F.GC

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บท22 l "แล้วถ้าหาก..."

ชื่อตอน : บท22 l "แล้วถ้าหาก..."

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14k

ความคิดเห็น : 108

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2561 21:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท22 l "แล้วถ้าหาก..."
แบบอักษร

Cr. Pic [Pinterest]

say-hi ในทวิตเตอร์ ฝากติด #พี่กันต์สายอ่อย ด้วยนะคะ



บท22 l “แล้วถ้าหาก...”



เช้าแล้ว... แสงแดดประเทศไทยบอกแบบนั้นเพราะตอนนี้พระอาทิตย์ขึ้นมาส่องแสงทักทายแล้วเรียบร้อย ทำให้คนที่นอนหลับสบายอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ต้องลืมตาตื่น เดียร์นอนบิดตัวไปมาใต้ผ้าน่วมผืนหนา ก่อนจะลืมตาขึ้นมา ดวงตากลมโตหันมองไปรอบๆ อย่างงุนงงเพราะสภาพแวดล้อมที่แปลกตา ไม่ใช่ห้องนอนของเขา...


ก่อนที่สมองจะประมวลผลออกมาอย่างช้าๆ จนนึกขึ้นได้ เมื่อคืนเขานอนไม่หลับเพราะติดต่อพี่ตัวโตไม่ได้ เลยแวะมาดูที่ห้องแต่ก็ไม่เจอ ยืนรอ ยืนลังเลอยู่หน้าห้องเขาเป็นนานสองนาน เจ้าของห้องก็กลับมา แล้วหลังจากนั้นก็เข้ามาในห้องเพื่อคุยกัน เดียร์เล่าเรื่องครอบครัวให้ฟังไปแล้ว อีกฝ่ายเองก็ยอมรับได้ และเดียร์ก็เชื่อว่ากันต์ยอมรับได้จริงๆ ไม่ใช่แค่พูดเพื่อให้เขาสบายใจหรือรู้สึกดี พอโล่ง... ทุกอย่างก็หายไปจากความคิดเลย


เขาหลับ...


แล้วนี่ก็คงเป็นห้องนอนของกันต์ จริงๆ น่ะหรือ...


พอตาสว่างมองเห็นชัดเจนก็ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่านี่คือห้องนอนของอดีตหัวหน้าพี่วินัยสุดโหดจริงๆ น่ะหรือ นี่คือห้องของเหนือเดือนจริงๆ น่ะหรือ ห้องนอนขนาดประมาณยี่สิบสี่ตารางเมตร เตียงนอนขนาดหกฟุตวางอยู่ตรงกลางหัวเตียงชิดผนัง ที่มุมหนึ่งมีโต๊ะทำงานตั้งอยู่ บนนั้นก็มีคอมพิวเตอร์วาง เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องเป็นสไตล์โมเดิร์น โทนสีของห้องเป็นแบบมินิมอลผสมผสานระหว่างสีขาว สีน้ำตาล สีดำและไม้ เรียบง่าย แต่ดูดี ก็ดูเหมาะกับเจ้าของห้องดี แต่ที่ดูไม่เหมาะเลยก็คงจะเป็นตู้โชว์ที่วางอยู่อีกมุมของห้อง ตู้นั้นก็เรียบสวย แต่สิ่งที่ตั้งอยู่ข้างในนี่สิ รวมไปถึงหลายๆ ที่ในห้องด้วย บนเตียง โต๊ะข้างหัวเตียง โต๊ะทำงาน ชั้นวางของ ทุกๆ ที่เต็มไปด้วย...

หมี!


ตุ๊กตาหมีทั้งหมีบราวน์ หมีริลัคคุมะ ตุ๊กตาหมีแบบต่างๆ แบบขมนุ่มมือ ขนเกรียน ขนกุหลาบ หลากหลายขนาดตั้งแต่ตัวเล็กๆ ที่วางอยู่บนชั้น ตัวขนาดกลางที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานและเตียงนอน ตัวใหญ่ที่วางอยู่ข้างเตียง


เสียงกุกกักดังมาจากประตูห้องนอนเรียกให้เดียร์หันไปมอง เจ้าของห้องเดินเข้ามาอีกฝ่ายคงตื่นได้สักพักแล้วเพราะอาบน้ำเปลี่ยนชุดเรียบร้อย พอเห็นน้องตัวเล็กมองมาที่เขาแบบอึ้งๆ แล้วหันไปมองรอบๆ ก่อนจะหันกลับมามองเขาอีก คนถูกมองก็ชักเขินได้แต่ยกมือเกาแก้ม ก่อนจะเดินมานั่งที่เตียง


“มองพี่แบบนั้นก็เขินนะ”


“นี่... ห้องนอนพี่เหรอ” เดียร์ถาม


“อือ... ก็ห้องพี่ไง”


“จริงๆ น่ะเหรอ” ถามเสียงสูงย้ำอีกรอบ “ไม่ใช่ห้องน้องแพรใช่ไหม”


“ก็ห้องพี่น่ะสิ ทำไมล่ะ” กันต์ชักจะเริ่มเคืองกับสายตาที่มองมาอย่างไม่อยากจะเชื่อของน้องตัวเล็ก “พี่จะชอบตุ๊กตาหมีไม่ได้หรือไง”


“พี่คลั่งไคล้ตุ๊กตาหมีขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย” ก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี พอนึกๆ ไปก็จำได้ว่าเคยเห็นตุ๊กตาหมีวางอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น เขายังเคยเอามากอดมากัดอยู่ครั้งหนึ่ง แต่หลังจากนั้นก็ไม่เห็นเลยไม่ได้นึกสนใจอะไร ใครจะคิดว่าอดีตหัวหน้าพี่วินัยจะมุ้งมิ้งชอบตุ๊กตาหมีขนาดนี้


“ก็... ชอบไง”


“จริงเหรอเนี่ย”


กันต์คว้าตุ๊กตาหมีขนนุ่มมาปาใส่น้องแบบไม่จริงจังนัก พร้อมมองน้องอย่างเคือง “ทำไม พี่จะชอบตุ๊กตาหมีไม่ได้หรือยังไงกัน”


พอเห็นพี่ตัวโตทำหน้าเคือง แทบจะมองค้อนเดียร์ก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน ทั้งตลก ทั้งรู้สึกเอ็นดูกับท่าทางของพี่ตัวโต “ขอโทษๆ ขอโทษคร้าบบ” ร้องโวยวายว่าคนพี่ขยับมาคว้าตัวแล้วกระหนำเอาแขนตุ๊กตาหมีตีไปที่ตัวของน้อง


“มันตลกมากหรือยังไง”


“ไม่ใช่ๆ ไม่ได้คิดแบบนั้นเลยพี่ ก็แค่คิดว่า... พี่น่ารักดี” เดียร์เงยหน้ายิ้มกว้างให้


ส่วนคนเคืองก็ชะงักไปก่อนจะหูแดงกับคำชมของน้อง รีบปล่อยเดียร์แล้วขยับไปนั่งดีๆ ทันที เดียร์มองท่าทางนั้นก็นึกขำแต่ไม่ได้หัวเราะออกมาอีกเพราะกลัวว่าจะโดนแขนคุณหมีตีให้อีกรอบ หยิบตุ๊กตาตัวที่กันต์ปาใส่มากอดเอาไว้ มองเจ้าของห้องไปอมยิ้มไป


