หอหมื่นอักษร

จุดเริ่มต้นของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นด้วยความ 'เสน่หา' แล้วเเขาจะทำอย่างไร หากต้องการให้เธอมาเป็น 'ยาใจ' ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

ตอนที่ 30 น่าตี

ชื่อตอน : ตอนที่ 30 น่าตี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2561 13:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 30 น่าตี
แบบอักษร


“หลินเมิ่ง!...”

หรงหลิงตะโกนขึ้นเสียงดัง เป็นเพราะว่าเขาดูแลร่างกายตัวเองเป็นอย่างดี ปอดนั้นแข็งแรงเป็นอย่างมาก ครั้งนี้พอตะโกนออกไปก็ทำให้เสียงนั้นส่งทอดออกไปได้ไกลท่ามกลางม่านฝน หลินเมิ่งได้ยินแล้ว เธอราวกับกระต่ายที่ตกใจ มือที่กุมศีรษะของตัวเองนั้นปล่อยออกและเงี่ยหูฟัง มีคนกำลังเรียกชื่อของเธออยู่จริงๆ แต่พอนึกได้ว่ามีความเป็นไปได้มากๆ ที่จะเป็นหรงหลิงที่เรียกเธอ เธอก็กะพริบตา ใบหน้าพลันขาวซีด ทันใดนั้นก็ยิ้มขึ้น ในยามค่ำคืนที่มืดมิดนั้น ใบหน้าเล็กขาวเนียนก็ดูราวกับโคมไฟดวงเล็ก ดวงตาสีดำนิลที่สุกสกาว และรอยยิ้มที่สวยงามราวกับดอกไม้บาน ทั้งหมดนั้นชวนให้คนหลงใหลอย่างแปลกประหลาด

ไม่ได้ยิน...เธอไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น!

เธอยกมือขึ้นปิดหูของตัวเองทันที แล้วซุกใบหน้าเข้ากับเข่าทั้งสองข้างอีกครั้ง ยิ่งขดตัวเองให้เล็กลงมากเข้าไปอีก เสื้อสีเหลืองอ่อนของเธอชุ่มไปด้วยฝนหมดแล้ว อีกทั้งก็ยังเลอะไปด้วยโคลน เมื่อมองมาจากที่ไกลๆ ก็ดูราวกับกอหญ้ากอเล็กๆ

เธอเอาคืนหรงหลิงจนดูเหมือนกำลังทรมานตัวเอง ในขณะที่เขาตะโกนหาเธอด้วยความร้อนรน เธอกลับไม่ส่งเสียงอะไรออกไปสักนิด เป็นเขาที่ทิ้งเธอ เป็นเขาที่ทำร้ายเธอจนทำให้เธอมีสภาพแบบนี้ ดังนั้นเธอไม่สนใจเขาแล้ว ไม่ตอบเขา ไม่ยุ่งกับเขา......

เธอทรมานตัวเองเพื่อลงโทษเขา แม้เธอจะต้องทำร้ายตัวเองมากขนาดไหน แต่ขอแค่ทำให้เขารู้สึกผิดได้ เธอก็ยอม มีแค่วิธีนี้เท่านั้นที่คนที่น่าสมเพชอย่างเธอจะต่อต้านเขาได้ และก็มีแค่วิธีนี้เท่านั้นที่จะแสดงออกได้ว่าเธอไม่พอใจ ถึงแม้ว่าจะเป็นการเอาชนะด้วยวิธีการเด็กๆ แต่นี่ก็เป็นขีดจำกัดของเธอแล้ว และเป็นวิธีเดียวที่คนที่ถูกทำให้เจ็บปวดอย่างเธอจะสามารถรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองเอาไว้ได้

ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำลงมานั้น หรงหลิงยังคงไม่หยุดตะโกน ตามที่เขาคาดการณ์แล้ว ถ้าหากไม่ได้เกิดเรื่องอะไรกับหลินเมิ่ง เธอไม่มีทางที่จะเดินออกไปไกลกว่านี้ คาดว่าคงจะต้องอยู่แถวๆ นี้แน่ และก็ไม่มีทางที่จะไม่ได้ยินเสียงของเขา เขาเริ่มที่จะร้อนรนขึ้นมาแล้ว และเริ่มมีความคิดที่จะเรียกลูกน้องให้มารวมตัวกันที่นี่......

