P. Chamomile

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 บรรยากาศพาไป NC (อัพตอนสุดท้าย)

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 บรรยากาศพาไป NC (อัพตอนสุดท้าย)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2561 15:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 บรรยากาศพาไป NC (อัพตอนสุดท้าย)
แบบอักษร

​เย็นวันต่อมา กฤตรินทร์มารับอารียาที่บริษัทเช่นเดิม เพื่อนในกลุ่มต่างถามกันใหญ่ว่าชายหนุ่มปริศนาที่อารียาเคยปรารภว่าเป็นโรคจิตคนนี้เป็นใคร อารียาไม่อยากบอกเรื่องส่วนตัวให้คนอื่นรับรู้มากนัก แต่ก็ทนเสียงรบเร้าไม่ไหว ได้แต่บอกไปว่าเป็นเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น และคืนนี้เพื่อนในกลุ่มได้ชวนอารียาไปบาร์อีกเช่นเดิม อารียาเลยชวนกฤตรินทร์อีกครั้ง คืนนี้กฤตรินทร์ว่างพอดี เขาจึงตบปากรับคำทันที

เสียงเพลงสากลจากนักร้องบนเวทีคลอเคล้ากับบรรยากาศหน้าหนาวที่ลมพัดโชยอ่อนระเรื่อ อารียากระชับเสื้อคลุมตัวเองให้แน่นขึ้นเพราะความหนาวเย็นที่พัดมากระทบเนื้อนวล กฤตรินทร์ลอบสังเกตมองหญิงสาวอยู่ห่างๆ

“อาย... หนาวเหรอ” เขาถาม

“อื้อ... นิดหน่อย แต่บรรยากาศตอนนี้น่ากินเบียร์มากเลย”    อารียาบอก ตอนนี้เพื่อนทุกคนของเธอไปนั่งประจำโต๊ะกันหมดแล้ว เหลืออารียากับกฤตรินทร์ที่เพิ่งตามมาติดๆ

“เอาเสื้อคลุมในรถผมไหม เผื่อจะได้อุ่นขึ้นกว่านี้”

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็อุ่นแล้ว พอกินเบียร์เดี๋ยวร่างกายก็อุ่นขึ้นเอง” เธอตอบแล้วก็ยิ้ม สำหรับกฤตรินทร์... เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของคนตรงหน้านั้นสวยตรึงใจเขาเหลือเกิน

“โอเค ถ้างั้นเราเข้าไปด้านในกันเถอะ”

อารียาและกฤตรินทร์เดินเข้ามานั่งที่โต๊ะขนาดกลางที่มีบรรดาเพื่อนๆ ของอารียานั่งกันพร้อมหน้า ทุกคนหันมามองกฤตรินทร์แล้วก็อมยิ้มแบบรู้ทัน แต่ก็ไม่อยากแซวอะไรมาก เพราะไม่อยากโดนอารียาเหวี่ยงใส่ หญิงสาวข้างกายกฤตรินทร์สั่งเบียร์มาดื่มแบบชิวๆ หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเธอตั้งปณิธานไว้เลยว่าจะไม่หักโหมอีกเด็ดขาด

“วันนี้มาสายชิวเหรอยัยอาย ปกติมาโหดตลอด” วารุณีแซว  อารียากระแอมเขินเล็กน้อย ภาพเหตุการณ์วันนั้นยังจำได้เป็นอย่างดี

“อื้อ... ช่วงนี้ร่างกายฉันอยากพักน่ะ” เธอตอบโบ้ยไปอย่างนั้น กฤตรินทร์ได้ยินคำตอบของหญิงสาว เขาหลุดหัวเราะออกมานิดหน่อย แต่พอเห็นแววตาดุๆ แกมเหวี่ยงของอารียา ทำให้เขาต้องสงบนิ่งลงทันที

“ดีแล้วแหละ พักๆ บ้าง ช่วงนี้งานเธอยิ่งเยอะๆ อยู่” กรนภาบอก พอเข้าโหมดการทำงาน ธนาภรณ์ก็ถอนหายใจขึ้นมาทันที

“เฮ้อ... พอพูดเรื่องงานแล้วก็เครียด”

“ทำไมเหรอ” วารุณีรีบถาม เพราะปกติธนาภรณ์จะเป็นคนไม่ค่อยเครียดอะไรอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องงาน หล่อนเป็นเจ้าแม่สายชิว ตลอด

“ฉันได้ยินหัวหน้าแผนกคุยกันว่าเดือนหน้าจะปลดพนักงานออกเพื่อปรับโครงสร้างองค์กรและลดต้นทุน ไม่รู้ว่าฉันจะเป็นหนึ่งในนั้นหรือเปล่า ยิ่งทำงานห่วยๆ อยู่ด้วย” ธนาภรณ์พูดจบก็ยกเบียร์ขึ้นดื่มแก้เซ็ง ทุกคนที่นั่งตรงนั้นได้ยินก็หูผึ่ง เพราะเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยรู้กันมาก่อน

