Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 11 Roommate (จบตอน)

ชื่อตอน : บทที่ 11 Roommate (จบตอน)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ NC โรมานซ์ ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2561 18:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 Roommate (จบตอน)
แบบอักษร

“ใช้อันเดียวกับเธอก็ได้”

“ไม่เอา เดี๋ยวติดโรค” แน่นอนว่าเธอปฏิเสธเสียงแข็ง

“กลัวอะไร มากกว่านี้ก็เคยลองมาแล้ว” ริมฝีปากบางยกยิ้มอย่างมีเลศนัยให้กับใบหน้าตะลึงงันแดงก่ำของคนข้างตัว

“เร็วๆสิ ถ้าปล่อยให้เย็นจะเสียรสชาติเอานะ”

“ช้อนคุณก็มี!” หญิงสาวชี้ไปที่จานอาหารเดิมของเขา

“ไม่เอา เดี๋ยวมันผสมกัน” ชายหนุ่มอ้าง

“เลียเอาสิ”

“คนอย่างฉันไม่เลียช้อน แต่ถ้าเธอจะจัดการให้ ฉันก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะ”

‘เขาช่างหน้าไม่อาย!’ หญิงสาวท่องพุทธโท พุทธโท ในใจ หันกลับไปหยิบช้อนของตนมากระแทกใส่ชามตรงหน้า

“คงไม่ต้องให้เสิร์ฟถึงปากหรอกนะ” เธอกล่าวเมื่อไม่เห็นอีกฝ่ายขยับตัวซักที

“รู้ใจแบบนี้ก็ดี” ยิ้มทรงเสน่ห์ปรากฎขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ผู้ฟังถึงกับแข็งทื่อไปทั้งร่าง

“ฉันไม่ตลกนะ” 

“อะไรกัน เธอจะมาพูดพล่อยๆกับคนหิวแบบนี้ไม่ได้นะ” ดวงตาพราวระยับดุจดวงดาวหรี่ลงเล็กน้อย จ้องมองเหมือนหมาป่าหิวโซเห็นกระต่ายขาวอวบอ้วน

หญิงสาวกัดริมฝีปาก กำมือทั้งสองแน่น อดกลั้นไม่ให้เสยหมัดใส่อีกฝ่าย

“นี่ถ้าฉันไม่ได้รับมีดแทนเธอ ฉันคง...อุบ!” คำพูดต่อมาไหลลงคอไปพร้อมกับซุปอุ่นๆที่ถูกอีกฝ่ายกระซวกช้อนเข้ามาแบบไม่เกรงใจ ดีนะที่ฟันเขาแข็งแรงพอ ไม่งั้นอาจจะไหลไปตามน้ำได้

“พูดมาก” คนถือช้อนบ่นอุบ ตักคำที่สองจ่อ ‘คนปากมาก’ ตรงหน้า

ชายหนุ่มละเลียดช้อนเบาๆ ปลายลิ้นตวัดเลียเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบจ้องพยาบาลพิเศษคนใหม่ไม่วางตา แม้ลิ้นไม่รู้รสชาติใดๆทั้งสิ้น แต่ใจกลับต้องการอีก

“อืม…” เสียงทุ้มคราง

“มะ...ไม่มีมารยาท!” ปากก็พูดไปอย่างนั้น แต่ช้อนในมือดันสั่นกึก

“อะไรของเธอ ฉันจะบอกว่าอร่อยดีต่างหาก” ชายหนุ่มเลียริมฝีปากหยัก ดวงตาประดับยิ้ม

‘อะ...ไอ้บ้า’ หญิงสาวกัดปาก หน้าเห่อร้อนไปหมด ท่าทางของเขามันใช่คนกินข้าวที่ไหน ไอ้...ไอ้น่าเกลียด ไอ้โรคจิต

“เร็วๆสิ ฉันหิวคนจะ ‘กลืน’ คนได้ทั้งคนอยู่แล้ว”

เธอไม่อยากจะเถียงให้โดนย้อนเข้าตัว รีบก้มหน้าก้มตาป้อนคนแขนพิการชั่วคราวให้เสร็จโดยไวที่สุด แต่ไหนเลยจะง่ายดายอย่างที่เธอคิด เมื่อเสร็จจานนี้ ชายหนุ่มก็ชี้มือชี้ไม้จานนั้นต่อ

“ฉันไม่ได้ผอมแห้งเป็นโครงกระดูกแบบเธอนะ ต้องกินเยอะๆถึงจะอิ่ม” 

“มันเย็นแล้ว ไม่ต้องกินหรอก” หญิงสาวค้าน

“ไม่เป็นไร หิว”

พยาบาลจำเป็นหน้าง้ำ ตักคำใหญ่ๆหมายว่าจะให้อีกฝ่ายรีบกินให้หมด แน่นอนว่าทำอะไรคนปากกว้างไม่ได้ เขาเหมือนเด็กตัวโตที่ป้อนหาย...ป้อนหาย

กว่าจะอีกฝ่ายจะละเลียดเสร็จก็กินเวลาไปเกินครึ่งชั่วโมง ยังมีหน้าใช้เธอเช็ดปากให้อีก เธออยากจะเอาผ้าอุดปากโค้งยิ้มของอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด คงสะใจสินะที่ได้ใช้งานคนอื่น!

