เห็นเป็นสีแดงเข้มอย่างไม่เป็นธรรมชาติ

ถึงแม้ว่าจะเป็นเช่นนี้ แต่ปากน้อยๆ ของเธอก็ยังคงอ้าๆ หุบๆ พูดพึมพำอยู่ไม่หยุด โดยที่ไม่รู้ว่ากำลังพูดพร่ำอะไรกันแน่! บางทีอาจจะรับรู้ได้ว่าตัวเองไม่ได้ใส่เสื้อผ้า บางทีอาจจะรู้สึกได้ว่าหน้าอกที่ตัวเธอแนบชิดอยู่นั้นก็ไม่มีเสื้อผ้าปิดบังอยู่เช่นกัน อุ่นไอร้อนและความเหนียวเหนอะหนะของผิวกายที่แนบชิดกัน ทำให้ถึงแม้ว่าสติรับรู้จะไม่ชัดเจนแต่หญิงสาวกลับยังหดตัว และพูดบ่นพึมพำไปตามสัญชาตญาณ เขาไม่รู้จะทำอย่างไร จึงทำได้เพียงก้มหน้าลง จูบลงเบาๆ บนริมฝีปากแดงๆ แก้มแดงๆ  และหน้าผากของเธอไม่หยุดเพื่อเป็นการปลอบโยน แล้วพูดกล่อมเธอเสียงอ่อน

การปลอบโยนได้ผลขึ้นแล้ว หญิงสาวเริ่มผ่อนคลายลง ค่อยๆ หรี่ตาเล็กน้อย หอบหายใจแรงท่ามกลางความยากลำบาก ขดตัวเบาๆ อยู่ในอ้อมแขนของเขา

เส้นทางของทางด่วนไม่ได้ซับซ้อนเลยสักนิด ดังนั้นฟังก์ชันการขับขี่ด้วยระบบนำทางอัตโนมัติบนรถพอร์ชถึงแม้ว่าเป็นวันฝนตกเช่นนี้ ก็ยังแสดงความสามารถออกมาได้เต็มที่ แต่พอเข้าสู่เขตเมือง เส้นทางมี่ซับซ้อนนั้นก็ช่างยากสำหรับเทคโนโลยีขั้นสูงเสียจริง ดังนั้นหรงหลิงถึงได้บอกให้อวี้ซวี่มารอเขาที่ทางเข้าทางด่วน

ไม่ถึงยี่สิบนาที หรงหลิงก็มาถึงแล้ว ส่วนอีกฝั่ง รถของอวี้ซวี่กลับจอดอยู่ตรงนั้นแล้ว ทั้งสองล้วนแต่จำรถของอีกฝ่ายได้ ดังนั้นอวี้ซวี่จึงเปิดหน้าต่างรถ ยื่นหน้าออกไป และตะโกนออกไปเสียงดังว่า “พี่ใหญ่ มีเรื่องอะไรเหรอ?”

คืนฝนตกเช่นนี้ เรียกเขาออกมารีบร้อยถึงเพียงนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ปกติ

หรงหลิงไม่ได้ตอบ เพียงแต่ขอเสื้อผ้าสะอาดไป หลังจากนั้น ภายใต้สถานการณ์ที่หน้าต่างรถปิดแน่นสนิท เขาก็ใส่เสื้อผ้าให้หลินเมิ่งด้วยความอ่อนโยนและรวดเร็ว โดยไม่ได้สนใจว่าร่างกายท่อนบนของตัวเองเปลือยเปล่ากับร่างกายท่อนล่างที่กางเกงนั้นเปียกโซก เขากำชับให้อวี้ซวี่เปิดประตูหลังรถ แล้วเขาก็อุ้มหลินเมิ่งขึ้นรถไป แล้วกลับไปหยิบเอาของอย่างหนึ่งมา

“ออกรถ!” เขาสั่งการออกไปเสียงขรึม “ไปที่โรงพยาบาลหมิงกวาง”

อวี้ซวี่ไม่ได้ถามอะไรมาก แล้วรีบเหยียบคันเร่งออกรถไปทันที รถพอร์ชสีดำมูลค่าหลายล้านดอลล่าร์ที่เปียกโซกทั้งภายนอกและภายในถูกทอดทิ้ง จอดเอาไว้ตรงทางเข้าทางด่วนเช่นนั้น ก็ใช่ ในใจของหรงหลิง รถสปอร์ตราคาสูงคันนี้จะเทียบกับชีวิตน้อยๆ ของหลินเมิ่งได้อย่างไร