“จริงดิ่... ทำไมพวกฉันไม่เห็นรู้เรื่องอะไรกันเลย” วารุณีตาโต

“พวกเธอจะไปได้ยินกันได้ยังไง พวกหัวหน้าน่ะปิดเป็นความลับสุดยอด สงสัยตั้งใจจะเซอร์ไพรส์ ไม่อยากให้หุ้นบริษัทตกล่วงหน้ามั้ง”

“อ้าว... ถ้าเป็นความลับสุดยอดแล้วเธอไปได้ยินมายังไง”      อารียาเอ่ยถาม เพราะคำพูดของธนาภรณ์มันดูย้อนแย้งพิกล

“เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ฉันไปเข้าห้องน้ำ แล้วบรรดาหัวหน้าแผนกของพวกเราเพิ่งออกมาจากห้องประชุม สงสัยไม่ทันสังเกตว่ามีคนเข้าห้องน้ำอยู่ เลยบ่นกันเรื่องนี้แหละ หัวหน้าแต่ละคนพูดเสียงสั่นเหมือนจะร้องไห้กันเลย เพราะไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนโชคร้ายคนนั้นบ้าง”

“เธอรู้ไหมว่าเขาจะปลดออกกี่ตำแหน่ง” วารุณีถามอีก          ธนาภรณ์กรอกตาขึ้นฟ้าแล้วถอนหายใจ

“120 คน”

“ห๊ะ! อะไรนะ!” ทุกคนที่นั่งโต๊ะนั้นอุทานเป็นเสียงเดียวกัน เพราะนี่ถือว่าเป็นเรื่องช็อกโลกที่สุดเท่าที่ทำงานบริษัทนี้มา ก่อนหน้านี้บริษัทสื่อดังกล่าวมีผลประกอบการดีมาตลอด

“โอ้ย! พวกเธอเบาหน่อยสิ คนอื่นเค้ามองกันหมดแล้ว”        ธนาภรณ์เตือน

“ก็พวกฉันตกใจนี่ ไม่คิดว่าบริษัทเราจะเอาพนักงานออกเยอะขนาดนั้น” กรนภายอมรับ

“ตายแล้ว อย่างนี้ฉันจะรอดไหมเนี่ย” อารียาเปรยออกมาอย่างกังวลใจ แม้ตอนนี้รายจ่ายเธอจะมีไม่มาก เพราะเธอรีบเคลียร์ค่าผ่อนรถ ผ่อนคอนโดหมดแล้วก็ตาม แต่ด้วยนิสัยที่ทำอะไรชอบวางแผนและคิดถึงอนาคตทำให้เธออดวิตกกังวลไม่ได้ ยิ่งนี้เศรษฐกิจย่ำแย่ ยิ่งต้องคิดหนัก

“โอ้ย! ยัยอาย... เค้าไม่เอาเธอออกหรอก เธอเป็นตัวทำงาน หาลูกค้าให้บริษัทมาตลอด เค้าต้องเก็บเธอไว้อยู่แล้ว พวกฉันสิน่ากลัวกว่า” วารุณีบ่นเข้าให้ อารียาส่ายหน้าระอา

“พวกเธอก็รู้ว่าเค้าเสียเงินจ้างฉันเดือนนึงตั้งเท่าไหร่ เงินเดือนฉันเดือนนึงเท่ากับพนักงานจบใหม่ 4 คนรวมกัน สู้ปลดฉันออกไปไม่ดีกว่าเหรอ ยังได้คนทำงานทิ้งไว้ตั้ง 4 คน” อารียาพูดไปตามตรง เพื่อนๆ ที่นั่งอยู่เพิ่งนึกถึงประเด็นนี้ขึ้นมาได้

“จริงด้วยว่ะ”

“เอ... ทำไมบริษัทคุณถึงจ้างคุณแพงกว่าคนอื่นล่ะ” กฤตรินทร์สงสัยก็เลยเอ่ยถาม ปกติเพื่อนในที่ทำงานมักจะไม่ค่อยเอาเรื่องเงินเดือนของแต่ละคนมาคุยกันเท่าไหร่ เพราะบางครั้งบริษัทแต่ละแห่งให้เรทเงินเดือนตำแหน่งเดียวกัน แต่ไม่เท่ากัน บางคนน้อยอกน้อยใจก็มี

“ก็ยัยอายน่ะ เก่งเรื่องภาษา พูดได้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ จีน บริษัทก็เลยต้องจ้างแพง ยังไม่นับรวมขอบเขตงานที่ยัยอายต้องดูแลอีกเยอะมากกว่าพวกเราด้วย” กรนภาเป็นคนตอบ กฤตรินทร์ถึงกับบางอ้อ

“อย่างนี้นี่เอง”