ขณะที่กำลังคิดประเมินอย่างรวดเร็วนั้น สายตาคมกริบของเขาก็กวาดมองไปรอบๆ ราวกับเรดาห์ บททดสอบที่เขาเคยเจอมา ทำให้สายฝนที่ราวกับม่านหมอกนั้นไม่สามารถที่จะเป็นอุปสรรคกับเขาได้มากขนาดนั้น ตอนที่สายตาของเขากวาดมองผ่านก้อนเล็กๆ สีเหลืองหม่นนั้น เพียงพริบตา สายตานั้นก็พยายามที่เพ่งมองกลับไปอีกครั้ง

สัญชาตญาณบางอย่างที่ราวกับสัตว์ป่า ทำให้เขารีบวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว เวลาไม่นานก็ไถลร่างลงไปตามพื้นที่ลาดชันนั้น จนไปถึงตรงหน้าของหลินเมิ่ง เขายื่นมือออกไปจับแขนของเธอ ดึงเธอให้ลุกขึ้น ที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้นเป็นใบหน้าขาวนวลน่าหลงใหลดวงนั้นจริงๆ ทำให้ใจของเขาที่ว้าวุ่นนั้นพลันผ่อนคลายลงได้ หลังจากนั้นเขาก็รู้สึกโกรธขึ้นอย่างที่ไม่อาจควบคุม

เพราะชัดเจนว่าเธอมีสติ ดวงตาสีดำนิลที่น่าหลงใหลดึงดูดคนนั้นกำลังมองตรงมาที่เขา ทันใดนั้นเขาก็ตะโกนขึ้นเสียงดังด้วยความโกรธที่ไม่อาจจะทนไหว

“สาวน้อย เธอโง่เหรอไง ฉันเรียกเธอ ทำไมเธอถึงไม่ตอบ!”

เขาแทบจะถูกผู้หญิงโง่คนนี้ทำให้โกรธจนตายอยู่แล้ว! เขากระวนกระวายเพื่อที่จะหาเธอแทบตาย ใครจะไปคิดว่าเธอจะนั่งหดหัวไม่หือไม่อืออยู่ที่นี่ คิดจะกวนประสาทกันเหรอไง! เขาหรงหลิงที่โตมาจนจนาดนี้ ยังไม่เคยถูกใครทำให้โกรธขนาดนี้มาก่อนเลย ถ้าหากว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิง เขาคงชกเธอไปนานแล้ว

แต่ความโกรธของเขา กลับไม่ทำให้หลินเมิ่งรู้สึกอะไรเลยสักนิด

เธอหัวเราะออกมาอย่างโง่งม น้ำฝนที่เยียบเย็นไหลลงมาตามใบหน้า คิ้ว และดวงตาของเธอ เธอค่อยๆ หรี่ดวงตาลง ใช้ดวงตาที่รียาวทว่าเย้ายวนอย่างน่าประหลาดคู่นั้น มองสบตาของหรงหลิงนิ่งๆ เผยอริมฝีปากแดงที่ตอนนี้ขาวซีดพูดออกมาเสียงเบาว่า

“ฮะๆ...หรงหลิง...คุณ......คุณมันคนเลว.....”

เธอยื่นมือที่สั่นเทาออกมา ใช้นิ้วเรียวบางบีบหน้าของหรงหลิงอย่างไม่เกรงใจ พูดออกมาราวกับว่าถูกวิญญาณของราชินีองค์ใดเข้าสิง

ใครใช้ให้เธอกล้าดีขนาดนี้!? เด็กน้อยน่าสงสารที่แค่ถูกทำให้ตกใจเพียงนิดเดียวก็ไม่กล้าส่งเสียงอะไรออกมา ผ่านไปแค่ครู่เดียว ทำไมเธอถึงได้มีความบ้าดีเดือดขนาดนี้ได้!?