“พี่มีตุ๊กตาเยอะมากเลย นี่เอามาหมดบ้านเลยเหรอ” หันไปมองรอบๆ ห้อง มั่นใจว่ามีมากกว่ายี่สิบตัวแน่นอน ส่วนมากจะเป็นแบบตัวเล็กตัวน้อยวางอยู่บนชั้นแล้วก็ในตู้โชว์ แล้วที่สำคัญ... แทบทุกตัวใส่เสื้อผ้าให้หมด


น่ารักไปอีก


“เปล่า... แค่ส่วนหนึ่ง”


เดียร์หันมามองตาโต “ส่วนหนึ่ง ที่บ้านพี่มีอีกเหรอ”


กันต์พยักหน้ารับ “ก็... มีอีกพอสมควรเหมือนกัน คุณตาคุณยายชอบซื้อมาให้ เก็บมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว”


เดียร์พยักหน้ารับ ก็คงเหมือนเป็นของสะสมอย่างหนึ่งเหมือนที่หลายๆ คนชอบสะสมโมเดลรถแข่ง สะสมของเล่นเก่า สะสมหุ่นยนต์ สะสมฟิกเกอร์ นี่ก็เป็นของสะสม สะสมตุ๊กตาหมี


“ก็เหมือนแด๊ดผม... แต่แด๊ดผมสะสมอัลบั้มรูปของมัมมี๊นะ” เดียร์นึกไปถึงห้องเก็บอัลบั้มรูปที่บ้าน ผนังสองฝั่งเต็มไปด้วยอัลบั้มรูป ในนั้นมีแต่รูปของมัมมี๊ทั้งนั้น จะหารูปลูกชายลูกสาวอย่างเขา ฮาร์ทแล้วก็เลิฟนี่แทบจะไม่มีเลย


“ก็แบบนั้นแหละ... ไปล้างหน้า แปรงฟันได้แล้ว เดี๋ยวจะได้ออกไปกินข้าวกันพี่ทำเสร็จแล้ว เกือบจะเที่ยงอยู่แล้วตอนนี้” กันต์บอก “แปรงสีฟันพี่เตรียมไว้ให้แล้วอยู่ในห้องน้ำเลย”


“จะเที่ยงแล้วเหรอเนี่ย” เดียร์ตาโต หันมองนาฬิกาตั้งโต๊ะ “พี่ตื่นนานหรือยังเนี่ย”


“เพิ่งตื่นก่อนได้ไม่นานเท่าไหร่หรอก ไปล้างหน้าเถอะ จะได้กินข้าว”


จริงอย่างที่กันต์ว่า เกือบจะเที่ยงวันแล้ว คงเพราะกว่าจะนอนก็เกือบสว่างพวกเขาเลยหลับยาวมารู้สึกตัวตื่นเอาตอนนี้ เดียร์พยักหน้ารับก่อนจะลงจากเตียงไปยังห้องน้ำ แปรงสีฟันที่มียาสีฟันบีบเอาไว้แล้ววางอยู่บนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า เดียร์ยิ้มกับสิ่งที่เห็นก่อนจะลงมือจัดการตัวเอง คว้าผ้าผืนเล็กที่แขวนอยู่ใกล้ๆ มาเช็ดหน้าเช็ดตาแล้วเดินออกจากห้องน้ำ เอาไว้กินข้าวเสร็จค่อยกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องอีกที


เดียร์ออกจากห้องน้ำมาก็ไม่เห็นกันต์อยู่ในห้องนอนแล้วคงออกไปข้างนอกแล้ว และก็จริงอย่างที่คิด อีกฝ่ายกำลังยกจานอาหารมื้อเช้าที่รวมกับมื้อเที่ยงมาวางที่โต๊ะหน้าโซฟา เดียร์เลยเดินเข้าไปช่วย เปิดตู้หยิบแก้วน้ำออกมา เปิดตู้เย็นเพื่อหยิบขวดน้ำออกมารินน้ำใส่แก้ว เขารู้หมดว่าอะไรอยู่ตรงไหน อาจจะเพราะมาบ่อย แล้วมาแต่ละครั้งก็มีเรื่องได้ใช้ครัวของกันต์เขาเลยรู้ตำแหน่งของต่างๆ ว่าเก็บเอาไว้ตรงไหน


อาหารมื้อแรกของวันนี้มีต้มจืดเต้าหู้หมูสับ ผัดผัก แล้วก็ไก่ผัดซอสสามอย่าง แต่ทุกอย่างก็อร่อยจนต้องตักเข้าปากไม่หยุด


“พี่... ผมถามอะไรหน่อยได้ไหม” เดียร์ส่งเสียงทักคนที่นั่งอยู่ข้างๆ กัน


กันต์เงยหน้าขึ้นมอง เลิกคิ้วเป็นเชิงถามพอเห็นแบบนั้นเดียร์เลยถามต่อ “ทำไมพี่ถึงชอบสะสมตุ๊กตาหมีล่ะ”


“ก็... อย่างที่บอกคุณตาคุณยายซื้อมาให้น่ะ แต่จริงๆ แล้วตุ๊กตาหมีเป็นตัวแทนของแม่” กันต์ตอบอย่างไม่ปิดบังอะไร “แม่พี่เสียไปตั้งแต่พี่อายุได้แค่ขวบเดียว ตอนวันเกิด มัมบอกว่าแม่ซื้อตุ๊กตาหมีให้เป็นของขวัญ มัมเลยมักจะให้ตุ๊กตาหมีกับพี่เพื่อให้พี่นึกถึงแม่ตลอด พอแบบนั้นทั้งพ่อ คุณตาคุณยายแล้วก็พวกอาๆ ก็เลยขยันซื้อมาให้ จนมันเยอะไปหมด แล้วพอพี่รู้ความหมายที่มัมพยายามสื่อพี่ก็เลยรักตุ๊กตาหมีน่ะ”


“ขอโทษครับที่ถาม...” เดียร์ก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิดที่ถามออกไป


“ไม่เป็นอะไร มันนานมากพี่ไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับแม่เลยด้วยซ้ำ”


“แล้ว... มัมนี่...” เดียร์ลังเลว่าควรจะถามดีไหม


“ไม่ต้องคิดมากหรอก พี่จะเล่าให้ฟัง” กันต์ยิ้ม “มัม... จริงๆ แล้วเป็นน้าของพี่เอง พี่อยู่กับน้ามาตั้งแต่แม่เสียแต่ก่อนแม่พี่เสียน้าก็คอยเลี้ยงพี่มาตลอดพี่เลยติดเรียกว่ามัม จนโตมาก็ยังเรียกมัมอยู่ดี มัมของพี่ก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน พี่ถึงไม่ได้รู้สึกรับไม่ได้เรื่องของเรา เพียงแค่มัมพี่เป็นผู้ชายที่ตั้งท้องไม่ได้น่ะ”


เดียร์ได้ฟังก็ตาโตอย่างคิดไม่ถึง ก่อนจะนึกตามที่อีกฝ่ายเล่า “อ้าว... งั้นน้าของพี่ก็... ค คบกับพ่อพี่... เหรอ”


กันต์ส่ายหน้า “พี่มีพ่อสองคน เหมือนกับที่มีแม่สองคน คือแม่ผู้ให้กำเนิดกับมัมที่เลี้ยงพี่มา ส่วนพ่อ... ก็คือพ่อผู้ให้กับเนิด กับพ่อที่เลี้ยงพี่มา ถ้าให้พูดตรงๆ คือพ่อกับแม่พี่ไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริงของพี่ มัมเป็นน้าของพี่ พ่อคินคือคนรักของมัม ส่วนพ่อแท้ๆ... ก็เสียไปเมื่อตอนพี่อยู่มัธยม ตั้งแต่เด็กๆ พี่ไม่รู้จักพ่อแท้ๆ มารู้ว่าพ่อแท้ๆ คือใครก็น่าจะช่วงอายุสี่ห้าขวบ แต่ตอนนั้นก็เด็กเกินกว่าจะเข้าใจได้ มาเข้าใจจริงๆ ก็ตอนโตกว่านั้นแล้ว”


