YINGPREM

สวัสดีทุกคนฮับ คนโปรดเป็นนิยายที่อาจจะหาสาระไม่ได้ แต่ก็หวังว่าคุณจะสนุกกับการอ่านเรื่องนี้ <3

ชื่อตอน : [คนโปรด : 26]

คำค้น : สมิธ,ลูคัส,คนโปรด

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.1k

ความคิดเห็น : 52

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2561 17:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[คนโปรด : 26]
แบบอักษร

คนโปรด 26

"มึงปลุกน้องดิ๊"

"ทำไมกูต้องทำแบบนั้น?"

"กูหิวข้าวแล้ว"

"หิวก็ไปแดก ปากมึงติดกับปากเมียกูหรือไง!?"

"ทำไมมึงต้องขึ้นเสียงด้วยวะ กูแค่ไม่ได้เจอสมิธนานเลยอยากกินข้าวกับน้อง มึงจะหวงอะไรนักหนาเนี่ย!"

"มึงหุบปากไปเลยเดี๋ยวมิทตี้ตื่น ไม่อย่างนั้นกูจะให้โยลากมึงไปฆ่าในทะเล"

"แหม เห็นกูเกรงใจโยนิดหน่อยก็ขู่กูจัง"

"อื้อ~" ผมรู้สึกตัวตื่นเพราะเสียงบางอย่างดังรบกวนอยู่ไม่ไกลหูและขยับตัวเล็กน้อยเพราะความเมื่อยขบของร่างกาย

"มิทตี้ตื่นแล้วปวดหัวหรือเปล่า?" เสียงนุ่มทุ้มดังอยู่ข้างหูพร้อมกับมือที่ลูบศีรษะผมเบาๆ ผมส่ายหน้าแล้วเอียงแก้มถูไถกับฝ่ามือนุ่มๆของเขาโดยไม่รู้ตัว

"เกรย์มาแล้วเหรอ?"ผมเอ่ยถามออกไปทั้งๆที่ยังหลับตา

"พี่มาแล้วน้องรัก" พอได้ยินเสียงเกรย์ผมก็พยายามฝืนเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นมองแต่กลับพบเพียงชายคนหนึ่งแสนคุ้นเคยที่ปรากฏอยู่ในสายตา

"ลุค"ผมเผลอเรียกชื่อเขาออกมาเบาๆ

"หืม?"ลูคัสเอ่ยขานรับพร้อมโน้มหน้าลงมาหอมแก้มผมฟอดใหญ่สองครั้งติด

"สมิธแฮงค์ไหม ตื่นไหวรึเปล่า?"เสียงเกรย์เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงจากอีกฟากหนึ่งของเตียง ผมหันไปมองเขานิดๆก่อนจะส่ายหน้าแล้วตอบ

"ไม่แฮงค์ๆผมไหวน่า"ผมขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงโดยมีลูคัสคอยช่วยพยุงอีกแรง

"งั้นมิทตี้ไปล้างหน้าให้สดชื่นก่อนแล้วเราค่อยออกไปหาอะไรกินกัน"

"อืม"ผมรับคำ จากนั้นก็เข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย พอออกมาก็เห็นเพียงลูคัสที่รออยู่ในห้องนอน

"เกรย์ล่ะ?"ผมถามแต่อีกคนกลับขมวดคิ้วหน้าตึงขึ้นมาอย่งเห็นได้ชัด

"มันออกไปรอข้างนอก"ลูคัสตอบออกมาแบบเสียงแข็งหน่อยๆ ผมจึงเดินเข้าไปใกล้เขาที่นั่งอยู่บนเตียงหลังใหญ่

"เป็นอะไร?"ผมถามด้วยคงามสงสัยเพราะก่อนหน้านี้ยังอารมณ์ดีอยู่แท้ๆ ลูคัสไม่ตอบแต่กลับฉุดมือผมให้นั่งบนตักตัวเองแทน วงแขนแข็งกอดรัดเอวผมไว้แน่นราวกับกลัวจะหนีหายไป

แม้มันจะไม่ใช่ภาพที่น่าดูนักที่ผู้ชายสองคนตัวเกือบจะพอๆกันมานั่งตักกอดก่ายกัน ถ้ามีคนอื่นผมคงไม่ยอมแต่นี่มีแค่ผมกับเขาเพราะฉะนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจสายตาใคร

"อย่าสนิทกับมันมากได้ไหม...พี่ไม่ชอบ"ลูคัสเอ่ยบอกเสียงเข้มก่อนริมฝีปากได้รูปจะกดจูบแล้วดูดเข้าที่กระดูกไหปลาร้าผมจนรู้สึกเจ็บจี๊ดๆคาดว่าคงแดงช้ำแน่ๆ

