facebook-icon

เป็นเรื่องแรกที่ตั้งใจเขียนด้วยอารมณ์เหงาๆ ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ : )

บทที่ 2 ฉันใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างเด็กที่เลื่อนลอยไร้จุดหมาย

ชื่อตอน : บทที่ 2 ฉันใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างเด็กที่เลื่อนลอยไร้จุดหมาย

คำค้น : เศร้า เหงา ดราม่า ความรัก ร้องไห้ เสียใจ โดดเดี่ยว

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2563 22:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 ฉันใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างเด็กที่เลื่อนลอยไร้จุดหมาย
แบบอักษร

Lonely  Moon 

ฉันใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างเด็กที่เลื่อนลอย ไร้จุดหมาย 

  

หลังจากที่แม่ของฉันตายได้ไม่กี่เดือน ฉันใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างเด็กที่เลื่อนลอยไร้จุดหมาย กลายเป็นเด็กเก็บตัวและพูดน้อยลง บ้านที่เคยเงียบเหงาแต่เต็มไปด้วยความสุขของฉันกับแม่ ในตอนนี้มันกลับเงียบเหงาลงยิ่งกว่าเดิม

 

               พ่อแทบไม่เคยกลับบ้านอีกเลยตั้งแต่แม่ตาย แทนที่พ่อจะแวะมาหาฉันที่บ้านบ้าง แต่พ่อกลับทำแค่เพียงโทรมาหามากกว่า ฉันรู้ว่าตัวเองไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆที่รับผิดชอบอะไรเองไม่ได้ แต่ฉันในวัยสิบห้าปีก็ยังไม่ถึงขั้นจะกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว เรื่องนี้มันทำให้ฉันน้อยใจพ่ออยู่ลึกๆ เพราะสำหรับพ่อแล้วพ่อคงไม่ได้คิดอย่างนั้น ท่านถึงได้มั่นใจว่าฉันสามารถอยู่ด้วยตัวเองได้ ฉันคิดว่าพ่อคงจะเห็นฉันเป็นเด็กที่เข้มแข็งแบบนั้น

 

               ฉันพยายามที่จะไม่ใส่ใจ และอยากทำตามความหวังครั้งสุดท้ายของแม่ให้.ได้ โดยการที่ฉันจะต้องไม่เกลียดหรือโกรธพ่อ แต่มันก็อดคิดและน้อยใจไม่ได้ว่าในตอนนี้พ่อคงจะใช้เวลาทั้งหมดไปกับครอบครัวที่สมบูรณ์แบบของพ่อแล้ว

 

ฉันไป - กลับโรงเรียนโดยรถบัสรับส่งประจำของโรงเรียน พอถึงเวลาที่ต้องกลับบ้านฉันก็จะเห็นอาหารสองถึงสามอย่างที่แม่บ้านทำทิ้งไว้ในตู้กับข้าว  มันวนเวียนเป็นแบบนี้อยู่ซ้ำๆกับบ้านหลังใหญ่หลังนี้ที่มีแค่ฉันอยู่เพียงลำพัง

เวลาที่ตัวเองว่างฉันมักจะดูแลต้นไม้ดอกไม้ในสวนเล็กๆที่ฉันปลูกเอาไว้ข้างหน้าต่างห้องนอนของแม่ เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมีแม่คอยอยู่ใกล้ๆ อย่างน้อยในตอนที่ฉันได้รดน้ำพรวนดินและใส่ปุ๋ยให้กับต้นไม้เหล่านั้น มันก็ช่วยทำให้ฉันคลายความคิดถึงที่มีต่อแม่ไปได้บ้าง

แต่แล้ววันหนึ่งที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว พ่อกลับมาบ้านพร้อมกับภรรยาของพ่อที่ชื่อว่าวิมล โดยมีลูกสาวและลูกชายของพ่อตามมาด้วย ท่าทางพวกเขาดูไม่ค่อยเป็นมิตรกับฉันสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเด็กสองคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องสาวและน้องชายของฉัน ตอนที่พ่อได้แนะนำให้ต่างฝ่ายต่างรู้จักกัน พวกเขาไม่ค่อยสนใจและทำกับฉันเหมือนเป็นส่วนเกินของครอบครัวอย่างไม่ต้องสงสัย 