“พี่อยู่กับมัมแล้วก็พ่อคิน หมายถึงพ่อที่เลี้ยงพี่มาน่ะ แต่ก็ติดต่อกับพ่อแท้ๆ ตลอดจนเราสนิทกัน แล้วท่านก็มาเสียไป”


“แล้วน้องสาวพี่”


“น้องแพรไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ ไม่ใช่ลูกติดของมัมหรือพ่อคิน พี่ไปเจอน้องแพรถูกทิ้งเอาไว้ตอนไปเที่ยวทะเล พี่เลยขอให้มัมกับพ่อคินทำเรื่องรับน้องแพรมาอยู่ด้วยกัน” กันต์ยิ้ม ยกมือขึ้นโยกหัวน้องตัวเล็กเบาๆ “ทำหน้าประหลาดนะเรา พี่ไม่เคยคิดว่าตัวเองขาดความรัก พี่อบอุ่นมาก ครอบครัวพี่ก็อบอุ่น พี่ไม่อายที่จะพูดกับใครๆ ว่าครอบครัวของพี่เป็นแบบไหน เพราะพี่ภูมิใจในครอบครัวของพี่ และพี่ก็รักทุกคนมาก เหมือนที่พี่ถามเราเมื่อวานไง”


“ฮื่อ...” เดียร์ส่งเสียงในลำคอพร้อมกับยิ้มออกมา


“เอาไว้ว่างๆ พี่จะพาไปแนะนำตัวกับที่บ้าน ตอนนี้กินข้าวก่อนเถอะเดี๋ยวจะปวดท้อง”


เดียร์พยักหน้าก่อนจะลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้าต่อจนอิ่มแปล้ไปหมด ได้แต่นั่งพิงโซฟาแล้วลูบพุงตัวเองเพราะไม่อยากจะขยับไปไหน


“เดี๋ยวพี่จะไปทำงานที่หอไอ้ดิวต่อ จะกลับห้องหรืออยู่ห้องพี่” กันต์ถามคนที่นั่งผึ่งพุงอยู่


“เดี๋ยวกลับห้องครับ ไปอาบน้ำ”


กันต์พยักหน้ารับก่อนจะพูดตัวเลขออกมาสี่ตัวให้น้องตัวเล็กหันมามองงงๆ “รหัสเข้าห้องพี่ไง เผื่อจะเข้ามารอพี่”


“แล้วผมจะเข้ามารอพี่ทำไมหล่ะ!” ถามกลับเสียงดัง


คนตัวสูงกว่าเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะโน้มตัวไปหา เดียร์รู้สึกว่ารอยยิ้มของกันต์ดูเจ้าเล่ห์ “ก็เผื่อกระวนกระวายใจเป็นห่วงพี่จนนอนไม่หลับอีกไง จะได้เข้ามารอพี่ที่ห้องไม่ต้องเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องพี่เหมือนเมื่อคืน”


ใบหน้าขาวแดงก่ำขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตหลุกหลิกไปมาอย่างไม่รู้จะวางสายตาไว้ตรงไหนดี แต่ต้องไม่ใช่ใบหน้าของคนตรงหน้านี้ ก่อนที่เจ้าตัวจะพึมพำเลขสี่ตัวกลับไปให้กันต์ต้องมองอย่างแปลกใจ “ก็เผื่อ... ผมไม่อยู่ห้องไง... พี่จะได้ไม่ต้องกระวนกระวายใจ”


กันต์โน้มตัวไปใกล้กว่าเดิม สองแขนยันไว้ที่ผนักโซฟาที่น้องเบียดตัวเองลงไป กักน้องตัวเล็กเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหน ตาคมจ้องน้องอย่างดุๆ “รู้ตัวไหมพูดอะไรออกมา”


“รู้...”


“รู้แล้วก็พูดเนี่ยนะ” กันต์แทบจะถลึงตาใส่เมื่อได้ยินคำตอบของน้องตัวเล็ก “พูดแบบนี้ออกมาเป็นการอ่อยกันชัดๆ เลยนะ รู้ใช่ไหม แล้วถ้าหากเจอคนไม่ดีเขาทำอะไรขึ้นมาจะทำยังไง”


“แต่ผมก็ไม่ได้บอกใครพร่ำเพรื่อเสียหน่อย” เดียร์พูดทันทีที่กันต์เอ่ยจบประโยค “ผมก็บอกแค่พี่นี่แหละ...”


“นี่ไม่ได้แกล้งพี่เล่นใช่ไหม มาอ่อยกันแบบนี้เนี่ยนะ ทำไมเป็นเด็กขี้อ่อยแบบนี้”


“ก็ทีพี่ยังชอบอ่อยผมเลย อ่อยมาอ่อยกลับไม่โกงอ่ะรู้จักไหม แถมพี่ยังอ่อยผมตั้งไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ไหนจะเมื่อกี้อีก” เดียร์จ้องตากลับมาอย่างไม่ยอมแพ้ เรื่องอะไรที่เขาจะต้องโดนว่าอยู่คนเดียวด้วย ก็ในเมื่ออีกฝ่ายน่ะ... ขี้อ่อยกว่าเขาอีก “พี่มาบอกรหัสเข้าห้องกับผม พี่ก็กำลังอ่อยผมเหมือนกันนั่นแหละ ถ้าหากเป็นคนอื่นเขาก็เข้ามาปล้ำพี่ไปแล้วมั้ง”


“เราก็อ่อยเหมือนกันนั่นแหละ มาบอกรหัสเข้าห้องแบบนี้ได้ไง ไม่ต้องคนอื่นหรอกเกิดพี่หน้ามืดตามัวเข้าไปปล้ำเราขึ้นมาทำยังไง” กันต์เองก็เถียงกลับไปเหมือนกัน “แล้วที่พูดนี่คิดจะเข้ามาปล้ำพี่ใช่ไหม”


“บ้า!!” เดียร์ว่าเข้าให้ หน้าตาแดงก่ำไปหมดด้วยความเขินอาย “ใครเขาจะมาปล้ำพี่กัน บ้าที่สุด มั่วๆ มั่ว”


กันต์หัวเราะขำกับการเถียงของน้องตัวเล็ก เจ้าตัวถลึงตาใส่เขาเหมือนจะขู่ให้กลัว แต่มันไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด น่ารักมากกว่าน่ะสิ


“เฮ้ย!” เดียร์ตาโตตกใจ ยกมือปิดแก้มตัวเองทันทีหลังจากที่อีกฝ่ายก้มมาขโมยหอมแก้มกันแบบหน้าตาเฉย “ท ทำอะไรของพี่เนี่ย”


“หอมแก้มไง” ยักคิ้วใส่ก่อนจะเอียงแก้มให้ “อ่อยมาอ่อยกลับไม่โกงไม่ใช่เหรอ แล้วถ้าหอมมาจะหอมกลับไหม”


เดียร์เม้มปากพลางมองคนตรงหน้า นึกอยากจะเอาเล็บข่วนหน้านั้นสักทีข้อหาทำตัวน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด แล้วบอกเลย... อย่ามาท้าคนอย่างเมธาวิน บริสตัน