“ได้ทีนี่เอาใหญ่เลยนะ” เสียงหวานบ่นกระปอดกระแปดขณะเช็ดมือกับผ้านุ่ม

“ฉันก็เจ็บเหมือนคุณนั่นแหละ ยังจะมีหน้ามาใช้อีก ดูเอาไว้นะ ความผิดของคุณคนเดียว!” มือบางเลิกแขนเสื้อขึ้น โชว์รอยฟกช้ำม่วงเขียวที่แขน

ผู้ฟังจ้องมองผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดตรงหน้า ดวงตาคมกริบอ่อนลงโดยที่แม้แต่ตัวเองยังไม่รู้ตัว

“แค่นั้นทำมาข่ม ดูนี่ซะก่อน” ชายหนุ่มถลกชายเสื้อขึ้น หน้าท้องแกร่งเป็นลอนปรากฎขึ้นสู่สายตา ทั้งสีข้างและหน้าท้องม่วงช้ำไปครึ่งแถบ ไม่รู้เพราะสายตาของคนตรงหน้ารึเปล่าที่ทำให้ลมหายใจหนักหน่วงหอบกระชั้น หน้าท้องยุบขึ้นลงจนปวดแปลบเล็กน้อย

‘บ้าจริง! ใช่ว่าไม่เคยอวดหุ่นกับผู้หญิงซะหน่อย เปลือยยังเคยมาแล้ว! และหล่อนก็เคยเห็น! แค่นี้จะมาตื่นเต้นอะไร!’  

“ตะลึงไปเลยสิ” ชายหนุ่มรีบปิดเสื้อ 

อยู่มาจนปูนนี้พึ่งสะกดคำว่า ‘กระดากอาย’ เป็น!

“หึ! ฉันก็มี!” หญิงสาวเชิดหน้าไม่ยอมแพ้ แก้มนวลทั้งสองข้างขึ้นริ้วชมพูระเรื่อ

“ไหน”

“ตรงนี้ ตรงนี้ ตรงนี้” นิ้วชี้จิ้มที่เอว สีข้าง และต้นแขนบนผ่านชุดคนไข้สีครีม

“ไม่เห็นจะมีอะไรเลย”

“มี!” 

“ฉันจะเชื่อก็ต่อเมื่อได้เห็นกับตาเท่านั้น” 

“โรคจิต!” หญิงสาวสะบัดหน้ากลับเตียงโดยมีเสียงหัวเราะทุ้มหนักไล่หลังมา

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

ท่ามกลางความมืดที่ต่างฝ่ายต่างไม่เห็นหน้าซึ่งกันและกัน ความเงียบสงัดที่ได้ยินกระทั่งเสียงลมหายใจ ชายหนุ่มลืมตาโพล่งมองหญิงสาวที่นอนหันหลังให้

“เธอเป็นของฉัน ฉันไม่ยอมให้เธอต้องมาเจ็บแบบนี้อีกแน่...” เสียงทุ้มแม้จะแผ่วเบา แต่กลับหนักแน่นอย่างยิ่ง

ดวงตาคู่สวยพลันลืมขึ้นช้าๆในความมืด ยากยิ่งนักที่ต้องควบคุมลมหายใจสม่ำเสมอไม่ให้ขาดห้วง

ค่ำคืนนี้บุคคลทั้งสองต่างก็ไม่รู้ว่าสีหน้าของตนนั้นแปลกพิกลเพียงไร และยิ่งไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุ

ดังนั้นจึงปล่อยให้วันเวลาผ่านไปโดยประการฉะนี้.... 



อาทิตย์ต่อมาทุกอย่างดูสดใสขึ้นมาก ท่าทีอ่อนลงของคนทั้งคู่ละลายบรรยากาศอึมพรึมราวกับแสงตะวันแรกในหน้าร้อน แม้แต่ผู้ติดตามใบหน้านิ่งสนิทอย่างยะตีมที่เข้ามารายงานทุกวันยังอดประหลาดใจไม่ได้

เหตุผลก็มีแค่คนสองคนเท่านั้นที่รู้ดี

อยู่ร่วมกันมานานขนาดนี้ เมื่อลืมตาขึ้นมาต่างก็เห็นหน้าอีกฝ่ายเป็นคนแรก จะแขวะกันไปรบกันมาตลอดเวลาก็ใช่เรื่อง ความเป็นพันธมิตรจึงก่อตัวขึ้นตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ 

ติ๊ด! 7 A.M.

