AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 16 เด็กน้อยในดงป่า

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 เด็กน้อยในดงป่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 116

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2561 09:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 เด็กน้อยในดงป่า
แบบอักษร

ตอนที่ 16 เด็กน้อยในดงป่า

แสงจันทร์ยามค่ำคืนนวลงามตา บนท้องฟ้ามีดวงดาวแข่งกันส่องแสงสว่างสุกสกาวอยู่เต็มฟ้า ทุกหย่อมหญ้าเต็มไปด้วยอณูแห่งน้ำค้างกลั่นเป็นน้ำใสๆ หยดลงตามพื้นบ่งบอกถึงความหนาวเย็นของบรรยากาศ มือน้อยๆ ค่อยๆ แตะยอดหญ้า

อีกมือหนึ่งถือกระบอกน้ำทำด้วยไม้ไผ่กระบอกเล็กๆ หยดน้ำค้างค่อยๆ ไหลลงจากยอดหญ้าตกลงสู่ห้วงของกระบอกไม้ไผ่นั้น

มือน้อยๆ ปาดน้ำตาตัวเองที่ไหลออกมา ใบหน้ามอมแมมนั้นบ่งบอกว่าเธอไม่ได้อาบน้ำมาหลายวัน เส้นผมสีดำตอนนี้ยุ่งเหยิง ใบหน้าเรียวเล็กนัยน์ตาสีฟ้าใส จมูกโด่งได้ที่ ริมฝีปากจากชมพูแช่มช้อยกลับกลายเป็นซีดเซียว

เรือนร่างน้อยๆ ของเธอสวมใส่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ร่างกายซูบผอมบอกถึงสารอาหารที่ได้รับไม่เพียงพอ เธอเดินโดดเดี่ยวเดียวดายในยามค่ำคืนเพื่อเก็บน้ำจากยอดหญ้า

หรือยอดใบไม้ต่างๆ ใส่กระบอกไม้ไผ่เพียงกระบอกเดียวที่เธอยังคงหลงเหลืออยู่พอเป็นเครื่องเก็บน้ำประทังความหิวได้ น้ำตาหยดน้อยๆ หยดลงมาอีกครั้ง

เธอนั่งทรุดลงกับพื้นพยายามอดกลั้นไม่ให้ตัวเองส่งเสียงร้องไห้ออกมา มือขวาอันมอมแมมกุมแหวนวงเล็กๆ ที่สลักลวดลายอย่างสวยงาม เป็นเครื่องประดับเพียงชิ้นเดียวที่สามารถปลอบใจเธอได้ในยามที่เศร้าใจแบบนี้

“ท่านพ่อ...ท่านแม่...ข้าจะเข้มแข็ง...จะไม่ยอมแพ้แม้จะเจอกับเรื่องเลวร้ายสักเพียงไหนก็ตาม...สักวันหนึ่งหนูจะกลับไปหาท่าน กลับไปยังอ้อมกอดที่อบอุ่นนั้น ...” เสียงอันแผ่วเบาแลดูซีดเซียวไร้เรี่ยวแรงของเธอเอื้อนเอ่ย

น้ำตาเธอไหลออกมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงบุคคลที่เป็นความหวังของเธอ แต่ถึงอย่างนั้น การที่จะได้พบพานกันอีกมันคือเรื่องที่เป็นราวกับปาฏิหาริย์ ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เท่าที่เห็นมันมีแต่ป่ากับป่า

เธอพยายามดั้นด้นมาตามเสียงระเบิดที่ดังสนั่นเมื่อคืนก่อนหน้า เสียงที่ทำให้แผ่นดินถึงกับสะเทือน แต่ด้วยเรี่ยวแรงของเธอแล้ว การที่จะเดินทางด้วยเท้าน้อยๆ ที่ไม่มีสิ่งใดรองพื้น แต่ละก้าวต้องเดินด้วยความระมัดระวัง ยิ่งเจอหนามหรือของแหลมคมทิ่มแทงยิ่งเจ็บปวด

การเดินทางก็ยิ่งช้าลง เธอตามเสียงนั้นมาได้ 1 วันแล้ว แต่ระยะทางที่เธอเดินนั้นไม่ถึง 5 กิโลเมตรด้วยซ้ำ

