only_offgun

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : SF : At this moment 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2561 13:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SF : At this moment 2
แบบอักษร

“มึง คาบต่อไปเราเรียนห้องไหน”



“302”



“ไอ้เหี้ยย พี่ออฟเรียน301”



คริสมองหน้าดี๊ด๊าเกินไปของเพื่อนแล้วทำได้แค่ถอนหายใจออกมาแรงๆ ดูมันเถอะ ตารางเรียนตัวเองไม่เคยจำ แต่เสือกจำของผู้ชายได้แม่นยิ่งกว่าสูตรคูณแม่สองซะอีก



“งั้นวันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนนะคะ ไปเรียนวิชาต่อไปได้ค่ะ”



“นักเรียนทั้งหมดทำความเคารพ”// “ขอบคุณครับ”



เสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่เมื่ออาจารย์ประจำวิชาเดินออกไป เพื่อนบางส่วนเริ่มเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมไปเรียนห้องถัดไป แต่กันกลับคว้ามือเพื่อนตัวเองไว้แล้วดึงให้นั่งลงอีกครั้ง



“อะไรของมึงเนี่ย”



“ค่อยไป”



“อะไรวะ”



“กูอยากรอให้พี่ออฟเข้าห้องก่อนอ่ะมึง คือแบบ…”



“อยากเดินผ่านเค้าว่างั้นเถอะ”



“อืออ”



เสียงใสตอบรับเพื่อนเบาๆในลำคอ คริสมองท่าทีเขินๆของเพื่อนแล้วทำได้แค่กรอกตาเป็นเลขแปด แต่ก็นั่นแหละ ทำไงได้ แค่เห็นหน้าอ้อนๆของมันก็ไม่กล้าขัดใจแล้ว



สองเพื่อนซี๊เดินออกจากห้องเป็นอันดับสุดท้าย ก่อนจะตรงไปที่ห้องเรียนห้องถัดไป มือเล็กกำแน่นเข้าหากันเมื่อเดินเข้าใกล้ห้อง301 กันรู้ว่าพี่ออฟชอบนั่งริมประตู กันรู้ว่าถ้าเดินผ่านยังไงก็ได้เห็นพี่ออฟแน่ๆ แต่…



ปึ้ก



“โอ๊ย”



“เห้ยน้องเป็นไรป่าว”



แรงกระแทกที่ไหล่แบบไม่ทันตั้งตัว ทำเอาร่างเล็กล้มลงกับพื้น สองแขนพยายามพยุงร่างตัวเองให้ลุกขึ้นแต่ก็มีมือหนึ่งยื่นมาตรงหน้า ฝ่ามือใหญ่ๆที่เมื่อมองไล่ขึ้นไปก็เจอกันสร้อยข้อมือที่กันจำได้ดีกว่าสิ่งได้ สร้อยข้อมือแบบสายโซ่อย่างที่ใครคนนึงชอบใส่อยู่เป็นประจำ ใครคนนั้น…



“พี่ออฟ...”



“ครับ ลุกไหวมั้ยเนี่ยเรา พี่พาไปห้องพยาบาลมั้ย”



“มะ...ไม่เป็นไรครับ กะ...กันลุกไหว”



ตอบรับอีกคนเสียงสั่นๆ มือเล็กพยายามคลำหาแว่นของตัวเองที่น่าจะตกอยู่ใกล้ๆตัว แต่ไม่นานภาพที่เห็นก็เริ่มชัดขึ้นเมื่ออยู่คนตรงหน้าย่อตัวลงมาแล้วสวมแว่นคืนให้อย่างเบามือ



กันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังต้องมนต์สะกด ตากลมจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหล่อเหลาที่ได้แต่แอบมองไกลๆมาสามปีกว่า ตอนนี้รอยยิ้มที่กันแสนหลงไหลปรากฏชัดอยู่ตรงหน้า เผลอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียวคู่นั้น พลันทุกสิ่งรอบกาหายไปจนหมด เวลานี้เขาได้ยินแค่เสียงหัวใจของตัวเอง ที่เต้นแรงจนรู้สึกเจ็บไปทั่วทั้งอก มันทรมาน แต่แปลกที่กันกลับรู้สึกอยากขังตัวเองไว้กับความทรมานแบบนี้ตลอดไป



“กั...น้องกัน...น้องกันครับ”



“ห้ะ เอ่อ ครับๆ”



“เป็นอะไรรึเปล่า อยู่ๆก็นิ่งเลย พี่ตกใจนะเนี่ย”



