F.GC

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บท22 l "แล้วถ้าหาก..." [50%]

ชื่อตอน : บท22 l "แล้วถ้าหาก..." [50%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 44

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2561 21:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท22 l "แล้วถ้าหาก..." [50%]
แบบอักษร

Cr. Pic [Pinterest]

say-hi ในทวิตเตอร์ ฝากติด #พี่กันต์สายอ่อย ด้วยนะคะ



บท22 l “แล้วถ้าหาก...”



เช้าแล้ว... แสงแดดประเทศไทยบอกแบบนั้นเพราะตอนนี้พระอาทิตย์ขึ้นมาส่องแสงทักทายแล้วเรียบร้อย ทำให้คนที่นอนหลับสบายอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ต้องลืมตาตื่น เดียร์นอนบิดตัวไปมาใต้ผ้าน่วมผืนหนา ก่อนจะลืมตาขึ้นมา ดวงตากลมโตหันมองไปรอบๆ อย่างงุนงงเพราะสภาพแวดล้อมที่แปลกตา ไม่ใช่ห้องนอนของเขา...


ก่อนที่สมองจะประมวลผลออกมาอย่างช้าๆ จนนึกขึ้นได้ เมื่อคืนเขานอนไม่หลับเพราะติดต่อพี่ตัวโตไม่ได้ เลยแวะมาดูที่ห้องแต่ก็ไม่เจอ ยืนรอ ยืนลังเลอยู่หน้าห้องเขาเป็นนานสองนาน เจ้าของห้องก็กลับมา แล้วหลังจากนั้นก็เข้ามาในห้องเพื่อคุยกัน เดียร์เล่าเรื่องครอบครัวให้ฟังไปแล้ว อีกฝ่ายเองก็ยอมรับได้ และเดียร์ก็เชื่อว่ากันต์ยอมรับได้จริงๆ ไม่ใช่แค่พูดเพื่อให้เขาสบายใจหรือรู้สึกดี พอโล่ง... ทุกอย่างก็หายไปจากความคิดเลย


เขาหลับ...


แล้วนี่ก็คงเป็นห้องนอนของกันต์ จริงๆ น่ะหรือ...


พอตาสว่างมองเห็นชัดเจนก็ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่านี่คือห้องนอนของอดีตหัวหน้าพี่วินัยสุดโหดจริงๆ น่ะหรือ นี่คือห้องของเหนือเดือนจริงๆ น่ะหรือ ห้องนอนขนาดประมาณยี่สิบสี่ตารางเมตร เตียงนอนขนาดหกฟุตวางอยู่ตรงกลางหัวเตียงชิดผนัง ที่มุมหนึ่งมีโต๊ะทำงานตั้งอยู่ บนนั้นก็มีคอมพิวเตอร์วาง เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องเป็นสไตล์โมเดิร์น โทนสีของห้องเป็นแบบมินิมอลผสมผสานระหว่างสีขาว สีน้ำตาล สีดำและไม้ เรียบง่าย แต่ดูดี ก็ดูเหมาะกับเจ้าของห้องดี แต่ที่ดูไม่เหมาะเลยก็คงจะเป็นตู้โชว์ที่วางอยู่อีกมุมของห้อง ตู้นั้นก็เรียบสวย แต่สิ่งที่ตั้งอยู่ข้างในนี่สิ รวมไปถึงหลายๆ ที่ในห้องด้วย บนเตียง โต๊ะข้างหัวเตียง โต๊ะทำงาน ชั้นวางของ ทุกๆ ที่เต็มไปด้วย...

หมี!