หรงหลิงขมวดคิ้ว ลางสังหรณ์ที่ไม่ดีทำให้เขารีบยื่นมือออกไปแตะเข้าที่ซอกคอของเธออย่างรวดเร็ว เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ ผิวหนังใต้ฝ่ามือของเขานั้นร้อนระอุ สาวน้อยคนนี้เป็นไข้เสียแล้ว อีกทั้งชัดเจนว่าเธอเป็นไข้จนไร้สติไปแล้ว

“คนเลว...ตีคุณให้ตายเลย....ฮี่ๆ ตีคุณให้ตาย....”

หลินเมิ่งยื่นมือออกมาตบหน้าหรงหลิงอย่างไร้เรี่ยวแรง ถึงแม้ว่าแรงที่เธอใช้ตีนั้นจะทำให้เขาไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย แต่ใบหน้าของประธานย่าตงกรุ๊ปที่ยิ่งใหญ่อย่างเขาจะให้คนมาตบได้ตามใจชอบได้เหรอไง!? หรงหลิงรู้สึกโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำไปหมดแล้ว

“สาวน้อย คอยดูเถอะว่าหลังจากนี้ฉันจะจัดการเธอยังไง!”

เขากัดฟันแน่น อุ้มร่างของเธอขึ้นโดยไม่พูดไม่จา เดินขึ้นไปบนเนินลาดนั่น

เธอดิ้นรนอยู่ในอ้อมกอดของเขาราวกับสิงโตตัวน้อยที่พยศ ยื่นมือออกไปตีสะเปะสะปะที่อกของเข้าอย่างสุดความสามารถ ที่ปากสบถคำด่าออกมาอย่างมั่วซั่ว “เลว...คนเลว...ตีคุณให้ตายเลย.....” ทำให้หน้าของหรงหลิงยิ่งด่ำดิ่งลง สีหน้าดำมืด ดำทะมึนยิ่งกว่าเมฆหมอกในวันนี้เสียอีก

เมื่อเห็นว่าเธอไข้ขึ้นจนไม่มีสติ อีกทั้งยังป่วนประสาทอย่างยากที่จะรับมือแล้ว หรงหลิงก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปออกแรงตีเข้าที่ก้นของเธอ กัดฟันมองเธอ แล้วพูดขู่ขึ้น

“ถ้ายังดิ้นอีก ฉันจะตีก้นเธอให้ลายเลยคอยดู!”

เธอสะอึก “อึก” ออกมาเสียงหนึ่ง เบิกดวงตาที่ชัดเจนว่าไร้ความรู้สึกอยู่บ้างจ้องมองเขา ราวกับว่าคำขู่ของเขานั้นได้ผล เธอเริ่มที่สงบลงบ้างแล้ว จึงหรี่ดวงตาลงครึ่งหนึ่ง ขดร่างอยู่ในอ้อมอกของเขาราวกับลูกแมวตัวน้อย ใครจะคิดว่าเมื่อครู่นั้นเธอยังเป็นแม่สิงโตตัวน้อยที่ดิ้นรนไปมาด้วยความโมโหร้ายอยู่เลย!

ในที่สุดเขาก็สามารถปีนขึ้นมาบนถนนทางด่วนได้แล้ว หรงหลิงรีบวิ่งทันที แรงสะเทือนนั้นทำให้หลินเมิ่งหัวเราะคิกคักออกมาอย่างโง่งม จนทำให้เขารู้สึกจนปัญญาขึ้นมาอยู่บ้าง ทำราวกับเขาเป็นตัวตลกที่กระโดดโลดเต้นไปมาอย่างนั้นแหละ

“น่าตีจริงๆ!”