เสียงทุ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะกับท่าทางของเขา กันไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำหน้าแบบไหนออกไป รู้แค่ว่ามันคงตลกมากแน่ๆพี่ออฟถึงได้มองมาด้วยสายตาขบขันขนาดนั้น



ฮึ่ย...โชว์เด๋ออีกแล้วไอ้กันเอ้ย



“มึงจะยืนหน้าแดงอีกนานมั้ยเพื่อน ถ้านานกูจะได้ไปเรียนก่อน กูเมื่อย”



เสียงที่แทรกขึ้นมาเรียกความสนใจจากคนทั้งคู่ กันหันไปส่งสายตาจิกกัดให้เพื่อนตัวดีที่พูดแทรกขึ้นมาแบบโคตรผิดจังหวะ คริสทำสีหน้าไม่ยีระต่อท่าทีหงุดหงิดของอีกคน ก่อนจะเดินเข้าห้องเรียนของตัวเองไป



“อ้าว เพื่อนทิ้งซะแล้ว”



“งะ...งั้น กันไปเรียนก่อนนะครับ”



ร่างสูงพยักหน้าพร้อมยิ้มรับ ก่อนจะยื่นมือออกไปให้ฝ่ามือเล็กๆชื้นเหงื่อแต่กลับเย็นเฉียบของอีกคนได้ยึดจับ แล้วพยุงตัวลุกขึ้นยืน



“ตั้งใจเรียนนะ”



“อื้ออ”



มองอีกคนที่พยักหน้ารับรัวๆแบบที่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเขาเลยซักนิด ก่อนจะเดินก้มหน้างุดๆผ่านตัวเองไปเหมือนกระต่ายตัวเล็กๆที่กำลังตื่นคน



ขอแกล้งอีกหน่อยแล้วกัน



“น้องกัน”



“คะ...ครับ”



กันหันหลังกลับมาเมื่ออีกคนเรียกเอาไว้ ใจสั่นแทบบ้าเพราะมันเป็นครั้งแรกที่ได้ยินพี่ออฟเรียกชื่อตัวเอง



ชอบ...โคตรชอบเสียงที่พี่เค้าใช้เรียกชื่อเราเลย



ตากลมจ้องมองรอยยิ้มที่ค่อยๆผุดขึ้นบนใบหน้าที่ใครๆต่างก็พากันหลงไหล ก่อนที่คำพูดชวนใจสั่นจะถูกส่งมาให้



คำพูด...ที่ทำเอาคนฟังแทบยืนไม่อยู่






“เวลาเราถอดแว่นแล้ว...น่ารักดีนะ” :)



.




.




.




“มึงเลิกยิ้มเหมือนคนเมากาวได้แล้วน้องกัน กูกลัว”



“ก็คนมันมีความสุขอ่ะ~ มึงไม่เป็นกู มึงไม่เข้าใจหรอก”



“เออ กูไม่เข้าใจ เพราะถ้ากูเป็นมึงนะ กูคงเดินหน้าจีบพี่เค้าตั้งแต่สามวันแรกที่รู้ตัวว่าชอบละ แม่งไม่รอให้ถึงสามปีหรอก”



กันยิ้มรับคำพูดเหน็บแนมของเพื่อนอย่างอารมดี ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปหงุดหงิดกับเสียงนกเสียงกาของมันหรอก ตอนนี้ในหัวกันยังได้ยินแค่คำพูดของพี่ออฟ คำพูดที่มาพร้อมรอยยิ้มอุ่นๆที่มีแค่พี่ออฟของน้องกันเท่านั้นที่จะทำได้



...น่ารักดีนะ



...น่ารักดีนะ



...น่ารักดีนะ




“โอ้ยยยย งืออออ กูเขินไม่ไหวแล้วว”



“เฮ้ออออ”



คริสถอนหายใจยาวใส่เพื่อนตัวเล็กที่เอาหน้าแดงๆของมันมาถูไหล่ถูแขนตัวเองด้วยความเขิน เอาจริงๆมันเป็นแบบนี้มาตลอดทั้งชั่วโมงเรียน จนถึงเวลาพักเที่ยงอาการแม่งก็ไม่ดีขึ้นเลย ไม่รู้ไอ้พี่ออฟอะไรนั่นเล่นของอะไรใส่เพื่อนเขา มันถึงได้เดินหน้าแดงหูแดงเข้ามาในห้อง มาถึงก็ฟุบแล้วบ่นงึมงัมๆอะไรของมัน จับใจความได้แค่ว่าอะไรน่ารักๆซักอย่างนี่แหละ และแน่นอนว่าแม่งก็ไม่ได้เรียนเลยทั้งคาบ รวมถึงไม่ยอมกินข้าวกินปลาอยู่ตอนนี้ด้วย



