miyukao/mini/ชีวาพร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 53

คำค้น : บุปผาเคียงมังกร#บทที่ 53

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2561 22:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 53
แบบอักษร

บทที่ 53

องค์ชาย 7 จูชงหยวนเดินทางกลับหนานจิงด้วยม้าเร็ว  ใบหน้าหวานละมุนเฉกเช่นบัณฑิตทรงภูมิขมวดมุ่นด้วยความขุ่นข้องในใจ  ทันทีที่เข้าเขตเมืองหลวงมือหนาก็กุมแน่นคิ้วเข้มขมวดเข้มอารมณ์ขุ่นมัวเป็นทวีคูณ

“องครักษ์เฉิน  เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”

“กระหม่อมได้รับคำสั่งให้มาอารักขาองค์ชายเข้าวังพะย่ะค่ะ”

อารักขาอย่างนั้นหรือ  หึ*!!นี่มันเป็นการคุมตัวเสียมากกว่า*

องค์ชาย 7 จูชงหยวน หวั่นใจขึ้นมาเหตุการณ์ตอนนี้คล้ายมีบางอย่างไม่ปกติ  หากแต่เสด็จแม่ของเขาอยู่ในวังหลังนั่นอย่างไรเสียเขาไม่อาจหนีเอาตัวรอดได้  จึงได้แต่ยินยอมตามหัวหน้าราชองครักษ์เบื้องหน้าเข้าวัง

ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยามองค์ชาย 7 จูชงหยวนก็มาถึงกลางท้องพระโรง  ขุนนางชั้นสูงต่างยืนเป็นระเบียบซ้ายขวา เบื้องบนคือบุรุษในชุดมังกรทอง

“ถวายพระพรเสด็จพ่อ  ขอทรงพระเจริญหมื่นปี”

ฮ่องเต้จูซือจี๋    องค์ฮ่องเต้แห่งหนานจิงยกมือขึ้นอนุญาตให้บุตรชายลุกขึ้น  องค์ชาย 7 จูชงหยวน​เดินไปยืนยังเบื้องซ้ายในลำดับบนสุดของแถวที่ขุนนางยืนอยู่ หากแต่เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ด้านตรงข้ามใบหน้าอบอุ่นของเขาก็ตรึงเครียดขึ้นมาในทันที

องค์ชาย 11จูชงอวี้   เหตุใดเขามายืนอยู่ที่นี่กัน มิใช่ว่าน้องชายต่างมารดาผู้นี้ได้ตายไปแล้วหรือไร

องค์ชาย 11จูชงอวี้   ยกยิ้มละมุ่นให้พี่ชายของตนเอง เขาไม่แปลกใจกับอาการตรงหน้าของพี่ชายผู้นี้มากนักด้วยคาดการณ์เอาไว้แล้ว

​คนชะตาแข็งเช่นข้าย่อยมิตายง่ายๆ  ย่อมต้องกลับมาตอบแทนความหวังดีของท่าน พี่ชายที่รักท่านเตรียมรับไว้ให้ดีเถิด

“ชงหยวนเจ้าเดินทางมาไกลคงเหนื่อยมาก  แต่หลังจากข้าให้เจ้าพบคนผู้หนึ่งแล้วข้าจะให้เจ้าไปพักอย่างเต็มที่”

องค์ฮ่องเต้จูซือจี๋เอ่ยเสียงนิ่งราบเรียบกับบุตรชายลำดับที่7 ของตน  องค์ชาย 7 จูชงหยวนได้แต่ก้มหน้านิ่ง  ต้องมีบางอย่างผิดพลาดเป็นแน่ เพียงแต่เขายังไม่รู้ว่าเรื่องผิดพลาดนั้นคืออะไร  จนกระทั่งคนผู้หนึ่งเดินเข้ามา

“ท่านอาสุ่ย”

ชายในชุดสีขาวหม่น  ผมเผ้ายุ่งเหยิงร่างกายปรากฏร่องรอยบาดแผลมากมายจนหน้าหวาดกลัว แขนขาทั้งสี่ล้วนผิดรูปจนไม่สามารถนั่งหรือยืนได้ ได้แต่นอนบนพื้นด้วยท่าทางแปลกประหลาดราวตุ๊กตาหุ่นกระบอก เหล่าขุนนางชั้นสูงที่มีเคยเห็นภาพหน้าหวาดกลัวนี้ต่างพากันหน้าซีดตัวสั่น

“เจ้าดูรู้จักคุ้นเคยกับคนผู้นี้ดีนะ”

“เอ่อ..คือ...”

