ทุ่งหญ้าหิมะบนเม็ดทราย
facebook-icon

เป็นเรื่องแรกที่ตั้งใจเขียนด้วยอารมณ์เหงาๆ ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ : )

บทที่ 2 ฉันใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างเด็กที่เลื่อนลอยไร้จุดหมาย

ชื่อตอน : บทที่ 2 ฉันใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างเด็กที่เลื่อนลอยไร้จุดหมาย

คำค้น : เศร้า เหงา ดราม่า ความรัก ร้องไห้ เสียใจ โดดเดี่ยว

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2562 12:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 ฉันใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างเด็กที่เลื่อนลอยไร้จุดหมาย
แบบอักษร

 

Lonely  Moon 

ฉันใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างเด็กที่เลื่อนลอย ไร้จุดหมาย 

  

หลังจากที่แม่ตายด้ไม่กี่เดือน  ฉันใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างเด็กที่เลื่อนลอย  ไร้จุดหมาย  กลายเป็นคนที่เก็บตัวและพูดน้อยลง  บ้านที่เคยเงียบเหงาแต่เต็มไปด้วยความสุขของฉันกับแม่  กลับเงียบเหงากว่าเดิม  พ่อแทบไม่กลับบ้านอีกเลยตั้งแต่แม่ตาย   พ่อเพียงแค่โทรหาฉันแทนที่จะมาเจอหน้ากันที่บ้านก็ยังดี   ฉันพยายามไม่ใส่ใจและอยากทำตามความหวังครั้งสุดท้ายของแม่ให้ได้โดยที่ไม่เกลียดหรือโกรธพ่อ   แต่ฉันก็คิดและอดน้อยใจไม่ได้ว่าพ่อคงจะใช้เวลาทั้งหมดไปกับครอบครัวที่สมบูรณ์แบบของพ่อในตอนนี้ 

 

ฉันไป - กลับ  โรงเรียนโดยรถบัสรับส่งประจำของโรงเรียน  พอถึงเวลากลับบ้านก็จะพบกับอาหารสองสามอย่างที่แม่บ้านทิ้งไว้ในตู้กับข้าว   มันวนเวียนเป็นแบบนี้อยู่ซ้ำๆกับบ้านหลังใหญ่หลังนี้ที่มีแค่ฉันอยู่เพียงลำพัง   ฉันทำได้แค่ดูแลต้นไม้  สวนเล็กๆที่ฉันเคยปลูกไว้ข้างๆห้องนอนของแม่   มันทำให้ฉันเหมือนมีแม่คอยอยู่ใกล้ๆ   อย่างน้อยในตอนที่ฉันได้รดน้ำใส่ปุ๋ยให้กับต้นไม้เหล่านั้น   มันช่วยทำให้ฉันคลายความคิดถึงที่มีต่อไปแม่ไปได้บ้าง 

 

แต่แล้วหนึ่ง   พ่อกลับมาบ้านพร้อมกับผู้หญิงชื่อวิมลที่เป็นภรรยาและลูกสาวลูกชายของพ่อของสองคน   ท่าทางพวกเขาดูไม่ค่อยเป็นมิตรกับฉันสักเท่าไหร่   โดยเฉพาะเด็กสองคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องสาวและน้องชายของฉัน    ตอนที่พ่อแนะนำให้ต่างฝ่ายต่างรู้จักกัน  พวกเขาไม่ค่อยสนใจและทำกับฉันเหมือนเป็นส่วนเกินอย่างไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว      พ่อหันมาจับที่ไหล่ของฉันแล้วบอกว่า   พ่อไม่อยากให้ฉันอยู่บ้านหลังนี้     คนเดียว   มีน้องๆมาอยู่จะได้ไม่เหงาถ้าพวกเราได้มาอยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน   แต่นั่นพ่อคงไม่เคยรู้เลย  มันกลับยิ่งทำให้ฉันเหงามากขึ้นกว่าเดิมซะอีก 

 

สิ่งหนึ่งที่ฉันไม่พอใจมากๆก็คือแต่ละคนพยายามสำรวจและจับจองพื้นที่ในบ้านโดยไม่นึกถึงความรู้สึกของฉันสักนิด   ฉันต้องยอมสละห้องนอนของตัวเองให้ต้นอ้อเด็กที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องสาวของฉัน  ทีแรกเธอยืนยันที่จะเลือกห้องข้างล่างของบ้าน   เพราะห้องนี้กว้างและอากาศดีซึ่งก็คือห้องนอนของแม่ฉัน    แต่ฉันยอมไม่ได้ฉันเลยบอกไปว่าห้องนี้เป็นห้องที่แม่เคยเสียชีวิต   เธอจึงยอมที่จะเลือกห้องอื่นแทน   สุดท้ายแล้วเธอก็เลือกห้องนอนข้างบนชั้นสอง   ซึ่งก็คือห้องนอนของฉันเอง   ส่วนต้นปาล์มน้องชายอีกคนเลือกห้องข้างบนบ้านเช่นกัน  ตอนนี้ที่ชั้นสองของบ้านกลายเป็นพื้นที่ที่ชั้นไม่สามารถขึ้นไปได้อีกต่อไปแล้ว  เพราะทุกคนมีห้องส่วนตัวอยู่บนนั้นทั้งหมด  แม้กระทั่งห้องที่เคยเป็นห้องนอนของพ่อกับแม่  ซึ่งห้องนั้นพ่อใช้มันอยู่ร่วมกับน้าวิมล 

 

การเปลี่ยนแปลงของบ้านมีมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อน้าวิมลเข้ามาดูแลและควบคุมความเป็นอยู่ภายในบ้านทั้งหมด   ตอนนี้ต้นอ้อได้ย้ายมาเรียนโรงเรียนเอกชนหญิงล้วนประจำจังหวัดที่เดียวกันกับฉันแล้ว   น้าวิมลพูดกับพ่อว่า  ในเมื่อฉันได้เรียนโรงเรียนดีๆเธอก็อยากให้ลูกของเธอได้รับโอกาสนั้นบ้าง   ต้นปาล์มอีกคน   ตอนนี้ย้ายมาเรียนโรงเรียนชายล้วนในเครือเดียวกันกับโรงเรียนฉันเช่นกัน    

 

ทุกเช้าพ่อจะเป็นคนไปส่งน้องทั้งสองคนที่โรงเรียน  ต่างกับฉันที่ต้องนั่งรถบัสของโรงเรียนไปเองเช่นเคย  เพราะรถบัสของโรงเรียนจะแวะมารับในตอนเจ็ดโมงเช้า   ซึ่งฉันจะออกจากบ้านไปโรงเรียนก่อนน้องๆ   ทุกวัน    ตอนแรกฉันก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมพวกเขาถึงไม่เคยชวนฉันไปให้ด้วยกันเพราะไหนๆก็ย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนเดียวกันแล้ว  แต่คิดว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร   เป็นแบบนี้ก็คงดีเหมือนกันเพราะตัวฉันเองก็อยากอยู่อย่างเงียบๆ   อยากทำให้ได้อย่างที่เคยสัญญาไว้กับแม่   ฉันเลยบอกกับตัวเองให้พยายามเข้าใจว่าน้องทั้งสองคนคงเคยชินกับการมีพ่อไปรับ -  ส่ง ที่โรงเรียนตั้งแต่แรกแล้ว  

 

 

To Be Continued 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น