คนอย่างเมธาวิน บริสตัน พูดจริงทำจริงอยู่แล้ว


กันต์ยังคงเอียงแก้มให้ ยักคิ้วข้างเดียวเหมือนต้องการแกล้งยั่วให้น้องตัวเล็กหงุดหงิดเล่น ทำแก้มหน้าที่เอียงหาป่องยกนิ้วชี้ที่แก้มตัวเองเหมือนต้องการท้าทาย


“อ่อยมาอ่อยกลับไม่โกง... แล้วถ้าหอมมาก็หอมกลับเหมือนกันนั่นแหละ ไม่โกง” พูดจบก็ยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาหนึ่งฟอดแล้วก็รีบดันกันต์ออกห่างจากตัวเอง


คนที่ท้าทายเขาก็ตะลึงไปชั่วขณะเพราะไม่คิดว่าเดียร์จะหอมแก้มเขาจริงๆ ตั้งใจว่าจะแกล้งอีกนิดเดียวก็จะเลิกแกล้ง ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายจะยื่นหน้ามาหอมแก้มเขาแล้ววิ่งหนีไปแบบนี้


ยกมือแตะแก้มข้างที่โดนหอมไปก่อนจะหัวเราะออกมา ไม่ต้องไปส่องกระจกที่ไหนก็รับรู้ได้ว่าหน้าของเขาจะต้องแดงอยู่แน่นอน


“เด็กแสบ... แสบนักนะเจ้าอุ๋งเอ้ย” ส่ายหน้ากับการกระทำที่แสนจะก๋ากั่นของน้องตัวเล็ก แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าของกันต์ก็ยังประดับไปด้วยรอยยิ้ม และผิวแก้มที่เป็นสีแดงระเรื่อ


ไม่ต่างจากน้องตัวเล็กที่ตอนนี้กลายเป็นเด็กแสบของพี่ตัวโตที่หน้าแดงก่ำไม่แพ้กัน พอวิ่งกลับเข้าห้องตัวเองได้ก็รีบตรงไปยังห้องนอน ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วซุกหน้ากับหมอนทันที หัวใจของเขายังคงทำงานหนักด้วยการเต้นแรงเหมือนกับรัวกลองชุด หน้าก็รู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด มันต้องแดงมากแน่ๆ


นึกอยากตีตัวเองที่กล้าหาญไปหอมแก้มเขาแบบนั้น แต่นั่นก็เป็นความผิดของกันต์ด้วยส่วนหนึ่งที่มาท้าทายเขา ก็บอกแล้วว่าอย่ามาท้าทายเขา


อ่อยมาอ่อยกลับไม่โกงไง... ก็ถ้ามาหอมกันก็หอมกลับไง... ไม่โกงอยู่แล้ว







* * * ต่อค่ะ 100% * * *






งานตัดโมเดลวิชาประวัติศาสตร์ที่เป็นวิชาเลือกเสร็จไปกว่าครึ่งแล้ว และคนที่ทำเยอะที่สุดก็คือคนที่นั่งกรีดไม้บัลซ่าไปฮัมเพลงไปอย่างอารมณ์ดี เพื่อนๆ ได้แต่มองกันตาปริบๆ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปอารมณ์ดีมาจากไหน


แต่พอมาถึงที่ห้องของดิวเจ้าตัวก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร รื้องานออกมาวางบนโต๊ะแล้วลงมือทำงานทันที ทั้งกรีดไม้บัลซ่าเป็นแผ่นๆ เพื่อทำเป็นผนังบ้าน หยิบเอาแบบประตูหน้าต่างมาตัดเพิ่มความสวยงามด้วยการนั่งแกะสลักไม้บัลซ่าเป็นลวดลาย ทำพังไปสามสี่อันก็ไม่มีหงุดหงิดยังคงฮัมเพลงอย่างมีความสุขแล้วก็หยิบไม้มาทำใหม่แค่นั้น นี่ต่อให้ปล่อยมันนั่งทำคนเดียวพวกเขาก็เชื่อว่าคืนนี้คงเสร็จเรียบร้อย


“มึงอารมณ์ดีเกิน จนกูชักจะขนลุกแล้วนะเนี่ย” ในที่สุดไข่เจียวก็ทนกับความอารมณ์ดีของเพื่อนกันต์ไม่ไหวเลยต้องทักออกไป


ปกติเพื่อนกันต์ก็ไม่ใช่คนที่ชอบทำหน้าบึ้งหรือแผ่รังสีไม่น่าเข้าใกล้ออกมา แต่มันก็ไม่ค่อยปล่อยรังสีของความอารมณ์ดีจนน่าขนลุกแบบนี้เหมือนกัน


“ท่าทางแบบนี้ อารมณ์ดีแบบนี้ คงคุยกับน้องเดียร์เรียบร้อยแล้วล่ะสิ” ใยไหมทักขึ้นอย่างพอจะเดาได้


“ก็เรียบร้อยแล้วล่ะ” เจ้าตัวยิ้มแล้วตอบคำถามของเพื่อน


“เร็วไปไหมมึง” ป่าไม้อดไม่ได้ที่จะเอ่ยแขวะ “เมื่อวานยังทำหน้าอมทุกข์จะเป็นจะตายเพราะคุยกับน้องไม่เข้าใจ ข้ามคืนยังไม่ทันพ้นยี่สิบสี่ชั่วโมงยิ้มหน้าระรื่น”


นึกแล้วก็น่าหมั่นไส้จริงๆ หลายวันมานี้ไอ้เหนือเดือนทำหน้าตาอมทุกข์ ทำหน้าเครียดเหมือนคิดอะไรไม่ตกเสียจนเพื่อนๆ เป็นห่วงกันไปหมด ตั้งใจว่าเสร็จงานนี้จะระดมความคิดเพื่อหาทางช่วยเพื่อน ที่ไหนได้... ผ่านไปยังไม่ถึงวัน หน้าระรื่นอารมณ์ดีฮัมเพลงงุ้งงิ้งๆ สบายใจ ถ้าเพื่อนๆ จะหมั่นไส้ก็คงไม่แปลกอะไร


“อย่างนี้กันต์กับน้องก็คบกันแล้วน่ะสิ ใช่ไหม” ใบบัวถามด้วยความกระตือรือร้นทันที


กันต์ส่ายหน้ากับคำถามนั้น “ยังหรอก ยังไม่ได้คบกัน”


“อ้าว” ทุกคนร้องออกมาแทบจะพร้อมกันเมื่อได้ยินคำตอบ


“เมื่อคืนแค่คุยเรื่องที่น้องกังวลใจอยู่แค่นั้น พอคุยจบสบายใจน้องก็หลับเลย ก็เลยยังไม่ได้คุยเรื่องคบกัน กว่าจะตื่นก็สายมากแล้วเลยยังไม่ได้คุยอะไรกันให้เป็นเรื่องเป็นราว” กันต์พูด “ไม่ได้รีบขนาดนั้น ไว้รอให้น้องพร้อมก่อนก็ค่อยคบ อย่างน้อยไม่มีเรื่องกังวลใจแล้วก็พอแล้ว”


“งั้นจบ ทำงานต่อได้” พอเห็นว่าไม่มีเรื่องน่าสนใจแล้วป่าไม้ก็จัดการดันแบบประตูหน้าต่างให้กันต์เอาไปทำต่อ