"เกรย์น่ะเหรอ?เขาเป็นเพื่อนมึงไม่ใช่หรือไง"

"เพื่อนก็เพื่อนสิ ทำไมมันต้องมาวอแวกับมิทตี้ด้วย"วงแขนแกร่งรัดแน่นขึ้นไปอีกจนผมแทบจะหายใจไม่ถนัดใบหน้าหล่อเหลาติดหวานยู่ยี่ทำเอาผมหลุดหัวเราะ ผมลูบผมยาวสลวยสีทองของลูคัสอย่างเพลินมือกาอนจะโน้มตัวไปกอดคอเขาไว้หลวมๆ

"ไม่งี่เง่าดิ"ผมเอ่ยบอกอีกคน

"พี่ไม่ได้งี่เง่า แต่พี่หวง"

"..."ไปไม่ถูกเลยกู

"นอกจากพี่ก็อย่าสนิทกับคนอื่นจนเกินพอดี พี่ใจร้ายได้มากกว่าที่มิทตี้คิด"

"ใจร้ายกับกู?"

"อยากลองให้พี่ใจร้ายดูไหมล่ะ?"ลูคัสถามทำให้ผมนึกถึงเรื่องคาร่าขึ้นมาทันที ผมจึงส่ายหัวรัวๆให้มันไป

"ชอบทำตัวโหดจังวะ"ผมบ่นพึมพำแต่อีกคนคงได้ยินเลยหัวเราะในลำคอเบาๆ

"หึๆ"

"หิวแล้ว"ผมบอกพร้อมผละกอดออกจากลูคัส เขาพยักหน้าแล้วปล่อยตัวผมให้ยืนขึ้น จากนั้นก็จับมือพาผมเดินออกจากห้องโดยมีเกรย์นั่งหน้าหงิกรออยู่ข้างนอก บ่นให้พวกผมได้ไม่กี่คำพอเจอสายตาพิฆาตจากโยก็หุบปากลงได้ทันที

++++++++++++

วันต่อมา

เมื่อคืนหลังจากที่พวกเราออกไปทานข้าวที่ร้านนอกโรงแรม เกรย์ก็ชวนผมดื่มต่อ ผมตกลงแบบไม่ต้องคิด แต่ตัวมารที่อยู่ข้างกายกลับปฏิเสธแทนผมซะงั้น ผมขี้เกียจเถียงเลยยอม แต่เกรย์นี่ทำงอนตุ๊บป่องสาวแตกดูน่าเกลียดมากๆ

ตอนเช้าลูคัสพาผมออกมาเดินเล่นเลียบชายหาดและเรามาทันตอนที่พระอาทิตย์กำลังโผล่ขึ้นจากขอบฟ้า โยจัดแจงถ่ายรูปคู่ให้ผมกับลูคัสโดยไม่ได้ถามความเห็นกันเลยสักนิด

"ขยับชิดๆกันหน่อยสิครับ"โยเอ่ยบอกพร้อมกดชัตเตอร์

"ชิดกว่านี้ก็ต้องขี่คอแล้วล่ะโย-_-"ผมบอกพร้อมทำหน้าเอือมๆแต่ก็ยอมขยับไปชิดลูคัสมากกว่าเดิม มือเรียวแต่แข็งแกร่งก็สอดโอบเอวผมไว้หลวมๆ

"สมิธยิ้มหน่อยครับ" อ่ะกูยิ้มจนปากจะฉีกอยู่ล่ะ

"นายหอมแก้มสมิธหน่อยครับ" ฟอด!ไอ้คนข้างๆฉกจมูกมาหอมแก้มผมทันที บอกง่ายเหลือเกิน

แชะ!!ๆๆๆๆๆ

"เฮ้ย!"ผมร้องเพราะยังไม่ทันได้ตั้งตัว ถึงตั้งตัวได้กูก็ไม่ให้หอมอยู่ดีป่ะวะ คนเยอะแยะ

"เรียบร้อยครับ"โยยกนิ้วโป้งมาให้ แล้วเดินสะพายกล้องลั้นลาไปอีกทาง ลืมบอกว่าเกรย์ยังไม่ตื่น...

โยนี่จริงๆก็เป็นคนที่ร้ายอยู่เหมือนกันนะ พอทำอะไรโยไม่ได้ผมจึงหันไปเอาเรื่องกับไอ้หัวทองแทน

"ใครให้หอม!"