“หากเราไปถึงที่ ๆ มีเสียง เราคงจะเจอผู้คน ...” ความหวังเล็กๆ น้อยๆ ของเธอกำลังจะประสบผล แค่เพียงเธออดทนเดินทางอีกหน่อย....แค่อีกหน่อยเดียวเท่านั้น

แซกๆ ๆ

เสียงบางอย่างเคลื่อนที่ตรงพุ่มไม้ตรงหน้าเธอ ขาน้อยๆ สั่นระรัวด้วยความกลัวว่าจะมีมอนสเตอร์ร้ายโผล่ออกมา

ตอนนี้เธอไม่มีเรี่ยวแรงที่จะวิ่งหนีอีกต่อไปแล้ว

แซก.....ๆ ......ๆ

เสียงแหวกพุ่มไม้ดังและเคลื่อนที่มาทางเธอช้าๆ ช้ามาก แต่แล้วเสียงนั้นก็หยุดลง

10 นาที 20 นาที ครึ่งชั่วโมงผ่านไปก็ยังคงไร้วี่แววของการขยับเขยื้อน เด็กน้อยจึงค่อยๆ คลานไปดูว่าสิ่งเมื่อกี้คืออะไร แม้นในใจจะหวาดกลัวเต็มทนก็ตาม มือน้อยห้อยกระบอกน้ำที่มีน้ำเพียงน้อยนิด สองเข่าค่อยๆ คลานไปยังพุ่มไม้ตรงหน้าด้วยเรี่ยวแรงที่มีแทบทั้งหมด ยิ่งเข้าใกล้ในใจก็ยิ่งกลัว

แต่แล้วสิ่งที่เธอเห็นกลับเป็นมือขวาของใครไม่ทราบที่แน่นิ่งอยู่อย่างนั้น นิ้วของเขากระตุกเป็นบางครั้งบ่งบอกว่าเขายังคงมีชีวิตอยู่

ด้วยความเมตตาและความไร้เดียงสาที่ติดเป็นนิสัยของเธอ เธอรีบคลานไปยังตำแหน่งนั้นทันที เมื่อแหวกพุ่มไม้ออกเผยเห็นร่างของบุรุษที่เปลือยเปล่าสภาพนอนคว่ำร่างกายมอมแมม

ตัวเขาเหมือนไร้เรี่ยวแรง เธอรีบเข้าไปพยุงแล้วปรับท่าให้เขานอนหงาย เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยฝุ่นและโคลน ริมฝีปากของเขาซีดเซียวเหมือนกับโดนยาพิษ

“คุณ... คุณ....” เสียงน้อยๆ ซีดๆ เอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาแต่ก็ไร้การตอบรับ เด็กน้อยจึงยกหัวเขาขึ้นแล้วปรับท่าให้เขาหนุนตักเธอ อาการของชายคนนั้นจะดิ้นเบาๆ เหมือนกับเจอฝันร้าย สักพักก็จะแน่นิ่ง

**.......................................

**อีกด้านหนึ่ง

“อา......โชคดีที่ยังไม่ตาย อั๊ค มาอีกแล้ว” เสียงอันแหบแห้งของไผ่พูดออกมาเบาๆ พลันก็กุมท้องตัวเองดิ้นไปดิ้นมา

สถานที่ที่ไผ่นอนดิ้นอยู่นี้ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน แต่ให้รู้คือใกล้ๆ กับเขตที่เขาครอบครองแน่นอน แต่ด้วยอาการที่เป็นตอนนี้จึงไม่มีเวลาไปใส่ใจเรื่องยิบย่อยมากนัก

ไผ่ยังคงดิ้นทุรนทุรายกลิ้งไปหน้าบ้าง หลังบ้าง การดิ้นแต่ละทีเขากุมท้องกลิ้งไปไกลกว่าครึ่งกิโลเมตร ผ่านซอกเหลือบบ้าน เข้าไปไหนไม่รู้จนตอนนี้สถานที่พำนักชั่วคราวคือป่าที่ไหนสักแห่ง เมื่ออาการเริ่มทุเลาก็นอนแผ่หลาด้วยใบหน้าและริมฝีปากที่ซีดเซียวอย่างนั้น เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งไม่เป็นชิ้นดี หน้ากากก็หายไปตอนไหนไม่รู้