เขาหาจังหวะ ถลึงตามองเธออย่างโหดร้าย ปากต่อว่าออกมาอย่างดุร้าย แต่มือที่กระทำนั้นกลับยิ่งอ่อนโยนลง จังหวะที่ก้าวเดินนั้นก็มั่นคงมากขึ้นเพราะกลัวว่าจะสะเทือนไปถึงเธออีก ในขณะเดียวกันมืออีกข้างก็ป้องกันใบหน้าข้างหนึ่งของเธอ เพื่อไม่ให้น้ำฝนเย็นเยียบอาศัยโอกาสเข้าไปในจมูกของเธอจนทำให้เธอสำลัก

วิ่งมาได้ประมาณเจ็ดแปดนาที ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงที่ข้างตัวรถแล้ว เขาเข้ามาในรถ ปรับอุณหภูมิในตัวรถให้สูงขึ้น รีบถอดเสื้อผ้าบนตัวของหลินเมิ่งออกโดยที่ไม่ได้สนใจเสื้อผ้าที่เปียกฝนของตัวเอง เธอที่เป็นไข้จนไร้สติแบบนี้ เขาจะให้เธอใส่เสื้อผ้าทั้งเปียกๆ นี้ไม่ได้

ถึงแม้ว่าหลินเมิ่งจะเป็นไข้จนสติเลอะเลือน แต่ว่าในสมองยังจำคำว่าไร้ศักดิ์ศรีที่หลงเหลืออยู่ก่อนหน้านี้ได้ จึงต่อต้านออกไปด้วยจิตใต้สำนึก เมื่อเห็นว่ามีคนถอดเสื้อผ้าของเธอออก เธอก็เริ่มดิ้นรนขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าร่างที่บอบบางนั้นเอาเรี่ยวแรงมากจากที่ไหน แขนขาววาดสะบัดไปโดนหรงหลิงจนเขาต้องร้องออกมา เขาโกรธจนทนไม่ไหว แต่เธอก็ยังฝืนลำคอที่เจ็บเพราะพิษไข้นั้นเปล่งเสียงออกมาเบาๆ “ออกไป...ออกไป...”

เขาหรี่ดวงตาลงครึ่งหนึ่ง ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเธอจำได้หรือเปล่าว่าคนตรงหน้าของเธอนั้นคือหรงหลิง!

นี่ทำให้หรงหลิงโกรธมากจนแทบทนไม่ไหวแล้ว สาวน้อยที่เคยเชื่อฟังเขามาโดยตลอด ใครจะไปนึกถึงว่าบทที่เธอจะพยศขึ้นมาก็เล่นเอารับมือยากขนาดนี้ ดุเสียยิ่งกว่าลูกแมวที่ขู่ฟ่อๆ ท่าทางที่กางเขี้ยวเล็บแบบนั้นก็ดูจะคล้ายแม่เสือเข้าไปทุกทีแล้ว

เขาจะไม่อ่อนโยนกับเธออีกต่อไป หรงหลิงพ่นเสียงไม่พอใจออกมา เลือกใช้วิธีการที่โหดร้ายที่สุด แต่ว่าได้ผลที่สุด เสียง “แคว่ก...” ก็ดังขึ้น เขาฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเธอออกจนหมด ดูสิว่าเธอจะใช้อะไรมาปกปิดได้อีก เธอเบิกดวงตาที่ไร้สตินั้นขึ้น วาดแขนสะบัดใส่เขาด้วยความโกรธเกรี้ยว หรงหลิงหรี่ดวงตาลง ยื่นมือออกไปจับแขนเล็กเรียวบางทั้งสองข้างนั้นไว้ด้วยกันอย่างง่ายดาย เดิมทีคิดจะใช้วิธีการเดิม ตัดสินใจที่จะใช้เข็มขัดหนังมัดเธอไว้อีกครั้ง แต่พอเห็นว่าที่ข้อมือของเธอนั้นยังคงมีรอยแผลที่ยังไม่จางหายไปจากเมื่อคืนนั้น เขาก็อดกลั้นไม่ทำแบบนั้นอีก แต่กลับใช้มือที่แข็งแรงของตัวเองจับแขนของเธอไว้แทน ส่วนมืออีกข้างที่เหลือนั้นก็ฉีกทึ้งกางเกงของเธอออกอย่างรวดเร็ว