"โยไง"

"แต่กูยังไม่ได้อนุญาตเลยนะ"

"พี่ขออนุญาตจูบ"

"ไม่!...อื้อออ!"เคยฟังกูบ้างไหมเนี่ย! ริมฝีปากร้อนบดจูบกับริมฝีปากผมโดยไม่ฟังเสียงทัดทานใดๆ นานอยู่เกือบนาทีมันถึงยิมถอนริมฝีปากออก

"ลุค!"แล้วผมพูดอะไรได้บ้างวะ!(เริ่มโกรธนะเว้ยไม่ได้งอน)

"โอเคๆพี่พาไปหาอะไรกิน"มันยกมือขึ้นเหมือนยอมแพ้ก่อนจะเกี่ยวคอผมเข้าไปกอดแล้วพาออกเดิน โดยมีลูกน้องมันเดินตามอยู่ข้างหลังเงียบๆ

"คิดว่าของกินจะซื้อกูได้หรือไง"ผมขมวดคิ้วถามลูคัสเสียงเข้ม

"ของหวานด้วยเป็นไง?"มันหันมายิ้มกว้างโชว์ฟันให้ผม รู้สึกเหมือนหัวใจจะเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ

"กูยอมแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ!"สุดท้ายเลยยอมๆลงให้ก่อน ขี้เกียจงี่เง่าเว้ย(?)

"ครับๆ"

ลูคัสพาผมมาทานอาหารร้านบรรยากาศดีร้านหนึ่ง โดยส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นชาวต่างชาติ

เราสั่งอาหารมาจนเต็มโต๊ะเผื่อๆเกรย์ที่กำลังเดินทางมา ระหว่างรอนั้นผมก็ทานไอศกรีมกระทิลอดช่องและน้ำมะพร้าวปั่นนมสดรอไปพลางๆ

กึก! อยู่ๆลูคัสก็วางแก้วน้ำลงกับโต๊ะเสียงดังผิดนิสัย นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวตวัดมองไปที่โต๊ะข้างๆด้านขวามือผม ผมหันหน้ามองตามสายตาลูคัสแล้วก็ไปประสานสายตากับชายชาวต่างชาติคนหนึ่งที่มองผมอยู่ก่อนแล้ว เขาฉีกยิ้มให้ผมอย่างเปิดเผย ผมก็ยิ้มตอบกลับไปนิดๆเป็นมารยาท แต่...

เพล้ง! ชายแปลกหน้าคนนั้นสะดุ้งแล้วเสหน้าหลบสายตาผมไปอีกทาง

ผมหันกลับมามองต้นเสียงที่ดังขึ้น พบแก้วแตกอยู่ข้างๆเท้าลูคัส ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึง นัยน์ตาสีเขียวเข้มแวววาวไปด้วยความหงุดหงิด

ผมหายใจติดขัดขึ้นมานิดๆ รู้ว่าถ้ามันหงุดหงิดคนที่จะโดนก่อนใครก็กูนี่แหละ

"ลุคพี่ชิมน้ำมะพร้าวปั่นกูไหม อร่อยนะ"ผมยื่นลูกมะพร้าวที่มีน้ำมะพร้าวปั่นอยู่ข้างในให้ลูคัส นอกจากมันจะไม่รับแล้วยังเอ่ยบอกกับผมเสียงเข้ม

"มานั่งด้านนี้กับพี่"

"แต่ว่า..."

"เดี๋ยวนี้"จบคำสั่งมัน ผมก็ลุกขึ้นปึงปังอย่างไม่พอใจเดินไปนั่งด้านเดียวกับมัน แล้วยังทำตัวยุ่งยากให้ผมเข้าไปนั่งด้านในอีกนะ ดีที่มีวิวทะเลสวยๆให้ดู

"น่าจะสั่งปิดทั้งร้านซะก็สิ้นเรื่อง"มันบ่นพึมพำในลำคอทำให้ผมได้ยินไม่ค่อยชัดเท่าไหร่

ผมหงุดหงิดขึ้นมานิดๆแต่ก็พยายามกดไว้ เลยจ้วงตักไอศกรีมกินดับร้อนในอกอย่างเอาเป็นเอาตาย

ไม่ถึง5นาทีต่อมาเกรย์ก็เดินทางมาถึงร้านพร้อมๆกับที่อาหารเสิร์ฟครบพอดี

"เป็นอะไรกันวะ คนหนึ่งก็หน้ายับ อีกคนก็หน้าตึง"เกรย์เอ่ยถามออกมาอย่างงงๆ เขากับโยนั่งลงฝั่งตรงข้ามผม