“อั๊ค...เอาอีกแล้ว..บ้าเอ้ย!! ”

**..............................................................................................

**อีกด้านหนึ่ง

“พี่โนบุ พี่ชายหายไปไหนอ่า นานะตามหาไม่เจอเลย” นานะพูดกับโนบุในขณะที่ตอนนี้กำลังทำการอบขนมปังเพื่อแจกจ่ายแก่ผู้เหลือรอด ครานี้มีการป่าวประกาศให้มารับถึงบ้าน อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงเช้าแล้ว ก็นับว่าใกล้จะได้เวลาแจกจ่ายขนมปัง

“ฮันนี่ออกไปเดินเล่นตั้งแต่เมื่อวานแล้วจ้านานะ ได้กินอาหารฝีมือพี่แล้วคงจะคึก ยิ้มแย้มแล้วรีบพุ่งออกไปข้างนอกกับเจ้าฮอปหลังกินหมดทันทีเลย อีกสองสามวันก็กลับมาแล้วจ้า” โนบุพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง นานะที่ได้ยินถึงกับหน้าซีดทันที

เธอรู้ดีว่าเมื่อได้กินอาหารโนบุจะมีสภาพเป็นอย่างไร แพตตี้กับคิวบิลัสที่นั่งทำขนมปังข้างๆ ถึงกับถอยออกห่างจากโนบุแบบเนียนๆ สังเกตจากมือของแพตตี้ที่ออกสั่นๆ เล็กน้อยก็จะรู้ว่าเธอรู้สึกกลัว

“งะ งั้นเราทำต่อกันเถอะ นานะว่าเสร็จแล้วจะขอไปพักทำใจ เอ้ย พักผ่อนคลายจิตใจสักหน่อย” นานะน้อยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“อื้อ ได้สิจ๊ะ เดี๋ยวพี่รับช่วงต่อเอง” โนบุพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง เธอยิ้มแย้มได้ทั้งวันเพราะมีความสุข

**......................................................

**เมื่อแสงตะวันส่องกระทบ ความอบอุ่นย่อมแล่นผ่าน สิ่งมีชีวิตเมื่อได้สัมผัสกับแสงและความอบอุ่นนั้นต่างพากันออกหากินไปตามประสา

“นะ...น้ำ..” เสียงอันแผ่วเบาของบุรุษไร้ผ้าเอ่ยขึ้น เด็กสาวที่นั่งให้เขาหนุนตัก เธอหลับไปตอนไหนไม่อาจทราบสะดุ้งตื่นเพราะเสียงนั้น

เมื่อประมวลผลว่าบุคคลตรงหน้าต้องการน้ำจึงรีบหยิบกระบอกไม้ไผ่ซึ่งมีน้ำอยู่น้อยนิดค่อยๆ บรรจงรินให้น้ำไหลเข้าสู่ปากของบุรุษนั้น

“อึก อึก อึก” เพียงสามอึกเขาก็หยุด แล้วเปลือกตาที่สลบไสลมานานค่อยๆ เปิดขึ้น เหมือนกับว่ากำลังฝืนให้ตัวเองลืมตา

แสงอาทิตย์ที่เล็ดลอดผ่านใบไม้กระทบเข้าสู้ดวงตาอย่างบางเบานั้นทำให้เขาเริ่มคืนสติ สมองประมวลผลอย่างเชื่องช้า และเมื่อลืมตาได้พอประมาณก็เห็นใบหน้าของเด็กผู้หญิงที่มอมแมมคนหนึ่ง บุรุษนั้นยังไม่ผลีผลามทำอะไร

“ฟื้น....แล้ว...เหรอคะ เมื่อคืน...คุณดูทร...มานมาก หนูเลย....ช่วยให้....หนุนตัก” เสียงแหบแห้งและแผ่วเบาของเด็กสาวเอ่ยขึ้น คิ้วของบุรุษกระตุก น้ำเสียงแบบนี้ ใบหน้าที่ซีดเซียวแบบนั้นแน่นอนว่าเด็กผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้ทานอะไรมาอย่างน้อยก็3 วัน แต่ทำไมแววตาถึงยังอ่อนโยนและยิ้มอยู่ได้