กันต์ทำเพียงแค่ส่ายหน้าแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร งานพรีเซนต์กับรูปเล่มรายงานสองสาวทำเสร็จเรียบร้อยแล้วตอนนี้เลยลงมาช่วยพวกเขาตัดโมเดล ทำให้งานคืบหน้าไปเยอะกว่าเดิมมากทีเดียว เหลือเก็บรายละเอียดอีกประมาณสามสิบเปอร์เซ็นต์งานชิ้นนี้ก็จะสมบูรณ์แบบ


“โอ๊ย... ปวดตามาก” ใบบัวร้องก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่ไปกับพื้นโดยมีใยไหมตามลงไปติดๆ


สี่หนุ่มที่เหลือก็มีสภาพไม่ต่างกัน ทุกคนนอนแผ่ไปกับพื้นหลังจากที่ติดกาแลที่ปลายยอดของหลังคาชิ้นสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย ในที่สุดโมเดลไม้บ้านชั้นเดียวสไตล์ล้านนาอย่างเรือนกาแลก็เสร็จตามที่ตั้งใจเอาไว้ พวกเขาเก็บรายละเอียดแทบจะทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นลักษณะของผนัง การแกะสลักเหนือบานประตู กาแลแต่ละอันที่ติดอยู่บนหลังคา


“สองสาวกลับกันไหวไหม หรือจะค้างที่นี่ก่อน” ดิวหันไปถามสองสาว กว่างานจะเสร็จก็ดึกมากแล้ว ดึกกว่าเมื่อคืนเสียอีก เรียกว่าอีกแค่สองชั่วโมงฟ้าจะก็สว่างแล้ว “ถ้าจะค้างก็เข้าไปนอนในห้องได้เลย”


“กลับห้องดีกว่า เกรงใจ จะได้นอนกันยาวๆ ด้วย” ใบบัวตอบแทน ก่อนจะลุกขึ้นช่วยกันเก็บกวาดให้เรียบร้อย


โมเดลยกไปวางไว้บนโต๊ะอย่างเรียบร้อยระวังไม่ให้พังลงมาเสียก่อน สองสาวช่วยกันเก็บอุปกรณ์ส่วนหนุ่มๆ ก็จัดการโกยเศษกระดาษใส่ถุงเพื่อเตรียมเอาไปทิ้ง


“อย่างนั้นเดี๋ยวไปส่ง” ไข่เจียวพูด เพราะทางกลับหอของเขาก็ทางเดียวกับสองสาวอยู่แล้ว “อย่างนั้นแยกย้าย พรุ่งนี้งดเจอ งดนัด กูจะนอนให้ตะวันตกดินเลย”


“โอเค ตามนั้น...”


เมื่อเก็บกวาดเรียบร้อยกันต์ ไข่เจียว ป่าไม้ ใบบัวและใยไหมก็แยกย้ายกันกลับ สองสาวไปกับไข่เจียว กันต์กับป่าไม้ก็แยกไปที่รถของตัวเองแล้วก็ขับออกจากหอพักของดิวไป เพราะเป็นเวลาดึกมากแล้วถนนจึงโล่งมากขับรถไม่ถึงสิบนาทีกันต์ก็เลี้ยวรถเข้าคอนโดของตัวเอง วนรถขึ้นไปจอดตรงที่จอดรถของห้องเขาแล้วเดินเข้าคอนโดไป


หน้าห้องของเขาไม่มีใครเดินวนไปวนมาอยู่เหมือนกับเมื่อคืน แน่ล่ะ... เพราะนี่ก็ดึกมากจนเกือบจะเช้าอยู่แล้ว ใครที่ไหนจะมาเดินเล่นอยู่หน้าห้องของคนอื่นกัน


ได้แต่ส่ายหน้ากับความคิดของตัวเองที่หวังว่าจะเห็นน้องตัวเล็ก โอกาสแทบจะเป็นศูนย์เลยด้วยซ้ำ สะบัดหน้าไล่ความคิดก่อนใช้คีย์การ์ดแตะที่หน้าจอแบบสัมผัสของประตูดิจิตอล ส่งเสียงยืนยันก่อนที่กันต์จะเปิดประตูห้องเข้าไป แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกอุณหภูมิที่เย็นกว่าปกติภายในห้องเหมือนกับเปิดเครื่องปรับอากาศเอาไว้ ทั้งๆ ที่เขามั่นใจว่าก่อนจะออกจากห้องไปเขาปิดแล้วเรียบร้อย


แต่แล้วก็ต้องตกใจอีกรอบเมื่อเห็นใครบางคนนอนขดตัวอยู่บนโซฟา แววตาของกันต์ฉายชัดถึงความแปลกใจ แต่ไม่นานเขาก็ยิ้มออกมา ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นข้างโซฟาแล้วมองใบหน้ายามหลับของน้องตัวเล็ก


ไม่รู้ว่าเข้ามาอยู่ที่ห้องของเขาตั้งแต่ตอนไหน ตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วเข้ามาที่ห้องของเขาทำไม แต่ไม่ว่าคำตอบของคำถามที่เขานึกถามอยู่ในใจนั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่มันก็ทำให้เขายิ้มได้ เพราะบทสรุปของคำตอบนั้น... น้องก็อยู่ที่ห้องของเขาอยู่ดี


กันต์นั่งอยู่ข้างโซฟามองน้องตัวเล็กที่นอนกอดตุ๊กตาหมีที่เขาน่าจะวางทิ้งเอาไว้ที่โซฟาเอาไว้แน่น ยกมือขึ้นเคาะปลายจมูกคนนอนหลับเบาๆ อย่างมันเขี้ยว กันต์เผลอถอนหายใจออกมาทั้งๆ ที่ยังคงมีรอยยิ้มอยู่


ก็อย่างนี้ไง... แอบมาเข้าห้องคนอื่นแล้วนอนหลับอยู่ห้องคนอื่นแบบนี้ ไม่เรียกว่าอ่อยแล้วจะให้เรียกว่าอะไร


นึกอยากจะดุเสียจริงๆ ที่แอบเข้ามานอนหลับแบบนี้ ไม่ระวังตัวเลย... ถ้าหากเขาเป็นคนไม่ดีกว่านี้อะไรจะเกิดขึ้นบ้างก็ไม่รู้


นั่งมองหน้าน้องตัวเล็กจนพอใจเขาจึงลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมนอนบ้างแม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบตีห้าแล้ว กันต์ไม่ได้นอนในห้องแต่เขาหอบหมอนแล้วก็ผ้านวมมาที่ห้องนั่งเล่นแทน ผ้าผืนหนึ่งกางห่มให้น้องตัวเล็ก อีกผืนเอามารองปูกับพื้น วางหมอนบนผ้านวมแล้วก็ใช้ผ้านวมอีกผืนที่อยู่ในตัวตุ๊กตาหมีมาห่มตัวเองเอาไว้


กันต์นอนหันหน้าเข้าโซฟา ขยับถอยห่างออกมานิดเพื่อที่จะได้มองเห็นหน้าน้อง พอสายตาเริ่มชินกับความมืดเขาก็มองหน้าเดียร์ได้อย่างชัดเจน มองไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็หลับไป







เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วเดียร์ชักจะไม่แน่ใจที่ตื่นมาในห้องของพี่ตัวโตแทนที่จะเป็นห้องของตัวเอง ครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สองเมื่อตอนมาช่วยเจ้าของห้องตัดโมเดล ครั้งก่อนเขามาเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องของกันต์แล้วก็โดนลากเข้ามาคุย คุยเสร็จก็เผลอหลับไป ส่วนครั้งนี้... เขาตั้งใจเข้ามารอในห้องนี้เอง รอไปรอมาก็เผลอหลับ ตื่นอีกทีฟ้าข้างนอกก็สว่างแล้ว


