หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

จุดเริ่มต้นของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นด้วยความ 'เสน่หา' แล้วเเขาจะทำอย่างไร หากต้องการให้เธอมาเป็น 'ยาใจ' ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

ตอนที่ 26 อย่าทำให้ฉันโมโห

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 อย่าทำให้ฉันโมโห

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.2k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2561 13:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 อย่าทำให้ฉันโมโห
แบบอักษร


“อาบน้ำแล้วเหรอ?”

ก้มหน้าลงดอมดมกลิ่นกายหอมบนตัวเธอ เขาก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย แต่ความหมายกลับไม่ชัดเจนนัก

ดวงตาคู่นั้นของเขาราวกับกระแสไฟ กวาดมองสำรวจไปบนร่างกายของเธออย่างละเอียด ราวกับกำลังมองหาหลักฐานอะไรบนร่างกายของเธอ

เมื่อสายตาของเขากวาดมองไปที่ไหน ร่างกายก็เธอก็จะแดงเรื่อตามการจ้องมองของเขา เธอรับตัวเองที่ถูกเขามองสำรวจแบบนี้ไม่ได้ นี่ทำให้เธอรู้สึกอับอาย รู้สึกถูกหยามเหยียด และรับไม่ได้!

ดังนั้น ในเวลาเดียวกันกับที่น้ำตาเม็ดใสไหลหยดลงมา เธอจึงได้แต่ร้องออกมาเสียงเบา “ปิดไฟ ปิดไฟ......”

เขาทำราวกับไม่ได้ยิน ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกำลังทำให้ใจของเขาเยียบเย็นขึ้น ตอนที่เธอสะอื้นไห้อยู่นั้น เขาก็ยังคงใช้สายตาแหลมคมราวกับเหยี่ยวมองสำรวจเธอ

เมื่อไม่พบสิ่งแปลกปลอมอยู่บนร่างกายของเธอ สีหน้าของเขาก็ค่อยๆ เริ่มที่จะดูดีขึ้นมาเล็กน้อย

“ตอนนี้เธอเป็นของฉัน อย่าให้ฉันเห็นว่าเธออยู่กับผู้ชายคนไหนอีก!”

คำพูดคุกคามจบลง เขาถึงได้ยื่นมือออกไปปลดเข็มขัดที่รัดอยู่ที่ข้อมือของเธอ

แต่ว่า...นี่มันยังไม่จบ

ชายหนุ่มที่โกรธเกรี้ยวอยู่ชั่วครู่นั้น ต้องทำให้ผู้หญิงคนนี้ได้รู้ซึ้งว่าเธอเป็นของเขา ห้ามให้ผู้ชายคนไหนได้แตะต้องเธออีก!

ท่ามกลางความเดือดดาลของเขา ใบหน้าของเธอแทบจะเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา แต่ไม่เห็นว่าเขาจะปรานีเธอเลยแม้แต่น้อย......

จนกระทั่งช่วงเวลานั้นสิ้นสุดลง.....

ทั้งห้องปกคลุมไปด้วยความรุ่มร้อน ร่างกายของทั้งคู่เต็มไปด้วยเหงื่อ อีกทั้งกลิ่นเหล้าจางๆ และกลิ่นเฉพาะหลังจากกิจกรรมนั้น ร่างกายเหนื่อยล้าจนยากที่จะรับไหว

เธอหรี่ดวงตาลง ผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ แบกรับน้ำหนักที่เขากดทับลงมาครึ่งหนึ่ง

ลมหายใจของเขากลับไปเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เป่ารดลงที่ใบหูของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะกลัวว่าจะทับเธอเข้า เขาถึงได้พลิกตัวแล้วลงจากร่างของเธอ

เธอขยับเล็กน้อย อดทนต่อความเจ็บปวด หันกายพลิกข้างแล้วขดร่างเข้าหากันจนดูราวเหมือนกุ้งตัวน้อย ผมสีดำสนิทที่ทำให้คนใจสั่นยุ่งเหยิงจนปกคลุมใบหน้าครึ่งหนึ่งของเธอที่เปียกชุ่ม ที่หางตาของเธอนั้นยังมีน้ำตาเกาะอยู่ประปราย แล้วเหือดหายไปกับความร้อนของอากาศ เผยให้ความเศร้าหมองหลังจากที่ถูกกระทำ

ความร้อนแรงในห้องก่อนหน้านั้นก็พลันเงียบสงบลงทันใด แต่กลับทำให้คนไม่รู้จะทำอย่างไรดี เงียบเสียจนได้ยินเสียงของลมหายใจของกันและกันอย่างชัดเจน เสียงแล้วเสียงเล่า ทั้งยาวและสั้น แต่กลับไม่รู้ว่าเป็นใครที่หายใจตามใครกันแน่