“หนะ หนูเป็นใคร” เสียงแหบแห้งของบุรุษพูดออกไป

“มี..ร่า..ค่ะ ....ชื่อของ....หนูคือ....มีร่า ..หนะ หนูหลงป่า...และมา...เจอ คะ คุณ สลบ ..หยะ ..อยู่” เสียงของมิร่าพูดออกมาอย่างแผ่วเบา และพยายามเน้นให้ชัดเจน แม้จะเชื่องช้าไปสักหน่อย บุรุษผู้ได้ฟังค่อยๆ ยันตัวเองลุกขึ้น สายตากวาดมองพื้นที่รอบๆ ปรากฏว่าเป็นป่าทั้งสิ้น

มีแต่ป่ากับป่าและเด็กผู้หญิงมอมแมมอีกหนึ่งคน เขาสังเกตแววตาของเด็กหญิงนั้น แววตาที่อ่อนโยนแต่ไม่ยอมแพ้ และกระบอกน้ำที่เธอกำลังถืออยู่ พลันนึกถึงรสชาติของน้ำที่ได้สัมผัสไปก่อนหน้า มันคือน้ำที่เก็บมาจากหยดน้ำค้าง

แค่เพียงมองแว็บเดียวก็รู้ว่าน้ำในกระบอกนั้นไม่เหลืออยู่แล้ว สังเกตร่างกายของเด็กผู้หญิงตรงหน้า ร่างของเธอนั้นต้องการน้ำยิ่งกว่าเขาเสียอีก ทำไมถึงยกน้ำนั่นให้เขา ทำไมเธอไม่ดื่มเอง

“ไม่เคยเจอคน...แบบหนูมาก่อน ..ทั้งๆ ที่..ตัวเองหิวน้ำแท้ๆ ทำไม...ถึงเอามาให้ฉันดื่ม..ล่ะ” เสียงอันแผ่วเบาแฝงความแหบแห้งเอ่ยออกมา

เด็กน้อยมองหน้าเขาด้วยแววตาที่อบอุ่น ทั้งๆ ที่ดูซีดเซียวแต่เธอกลับยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นและอ่อนโยน

“ก็คุณ...ต้อง..การ...นี่...คะ” เธอพูดออกมาแม้จะแผ่วเบาแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอ่อนโยน ผู้ฟังถึงกับชะงัก แววตาอันใสซื่อของเธอทำให้อยากทะนุถนอม ความรู้สึกอบอุ่นที่ส่งทอดมาจากแววตาอันไร้เดียงสาของเธอ

“แล้ว...หนู....ไม่เป็น..ไร..เหรอ” เสียงออกแหบๆ ของบุรุษเอ่ยออกมา

เด็กหญิงยังคงยิ้มเช่นเดิม เธอไม่ได้ตอบ แต่ล้มคว่ำหน้าไปทั้งๆ ที่ยิ้มแบบนั้น

ก่อนที่เธอจะกระแทกลงพื้น บุรุษนั้นคว้าตัวเธอเข้าสู่อ้อมกอดอย่างรวดเร็ว ลมหายใจอันแผ่วเบาบ่งบอกว่าเด็กตรงหน้ายังไม่ได้สิ้นชีวิต

“หนู..เป็น...เด็กที่แปลกที่สุด..ไม่เคยเจอ....แบบนี้มาก่อน...อั๊ค..เอาอีกแล้ว.... มาอีกแล้ว..บ้าจริง ทำไมร่างกายเราถึงไม่ฟื้นฟูเมื่อเจออาหารอาเจ๊ฟร๊ะ!! ” เสียงแหบแห้งสบถออกมาได้แค่นี้ก็กุมท้องตัวเอง เขาค่อยๆ บรรจงวางเด็กสาวลงพื้นแล้วดิ้นกลิ้งไปมาใกล้ๆ ไปพักใหญ่

..........................................................................************

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น