อาการหนักชิบหายเพื่อนกู



“นี่ ไอ้น้องกัน ถ้ามึงยังไม่เลิกบิดตัวม้วนตัวแบบนี้ กูจะเอาก๋วยเตี๋ยวกรอกปากมึงแล้วนะ”



“คริสไม่อ่อนโยนเลยอ่ะ”



“เดี๋ยวกูถีบไอ้ห่า นี่ไอ้คริสครับ ไม่ใช่ไอ้พี่ออฟ ไม่ต้องมาทำแบ๊ว”



ตากลมหันมามองค้อนเพื่อนสนิทตัวเองหนึ่งที ก่อนจะหันไปยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับชามก๋วยเตี๋ยวของมันต่อ เอาเถอะ วันนี้คงต้องทำใจว่าไอ้เพื่อนตัวเล็กข้างๆนี่คงทำหน้าเหมือนกระต่ายเมากาวไปตลอดทั้งวัน



“พี~”



“อะไร เรียกแบบนี้จะอ้อนเอาอะไรอีก”



“เบื่อว่ะ พีรู้ทันอ่ะ”



“กูเป็นเพื่อนมึงมากี่ปีแล้วน้องกัน จะเอาไร บอกมา”



“เย็นนี้ไปซื้อคอนแท็กเลนส์เป็นเพื่อนหน่อยสิ”



“ห้ะ”



กันยิ้มตาใสใส่เพื่อนที่ยังคงทำหน้าตกใจเหมือนได้ยินคำว่าโลกจะแตกพรุ่งนี้ แต่กันเข้าใจดีว่าทำไมมันถึงได้ตกใจขนาดนั้น ก็พีน่ะ รู้ดีว่าเขากลัวการใส่คอนแท็กเลนส์แค่ไหน จริงๆแล้วเขากลัวทุกอย่างที่เข้ามาใกล้ๆดวงตา เพราะตอนเด็กๆเคยเล่นซนแล้วขยี้ตาจนติดเชื้อที่ตาใหญ่โตจนต้องผ่าตัด หมอบอกว่าถ้ามาช้ากว่านี้เขาอาจจะมองไม่เห็นอีกเลย ตั้งแต่นั้นกันก็ดูแลดวงตาของตัวเองอย่างดีมาตลอด เรียกว่าเป็นอวัยวะที่รักที่สุดในร่างกายก็ว่าได้



แต่เขาดันรักพี่ออฟมากกว่านี่สิ…



“นะพีน้าาา ไปซื้อคอนเทคเป็นเพื่อนกันหน่อย นะนะ น้าา”



ใบหน้าหวานถูไถลงบนแขนเพื่อนตัวเองอีกครั้ง ใครมองมาก็คงคิดว่าเขาสองคนเป็นคู่รักที่กำลังออดอ้อนกันกลางโรงอาหาร แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของคริสในเวลานี้ เพราะสิ่งที่เขาต้องคิดคือจะรับมือยังไงกับไอ้เด็กบ้าผู้ชาย ข้างๆนี่ดี



“ซื้อมาแล้วจะกล้าใส่รึไง”



“กล้าสิ ให้พีสอนไง” ตอบพลางยิ้มยิงฟันแบบที่คิดว่าน่ารักที่สุดส่งมาให้เพื่อน



“กูไม่สอน”



“พี~”



“บอกมาก่อนว่าเป็นห่าอะไร อยู่ดีๆถึงอยากใส่คอนแท็กขึ้นมา ทั้งที่เมื่อก่อนนี่กูบังคับให้ใส่แทบตายแม่งร้องอย่างกับจะพาไปฆ่า”



“ก็ตอนนี้อยากใส่แล้วไง”



“ขอความจริง”



“แหะ ก็พี่ออฟบอกว่าเวลาไม่ใส่แว่นแล้วกู...น่ารักดี”



ใบหน้าหวานเห่อร้อนอีกครั้งเมื่อนึกถึงคำพูดของอีกคน เสียงใสแผ่วลงในท้ายประโยคพลางก้มหน้างุดในแบบที่ถ้าหากใครมองมาคงหลงไปกับท่าทีเขินอายน่ารักๆนั่น แต่สำหรับคริสมันน่าถีบซะมากกว่า