นึกแล้วก็ขำตัวเอง ถ้าหากแด๊ดกับพี่ชายฝาแฝดรู้ว่าเขามานอนห้องคนที่ชอบแบบนี้ล่ะก็โดนดุจนตัวหดเหลือแค่หนึ่งนิ้วแน่นอนเลย เดียร์นอนนิ่งๆ ให้ตัวเองหายงัวเงียก่อนจะลุกขึ้นนั่งหันมองรอบๆ ไม่รู้ว่าเจ้าของห้องกลับมาหรือเปล่า แล้วกลับมาตอนไหน แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อสายตากวาดไปทั่วจนเจอคนตัวโตนอนห่มผ้าอยู่ที่พื้นใกล้ๆ กับโซฟา


เมื่อคืนตอนดูนาฬิกาครั้งสุดท้ายเดียร์จำได้กว่าเกือบจะตีหนึ่งแล้ว อีกฝ่ายคงกลับมาหลังจากนั้น เขาเลยตัดสินใจที่จะไม่ปลุกแม้อยากจะให้ลุกไปนอนที่เตียงดีๆ ก็ตาม เดียร์เอาผ้านวมผืนหนาที่คลุมตัวเองอยู่นั้นห่มให้อีกชั้นจะได้ไม่หนาวมาก ตอนนี้เกือบจะแปดโมงแล้ว เขาควรปล่อยให้อีกฝ่ายนอนพักต่อไปก่อน


ส่วนตัวเดียร์ก็ตัดสินใจกลับไปที่ห้อง ไปล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำให้เรียบร้อย รวมถึงเตรียมมื้อเช้าให้คนห้องข้างๆ ด้วย เดียร์เดินมาส่วนครัวหลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย เขาตัดสินใจที่จะทำมื้อเช้าง่ายๆ อย่างแซนด์วิชให้ เดาเอาเองว่ากว่าพี่ตัวโตจะตื่นก็น่าจะอีกหลายชั่วโมง อาจจะตื่นมาตอนเกือบใกล้เที่ยงอย่างน้อยก็ให้กินแซนด์วิชลองท้องไปก่อนที่จะหามื้อกลางวันกินอีกที


ใช้เวลาไม่นานแซนด์วิชหน้าตาน่าทานก็ถูกจัดเรียงใส่กล่องเอาไว้ เดียร์หยิบกระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์มาถือเอาไว้ก่อนจะเดินออกจากห้องไปยังห้องที่อยู่ข้างๆ อีกรอบ กดรหัสผ่านที่อีกฝ่ายบอกเพียงแค่ครั้งเดียวแต่ก็แปลกที่เขาสามารถจำได้ในทันที


ภายในห้องยังคงเย็นสบายด้วยเครื่องปรับอากาศที่ทำงานได้อย่างดี ตำแหน่งเดิมที่ก่อนที่เดียร์จะออกจากห้องไปยังมีคนนอนอยู่บัดนี้ไม่มีแล้ว เพราะคนที่เคยนอนตอนนั้นย้ายตัวเองมานอนบนโซฟาเรียบร้อย ผ้านวมสามสี่ผืนคลุมอยู่บนตัวแบบที่เดียร์ก็ไม่เข้าใจว่าจะห่มอะไรขนาดนั้นเพราะอากาศก็ไม่ได้เย็นจนเกินไป ไหนจะตุ๊กตาหมีอีกสองสามตัวที่ตอนแรกยังไม่มี


คาดว่าอีกฝ่ายคงตื่นหลังจากที่เดียร์ออกจากห้องไปแล้ว ก่อนจะย้ายมานอนบนโซฟา ไม่ลืมที่จะเดินไปหอบหิ้วตุ๊กตาหมีมานอนกอดด้วย ผ้านวมมีกี่ผืนก็ห่มให้หมดโดยไม่ได้พับเก็บ เดียร์ไม่ได้ปลุกคนหลับ เขาเดินเอากล่องใส่แซนด์วิชไปเก็บเอาไว้ในครัว เดินสำรวจห้องของกันต์ไปเรื่อยๆ ไม่เคยได้สำรวจจริงจังเพราะทุกทีที่เข้ามาก็เข้ามาช่วยงาน ไหนๆ เจ้าของห้องก็ยังหลับอยู่ก็ขอสำรวจหน่อยแล้วกัน


รูปแบบการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม่ได้ต่างจากห้องของเดียร์มากนัก เพียงแค่ห้องนี้ใหญ่กว่า มีถึงสองห้องนอนแต่ของเดียร์มีแค่ห้องนอนเดียว เดินสำรวจบริเวณห้องนั่งเล่นจนพอใจก็เอ่ยปากขออนุญาตคนหลับหยิบหนังสือมานั่งอ่านเล่น ดูท่ากันต์จะชอบอ่านหนังสือนิยายเหมือนกัน เพราะตู้ที่วางโทรทัศน์ข้างล่างเต็มไปด้วยหนังสือทั้งหมด แถมตรงชั้นวางของที่ติดผนังก็มีหนังสือวางเก็บเอาไว้อย่างเรียบร้อย


เดียร์นั่งพิงบีนแบคตัวใหญ่แล้วก็อ่านหนังสือ รอให้เจ้าของห้องตื่นนอน


คนที่นอนนิ่งอยู่บนโซฟาเริ่มขยับตัวหลังจากผ่านเวลาล่วงเลยมาเกือบจะสิบเอ็ดโมงแล้ว เดียร์วางหนังสือนิยายลงกับตักก่อนจะหันไปมองคนที่ยันตัวลุกขึ้นนั่งบนโซฟาพร้อมคว้าตุ๊กตาหมีมากอดแล้วซุกหน้าลงไป


กันต์นั่งอยู่ท่านั้นเกือบๆ นาทีก่อนจะเงยหน้าขึ้น เจ้าตัวสะดุ้งตกใจเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นเดียร์นั่งมองอยู่ กระพริบตาปริบๆ ก่อนจะเพ่งมองอีกรอบเพื่อดูว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่า แต่สายตาที่มองมาเหมือนจะยังเบลอๆ จนเดียร์ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายมองเห็นเขาหรือเปล่าเลยต้องยกมือโบกไปมาตรงหน้า


“พี่ตื่นหรือยังเนี่ย สติยังมาไม่ครบเหรอ” เดียร์ทักคนที่นั่งมองมาทางเขา


กันต์พยักหน้า ไม่รู้ว่าตอบคำถามที่เขาถามว่าตื่นหรือยัง หรือว่าตอบคำถามเรื่องสติยังมาไม่ครบกันแน่ เพราะนอกจากพยักหน้าแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ปัดผ้านวมสามสี่ผืนให้พ้นตัวแล้วก็เดินกอดตุ๊กตาทุกตัวที่หอบออกมาจากห้องนอนกลับเข้าห้องนอนไปโดยไม่ได้พูดอะไรกับเดียร์เลยสักคำ


“อะไรของเขา ตกลงนั่นตื่นหรือละเมอ” ได้แต่มองตามไปอย่างงงๆ กับท่าทางของอีกคน สุดท้ายก็เลิกสนใจแล้วหันกลับมาอ่านหนังสือนิยายต่อ


เกือบครึ่งชั่วโมงต่อมาประตูห้องนอนของกันต์ก็ถูกเปิดออกโดยเจ้าห้องนอน อีกฝ่ายหน้าตาสดชื่นขึ้น เสื้อผ้าเปลี่ยนแล้วเรียบร้อยคงหายเข้าไปจัดการตัวเองมา