เสียงนาฬิกาดังขึ้นแผ่วเบา แต่ก็มากพอที่จะทำให้ผู้ซึ่งกำลังหลับใหลขยับเปลือกตารู้สึกตัว

“อือ” หญิงสาวขยี้ตางัวเงีย พลิกกายกลับมาก็เห็นคนเตียงตรงข้ามลืมตามองเธออยู่ 

“นอนต่อเถอะ ยังเช้าอยู่เลย” ติดทุ้มติดจะแหบพร่านิดๆกล่าว มือหนากดบนหมอนที่ย้ายมาวางอยู่เหนือลำตัวอย่างไม่ค่อยเป็นธรรมชาตินัก 

“พอได้ตื่นมาก็นอนไม่หลับแล้ว” หญิงสาวลุกขึ้นรินน้ำส่งให้อีกฝ่ายตามความเคยชินเนื่องจากลืมไปว่าแขนของเขากลับมาใช้งานได้แล้ว ก่อนจะรินให้ตัวเองอีกแก้ว

ชายหนุ่มร้อนรนอยู่บ้าง หยิบน้ำกรอกลงคอดังอึกๆจนหมด หวังใช้น้ำข่มความรุ่มร้อนในอก

มิเกลอดรู้สึกแปลกๆในใจไม่ได้ นี่เขาค้างคืนกับผู้หญิงโดยไม่มีกิจกรรม ‘อย่างว่า’ มาเกือบจะสองอาทิตย์!!

สองอาทิตย์เชียวนะ!! 

อย่าว่าแต่ทำกิจกรรมเลย แตะเนื้อต้องตัวยังไม่มี เขารู้สึกกลัวอีกฝ่ายเหมือนเด็กที่เคยเอานิ้วแหย่ปลั๊กไฟแล้วโดนไฟช็อต ต่อมาก็เลยเข็ดหลาบไม่กล้าแหย่นิ้วเข้าไปอีก

นี่มันทำลายทุกศีลธรรมในใจของหนุ่มโสดแข็งแรงเป็นอย่างมาก!!

มันเป็นเรื่องปกติของผู้ชายที่ความอัดอั้นไม่ได้รับการปลดปล่อยจะขึงขังผงาดในตอนเช้า!!!!

เนื่องด้วยหญิงสาวยังสะลืมสะลืออยู่บ้าง น้ำที่ดื่มจึงซึมออกที่มุมปาก ค่อยๆไหลผ่านลำคอระหงส์หายไปในสาบเสื้อ

พวกเธออยู่ที่นี่จะสามอาทิตย์แล้ว อาการโดยรวมดีขึ้นเป็นอย่างมาก เมื่อคิดว่าใกล้จะได้ออกจากโรงพยาบาลและใกล้จะได้กลับบ้าน หญิงสาวก็สดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นไม่น้อย ยกแขนบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขบในตัว

เนื่องจากอีกฝ่ายทำตัวดีมาโดยตลอดเธอจึงไม่ได้ระมัดระวังมาก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท่าทางที่กำลังทำขับเน้นให้ทรวดทรงได้รูปนูนเด่น ยอดชูชันดันผ่านชุดคนไข้สีครีม ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างผ่อนคลาย 

แม้ความมืดสลัวทำให้เห็นอะไรได้ไม่ชัดเจนนัก แต่แค่นี้ก็ทำให้ชายหนุ่มที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเตลิดออกไปไกลยิ่งกว่าเดิม

“ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ!!” เสียงทุ้มตะโกน หันกายลงจากเตียงเดินออกไปอย่างรีบเร่ง

“อ้าว ไม่เจ็บขาแล้วเหรอ” หญิงสาวมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย เมื่อวานเขายังบ่นเจ็บขาให้เธอประคองไปนั่นมานี่อยู่เลย

ชายหนุ่มชะงักค้าง รีบปรับท่าทางให้ดู ‘เจ็บ’ อย่างเสมือนจริงที่สุด ฝีเท้ากระเผล็กๆก้าวรวดเร็วหายไปจากห้อง

ขาน่ะหายเจ็บแล้ว แต่อย่างอื่นมาเจ็บแทนนี่สิ!!

ทนอยู่ไม่ได้แล้ว ย้ายหล่อนออกไปตอนนี้ยังทันมั้ย!


_______________________________________________________________

สวัสดีค่าาาาาาาาา

ตอนใหม่นี้พูดได้คำเดียวว่า....มาเปลี่ยนโหมดอารมณ์กันเถอะ 5555555

หลังจากแทบจะตายด้วยกันทั้งคู่ บรรยากาศก็ดูสงบลงขึ้นเยอะน้า

ผู้อ่านอยู่ทีมใคร แสดงตัวหน่อยได้มั้ยเอ่ย

ส่วนเค้า #ทีมฮาฟิซ อุอิ

ขอบคุณที่ติดตามนะค้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น