ตุ๊กตาหมีทั้งหมีบราวน์ หมีริลัคคุมะ ตุ๊กตาหมีแบบต่างๆ แบบขมนุ่มมือ ขนเกรียน ขนกุหลาบ หลากหลายขนาดตั้งแต่ตัวเล็กๆ ที่วางอยู่บนชั้น ตัวขนาดกลางที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานและเตียงนอน ตัวใหญ่ที่วางอยู่ข้างเตียง


เสียงกุกกักดังมาจากประตูห้องนอนเรียกให้เดียร์หันไปมอง เจ้าของห้องเดินเข้ามาอีกฝ่ายคงตื่นได้สักพักแล้วเพราะอาบน้ำเปลี่ยนชุดเรียบร้อย พอเห็นน้องตัวเล็กมองมาที่เขาแบบอึ้งๆ แล้วหันไปมองรอบๆ ก่อนจะหันกลับมามองเขาอีก คนถูกมองก็ชักเขินได้แต่ยกมือเกาแก้ม ก่อนจะเดินมานั่งที่เตียง


“มองพี่แบบนั้นก็เขินนะ”


“นี่... ห้องนอนพี่เหรอ” เดียร์ถาม


“อือ... ก็ห้องพี่ไง”


“จริงๆ น่ะเหรอ” ถามเสียงสูงย้ำอีกรอบ “ไม่ใช่ห้องน้องแพรใช่ไหม”


“ก็ห้องพี่น่ะสิ ทำไมล่ะ” กันต์ชักจะเริ่มเคืองกับสายตาที่มองมาอย่างไม่อยากจะเชื่อของน้องตัวเล็ก “พี่จะชอบตุ๊กตาหมีไม่ได้หรือไง”


“พี่คลั่งไคล้ตุ๊กตาหมีขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย” ก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี พอนึกๆ ไปก็จำได้ว่าเคยเห็นตุ๊กตาหมีวางอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น เขายังเคยเอามากอดมากัดอยู่ครั้งหนึ่ง แต่หลังจากนั้นก็ไม่เห็นเลยไม่ได้นึกสนใจอะไร ใครจะคิดว่าอดีตหัวหน้าพี่วินัยจะมุ้งมิ้งชอบตุ๊กตาหมีขนาดนี้


“ก็... ชอบไง”


“จริงเหรอเนี่ย”


กันต์คว้าตุ๊กตาหมีขนนุ่มมาปาใส่น้องแบบไม่จริงจังนัก พร้อมมองน้องอย่างเคือง “ทำไม พี่จะชอบตุ๊กตาหมีไม่ได้หรือยังไงกัน”


พอเห็นพี่ตัวโตทำหน้าเคือง แทบจะมองค้อนเดียร์ก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน ทั้งตลก ทั้งรู้สึกเอ็นดูกับท่าทางของพี่ตัวโต “ขอโทษๆ ขอโทษคร้าบบ” ร้องโวยวายว่าคนพี่ขยับมาคว้าตัวแล้วกระหนำเอาแขนตุ๊กตาหมีตีไปที่ตัวของน้อง


“มันตลกมากหรือยังไง”


“ไม่ใช่ๆ ไม่ได้คิดแบบนั้นเลยพี่ ก็แค่คิดว่า... พี่น่ารักดี” เดียร์เงยหน้ายิ้มกว้างให้


ส่วนคนเคืองก็ชะงักไปก่อนจะหูแดงกับคำชมของน้อง รีบปล่อยเดียร์แล้วขยับไปนั่งดีๆ ทันที เดียร์มองท่าทางนั้นก็นึกขำแต่ไม่ได้หัวเราะออกมาอีกเพราะกลัวว่าจะโดนแขนคุณหมีตีให้อีกรอบ หยิบตุ๊กตาตัวที่กันต์ปาใส่มากอดเอาไว้ มองเจ้าของห้องไปอมยิ้มไป


“พี่มีตุ๊กตาเยอะมากเลย นี่เอามาหมดบ้านเลยเหรอ” หันไปมองรอบๆ ห้อง มั่นใจว่ามีมากกว่ายี่สิบตัวแน่นอน ส่วนมากจะเป็นแบบตัวเล็กตัวน้อยวางอยู่บนชั้นแล้วก็ในตู้โชว์ แล้วที่สำคัญ... แทบทุกตัวใส่เสื้อผ้าให้หมด


น่ารักไปอีก


“เปล่า... แค่ส่วนหนึ่ง”