“ตื่นนานแล้วเหรอ” กันต์ส่งเสียงถาม


“ครับ ตั้งแต่แปดโมง ไปอาบน้ำมาแล้วเรียบร้อย” เดียร์ตอบ ลุกเดินไปที่ครัว “ผมทำแซนด์วิชมาให้พี่ด้วย พี่คงหิว”


หยิบกล่องใส่แซนด์วิชมาเปิดฝาแล้ววางเอาไว้ตรงโต๊ะกาแฟ กันต์พูดขอบคุณพร้อมกับยิ้มให้ เดินไปหยิบนมขวดใหญ่มาเปิดเทใส่แก้วแล้วเดินกลับมานั่งที่โซฟาเหมือนเดิม “เมื่อคืนมาหาพี่ตอนกี่โมง”


“ก็... สี่ห้าทุ่มแล้วมั้งครับ จำไม่ได้ แล้วก็หลับไปเลย แล้วพี่กลับมาตอนไหน” เดียร์ตอบคำถาม


“เกือบสว่างแล้ว เข้ามาก็เจอเด็กแสบมานอนขดอยู่บนโซฟา ทำไมไม่เข้าไปนอนในห้องพี่ล่ะ” กันต์ตอบไปก็คว้าแซนด์วิชมากินไป


“ได้ไงล่ะครับ นั่นห้องนอนพี่นะ”


“ไม่เป็นอะไร คราวหลังก็เข้าไปนอนที่ห้องได้เลย จะได้ไม่ต้องมานอนขดอยู่บนโซฟาแบบนี้ มันไม่สบายหรอก”


“แล้วพี่อ่ะ... ทำไมไม่เข้าไปนอนในห้องนอนตัวเอง มานอนอยู่หน้าโซฟาทำไมครับ” เดียร์ถามกลับด้วยความสงสัย


กันต์เงยหน้าขึ้นมองก่อนจะยิ้มให้ “นอนในห้องก็มองไม่เห็นเราสิ นอนตรงนี้มองเห็นเราชัดดี”


เดียร์หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีตอนที่ได้ยินคำตอบ แต่จะให้ยอมแพ้ง่ายๆ ก็คงไม่ใช่เขาหรอก ไหนๆ ก็ถือคติอ่อยมาอ่อยกลับไม่โกงแล้ว ในเมื่ออีกฝ่ายหยอดมา... เขาก็ต้องหยอดกลับเป็นธรรมดา “อย่างนั้นผมมาให้นอนมองทุกคืนเลยดีไหมครับ”


“หือ... ดีสิ พี่คงนอนหลับฝันดีทุกคืนนะ”


“ผมพูดเล่นไหมล่ะ!”


กันต์หัวเราะชอบใจ “แต่ถ้าคิดว่ามานอนห้องพี่แล้วจะเสียเปรียบ ดูไม่ดี เดี๋ยวพี่ไปนอนห้องเราก็ได้ จะได้เสมอกันเนอะ... เดียร์มานอนห้องพี่ พี่ไปนอนห้องเดียร์ ไม่โกง”


“ก กินๆ เข้าไปครับ” ไม่รู้จะไปต่อยังไงก็เลยเปลี่ยนเรื่องเอาเสียเลย


กันต์ไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากยิ้มขำกับท่าทางของน้องตัวเล็กแล้วก็จัดการกับแซนด์วิชที่น้องทำมาให้จนหมดเกลี้ยงกล่อง เขาลุกเอากล่องของน้องไปล้างให้ ก่อนจะเดินกลับมาหาน้อง กันต์ขยับตัวนั่งใกล้ๆ เดียร์แต่ก็ไม่ใกล้จนอีกฝ่ายต้องรู้สึกอึดอัด เว้นที่พอให้รู้สึกโล่งแล้วก็ปลอดภัยต่อหัวใจของตัวเอง


“แล้วเมื่อคืน... ที่มารอพี่มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” กันต์ถาม นึกสงสัยตั้งแต่เมื่อคืนที่เดินเข้ามาในห้องแล้วเจอน้องนอนอยู่ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีเรื่องร้อนใจอยากจะคุยกับเขาหรือเปล่าถึงได้มาหากันแบบนี้


“ก็... เปล่าครับ ไม่ได้มีอะไร ตอนแรกจะไปหาฮาร์ทแต่ฮาร์ทไปค้างห้องเพื่อนเพราะต้องทำงาน ขี้เกียจลงไปหาไอ้ทัชข้างล่างด้วย ก็เลยเข้ามาห้องพี่แทน” เดียร์ตอบเสียงเบา แต่เพราะนั่งอยู่ใกล้กันกันต์เลยได้ยินอย่างชัดเจน


พอได้ฟังคำตอบก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ “เหงาเหรอ เลยคิดถึงพี่ขึ้นมาล่ะสิ”


“ไม่ใช่สักหน่อย ผมแค่ประหยัดไฟห้องตัวเองต่างหาก” อีกคนก็ตอบกลับมาได้อย่างทันท่วงที


“เด็กแสบ” ยกมือโยกหัวน้องเล่นเบาๆ “แต่พี่ดีใจนะที่เปิดประตูเข้ามาแล้วเจอเราอยู่ในห้อง”


“ฮื่อ... แล้วงานพี่เสร็จแล้วเหรอ”


“เรียบร้อยแล้วล่ะ วันนี้ก็ว่าง... อยากไปเที่ยวไหนไหม เราไปเดทกันดีกว่า” กันต์เอ่ยชวน


“ด เดทเหรอ...” เดียร์ได้แต่ทำตาโตตอนที่ได้ยิน


“ใช่ ไปเดทกัน พี่ชวนเดทแล้ว เราจะชวนพี่เดทกลับไหมล่ะ ไม่โกงไง” กันต์ยิ้ม ที่เดียร์มองแล้วรู้สึกว่าเป็นรอยยิ้มที่กวนประสาทไม่ใช่เล่นๆ เลย


“เอาสิ... เดทก็เดทไง ชิลอยู่แล้ว ไม่เห็นจะมีอะไรเลยก็ไปเดทกัน แล้วเราจะไปเดทที่ไหนกันดีล่ะ” ทำหน้ายืดอกตึงไปอย่างนั้นแต่ข้างในนี่ทั้งตื่นเต้นแล้วก็ใจเต้นระรัวไปหมดแล้ว


“ไปเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์กันดีไหม พี่อยากไปถ่ายรูปวัดด้วย อยากไปหรือเปล่าล่ะ หรืออยากจะไปไหนไหม”


เดียร์นึกตามก่อนจะพยักหน้ารับ “ไปครับไป ไปเกาะรัตนโกสินทร์กัน ผมเองก็อยากไปถ่ายรูปวัด แล้วก็ไปหาของอร่อยๆ กินด้วยนะ” พอพูดถึงเรื่องกินล่ะยิ้มกว้างขึ้นมาทันทีเลย


“ถ้าอย่างนั้นก็ไปเปลี่ยนชุดก่อน ใส่กางเกงขาสั้นแบบนี้ไปเข้าวัดไม่ได้” กันต์บอกสายตามองไปที่ขาขาวๆ ของน้องตัวเล็กให้อีกฝ่ายมองตามก่อนจะร้องออกมาอย่างนึกขึ้นได้