องค์ชาย 7 จูชงหยวนได้ยินประโยคที่องค์ฮ่องเต้จูซือจี๋​เอ่ยขึ้นมาก็ได้สติ นึกโมโหที่ตนเองตกใจจนขาดสติเผลอเอ่ยชื่อชายเบื้องหน้าอย่างชินปาก เวลานี้แม้อยากย้อนเวลาก็คงมิสามารถกระทำได้ มือหนาสองข้างกำเข้าหากันแน่นเหงื่อชุ่มจนเหนียวไปทั้งตัวหากแต่ใบหน้ากลับซีดเผือด แววตาที่ดูสูงส่งมาตลอดปรากฏร่องรอยหวาดหวั่นชัดเจน

“คนผู้นี้ปลอมตัวเป็นข้า”

สิ้นคำขององค์ฮ่องเต้จูซือจี๋เหล่าขุนนางต่างเบิกตากว้าง  ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขาคุกเข่าให้ชายต่ำช้าผู้นี้มันช่างหน้าโมโหนัก

“ข้าใช้เวลาอยู่ 7 วันในการพูดคุย แต่เจ้าคนชั่วนี่กลับมิยอมแม้แต่จะเอ่ยปากบอกสิ่งใด”

 พูดคุยอย่างนั้นหรือจากสภาพที่เห็นเบื้องหน้านี้ไม่ต้องให้ใครอธิบาย พวกเขาก็พอจะคาดเดาได้ว่า 7 วันที่ผ่านมาคนผู้นี้คงมิใช่เพียงนั่งจิบชาชมบุปผาสนทนาพูดคุยกับองค์ฮ่องเต้จูซือจี๋แบบธรรมดาอย่างแน่นอน  ขนแขนของเหล่าขุนนางต่างลุกชัน  องค์ฮ่องเต้จูซือจี๋ผู้รักสงบมีจิตใจอ่อนโยนแท้จริงแล้วโหดเหี้ยมเพียงใดกัน

“ตอนนี้ได้ยินเจ้าเรียกขานเขาอย่างสนิทสนมเช่นนี้ข้าย่อมเบาใจ  เช่นนั้นข้าคงต้องขอพูดคุยกับเจ้าอีกสักหน่อย”

ขอพูดคุย!!!!

คำพูดนี้ทำให้องค์ชาย 7 จูชงหยวนถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น สายตามองไปยังบุรุษที่เคยคุ้นเคยในสภาพที่ไม่เหมือนเดิมแล้วได้แต่ลำคอแห้งผาก หัวหน้าราชองครักษ์เฉินที่ยืนอยู่เบื้องหลังเขาเข้าประคองเขาในทันที

“พาเขาไป”

น้ำเสียงเด็ดขาดอย่างที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนักขององค์ฮ่องเต้จูซือจี๋ทำเอาเหล่าขุนนางต่างก้มหน้านิ่งสงบมิกล้าเอ่ยสิ่งใด  เวลานี้พวกเขาต่างกำลังคิดว่าแล้วฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนี้ใช่คนเดิมหรือไม่  หรือมีใครผู้ใดมาสวมรอยซ้อนกัน

เมิ่งอินเทียนนั่งจิบชารสดีในศาลาของวังวิหคเหินเมฆาขององค์ชาย11จูชงอวี้  ใบหน้าคมยกยิ้มอย่างอารมณ์ดี เวลานี้คาดว่าองค์ฮ่องเต้จูซือจี๋คงจัดการปัญหาภายในเรียบร้อยไปแล้ว  เช่นนั้นวันพรุ่งนี้เขาก็ควรเดินทางกลับหวงจินเสียที

หรงเอ๋อร์ที่รักข้าคิดถึงเจ้ายิ่งนัก....

“ชาที่วังข้ารสชาติสู้ที่วังท่านอ๋องได้หรือไม่”

เมิ่งอินเทียนยกยิ้มมุมปากมองสตรีใบหน้างดงามรูปร่างเย้ายวนที่ถือชากาใหม่เข้ามาแล้วถอนใจยาว

“ชารสดีแต่มิถูกใจข้า”

องค์ชาย11จูชงอวี้ ยกยิ้มกว้างยกมือไล่สาวงามออกนอกศาลาไป  เขารินชาใหม่ให้เมิ่งอินเทียนพลางเอ่ยเสียงเรียบ 

 “ก่อนหน้านี้มีคนเคยบอกข้าว่า ใต้หล้านี้ผู้เดียวที่ไม่ควรยุ่งเกี่ยวคือชินอ๋องแห่งหวงจิน”

เมิ่งอินเทียนรับชาใหม่ยกขึ้นจิบก่อนวางเสียงเบา มุมปากยกยิ้มเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจในสิ่งที่ได้ยิน

“แท้จริงท่านคือคนที่ควรคบหามากที่สุด”

“เหตุใดองค์ชายจึงคิดเช่นนั้นกัน”

องค์ชาย11จูชงอวี้ ยกยิ้มอ่อนโยนให้บุรษตรงหน้าก่อนเอ่ยเสียงเรียบอีกครั้ง  สายตายังคงจดจ้องหน้าคมนิ่ง