เดียร์หันมามองตาโต “ส่วนหนึ่ง ที่บ้านพี่มีอีกเหรอ”


กันต์พยักหน้ารับ “ก็... มีอีกพอสมควรเหมือนกัน คุณตาคุณยายชอบซื้อมาให้ เก็บมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว”


เดียร์พยักหน้ารับ ก็คงเหมือนเป็นของสะสมอย่างหนึ่งเหมือนที่หลายๆ คนชอบสะสมโมเดลรถแข่ง สะสมของเล่นเก่า สะสมหุ่นยนต์ สะสมฟิกเกอร์ นี่ก็เป็นของสะสม สะสมตุ๊กตาหมี


“ก็เหมือนแด๊ดผม... แต่แด๊ดผมสะสมอัลบั้มรูปของมัมมี๊นะ” เดียร์นึกไปถึงห้องเก็บอัลบั้มรูปที่บ้าน ผนังสองฝั่งเต็มไปด้วยอัลบั้มรูป ในนั้นมีแต่รูปของมัมมี๊ทั้งนั้น จะหารูปลูกชายลูกสาวอย่างเขา ฮาร์ทแล้วก็เลิฟนี่แทบจะไม่มีเลย


“ก็แบบนั้นแหละ... ไปล้างหน้า แปรงฟันได้แล้ว เดี๋ยวจะได้ออกไปกินข้าวกันพี่ทำเสร็จแล้ว เกือบจะเที่ยงอยู่แล้วตอนนี้” กันต์บอก “แปรงสีฟันพี่เตรียมไว้ให้แล้วอยู่ในห้องน้ำเลย”


“จะเที่ยงแล้วเหรอเนี่ย” เดียร์ตาโต หันมองนาฬิกาตั้งโต๊ะ “พี่ตื่นนานหรือยังเนี่ย”


“เพิ่งตื่นก่อนได้ไม่นานเท่าไหร่หรอก ไปล้างหน้าเถอะ จะได้กินข้าว”


จริงอย่างที่กันต์ว่า เกือบจะเที่ยงวันแล้ว คงเพราะกว่าจะนอนก็เกือบสว่างพวกเขาเลยหลับยาวมารู้สึกตัวตื่นเอาตอนนี้ เดียร์พยักหน้ารับก่อนจะลงจากเตียงไปยังห้องน้ำ แปรงสีฟันที่มียาสีฟันบีบเอาไว้แล้ววางอยู่บนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า เดียร์ยิ้มกับสิ่งที่เห็นก่อนจะลงมือจัดการตัวเอง คว้าผ้าผืนเล็กที่แขวนอยู่ใกล้ๆ มาเช็ดหน้าเช็ดตาแล้วเดินออกจากห้องน้ำ เอาไว้กินข้าวเสร็จค่อยกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องอีกที


เดียร์ออกจากห้องน้ำมาก็ไม่เห็นกันต์อยู่ในห้องนอนแล้วคงออกไปข้างนอกแล้ว และก็จริงอย่างที่คิด อีกฝ่ายกำลังยกจานอาหารมื้อเช้าที่รวมกับมื้อเที่ยงมาวางที่โต๊ะหน้าโซฟา เดียร์เลยเดินเข้าไปช่วย เปิดตู้หยิบแก้วน้ำออกมา เปิดตู้เย็นเพื่อหยิบขวดน้ำออกมารินน้ำใส่แก้ว เขารู้หมดว่าอะไรอยู่ตรงไหน อาจจะเพราะมาบ่อย แล้วมาแต่ละครั้งก็มีเรื่องได้ใช้ครัวของกันต์เขาเลยรู้ตำแหน่งของต่างๆ ว่าเก็บเอาไว้ตรงไหน


อาหารมื้อแรกของวันนี้มีต้มจืดเต้าหู้หมูสับ ผัดผัก แล้วก็ไก่ผัดซอสสามอย่าง แต่ทุกอย่างก็อร่อยจนต้องตักเข้าปากไม่หยุด