มีอวี้ซวี่ขับรถแล้ว หรงหลิงถึงได้มีเวลาว่างลง เขาจึงถอดกางเกงที่เปียกอยู่นั้นออก แล้วเปลี่ยนไปใส่ตัวที่อวี้ซวี่เอามาให้  หลังจากนั้นก็กอดหลินเมิ่งเอาไว้อยู่ในอ้อมแขนอีกครั้ง  สองมือของเขากอดเธอไว้แน่น และยังคงนวดฝ่ามือฝ่าเท้าให้เธอไม่หยุด หลินเมิ่งขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขาเหมือนเด็กหญิงตัวน้อยๆ ใบหน้าเธอแดงก่ำ บางครั้งก็พึมพำออกมาเบาๆ หากว่าหรงหลิงไม่ได้มีสีหน้าเคร่งขรึมแล้วล่ะก็ กลัวแต่ว่าจะทำให้คนคิดไปกันใหญ่แล้ว

อวี้ซวี่มองท่าทางระมัดระวังของหรงหลิงที่ปกป้องหลินเมิ่งอยู่นั้น ความเคลือบแคลงสงสัยในใจก็ยิ่งมากขึ้น หากบอกว่าพี่ใหญ่ไม่สนใจแม่สาวน้อยหลินเมิ่งนี่ก็จะดูโกหกไป เมื่อก่อนเขาไม่เคยเห็นพี่ใหญ่จะสั่งการพี่น้องของตัวเองเพื่อผู้หญิงเช่นนี้มาก่อน! อีกทั้ง ดูท่าทางที่พี่ใหญ่อุ้มหลินเมิ่งมาขึ้นรถอย่างระมัดระวังเมื่อสักครู่นั้น ชัดเจนแล้วว่าเห็นเธอเป็นสมบัติล้ำค่า! พี่ใหญ่ถึงกระทั่งไม่สนใจภาพลักษณ์ของตัวเองเพื่อเธอ เป็นเช่นนี้ อยากที่จะไม่เกี่ยวข้องกับหลินเมิ่งนั้น คงยากแล้ว!

ในใจของอวี้ซวี่เหมือนมีแมวน้อยซ่อนอยู่ตัวหนึ่ง มันใช้เล็บข่วนเขาตรงนั้นไม่หยุดหย่อน ทำให้ใจของเขาคันยุบยิบขึ้นมา ช่างสงสัยเหลือเกินถึงฐานะของหลินเมิ่งที่อยู่ในใจของหรงหลิง แต่ว่าหรงหลิงเป็นพี่ใหญ่ของเขา  อำนาจอันยาวนานที่มีอยู่นั่น เขายังไม่กล้าที่จะอวดดีไปถามหรงหลิงตรงๆ จริงๆ จึงทำได้เพียงแอบมองไปพลาง  เร่งความเร็วรถออกไปอย่างชำนาญไปพลาง

จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงพูดพึมพำเบาๆ ของหรงหลิง คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อย “สาวน้อย เธอโง่พอแล้ว อย่าให้ไข้ขึ้นจนโง่ไปกว่านี้อีกเลย!”

อวี้ซวี่ตกใจ มือลื่นลง จนอีกนิดเดียวก็จะขับผิดเลน จนรถเกือบชนแล้ว!

ถึงแม้ว่าเขาจะดึงพวงมาลัยรถกลับมาได้ทันเวลา แต่ก็ยังคงถูกหรงหลิงผู้ฉลาดเฉลียว รับรู้เข้าให้ ดังนั้นจึงพูดต่อว่าออกมาอย่างไม่เกรงใจ “คิดอะไรอยู่ ตั้งใจขับรถของนายไป!”

อวี้ซวี่ตอบกลับไปเพียง “อืม” แล้วเพ่งสมาธิมองไปข้างหน้า  แต่ในใจกลับตกใจพูดไม่ออก พระเจ้า คนที่พูดคำพูดเหล่านั้นออกมาเมื่อสักครู่ เป็นพี่ใหญ่ของเขาจริงๆ เหรอ?! คงไม่ใช่ว่าโดนผีเข้าสิงหรอกนะ!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น