ผมไม่ตอบแต่ลงมือทานอาหารที่อยู่ตรงหน้าแทน ลูคัสเองก็ไม่ได้ไขข้อข้องใจให้แก่เพื่อนสนิท เขาแกะกุ้งกับปูให้ผมอีกเช่นเคย ผมทานไปได้สักพักก็เริ่มอารมณ์ดีขึ้น(สงสัยเมื่อกี้จะโมโหหิว)ก็เลยชวนบุคคลร่วมโต๊ะคุยเล่นไปตามนิสัย คุยไปคุยมาก็นึกบางเรื่องขึ้นมาได้

"เกรย์ผมอยากเล่นเจ็ทสกี ไปเล่นด้วยกันนะ"

"ได้สิ แต่สมิธต้องขอคุณพ่อของน้องก่อนนะครับ"เกรย์บอกยิ้มๆทำให้ผมหน้าบึ้งขึ้นนิดๆแล้วหันไปขอ 'คุณพ่อ' คนที่โยหมายถึง

"เล่นนะ"

"มันอันตราย"

"ไม่อันตรายหรอก โตแล้วดูแลตัวเองได้"

"พี่เป็นห่วงอยู่ดี"

"เว่อร์ละมึง มันไม่อันตรายขนาดนั้นหรอก"เกรย์ช่วยสนับสนุนผมอีกแรง

"ไม่เสือก"แต่ก็โดนลูคัสตอกหน้าทำเอาเจ็บหนัก

"เออๆแล้วแต่เลยครับ"เกรย์ยักไหล่ให้แล้วกลับไปสนใจอาหารตรงหน้าต่อ

"อยากเล่นอ่ะ เกิดมาไม่เคยเล่นเลย"ผมเอ่ยขอลูคัสเสียงอ่อน มันเงียบคิดไปนิดก่อนจะยอมพยักหน้า

"ก็ได้แต่ต้องให้พี่สอนเล่นก่อน"

"อื้ม!"ผมพยักหน้ารับรัวๆด้วยความดีใจ และ

"เหอะๆ"มีเสียงหัวเราะแห้งๆของเกรย์ประกอบฉาก

++++++++++++++

ลูคัสพาผมกลับวิลล่ามาเปลี่ยนเสื้อเป็นเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวรัดรูปก่อนจะสวมชูชีพสำหรับเล่นเจ็ทสกีโดยเฉพาะให้ผม

"แน่นไปไหม?"

"ไม่ พอดีแล้ว"ลูคัสพยักหน้าก่อนจะครีมหลอดสีส้มในกระเป๋ามาทาหน้าให้ผมก่อนแล้วจึงพาผมเดินออกจากวิลล่า ผมรู้สึกตื่นเต้นนิดๆกับประสบการณ์ครั้งแรกที่จะได้เล่นกีฬาชนิดนี้

จุดที่เจ็ทสกีจอดอยู่ห่างจากวิลล่าที่เราพักไม่ไกลนัก ผมเคยบอกแล้วใช่ไหมว่านี่เป็นหาดส่วนตัวของทางโรมแรมที่เราพัก เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวจึงไม่พลุกพล่านน้อย ตอนนี้มีแค่ไม่กี่คนที่ออกมาเล่นน้ำแล้วอาบแดด บรรยากาศดูเป็นส่วนตัวสุดๆ

ผมเห็นเกรย์ขี่เจ็ทสกีเล่นอยู่กลางทะเลไหวๆแล้วรู้สึกอิจฉา อยากขี่ไปเล่นแบบนั้น

เมื่อเดินมาถึงจุดที่เจ็ทสกีจอดอยู่  ลูคัสก็พาผมลงน้ำแล้วปีนขึ้นเครื่อง มันลำบากนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรในที่สุดผมก็สามารถขึ้นมานั่งบนตัวเจ็ทสกีได้สำเร็จ

และไม่ถึงหนึ่งนาทีต่อมาลูคัสก็ขึ้นมานั่งซ้อนได้หลังผมอย่างรวดเร็ว

"เอ๊ะ!?"