“พี่... ผมถามอะไรหน่อยได้ไหม” เดียร์ส่งเสียงทักคนที่นั่งอยู่ข้างๆ กัน


กันต์เงยหน้าขึ้นมอง เลิกคิ้วเป็นเชิงถามพอเห็นแบบนั้นเดียร์เลยถามต่อ “ทำไมพี่ถึงชอบสะสมตุ๊กตาหมีล่ะ”


“ก็... อย่างที่บอกคุณตาคุณยายซื้อมาให้น่ะ แต่จริงๆ แล้วตุ๊กตาหมีเป็นตัวแทนของแม่” กันต์ตอบอย่างไม่ปิดบังอะไร “แม่พี่เสียไปตั้งแต่พี่อายุได้แค่ขวบเดียว ตอนวันเกิด มัมบอกว่าแม่ซื้อตุ๊กตาหมีให้เป็นของขวัญ มัมเลยมักจะให้ตุ๊กตาหมีกับพี่เพื่อให้พี่นึกถึงแม่ตลอด พอแบบนั้นทั้งพ่อ คุณตาคุณยายแล้วก็พวกอาๆ ก็เลยขยันซื้อมาให้ จนมันเยอะไปหมด แล้วพอพี่รู้ความหมายที่มัมพยายามสื่อพี่ก็เลยรักตุ๊กตาหมีน่ะ”


“ขอโทษครับที่ถาม...” เดียร์ก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิดที่ถามออกไป


“ไม่เป็นอะไร มันนานมากพี่ไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับแม่เลยด้วยซ้ำ”


“แล้ว... มัมนี่...” เดียร์ลังเลว่าควรจะถามดีไหม


“ไม่ต้องคิดมากหรอก พี่จะเล่าให้ฟัง” กันต์ยิ้ม “มัม... จริงๆ แล้วเป็นน้าของพี่เอง พี่อยู่กับน้ามาตั้งแต่แม่เสียแต่ก่อนแม่พี่เสียน้าก็คอยเลี้ยงพี่มาตลอดพี่เลยติดเรียกว่ามัม จนโตมาก็ยังเรียกมัมอยู่ดี มัมของพี่ก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน พี่ถึงไม่ได้รู้สึกรับไม่ได้เรื่องของเรา เพียงแค่มัมพี่เป็นผู้ชายที่ตั้งท้องไม่ได้น่ะ”


เดียร์ได้ฟังก็ตาโตอย่างคิดไม่ถึง ก่อนจะนึกตามที่อีกฝ่ายเล่า “อ้าว... งั้นน้าของพี่ก็... ค คบกับพ่อพี่... เหรอ”


กันต์ส่ายหน้า “พี่มีพ่อสองคน เหมือนกับที่มีแม่สองคน คือแม่ผู้ให้กำเนิดกับมัมที่เลี้ยงพี่มา ส่วนพ่อ... ก็คือพ่อผู้ให้กับเนิด กับพ่อที่เลี้ยงพี่มา ถ้าให้พูดตรงๆ คือพ่อกับแม่พี่ไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริงของพี่ มัมเป็นน้าของพี่ พ่อคินคือคนรักของมัม ส่วนพ่อแท้ๆ... ก็เสียไปเมื่อตอนพี่อยู่มัธยม ตั้งแต่เด็กๆ พี่ไม่รู้จักพ่อแท้ๆ มารู้ว่าพ่อแท้ๆ คือใครก็น่าจะช่วงอายุสี่ห้าขวบ แต่ตอนนั้นก็เด็กเกินกว่าจะเข้าใจได้ มาเข้าใจจริงๆ ก็ตอนโตกว่านั้นแล้ว”


“พี่อยู่กับมัมแล้วก็พ่อคิน หมายถึงพ่อที่เลี้ยงพี่มาน่ะ แต่ก็ติดต่อกับพ่อแท้ๆ ตลอดจนเราสนิทกัน แล้วท่านก็มาเสียไป”


“แล้วน้องสาวพี่”