เตียงอันอ่อนนุ่มขยับเล็กน้อย เป็นเขาที่ลงมาจากเตียงแล้วเดินไปที่ห้องน้ำ ไม่นานไฟในห้องน้ำก็สว่างขึ้น เสียงน้ำดังออกมาจากห้องน้ำ น่าจะเป็นเขาที่กำลังอาบน้ำอยู่

เธอค่อยๆ ยกมือขึ้นมาประชิดริมฝีปาก กำเป็นหมัดแน่นแล้วปิดเข้าที่ปากของตัวเอง อาศัยช่วงเวลาที่เขาไม่อยู่ร้องไห้ออกมาคนเดียว เสียงสะอึกสะอื้นเสียงแล้วเสียงเล่าได้แต่สะกดกลั้นอยู่ในลำคอ ไม่สามารถปล่อยออกมาได้......

ไม่นานนัก เสียงน้ำก็หยุดลง เขาเดินออกมาแล้ว เธอจึงพยายามกะพริบตาอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะไล่น้ำตาออกไป พยายามที่จะหายใจออกมาอย่างเบาที่สุด ทำเหมือนกับว่าเธอไม่มีตัวตน เมื่อคิดว่าเขานอนลงที่ข้างกายของเธอแล้ว เธอถึงได้ปล่อยให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปเช่นนั้น แต่ว่าเขากลับก้มตัวลงอุ้มเธอขึ้นมา จนทำให้เธออดที่จะขัดขืนไม่ได้ กำลังของเธอน้อยแต่กลับหนักแน่น

เขาไม่สนใจ อุ้มเธอเข้าไปในห้องน้ำ ว่างเธอลงไปในอ่างอาบน้ำที่เตรียมน้ำไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนตัวเขาเองก็ตามลงมาติดๆ เพื่อช่วยเธอทำความสะอาด

“ฉันทำเองค่ะ!” เธอหนี

แต่เขาทำราวกับว่าไม่ได้ยิน

ร่างกายของเธอผ่านศึกหนักมา เป็นไปได้ว่าคงอ่อนแรง เดิมทีเธอเองก็ไม่ได้มีกำลังอะไรมากมายนัก เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชายที่ร่างกายแข็งแรงราวกับปีศาจคนนี้ เดิมทีก็ไม่มีที่ที่ให้เธอสู้เขาได้ ทำได้แต่จ้องมองเขาที่จัดการกับร่างกายของเธอ

เมื่อทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว เขาก็ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัวให้เธอ แล้วอุ้มเธอกลับมาที่เตียง หลังจากนั้นก็เริ่มหาอะไรที่หัวเตียง

เธอเป็นอิสระแล้ว แต่สองมือนั้นก็กลับถูกเขาดึงไปอีกครั้ง ความรู้สึกเย็นและความเจ็บปวดจางๆ ไหลแล่นมาจากบริเวณข้อมือ ในที่สุดเธอก็อดไม่ได้ที่จะต้องลืมตาขึ้น ทำให้เห็นว่าเขากำลังใช้ยาทาเข้าที่ข้อมือของเธออย่างระมัดระวัง ถึงแม้ว่าเธอจะถูกเข็มขัดหนังนั้นมัดไว้เพียงแค่ชั่วครู่ แต่เป็นเพราะว่าเธอพยายามที่จะขัดขืนตลอดเวลา จึงทำให้ข้อมือทั้งสองเกิดเป็นแผลอย่างช่วยไม่ได้

ความอ่อนโยนของเขาในยามนี้ เมื่อเทียบกับความโหดร้ายก่อนหน้าก็เหมือนกับฟ้าและเหว!

แสงไฟนุ่มนวลส่องกระทบกับใบหน้าของเขา ทำให้ความโหดร้ายก่อนหน้านี้ของเขามลายหายไปทั้งหมด เธอกะพริบตา ที่จมูกมีความแสบร้อน ยอมรับว่าเธอยังรู้จักเขาไม่ดีพอ หรือบางทีก็อาจจะไม่มีความจำเป็นต้องรู้จักเขาก็ได้ เพราะระหว่างเขาและเธอก็คงเป็นได้แค่การโคจรมาพบกันแค่ไม่กี่วันนี้เท่านั้น รอหลังจากที่ผ่านพ้นหนึ่งอาทิตย์นี้ไป เธอก็ควรที่จะต้องจากไปแล้ว

ดูเหมือนว่าใจของเธอสมควรที่จะเฝ้ารออิสรภาพหลังจากหนึ่งอาทิตย์นี้ แต่ทำไมเธอถึงได้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดที่บอกไม่ถูกนี้ขึ้นมาได้