พ่อหันมาจับที่ไหล่ของฉันแล้วบอกว่าพ่อไม่อยากให้ฉันอยู่บ้านหลังนี้คนเดียว ถ้ามีน้องๆมาอยู่ด้วยฉันจะได้.ไม่เหงา พวกเราจะได้มาอยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน แต่พ่อคงไม่เคยรู้เลยว่านั่นมันกลับยิ่งทำให้ฉันเหงามากขึ้นกว่าเดิมซะอีก

สิ่งหนึ่งที่ฉันไม่พอใจมากๆก็คือแต่ละคนพยายามสำรวจและจับจองพื้น ที่ในบ้านโดยไม่นึกถึงความรู้สึกของฉันเลยสักนิด ฉันต้องยอมสละห้องนอนของตัวเองให้ต้นอ้อเด็กที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องสาวของฉัน ในตอนแรกเธอยืนยันที่จะเลือกห้องข้างล่างของบ้าน เพราะห้องนี้กว้างและอากาศดี ซึ่งก็คือห้องนอนของแม่ฉัน   

แต่ฉันยอมไม่ได้ ฉันเลยบอกไปว่าห้องนี้เป็นห้องที่แม่เคยนอนเสียชีวิตบนเตียง เธอจึงยอมที่จะเลือกห้องอื่นแทน สุดท้ายแล้วเธอก็เลือกห้องนอนข้างบนชั้นสอง ซึ่งก็คือห้องนอนของฉันเอง ส่วนต้นปาล์มน้องชายอีกคนเลือกห้องข้างบนบ้านเช่นกัน ตอนนี้ข้างบนชั้นสองของบ้านกลายเป็นพื้นที่ที่ชั้นไม่สามารถขึ้นไปได้.อีกต่อไปแล้ว เพราะทุกคนมีห้องส่วนตัวอยู่บนนั้นกันหมด แม้กระทั่งห้องที่เคยเป็นห้องนอนของพ่อกับแม่ ตอนนี้พ่อกลับใช้ห้องนั้นอยู่ร่วมกันกับน้าวิมล

การเปลี่ยนแปลงของบ้านมีมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อน้าวิมลเข้ามาดูแลและควบคุมความเป็นอยู่ภายในบ้านทั้งหมด ตอนนี้ต้นอ้อได้ย้ายมาเรียนโรงเรียนเอกชนหญิงล้วนประจำจังหวัดที่เดียวกันกับฉันแล้ว 

น้าวิมลพูดกับพ่อว่าในเมื่อฉันได้เรียนโรงเรียนดีๆเธอก็อยากให้ลูกของเธอได้รับโอกาสนั้นบ้าง ต้นปาล์มก็อีกคน ตอนนี้ย้ายมาเรียนโรงเรียนชายล้วนในเครือเดียวกันกับโรงเรียนของฉันเช่นกัน  

ทุกเช้าพ่อจะเป็นคนไปส่งน้องทั้งสองคนที่โรงเรียน ต่างกับฉันที่ต้องนั่งรถบัสของโรงเรียนไปเองเช่นเคย เพราะรถบัสของโรงเรียนจะแวะมารับในตอนเจ็ดโมงเช้า ซึ่งฉันจะต้องออกจากบ้านไปโรงเรียนก่อนน้องๆทุกวัน 

ตอนแรกฉันก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมพวกเขาถึงไม่เคยชวนฉันให้ไปด้วยกัน เพราะไหนๆก็ย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนเดียวกันแล้ว แต่ฉันคิดว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร 

เป็นแบบนี้ก็คงดีเหมือนกัน เพราะตัวฉันเองก็อยากอยู่อย่างเงียบๆ อยากทำให้.ได้อย่างที่เคยสัญญาไว้กับแม่ ฉันเลยบอกกับตัวเองให้พยายามเข้าใจว่าน้องทั้งสองคนคงเคยชินกับการมีพ่อไปรับ -  ส่ง ที่โรงเรียนตั้งแต่แรกแล้ว 

 

 

 

To Be Continued 

ความคิดเห็น