"พี่จะสอนมิทตี้เล่นก่อนไง"

"อ้อ"ผมพยักหน้าเข้าใจ ลูคัสขยับตัวเข้ามาชิดผมมากขึ้น แผ่นอกกว้างแนบชิดกับแผ่นหลังผม แขนเรียวแข็งแกร่งสอดเข้าใต้รักแร้ผมไปจับแฮนด์เครื่อง

"บิดกุญแจ แล้วกดสตาร์ทตรงนี้ จากนั้น..."ลูคัสเริ่มสอนแล้วสาธิตให้ดูไปด้วย มันพาผมขี่ไปรอบๆไม่เร็วนัก ก่อนจะปล่อยให้ผมเป็นคนจับแฮนด์บิดบ้างโดนมีคัสนั่งซ้อนหลังกอดเอวผมไว้ไม่คลาย ผมขับมอเตอร์ไซต์เป็นจึงเรียนรู้ได้ไม่ยาก แปบเดียวเท่านั้นผมก็เริ่มขี่คล่อง

"โห แปบเดียวก็เล่นเป็นแล้วนี่หว่า"เกรย์ที่ขี่เจ็ทสกีมาใกล้ๆแล้วตะโกนแซว ผมจึงตะโกนกลับไปบ้างเพราะเสียงเครื่องมันดัง

"คนมันเก่ง"

"เก่งจริงเปล่า? มาแข่งกันไหมน้องๆ"

"มาเดะ"ผมรับคำท้าให้ว่อง คนอย่างสมิธฆ่าได้หยามได้ แต่แพ้ไม่ได้โว้ยยยย

"โอเค ไปเจอกันที่ริมหาดตรงโยยืนอยู่ก่อนละกัน"

"มิทตี้อย่าดีกว่า"ลูคัสเอ่ยห้ามอย่างเป็นห่วง

"คิดว่ากูจะแพ้เกรย์หรือไง?"

"อืม ถึงจะดูโง่ๆอย่างนั้นแต่มันเก่งกว่าที่เห็นนะ"คือกำลังชมหรือด่าเพื่อนตัวเองวะ

"ไม่สนใจอ่ะ รับคำท้ายเกรย์ไปแล้ว"ผมบอกอย่างเอาแต่ใจแต่ครั้งนี้ลูคัสนี่เงียบไปเลย

"..."

"ไม่เป็นไรหรอก เชื่อใจกันหน่อยดิ"ผมใช้มืออีกข้างลูบมือมันที่กอดเอวผมอยู่เบาๆ ลูคัสถอนหายใจหนักๆแล้วกดจูบที่หลังคอผมแรงก่อนจะยอมเอ่ยปากอนุญาต

"ระวังตัวด้วยนะ"

"อืม"

เมื่อผมขี่เจ็ทสกีมาถึงจุดที่เกรย์บอก ลูคัสก็ยอมลงจากเครื่องโดยให้ผมขี่คนเดียวอย่างอิสระ

กติกาการแข่งขันก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก แค่ใครขี่กลับมาถึงจุดสตาร์ทก่อนเป็นฝ่ายชนะ โดยจุดที่เราต้องไปอ้อมกลับมา เกรย์ใช้ให้ลูกน้องของลูคัสำปทำจุดมาร์กเอาไว้แล้ว

"แล้วคนชนะจะได้อะไร?"การแข่งขันถ้าไม่มีรางวัลก็ไม่สนุกสิ

"นั่นสิ แต่ตอนนี้พี่ยังคิดรางวัลไม่ออกว่ะ"เกรย์ครุ่นคิดอย่างเห็นด้วย

"งั้นผู้ชนะขออะไรจากผู้แพ้ก็ได้หนึ่งอย่างแล้วกัน"ผมบอกออกไป

"โอเค ดีล!"ผมกับเกรย์จับมือกันทำข้อตกลงก่อนที่เราจะขึ้นเจ็ทสกีประจำตำแหน่ง เมื่อได้ยินสัญญาณจากลูกน้องลูคัส เราก็เริ่มออกตัวทันที

เจ็ทสกีเกรย์ขี่นำผมอยู่ประมาณหนึ่งช่วงตัว ทำให้ผมเร่งเครื่องตามเขาอย่างไม่ลดละ จังหวะหนึ่งที่ผมตามเกรย์ทันเพราะเขาชะลอเพื่อเลี้ยวอ้อมหลัก แต่ผมขี่เลยมาไกลเพราะลืมไง!

ผมจึงหักเลี้ยวเจ็ทสกีกระทันหันด้วยความเร่งรีบเพราะกลัวตามเกรย์ไม่ทัน แต่ด้วยความที่ผมยังไม่ชำนาญเท่าไหร่ เลยกะความเร็วและบังคับไม่แฮนด์ไม่แข็งพอ เจ็ทสกีที่ผมขี่จึงพลิกคว่ำ หน้าผมฟาดเข้ากับส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวเครื่องแล้วพลัดตกทะเลทันที

ผมสำลักน้ำหลายครั้ง พยายามจะว่ายขึ้นเหนือผิวน้ำให้ได้แต่ก็ยากเต็มทีเพราะหัวผมเจ็บและมึนเบลอเอามากๆ

ความรู้สึกสุดท้ายก่อนที่สติผมจะล่องลอยออกไปคือผมอยากเห็นหน้ามัน...