“เพราะการเป็นศัตรูกับท่านมิใช่ความคิดที่ดีนัก”

เมิ่งอินเทียนมิได้สนใจองค์ชายตรงหน้าอีก เวลานี้เขาเพียงอยากให้ทุกอย่างจบสิ้นแล้วเร่งเดินทางกับหวงจินเท่านั้น  องค์ชาย11จูชงอวี้​เห็นเมิ่งอินเทียนนิ่งเงียบเขาถอนหายใจยาวเอ่ยเสียงกังวล

“ท่านอ๋อง....คนของท่านที่หนานจิงยกให้ข้าได้หรือไม่”

น้ำเสียงจริงจังมิมีแววล้อเล่นเช่นครั้งแรกนั้นทำให้เมิ่งอินเทียนหันมาจดจ้องคนตรงหน้าอย่างใช้ความคิด

“เหตุการณ์ครั้งนี้ท่านเข้ามาช่วยเหลือหนานจิงได้อย่างถูกจุดและแม่นยำเกินไป  เสด็จพ่อต้องไม่ปล่อยผ่านอย่างแน่นอน”

“หึ!!เมื่อครู่เจ้ามิได้บอกว่า การเป็นศัตรูกับข้ามิใช่ความคิดที่ดีนัก​ หรือไร”

องค์ชาย 11 จูชงอวี้ ถอนหายใจยาวอีกครั้ง  ในเมื่อเมิ่งอินเทียนเอ่ยเช่นนี้  นั่นย่อมหมายความว่าเขาไม่รับข้อเสนอ เช่นนั้นเขาก็มิควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว  หากแต่ถ้าครั้งนี้เสด็จพ่อเผลอทำเรื่องลบหลู่ชินอ๋องผู้นี้  เขาเองก็อดหวาดหวั่นมิได้

“เสด็จพ่อของเจ้าฉลาดมากกว่าที่เจ้าคิด เพียงแต่ทรงไว้ใจคนผิดเท่านั้น”

สนมเย่วเป็นมารดาขององค์ชาย 7 จูชงหยวน   ครอบครัวของนางเป็นขุนนางขั้นสูงสืบทอดต่อกันมายาวนาน  ฐานอำนาจในมือมีมากจนล้นเรียกว่าสามารถปิดตาของเจ้าแผ่นดินอย่างองค์ฮ่องเต้จูซือจี๋ได้อย่างแนบเนียน  นางคงรู้ว่าองค์ฮ่องเต้จูซือจี๋นั้นวางแผนจะแต่งตั้งองค์ชาย 11 จูชงอวี้ เป็นรัชทายาท  จึงได้ทำการอุกอาจสลับตัวองค์ฮ่องเต้เช่นนี้  สนมเย่วนางวางแผนให้องค์ชาย 7 จูชงหยวน​เดินทางไปทำสงครามกับเซิ้นเจิ้ง  จากนั้นใช้ความดีความชอบในชัยชนะแต่งตั้งบุตรชายตนขึ้นเป็นรัชทายาท  แล้วจึงค่อยให้คนของตนแสร้งทำเป็นให้องค์ฮ่องเต้จูซือจี๋​ตัวปลอมเจ็บป่วยและยกบัลลังค์ให้รัชทายาท    เดิมทีเขามิอยากยุ่งกับเรื่องในบ้านของคนอื่น หากแต่เพื่อที่ทุกย่างจะจบโดยเร็วและเขาจะได้เดินทางกลับไปหาโจวอี้หรง  สุดท้ายจึงได้ยื่นมือมาช่วยเหลือ

“หมดเรื่องแล้วพรุ่งนี้ข้าคงต้องเดินทางกลับเสียที”

“ท่านอ๋อง  ท่านมิอยู่พักให้หายเหนื่อยสักหน่อยหรือ”

“มีเพียงคนเดียวที่จะทำให้ข้าหายเหนื่อยได้  และนางไม่ได้อยู่ที่นี่”

องค์ชาย 11 จูชงอวี้ พยักหน้าเข้าใจ  ในฐานะบุรุษที่มีรักแท้ให้สตรีได้เพียงนางเดียวเช่นกัน  เขาย่อมเข้าใจความห่วงหาและคิดถึงยามจากไกลได้ดี  เพียงแต่สตรีเช่นใดกันที่สามารถกุมหัวใจบุรุษผู้นี้เอาไว้ได้ 

“ในงานอภิเษกของท่านข้าขออนุญาตไปร่วมงานได้หรือไม่”

“หากเจ้าสะดวกข้าย่อมยินดี”

............................................................................................................................................................................................

นานๆแวะมาทักทาย  รีดอย่าพึ่งเบื่อกันนร้าาาา

ปล.ฟรีเหรียญ/กุญแจ  กันไปเลยช่วงนี้

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น