ท่าทางของเธอนั้นดูสิ้นหวังเป็นอย่างมากจริงๆ ทั้งตัวเปียกไปด้วยน้ำฝน เปื้อนไปด้วยดินโคลน ดูเหมือนกับว่าไปคลุกดินโคลนมาอย่างไรอย่างนั้น บนใบหน้า บนขาเล็กๆ นั้นไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ต่างเปื้อนไปด้วยโคลนทั้งหมด บนผมสวยนั่นก็ยังมีใบหญ้าติดอยู่ ทำให้เขาที่ได้เห็นสีหน้าก็เปลี่ยนไปมา ไม่ว่ายังไงก็คิดไม่ถึงว่า เขาแค่ห่างจากเธอไปแค่ชั่วครู่หนึ่ง ทำไมเธอถึงทำให้ตัวเองมีสภาพน่าเวทนาได้เร็วขนาดนี้!

เธอคร่ำครวญอยู่อย่างนั้นไม่หยุด บางทีก็เป็นเสียงร้องที่เจ็บปวด บางทีก็เป็นเสียงก่นด่าเบาๆ หรงหลิงขมวดคิ้วน้อยๆ แต่ก็ไม่ได้คิดจะตั้งใจฟังคำพูดไม่ได้ศัพท์ฟังไม่เป็นคำของเธอ เขาถอดเข็มขัดของตัวเองออกด้วยความหงุดหงิดใจเล็กน้อย แล้วรีบถอดเสื้อเชิ้ตที่เปียกฝนของตัวเองออกด้วยความรวดเร็ว ใช้เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดเช็ดเข้าที่ใบหน้าของเธอที่ไม่แน่ใจว่าเปียกไปด้วยน้ำฝนหรือว่าน้ำตาอย่างลวกๆ และก็นำไปเช็ดเข้าที่ร่างกายที่ชื้นไปด้วยน้ำของเธออีกครั้งหนึ่ง

หลินเมิ่งที่กลิ้งลงไปในคูน้ำนั้น ทำให้ทั้งร่างเต็มไปด้วยโคลน อีกทั้งยังเปียกปอนไปด้วยฝน ตอนนี้พอถอดเสื้อผ้าออกแล้ว ร่างกายขาวเนียนก็ปรากฏออกมาให้เห็นอีกครั้ง รอจนเมื่อหรงหลิงใช้เสื้อเชิ้ตขาวของตัวเองเช็ดร่างกายให้เธอรอบหนึ่ง จนทำให้เสื้อเชิ้ตขาวราคาหลายหมื่นของเขากลายเป็นเศษผ้าที่สกปรกเสียยิ่งกว่าผ้าขี้ริ้ว หรงหลิงจึงไม่ลังเลที่จะโยนเสื้อเชิ้ตขาวนั้นทิ้งไป และถอดรองเท้าให้เธอ ในเวลาเพียงไม่นาน ร่างกายของหลินเมิ่งก็เปลือยเปล่าเหมือนเด็กทารกที่เพิ่งคลอดออกมา ร่างกายอรชรน่าดึงดูด เพราะว่าพิษไข้นั้น ทำให้ผิวขาวเนียนนั้นขึ้นสีแดงอย่างผิดปกติอยู่บ้าง หากจะบอกว่าสวยงามเย้ายวนจนเกินจะห้ามใจก็คงไม่เกินไปนัก แต่ในเวลาแบบนี้ ใครจะไปสนใรเรื่องแบบนั้นกันเล่า ถึงขั้นนี้แล้ว ถ้าหากว่าหรงหลิงยังมีอารมณ์ได้ เขาก็คงจะเป็นสัตว์เดรัจฉานแล้ว!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น