++++++++++++++++

Lucas's part

ผมขว้างกล้องส่องทางไกลในมือทิ้งทันทีที่เห็นเจ็ทสกีสมิธกำลังเสียหลักจะคว่ำ ร่างกายผมไปไวยิ่งกว่าความคิด ผมตรงดิ่งไปที่เจ็ทสกีอีกเครื่องแล้วบิดออกไปสุดมือด้วยความร้อนรน กว่าที่ผมจะไปถึงจุดที่เจ็ทสกีคว่ำผมก็เห็นร่างๆหนึ่งนอนคว่ำหน้าลอยคลออยู่ไม่ไกลจากเจ็มสกี

ผมกระโดดลงจากเจ็ทสกีตัวเองไปหาร่างนั้นโดยไม่ต้องคิด พลิกตัวเขาให้โผล่พ้นผิวน้ำ เลือดไหลออกมาทางจมูกสมิธไม่หลุด

"ลุค รีบพาสมิธขึ้นฝั่งไปปฐมพยาบาลเร็ว"เสียงเกรย์ที่เร่งเครื่องมาทางนี้เอ่ยบอก มันช่วยผมเอาตัวสมิธขึ้นเจ็ทสกีอย่างทุลักทุเล ผมรีบขี่พาสมิธขึ้นฝั่งโดยมีเกรย์ขี่ตามมาติดๆ

"เตรียมเอารถออก"ผมสั่งลูกน้องทันทีที่มาช่วยผมอุ้มสมิธลงจากเครื่อง

"อย่าเพิ่งไป กูขอดูอาการสมิธก่อนที่จะไม่ทัน"

"มึงอย่าพูดเหี้ยๆ!"ผมตะคอกใส่เพื่อนด้วยความโกรธจัด กอดร่างของอีกคนไว้แนบอก...สมิธต้องไม่เป็นอะไร

"เชื่อกูหน่อย!วางน้องลงก่อน!"เกรย์ตะคอกผมกลับมาดุดันไม่แพ้กัน

ผมยอมวางสมิธลงบนหาด เกรย์เข้ามาจับชีพจร ถอดชูชีพสมิธออกแล้วแนบหูชิดอกซ้ายสมิธ

"แย่แล้ว"เกรย์พึมพำ แล้วเริ่มใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางวาดตรงหน้าอกสมิธ

"เกิดอะไรขึ้น"ผมถามเสียงแข็ง

"กูจะทำCPR สมิธไม่หายใจ" เกรย์เอ่ยบอกพร้อมกับทำการนวดหัวใจให้สมิธทันทีที่หาจุดได้ ผมตังแข็งทื่อ มองดูเพื่อนทำCPRให้เมียโดยที่ผมนั่งอยู่ข้างๆทำอะไรไม่ถูก

"มึงอย่านิ่ง ถ้ากูนวดครบให้ผายปอดให้น้องเร็ว!"ผมได้สติกลับมา นับจำนวนครั้งที่มันนวดหัวใจให้สมิธ พอมันหยุดผมก็รีบผายปอดตามหลักการให้สมิธทันที ผมผายปอดให้สมิธสลับกับที่เกรย์นวดหัวใจ บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดัน เมื่อผมผายปอดให้สมิธครั้งที่สาม เขาก็เริ่มสำลักน้ำออกมา พวกผมCPR ช่วยสมิธอยู่อีกห้านาที สมิธก็สำลักน้ำออกมาจนหมดและเริ่มหายใจเอง พร้อมกับที่หน่วยพยาบาลจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งมาถึงจึดที่พวกเราอยู่

ผมรีบให้พวกเขาพาสมิธไปที่โรงพยาบาลโดยที่ผมก็ขึ้นรถพยาบาลตามไปด้วย

ผมจับมือขาวซีดของเขาไว้ตลอด รู้สึกเหมือนหายใจติดขัดอยู่ตลอดเวลา

เมื่อกี้ตอนที่เกรย์บอกว่าสมิธไม่หายใจ

หัวใจผมตอนนั้นเหมือนมันหยุดเต้นตามเขาไปอีกคน....