“กัน”



“ฮึ”



“อย่าแรด”



“สัดคริส”



“ฮ่าๆๆๆ”


พีรวัสหลุดหัวเราะกับการเปลี่ยนอารมอย่างรวดเร็วของเพื่อน ถึงจะโดนมันด่า แต่ก็ดูแล้วสบายตากว่าตอนที่เห็นมันนั่งบิดไปบิดมาเหมือนสาวน้อยที่พึ่งเสียตัวมาไม่นาน เห็นแล้วหมันไส้ชิบหาย



“ตกลงมึงจะไปเป็นเพื่อนกูมั้ย ถ้าไม่ไปกูไปคนเดียวก็ได้”



“ไม่อ้อนพีแล้วหรอจ้ะ น้องกัน”



“อย่ากวนตีนดิ้ นี่จริงจังนะ”



“แหมม พอเป็นเรื่องผู้นี่เกรี้ยวกราดใส่กูเก่งง”



คำพูดเชิงตัดพ้อนั้นทำให้กันต้องหันหน้าไปมองเพื่อนทันที ความรู้สึกผิดตีตื้นเข้ามาในอก ไม่รู้เลยว่าอีกคนแค่แกล้งตัดพ้อหรือกำลังน้อยตัวเองอยู่ใจจริงๆ สุดท้ายก็เลือกที่จะ



“อะ”



“อะไร”



“ลูกชิ้นไง มันหน้าเหมือนมึงดี กูแบ่งให้”



“ไอสัด”



พีรวัสยิ้มให้กับความปากแข็งของเพื่อนก่อนจะอ้าปากรับลูกชิ้นที่อีกคนคีบมาจ่อปาก รู้แหละว่ามันง้อ เอาจริงๆเขาก็ไม่ได้น้อยใจอะไรขนาดนั้น แต่กันก็คือกัน ตอนเด็กๆแคร์คนอื่นมากยังไงโตมาก็ยังเป็นแบบนั้น เพราะความใส่ใจเล็กๆน้อยๆแบบนี้แหละมั้ง พวกเขาถึงไม่เคยทะเลาะกันแรงๆเลยซักที



“อีกลูกได้ป่ะ”



“ไม่ให้แล้วไอสัด เอาส้อมมึงออกจากชามกูเลย…ไอ้คริสส ลูกชิ้นกู~”



สงครามแย่งลูกชิ้นขนาดย่อมเกินขึ้นบนโต๊ะกลางโรงอาหาร จึงไม่แปลกที่การกระทำนั้นจะตกอยู่ในสายตาของคนหลายๆคน และหนึ่งในนั้นก็คงหนีไม่พ้น…



ปึ้ก!



“ไม่แดกแม่งละไอสัด”



“เอ้า เป็นไรของมึง วันนี้เจ้สวยผัดข้าวไม่อร่อยหรอวะ”



เตพูดพลางตักข้าวในจานเพื่อนขึ้นมาชิม



“ก็อร่อยดีนี่หว่า”



“ชอบก็แดกเข้าไป กูแดกไม่ลง เหม็น จะอ้วก”



“หือ อะไรเหม็นวะ”



ตะวันถามพลางมองหน้าเพื่อนสนิท ที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าสายตาของมันจะโฟกัสอยู่ที่อะไรบางอย่างด้านหลังของเขา สุดท้ายก็อดที่จะหันไปมองตามมันไม่ได้



“นั่นมันน้องคนเมื่อเช้าป่ะ ที่มึงเดินชน”



“เออ”



“แล้วนั่นแฟนน้องหรอวะ”



“เพื่อน”



“อันนี้ตอบกูหรือกำลังภาวนาให้เป็นงั้นอ่ะ”



คำถามที่มาพร้อมกับน้ำเสียงกลั้วหัวเราะของเพื่อนดึงสายตาของออฟกลับมาที่โต๊ะตัวเอง ตาเรียวยิ่งหรี่เล็กเหมือนพร้อมจะพ่นคำด่าใส่คนกวนตีนตรงหน้า แต่มันดันส่งมือมาปิดปากเขาไว้ก่อนนี่สิ



“หยุด! ไม่ต้องด่ากู”



“อื้ออ ไอ้เอี้ยเอ อ่อยยย” (ไอ้เหี้ยเต ปล่อยย)



“นิ่งๆดิ้ แล้วฟังกู”



ตะวันโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆเพื่อนสนิทที่กำลังมองหน้าตัวเองอย่างกับจะฆ่าจะแกงเสียให้ได้ แต่เขาเคยกลัวมันซะที่ไหนล่ะ



“ยอมรับมาว่ามึงชอบน้องเค้า...แล้วกูจะช่วย”



“แฮ่กๆ...อี๋ มือมึงโคตรเค็มเลยไอ้ห่า ไปโดนเหี้ยไรมาบ้างเนี่ย ถ้ากูเป็นสิวขึ้นมากูจะตัดหัวมึง ไอ้เพื่อนเหี้ย”



เสียงก่นด่ามาเป็นชุดทันทีที่ฝ่ามือใหญ่ๆของเพื่อนยอมผละออกไป ร่างสูงควานหาทิชชู่มาเช็ดหน้าเช็ดปากตัวเองราวกับรังเกียจฝ่ามือนั้นเสียเต็มประดา



“อยากให้กูช่วยก็ยอมรับมา เร็วๆ”



“มึงแค่อยากเสือกเหอะไอ้เชี่ยเต อย่างมึงจะช่วยอะไรกูได้”



“งั้นมึงฟังกูนะเพื่อนออฟ น้องมันอยู่ชมรมโฟโต้”



“ห้ะ”



ตะวันกลั้นขำเมื่อมองดวงตาเล็กๆของเพื่อนที่พยายามเบิกกว้างด้วยความตกใจในสิ่งที่เขาบอก แต่ตาแม่งคงกว้างได้เท่านี้จริงๆนั่นแหละ ตลกสัด



“แล้วทำไมมึงไม่บอกกูให้เร็วกว่านี้วะ ว่าน้องมันเป็นน้องชมรมมึงอ่ะ”



“แล้วกูจะบอกมึงไปทำไม กูจะรู้หรอว่ามึงชอบน้องเค้าอ่ะ”



“กูไม่ได้ชอบ”



“โอเค๊ ตอนแรกว่าจะให้มึงไปช่วยดูแลน้องๆตอนทำค่าย แต่สงสัยกูไปขอช่วยคนอื่นดีกว่าว่ะ”



ออฟคว้าแขนเพื่อนที่กำลังจะลุกขึ้นไปเก็บจานข้าวของตัวเอง แล้วออกแรงดึงให้มันนั่งลงที่เดิมอีกรอบ



“อะไรมึง กูจะไปเก็บจาน”



“คือ...เดี๋ยวกูจะยอมไปช่วยมึงก็ได้”



“ก็บอกว่าไม่ต้องไง คนอื่นมีเยอะแยะ ไม่อยากรบกวนมึงหรอก”



“มะ...ไม่ได้รบกวนเลยเว้ย กูเต็มใจ กูอยากช่วยเพื่อน”



คนฟังถึงกับกลอกตามองบนเมื่อได้ยินคำตอบของไอ้คนปากแข็งตรงหน้า อยู่กันมาตั้งแต่หัดเดิน ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่ามันอยากไปเพราะอะไร



“ครับๆ พ่อคนมีน้ำใจ ถ้าจะไปก็เสาร์นี้หกโมงเช้าหน้าตึกสอง เดี๋ยวกูไปบอกอาจารย์ให้ว่าขอเพิ่มชื่อมึงคนนึง”



“เออ ขอบใจมาก”



“อย่าปากแข็งให้มันมากไอห่า อีกไม่ถึงปีมึงก็จบแล้วนะ จะทำอะไรก็รีบทำ”



“พูดมากว่ะ ไปไหนก็ไปไป๊”



“จ้าาาา ทีงี้แล้วไล่กูเลยน ไอ้เพื่อนเวร”



แตงกวาชิ้นเล็กๆถูกหยิบมาปาใส่เพื่อนหน้าตี๋ด้วยความหมันไส้ ก่อนที่จะหันหลังเดินออกไปพร้อมกับเสียงก่นด่าของเพื่อนรักที่ตะโกนไล่หลังมา



ตะวันยกยิ้มแซวเมื่อเดินผ่านโต๊ะของรุ่นน้องตัวเล็กที่กำลังมองไปที่เพื่อนรักของเขาไม่วางตา ก่อนจะก้มหน้างุดๆซ่อนใบหน้าเขินอายเมื่อพบว่าโดนเขาจับได้เสียแล้ว



...เออ อนาคตเมียเพื่อนนี่มันน่ารักจริงๆด้วยว่ะ




















แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น