“น้องแพรไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ ไม่ใช่ลูกติดของมัมหรือพ่อคิน พี่ไปเจอน้องแพรถูกทิ้งเอาไว้ตอนไปเที่ยวทะเล พี่เลยขอให้มัมกับพ่อคินทำเรื่องรับน้องแพรมาอยู่ด้วยกัน” กันต์ยิ้ม ยกมือขึ้นโยกหัวน้องตัวเล็กเบาๆ “ทำหน้าประหลาดนะเรา พี่ไม่เคยคิดว่าตัวเองขาดความรัก พี่อบอุ่นมาก ครอบครัวพี่ก็อบอุ่น พี่ไม่อายที่จะพูดกับใครๆ ว่าครอบครัวของพี่เป็นแบบไหน เพราะพี่ภูมิใจในครอบครัวของพี่ และพี่ก็รักทุกคนมาก เหมือนที่พี่ถามเราเมื่อวานไง”


“ฮื่อ...” เดียร์ส่งเสียงในลำคอพร้อมกับยิ้มออกมา


“เอาไว้ว่างๆ พี่จะพาไปแนะนำตัวกับที่บ้าน ตอนนี้กินข้าวก่อนเถอะเดี๋ยวจะปวดท้อง”


เดียร์พยักหน้าก่อนจะลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้าต่อจนอิ่มแปล้ไปหมด ได้แต่นั่งพิงโซฟาแล้วลูบพุงตัวเองเพราะไม่อยากจะขยับไปไหน


“เดี๋ยวพี่จะไปทำงานที่หอไอ้ดิวต่อ จะกลับห้องหรืออยู่ห้องพี่” กันต์ถามคนที่นั่งผึ่งพุงอยู่


“เดี๋ยวกลับห้องครับ ไปอาบน้ำ”


กันต์พยักหน้ารับก่อนจะพูดตัวเลขออกมาสี่ตัวให้น้องตัวเล็กหันมามองงงๆ “รหัสเข้าห้องพี่ไง เผื่อจะเข้ามารอพี่”


“แล้วผมจะเข้ามารอพี่ทำไมหล่ะ!” ถามกลับเสียงดัง


คนตัวสูงกว่าเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะโน้มตัวไปหา เดียร์รู้สึกว่ารอยยิ้มของกันต์ดูเจ้าเล่ห์ “ก็เผื่อกระวนกระวายใจเป็นห่วงพี่จนนอนไม่หลับอีกไง จะได้เข้ามารอพี่ที่ห้องไม่ต้องเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องพี่เหมือนเมื่อคืน”


ใบหน้าขาวแดงก่ำขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตหลุกหลิกไปมาอย่างไม่รู้จะวางสายตาไว้ตรงไหนดี แต่ต้องไม่ใช่ใบหน้าของคนตรงหน้านี้ ก่อนที่เจ้าตัวจะพึมพำเลขสี่ตัวกลับไปให้กันต์ต้องมองอย่างแปลกใจ “ก็เผื่อ... ผมไม่อยู่ห้องไง... พี่จะได้ไม่ต้องกระวนกระวายใจ”


กันต์โน้มตัวไปใกล้กว่าเดิม สองแขนยันไว้ที่ผนักโซฟาที่น้องเบียดตัวเองลงไป กักน้องตัวเล็กเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหน ตาคมจ้องน้องอย่างดุๆ “รู้ตัวไหมพูดอะไรออกมา”


“รู้...”


“รู้แล้วก็พูดเนี่ยนะ” กันต์แทบจะถลึงตาใส่เมื่อได้ยินคำตอบของน้องตัวเล็ก “พูดแบบนี้ออกมาเป็นการอ่อยกันชัดๆ เลยนะ รู้ใช่ไหม แล้วถ้าหากเจอคนไม่ดีเขาทำอะไรขึ้นมาจะทำยังไง”


“แต่ผมก็ไม่ได้บอกใครพร่ำเพรื่อเสียหน่อย” เดียร์พูดทันทีที่กันต์เอ่ยจบประโยค “ผมก็บอกแค่พี่นี่แหละ...”