++++++++++++++++

สมิธอาการปลอดภัยแล้ว เลยทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจผมกลับสู่สภาวะปกติ ตอนนี้ผมกำลังนั่งปรับอารมณ์อยู่ที่สวนพักผ่อนของโรงพยาบาล

ครั้งนี้ผมไม่โทษใครเลยนอกจากตัวเอง ถ้าผมระวังมากกว่านี้ เขาคงจะไม่เป็นอันตราย

ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เกิดเรื่องขึ้นกับสมิธ ผมจะกลับมานั่งทบทวนตัวเองอยู่เสมอว่าแค่เมียคนเดียวผมยังดูแลให้เขาอยู่ดีมีสุขไม่ได้เลยหรือ

เรื่องที่เขาเคยถูกแทงก็เพราะความประมาทของผม เรื่องคาร่าก็มีต้นเหตุมาจากผม หรือเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้จนผมเกือบจะสูญเสียเขาไปก็เพราะความเลินเล่อของผมเอง

ผมไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ผมถึงจะปกป้องเขาได้จากอันตรายทุกอย่าง...ในความเป็นจริงคงทำไม่ได้อย่างนั้น...นอกซะจากขังเขาเอาไว้ซะ

แต่ผมทำไม่ได้เพราะนั่นจะทำให้เขาไม่มีความสุข และนั่นก็จะทำให้ผมไม่มีความสุขเช่นกัน

ยิ่งรักมากก็ยิ่งห่วงมากเหลือเกิน...ถ้าวันหนึ่งไม่มีเขา ผมก็ยังคิดไม่ออกว่าจะใช้ชีวิตต่อไปได้ยังไง

"มึง...โอเคไหมวะ"เกรย์ทรุดนั่งลงข้างๆพร้อมกับยื่นบุหรี่ให้มวนหนึ่ง

"อืม"ผมตอบรับมาแล้วจุดสูบ ดูดนิโคตินเข้าปอดลึกๆแล้วปล่อยควันออกไปในอากาศ

"กูขอโทษนะเว้ย ถ้ากูไม่ชวนสมิธ..."

"ไม่ใช่ความผิดมึงทั้งหมดหรอก ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเกิดขึ้น"ผมตบไหล่เพื่อนปลอบๆ แม้ในใจจะยังหน่วงไม่หายดี

"ถึงยังไงกูก็มีส่วนผิดอยู่ดีว่ะ"

"แต่ถ้าไม่มีมึงสมิธอาจไม่..."ผมไม่พูดต่อเพราะตัวสั่นขึ้นมาด้วยความวิตก

"น้องไม่เป็นไรหรอก มันหัวแข็งจะตาย"เกรย์พูดยิ้มๆแล้วดูดบุหรี่เข้าปอดบ้าง

"กูห่วงสมิธว่ะ ตอนนี้กูไม่อยากให้สมิธคลาดสายตามาแต่นาทีเดียว"

"มึงจะตามห่วงน้องมันตลอดเวลาเหมือนเป็นเด็กไม่ได้หรอกนะเว้ย เด็กมันจะอึดอัดเปล่าๆ"

"ก็กูรักของกู"

"กูรู้ๆ แต่บางทีมึงก็ต้องปล่อยวางบ้าง"

"กูทำไม่ได้"

"มึงต้องทำ เผื่อใจไว้บ้างเถอะว่ะ ถ้าวันหนึ่งน้องไม่ได้อยู่กับมะ-"

"ไม่มีวัน!กูจะไม่ยอมปล่อยให้เขาไปจากกู"

+++++++++++++++++

"มิทตี้เป็นไงบ้าง"ผมเอ่ยถามสมิธยิ้มๆแล้วเดินเข้าไปจับมือเขา หลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากโยว่าสมิธฟื้นแล้วผมก็รีบขึ้นมาที่ห้องพักทันที

"เจ็บจมูก แล้วก็ปวดหัว"สมิธตอบทั้งหน้าตายุ่งๆด้วยหงุดหงิด แต่ถึงกระนั้นก็ดูน่ารักมากในสายตาผม

"เดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว"ผมลูบหลังมือพร้อมเอ่ยปลอบเขา

"อื้อ อดเล่นน้ำต่อเลยใช่ไหม?เพราะเดี๋ยวก็ต้องกลับกรุงเทพแล้ว"ปากอวบอิ่มสีชมพูงอนขึ้นหน่อยๆเพราะรู้สึกเสียดาย

"เอาไว้คราวหลังเราค่อยมาเที่ยวกันใหม่"

"ก็ได้"สมิธหันมายิ้มตาหยีให้ผม เล่นเอาผมอดใจไม่ไหวจนต้องก้มลงหอมแก้มและริมฝีปากเขาหนักๆให้หายหมั่นเขี้ยว