“จริงด้วย! อย่างนั้นผมไปเปลี่ยนชุดก่อน เดี๋ยวมาครับ ไม่เกินห้านาที” เดียร์พูดหยิบโทรศัพท์มาถือเอาไว้เตรียมจะกลับห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า


แต่ยังไม่ทันที่จะได้เดินไปไหนก็โดนรั้งข้อมือเอาไว้ก่อนจนต้องหันมามอง กันต์ยกมือจับข้อมือของเดียร์เอาไว้กระตุกเบาๆ เป็นเชิงบอกให้อีกคนนั่งลงมาเหมือนเดิม “นั่งก่อน... พี่มีอีกเรื่องอยากจะถามหน่อย”


ได้ยินแบบนั้นเดียร์ก็นั่งลงตามเดิม มองหน้าพี่ตัวโตอย่างงงๆ “เรื่องอะไรครับ”


“ถ้าพี่อ่อยเรา เราก็จะอ่อยกลับไม่โกงใช่ไหม” กันต์ถามขึ้นมาแล้วนั่นก็ยิ่งทำให้เดียร์นึกงงเข้าไปใหญ่ว่าทำไมอยู่ๆ กันต์ถึงได้ถามเรื่องนี้ แต่ก็ยอมพยักหน้ารับกับคำถามนั้น เพราะเขาก็คิดแบบนั้นจริงๆ


อ่อยมาอ่อยกลับ... ไม่โกง


“แล้วถ้าพี่จีบเราล่ะ...” กันต์ถาม


“ผมก็จีบพี่กลับไง ไม่โกงอยู่แล้ว” เดียร์ตอบ


“แล้วถ้าพี่บอกว่าชอบเดียร์ล่ะ” กันต์พูดต่อ


คราวนี้คนฟังใจสั่นไปแล้ว แก้มขาวๆ ก็ขึ้นสีแล้วเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังทำใจกล้าตอบกลับไป “ผ ผมก็จะบอกว่า ช ชอบ... ขอบพี่”


“แล้วถ้า...” พอได้ยินกันต์พูดต่อ ใจของเดียร์ก็ยิ่งสั่น ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหนกันแน่


“ล แล้วถ้าอะไรครับ”


“แล้วถ้า... พี่ขอเดียร์คบล่ะ”


ถ้าเดียร์เป็นกาน้ำร้อน ก็คงมีควันพุ่งพร้อมกับเสียงร้อง ถ้าเดียร์เป็นระเบิดเวลา ก็คงจะระเบิดตู้มลูกใหญ่ไปแล้ว


“ว่าไง... แล้วถ้าพี่ขอเดียร์คบล่ะครับ”


“ผ ผม... ผมก็จะขอพ พี่คบ...”


“ตกลงครับ” กันต์ยิ้มทันทีที่ได้ยิน


“ต ตกลงอะไรครับ” ถามเหมือนกับไม่เข้าใจ แต่เดียร์เข้าใจทุกอย่าง ก็รู้ว่าเป็นแผนของคนอายุมากกว่า แต่เขาก็ยอมเล่นตาม เล่นตามทั้งๆ ที่รู้ว่ามันส่งผลต่อความรู้สึกแล้วก็จิตใจของเขามาก รวมไปถึงสถานะความสัมพันธ์ของพวกเขาด้วย


“ก็ที่เดียร์ขอพี่คบไง พี่ตอบตกลงแล้ว พี่ตอบตกลงแล้ว... แล้วเดียร์ล่ะ” มองคนหน้าแดง คอแดงแล้วก็ยิ้มอย่างเอ็นดู

“ผ ผมก็... จะตอบ ต ตกลง เหมือนกัน ไม่โกง”


“ถ้าอย่างนั้นเราเป็นแฟนกันแล้วเนอะ”


เดียร์ไม่ตอบอะไรนอกจากส่งเสียงในลำคอแค่นั้นกันต์ก็รู้แล้ว นึกอยากจะดึงน้องตัวเล็กมากอดแล้วก็หอมแก้มให้ชื่นใจแต่ก็ไม่อยากแกล้งไปมากกว่านี้เพราะแค่นี้เดียร์ก็หน้าแดง คอแดงไปหมด หัวใจทำงานหนักมากแล้ว


หลังจากตอบไปเดียร์ก็ได้แต่นั่งก้มหน้ายกมือปิดแก้มตัวเองหวังว่ามันจะช่วยบังอาการหน้าแดงของตัวเองได้ทั้งๆ ที่รู้ว่าก็ไม่มีผลอะไร สิ่งที่เดียร์พูดหรือตอบไป ไม่ใช่การเล่นไปตามเกมแต่เขาก็มั่นใจแล้วทั้งความรู้สึกของตัวเองแล้วก็ของกันต์ถึงได้ตอบไปแบบนั้น เพราะถ้าไม่มั่นใจเขาก็คงไม่มีทางยอมเล่นเกมตอบคำถามแบบนี้แล้วก็ตอบตกลงไป


ไม่รู้หรอกว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้... ก็แค่อยากทำตามหัวใจของตัวเองเท่านั้น บอกแล้ว... คนอย่างเดียร์ เมธาวิน บริสตัน น่ะ... ไม่โกงหรอก


อ่อยมาอ่อยกลับก็ไม่โกง ถ้าตกลงคบเป็นแฟนมา... ก็ตกลงกลับเหมือนกัน ไม่โกงอยู่แล้ว...






************************************************

บ้านใครอยู่ในซอยก็ปิดซอยเลี้ยง บ้านใครอยู่ในหมู่บ้านก็ปิดหมู่บ้านเลี้ยง ใครอยู่หอพักคอนโดก็ปิดหอพักปิดคอนโดเลี้ยงเลยจ้า เขา เป็น แฟน กัน แล้ว ขอย้ำอีกรอบ เขา เป็น แฟน กัน แล้ว งุ้ยยยยย เขินอ่ะ ถ้ามีคนมาเล่นมุกแบบพี่กันต์กับเรานี่คงจะกลั้นยิ้มไม่อยู่แน่ ๆ เลย เนอะ มันน่ารัก มันดีต่อใจมาก ๆ เลยยยยยยย

ปอลอ. ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกความคิดเห็นนะคะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายของฟางจ้า ขอบคุณนะคะ

ปล. เหตุการณ์รับน้อง การเรียนการสอน รวมไปถึงข้อมูลบางส่วนที่ใส่ในนิยาย บางส่วนฟางเอามาจากชีวิตจริงที่ฟางได้เจอมาตอนเรียน บางส่วนฟางแต่งเติมเสริมขึ้นมาเอง และได้รับการอนุญาตจากทาง รศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้เผยแพร่แล้วค่ะ

เจอคำผิด บอกได้ค่า

ไม่อยากจะขออะไรมาก แต่ขออย่างเดียวอ่านแล้วเมนต์หน่อยน้า ไม่งั้นพี่กันต์น้อยใจแย่เลย รักพี่กันต์เมนต์ รักน้องเดียร์เมนต์ รักคนแต่งเมนต์ ไม่รักกันก็เมนต์ค่า

สำหรับเฟสบุ๊คค่ะ https://www.facebook.com/fgc32yaoi

สำหรับทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/Fangiily_GC

เข้าไปพูดคุย สอบถาม ทวงหานิยายกันได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคน ทุกข้อสงสัย(ที่ตอบได้จ้า)

รัก #พี่กันต์สายอ่อย กันเยอะๆ นะคะ กดเฟบ กดเมนต์ กดโหวด กดแชร์ แล้วแต่สะดวกเลยน๊า คนละนิดคนละหน่อยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ ขอบคุณค่ะ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น