“นี่ไม่ได้แกล้งพี่เล่นใช่ไหม มาอ่อยกันแบบนี้เนี่ยนะ ทำไมเป็นเด็กขี้อ่อยแบบนี้”


“ก็ทีพี่ยังชอบอ่อยผมเลย อ่อยมาอ่อยกลับไม่โกงอ่ะรู้จักไหม แถมพี่ยังอ่อยผมตั้งไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ไหนจะเมื่อกี้อีก” เดียร์จ้องตากลับมาอย่างไม่ยอมแพ้ เรื่องอะไรที่เขาจะต้องโดนว่าอยู่คนเดียวด้วย ก็ในเมื่ออีกฝ่ายน่ะ... ขี้อ่อยกว่าเขาอีก “พี่มาบอกรหัสเข้าห้องกับผม พี่ก็กำลังอ่อยผมเหมือนกันนั่นแหละ ถ้าหากเป็นคนอื่นเขาก็เข้ามาปล้ำพี่ไปแล้วมั้ง”


“เราก็อ่อยเหมือนกันนั่นแหละ มาบอกรหัสเข้าห้องแบบนี้ได้ไง ไม่ต้องคนอื่นหรอกเกิดพี่หน้ามืดตามัวเข้าไปปล้ำเราขึ้นมาทำยังไง” กันต์เองก็เถียงกลับไปเหมือนกัน “แล้วที่พูดนี่คิดจะเข้ามาปล้ำพี่ใช่ไหม”


“บ้า!!” เดียร์ว่าเข้าให้ หน้าตาแดงก่ำไปหมดด้วยความเขินอาย “ใครเขาจะมาปล้ำพี่กัน บ้าที่สุด มั่วๆ มั่ว”


กันต์หัวเราะขำกับการเถียงของน้องตัวเล็ก เจ้าตัวถลึงตาใส่เขาเหมือนจะขู่ให้กลัว แต่มันไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด น่ารักมากกว่าน่ะสิ


“เฮ้ย!” เดียร์ตาโตตกใจ ยกมือปิดแก้มตัวเองทันทีหลังจากที่อีกฝ่ายก้มมาขโมยหอมแก้มกันแบบหน้าตาเฉย “ท ทำอะไรของพี่เนี่ย”


“หอมแก้มไง” ยักคิ้วใส่ก่อนจะเอียงแก้มให้ “อ่อยมาอ่อยกลับไม่โกงไม่ใช่เหรอ แล้วถ้าหอมมาจะหอมกลับไหม”


เดียร์เม้มปากพลางมองคนตรงหน้า นึกอยากจะเอาเล็บข่วนหน้านั้นสักทีข้อหาทำตัวน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด แล้วบอกเลย... อย่ามาท้าคนอย่างเมธาวิน บริสตัน


คนอย่างเมธาวิน บริสตัน พูดจริงทำจริงอยู่แล้ว


กันต์ยังคงเอียงแก้มให้ ยักคิ้วข้างเดียวเหมือนต้องการแกล้งยั่วให้น้องตัวเล็กหงุดหงิดเล่น ทำแก้มหน้าที่เอียงหาป่องยกนิ้วชี้ที่แก้มตัวเองเหมือนต้องการท้าทาย


“อ่อยมาอ่อยกลับไม่โกง... แล้วถ้าหอมมาก็หอมกลับเหมือนกันนั่นแหละ ไม่โกง” พูดจบก็ยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาหนึ่งฟอดแล้วก็รีบดันกันต์ออกห่างจากตัวเอง


คนที่ท้าทายเขาก็ตะลึงไปชั่วขณะเพราะไม่คิดว่าเดียร์จะหอมแก้มเขาจริงๆ ตั้งใจว่าจะแกล้งอีกนิดเดียวก็จะเลิกแกล้ง ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายจะยื่นหน้ามาหอมแก้มเขาแล้ววิ่งหนีไปแบบนี้