"เป็นไงไอ้น้อง ซ่าไม่ออกเลยสิ"เสียงเกรย์เอ่ยแซวสมิธขึ้นบ้าง เขาตีหน้ายุ่งใส่ไอ้หมอแล้วเอ่ยเถียงอย่างไม่ยอมแพ้

"ผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย คราวหน้ามาแข่งกันใหม่"

"ไม่ล่ะ คุณพ่อน้องจะแดกหัวพี่อยู่แล้ว"เกรย์ยกมือส่ายหัวปฏิเสธทันที

"โห่ อ่อนว่ะ"

"จ้าๆ รีบๆหายเร็วๆล่ะ"

ตกดึกคืนนั้นผมให้ลูกน้องกลับไปพัก ส่วนผมจะนอนโซฟาเฝ้าสมิธเอง

ปกติผมเป็นคนหลับยาก ยิ่งได้ยินเสียงกุกกักมาจากทางเตียงสมิธก็ยิ่งทำให้ผมประหลาดใจเมื่อพบว่ามีเงามาหยุดอยู่ข้างโซฟาที่ผมนอน

"ลุคหลับยัง?"

"ยัง"ผมกำลังจะลุกขึ้นหยิบรีโมทเปิดไฟ แต่สมิธกลับทรุเตัวลงนอนโซฟาตัวเเยวกับผมแทน

"ขอนอนด้วยนะ"เพียงแค่ประโยคเดียวของเขาก็ทำเอาใจผมอ่อนยวบ ผมจึงสอดแขนโอบรัดเขาไว้แทน

"มีอะไรรึเปล่า ทำไมอ้อนจังเลยเรา"ผมเกลี่ยแก้มเขาเบาๆพร้อมกดจูบไปที่หน้าผากมนอีกที

"ตอนนั้น...ที่จมน้ำมันเหมือนกำลังจะตายเลย"

"พี่ไม่ยอมให้มิทตี้ตายหรอก"ผมบอกเขาเสียงเข้มพร้อมกอดกระชับร่างเขามากขึ้น

"อืม...ตอนนั้นน่ะรู้ไหมว่าผมนึกถึงอะไร?"

"ไม่รู้"

"ผมนึกถึงมิเชล...แล้วก็พี่"

"..."

"ผมลืมตาขึ้นมา มีโอกาสได้เจอพี่ แต่ในขณะเดียวกันผมกลับไม่รู้ว่าแม่ผมไปอยู่ที่ไหน เป็นอยู่ยังไง"

"มิทตี้..."

"ชีวิตคนเราไม่แน่นอนเนอะลุค เราไม่รู้หรอกว่าจะจากโลกใบนี้ไปตอนไหน"

"พี่บอกแล้วไงว่ามิทตี้ต้องไม่เป็นอะไร!"ผมเผลอขึ้นเสียงกลบความกลัวในจิตใจ สมิธเพียงแค่ลูบหลังผมปลอบๆจนผมสงบสติอารมณ์ได้

"ผมรู้ๆ แต่พี่ไม่ใช่พระเจ้านะลุค พี่ปกป้องผมตลอดไปไม่ได้..."ผมอยากเถียงว่ายิ่งกว่าพระเจ้าผมก็เป็นให้ได้ถ้าเขาต้องการ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกไป

"..."

"วันเกิดผมปีนี้...ผมอยากเจอแม่ ผมขอร้องได้ไหมลุค"สมิธกอดผมแน่นพร้อมซุกหน้าลงกับอกผม ตัวเขาสั่นน้อยๆด้วยน่าสงสาร

"..."

"แค่ครั้งนี้ จะได้ไหมครับ?"น้ำเสียงสมิธฟังแล้วสั่นเครือเหมทอนกำลังจะร้องไห้ สุดท้ายก็เป็นผมเองที่ใจแข็งต่อไปไม่ไหว

"ได้ พี่จะพามิเชลมาเจอนาย"

"ขอบคุณครับ"เขาผงกหัวกดจูบที่ปลายคางผมก่อนจะซุกหน้าลงกลับอกผมแล้วค่อยๆหลับไแในที่สุด

ในขณะเดียวกันผมกลับไม่สามารถหลับตานอนได้ เพราะในใจได้แต่หวั่นวิตกถึงสิ่งที่ได้ตัดสินใจลงไป

มิเชลคือความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุดที่จะทำให้สมิธจากผมไป

ผมไม่กล้าคาดเดาว่าการที่เขาสองคนจะเจอกันในครั้งนี้ ชีวิตผมจะเป็นอย่างไรต่อไป....

+++++++++++++++++++

อาจจะมาวันเว้นวันถ้าเปรมไม่ลืม...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น