“แต่จะว่าไป บริษัทเราคงไม่ปลดเธอหรอกมั้งยัยอาย”

“ไม่แน่หรอก อย่าลืมอีกประเด็นนึงคือตอนนี้ฉันสอนงานพนักงานที่เข้ามาใหม่เป็นกันหมดทุกคนแล้ว ถ้าไม่มีฉันคนนึงพวกเค้าก็ทำงานกันได้” อารียาบอก

“เอาน่า... ฉันว่าอย่าคิดมากเลย อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อย่างน้อยถ้าเป็นเราคนใดคนหนึ่งในกลุ่ม เราก็ต้องได้เงินชดเชยตามกฎหมายให้ไปตั้งตัวก่อนหางานใหม่นั่นแหละ เอ้า... พวกเรามาชนแก้วกันดีกว่า” วารุณีตัดบท เพราะรู้สึกว่าบรรยากาศในวงเหล้ามันชักจะตึงเครียดมากเกินไป แม้ว่าอารียาจะเปลี่ยนเรื่องคุยแต่เธอก็อดกังวลในเรื่องนี้ไม่ได้ ทำให้เธอเผลอดื่มเบียร์ไปหลายแก้วจนมึนหัวไปหมด

“นี่ยัยอายจะกลับยังไง” ธนาภรณ์เอ่ยถามหลังเช็คบิลเสร็จ

“คุณรินทร์ไปส่ง”

“แหม... เดี๋ยวนี้มีหนุ่มไปรับไปส่งนะจ๊ะ” วารุณีกระซิบแซวให้ได้ยินกันเบาๆ เพราะตอนนี้พ่อหนุ่มของเพื่อนรักขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

“เพื่อนกันน่ะ” อารียาตอบไปแก้ขัด จังหวะเดียวกับตอนที่       กฤตรินทร์เดินออกมาพอดี

“คุณรินทร์ ยังไงพวกฉันต้องฝากดูแลอายด้วยนะคะ ช่วยไปส่งให้ถึงที่ อย่าปล่อยไว้กลางทางล่ะ” วารุณีหยอก กฤตรินทร์หัวเราะเบาๆ แล้วก็เหล่ตามองอารียา

“รับรองครับ ว่าเพื่อนคุณจะถึงคอนโดอย่างปลอดภัย”           กฤตรินทร์พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จนคนฟังถึงกับอมยิ้ม

“เพื่อนๆ คุณตลกดีนะครับ” กฤตรินทร์บอกกับอารียาหลังขึ้นรถมาได้สักพักหนึ่ง รถยนต์คันงามขับช้าๆ แม้ว่าถนนตอนดึกจะโล่งมากก็ตาม

“ค่ะ เพื่อนฉันเป็นพวกอารมณ์ดี”

“ผมเห็นวันนี้คุณดื่มไปเยอะ เมาหรือเปล่า” กฤตรินทร์ถามแล้วถือวิสาสะตอนอยู่กันสองต่อสองเอื้อมไปจับมือเธอมากุมไว้ อารียาใจเต้นกระตุกจากสัมผัสที่ได้รับ มือเขาหนาและอุ่นดีเหมือนกัน

“นิดหน่อยค่ะ” สิ้นคำตอบ กฤตรินทร์ก็เปิดไฟเลี้ยวไปจอดรถริมทางทันที อารียางุนงงกับการกระทำของเขาไม่น้อย

“ไหนว่าวันนี้จะกินนิดเดียวไง” เขาย้อนถาม อารียาอึกอัก

“ก็... บรรยากาศมันพาไป”

“ไหน... มาดูใกล้ๆ สิว่าเมามากหรือเปล่า” กฤตรินทร์ใช้โอกาสช่วงที่เธอกำลังงุนงงอยู่นี้ดึงร่างเธอเข้ามาหา สองมือประคองใบหน้างามที่ประดับด้วยเครื่องหน้างดงามรวมทั้งแววตาที่แสดงให้เห็นถึงความเผลอไผลและไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาทำ เพียงได้สบตาเขาก็เหมือนหลุดเข้าไปในห้องภวังค์ของเธอ

กฤตรินทร์ก้มหน้าลงไปจูบริมฝีปากอิ่มทันที แม้จะพยายามห้ามใจแต่รสรักในคืนหวามวันนั้นยังตราตรึงเขาไม่หาย อารียาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นเร็วและรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ริมฝีปากอุ่นร้อนของเขาบดคลึงเรียวปากของเธออย่างหนักหน่วง ปลายลิ้นของเขาแทรกเข้ามาในโพรงปากของเธอ เขาดูดเม้มริมฝีปากอย่างกระหาย 

 “อื้อ... อ่าส์...” 


ไรท์ขออัพนิยายตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายนะคะ ฝากติดตามเนื้อเรื่องที่เหลือผ่านอีบุ๊ค ที่ www.mebmarket.com ด้วยนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น