ยกมือแตะแก้มข้างที่โดนหอมไปก่อนจะหัวเราะออกมา ไม่ต้องไปส่องกระจกที่ไหนก็รับรู้ได้ว่าหน้าของเขาจะต้องแดงอยู่แน่นอน


“เด็กแสบ... แสบนักนะเจ้าอุ๋งเอ้ย” ส่ายหน้ากับการกระทำที่แสนจะก๋ากั่นของน้องตัวเล็ก แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าของกันต์ก็ยังประดับไปด้วยรอยยิ้ม และผิวแก้มที่เป็นสีแดงระเรื่อ


ไม่ต่างจากน้องตัวเล็กที่ตอนนี้กลายเป็นเด็กแสบของพี่ตัวโตที่หน้าแดงก่ำไม่แพ้กัน พอวิ่งกลับเข้าห้องตัวเองได้ก็รีบตรงไปยังห้องนอน ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วซุกหน้ากับหมอนทันที หัวใจของเขายังคงทำงานหนักด้วยการเต้นแรงเหมือนกับรัวกลองชุด หน้าก็รู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด มันต้องแดงมากแน่ๆ


นึกอยากตีตัวเองที่กล้าหาญไปหอมแก้มเขาแบบนั้น แต่นั่นก็เป็นความผิดของกันต์ด้วยส่วนหนึ่งที่มาท้าทายเขา ก็บอกแล้วว่าอย่ามาท้าทายเขา


อ่อยมาอ่อยกลับไม่โกงไง... ก็ถ้ามาหอมกันก็หอมกลับไง... ไม่โกงอยู่แล้ว







************************************************

อ่อยมาอ่อยกลับไม่โกงจ้าาาาาา หอมมาก็หอมกลับไม่โกงเหมือนกันนะจ๊ะ โอ๊ย! ยัยนุ้ง! ถ้าพี่ฮาร์ท แด๊ดรู้นะว่าเราเที่ยวไปหอมแก้มผู้ชายแบบนี้บ้านแตกแน่นอนจ้า แต่ไม่เป็นไรนะ เราไม่บอก คนอ่านไม่บอก พี่กันต์ไม่บอก ไม่มีใครรู้แน่นอน เพราะฉะนั้นหอมได้ ฮี่ๆๆ

เป็นไงล่ะพิกันอึ้งไปเลย ท้าใครท้าได้ แต่อย่ามาท้า เมธาวิน บริสตัน นะเออ คนนี้พูดจริงทำจริงนะจ๊ะ อิอิ แล้วเจอกันตอนหน้านะคะ ^^

ปอลอ. ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกความคิดเห็นนะคะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายของฟางจ้า ขอบคุณนะคะ

ปล. เหตุการณ์รับน้อง การเรียนการสอน รวมไปถึงข้อมูลบางส่วนที่ใส่ในนิยาย บางส่วนฟางเอามาจากชีวิตจริงที่ฟางได้เจอมาตอนเรียน บางส่วนฟางแต่งเติมเสริมขึ้นมาเอง และได้รับการอนุญาตจากทาง รศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้เผยแพร่แล้วค่ะ

เจอคำผิด บอกได้ค่า

ไม่อยากจะขออะไรมาก แต่ขออย่างเดียวอ่านแล้วเมนต์หน่อยน้า ไม่งั้นพี่กันต์น้อยใจแย่เลย รักพี่กันต์เมนต์ รักน้องเดียร์เมนต์ รักคนแต่งเมนต์ ไม่รักกันก็เมนต์ค่า

สำหรับเฟสบุ๊คค่ะ https://www.facebook.com/fgc32yaoi

สำหรับทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/Fangiily_GC

เข้าไปพูดคุย สอบถาม ทวงหานิยายกันได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคน ทุกข้อสงสัย(ที่ตอบได้จ้า)

รัก #พี่กันต์สายอ่อย กันเยอะๆ นะคะ กดเฟบ กดเมนต์ กดโหวด กดแชร์ แล้วแต่สะดวกเลยน๊า คนละนิดคนละหน่อยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ ขอบคุณค่ะ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น