เธอปัดจมูกน้อยๆ ถูกเขาทำให้ได้สติขึ้น เขาช้อนสายตาขึ้นมองเธอ ดวงตาสีดำสนิทบนใบหน้าหล่อร้ายนั้นดูล้ำลึกไม่เหมือนปกติ

“ฉันไม่ชอบให้เธออยู่กับผู้ชายคนอื่น ต่อไปนี้อย่าทำให้ฉันโมโหอีก”

น้ำเสียงแหบห้าวเจือไปด้วยความอ่อนโยนจางๆ ความนุ่มนวลและมีเสน่ห์ภายใต้แสงไฟสีเหลืองสลัวมีความรู้สึกปลอบโยนอย่างเงียบๆ หรืออาจจะพูดได้ว่าเป็นการยอมถอยให้ ทำให้ความอายของเธอหลั่งไหลเข้ามาราวกับสายน้ำ คำอธิบายทั้งน้ำตาดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าเธอกำลังรู้สึกเจ็บปวด

“ฉันไม่ได้......ไม่ได้คิดสนใจเขา...แต่.....ฉันคิดว่าเขาเป็นคนที่คุณส่งมาพาฉันกลับ......พอฉันขึ้นรถ....หลังจากนั้นถึงรู้ว่าไม่ใช่......แต่ฉันลงไม่ได้แล้ว......ฉันบอกว่าฉันอยากกลับโรงแรม.....แต่ว่าท้องก็ร้องขึ้นมา.....เขาเลยพาฉันไปกินข้าว......ฉันพยายามกิน.....เพื่อที่จะได้กลับให้เร็วหน่อย...หลังจากนั้นก็เจอคุณเข้า......”

น้ำตาไหลลงมาจากมุมหางตาของเธอราวกับไข่มุกที่สายร้อยขาด เธอรู้สึกว่าตัวเองที่เป็นแบบนี้นั้นน่าอายมาก ดังนั้นจึงยื่นมือขาวบางของเธอออกไปปิดดวงตาของตัวเองไว้

ความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไปมาและความรู้สึกอายเป็นอย่างมาก ทำให้เธอไม่สามารถหยุดน้ำตาและเสียงสะอื้นของตัวเองได้ แสงไฟนุ่มนวลที่บริเวณหัวเตียงส่องกระทบกับใบหน้าเล็กรูปไข่ที่เต็มไปด้วยน้ำตา ทำให้เธอดูน่าสงสารจนใจคนสั่นไหว! แต่ว่าเธอกลับใช้มือปิดบังดวงตาที่มีน้ำตาไหลมาไม่หยุดนั่นเพื่อไม่ให้เขามองเห็น เห็นเพียงหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุดภายใต้มือเล็กขาว ท่าทางที่ดูเปราะบาง แต่พยายามดื้อดึงไม่ให้เขาเห็นนั้น ทำให้ใจของคนแทบแหลกสลาย  

หรงหลิงถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้ววางหลอดยาลง ปิดไฟที่หัวเตียง แล้วขึ้นไปบนเตียง นำร่างของเธอเข้ามาในอ้อมอกของตัวเอง ออกแรงดึงมือที่บดบังน้ำตาของเธอออก ในความมืดมิดนั้นเขาสัมผัสลงบนดวงตาของเธออย่างระมัดระวัง ประทับจูบลงไปอย่างแผ่วเบา แล้วจูบซับน้ำตาของเธอน้อยๆ

“นอนเถอะ...ฉันรู้แล้ว...ไม่โทษเธอแล้ว นอนเถอะนะ...”

ประโยคที่ทำให้หลินเมิ่งรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย การกระทำที่อ่อนโยนของเขาค่อยๆ ทำให้ความเจ็บปวดในใจของเธอสงบลง จูบเบาๆ ของเขาทำให้น้ำตาของเธอหยุดไหล ก่อนที่จะหลับลงไปนั้น ในหูของเธอยังสะท้อนก้องไปด้วยเสียงกระซิบแหบพร่าทว่าทุ้มนุ่มของเขา......

“นอนซะนะ...นอนซะ......”

เสียงที่ราวกับเป็นเสียงปลอบโยนของพ่อแม่ และก็เหมือนเสียงกล่อมเด็กก่อนนอนดังขึ้นเรื่อยๆ แต่เธอกลับไม่เคยได้สัมผัสมันมาก่อน เวลาผ่านไปสักพัก หัวใจของเธอก็อ่อนยวบลงและถูกเติมเต็มในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกอายทั้งหมดก็พลันจางหายไป

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น