GukakST

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

>….ตอนที่ 39 [100%]….<

ชื่อตอน : >….ตอนที่ 39 [100%]….<

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.9k

ความคิดเห็น : 53

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2561 22:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
>….ตอนที่ 39 [100%]….<
แบบอักษร

>….ตอนที่ 39 [100%]….<

ภูริลืมตาขึ้นมาช้าๆ จะบอกว่าเมื่อคืนกลัวผีจนแทบหลับไม่สนิท แต่พอหลับสนิทเท่านั้นแหละ มันก็หลับสนิทไม่รู้เนื้อรู้ตัวอีกเลย ดีนะที่ตอนอีธานทำงานเขาสามารถเปิดไฟในห้องนอนได้ ถ้าต้องปิดไฟนอนมีหวังหลอนกับผีแน่ๆ

“เอ๊ะ...” แต่พอมองอะไรชัดแล้วก็ต้องตกใจกับการที่อีธานนั่งขัดสมาธิจ้องเขาอยู่ริมเตียงนอน เพื่อ?

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ? จ้องอย่างนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ ใช่ปะ...คงไม่ได้อยากอยู่หรอกนะ” เขาลุกขึ้นนั่งช้าๆ ยีหัวตัวเองหนึ่งทีแล้วก็ลูบหน้าเพื่อให้ตื่นเต็มตา

“เปล่า ผมคิดอะไรอยู่นิดหน่อยก็เลยนอนไม่หลับ”

”ถ้านิดหน่อยคุณคงไม่ถึงขั้นนอนไม่หลับหรอก อยากบอกผมไหมล่ะ หรือว่าไม่เอาดีกว่า ผมไม่ปากโป้งนะ มีไรปรึกษาได้” หาวกว้างๆ อีกหนึ่งที โอ้ย...ง่วงเนาะ

“บังเอิญไปเจอคนคนหนึ่งมาน่ะ”

“แฟนเก่าหรือไง” อีธานชะงักเมื่อภูริเดาถูก แต่คนเดาถูกก็ไม่รู้ตัว ภูริลุกขึ้น บิดขี้เกียจฮึ้บๆ

“มีอะไรต้องคิดเยอะไปหน่อย คุณไปอาบน้ำเถอะ” ในเมื่ออีธานว่าแบบนั้นก็ทำตามนั้นเลย

คงคิดมากจริงแหละ ไม่งั้นคงไม่มีอาการแบบนี้ให้เห็นหรอก คนอย่างอีธานแม้แต่ตอนทำงานหนักๆ ยังไม่ดูซีเรียสหนักขนาดนี้เลย อย่างมากก็บ่นๆ นั่งพักด้วยท่าทางอ่อนเพลีย แค่นั้นแหละที่ภูริเห็นมาตลอด รอบนี้อาจหนักหนากว่างานที่ทำอยู่ตลอดก็เป็นไปได้

ก็เหมือนทุกเช้าของเขาทั้งสองคน แค่อีธานดูซึมๆ ไปนิดหน่อย ไม่ค่อยพูดเหมือนเคยแต่ก็ยังกอดเอวเขาเอาไว้ยามเดินไปขึ้นรถด้วยกันอยู่ดี ภูริไปรถประจำตัวที่เอากลับมาด้วยเมื่อคืน อีธานจึงต้องเอารถตัวเองไปทำงาน ก็ขับๆ ตามกันไป แวะซื้อของกินเล็กน้อยแล้วก็เข้าที่ทำงานเหมือนทุกวัน

ภูริเดินหน้าเครียดเข้าแผนก แปลกไปกว่าทุกวัน คนอื่นก็สัมผัสได้จากรอยยิ้มที่หายไปบนใบหน้าของภูรินี่แหละ ให้ทำไงได้...อีธานเงียบอย่างที่ไม่เคยเงียบนี่ไม่ปกติสุดๆ ไปเลยนะ ถ้าเครียดเรื่องงานอีธานน่าจะบ่นให้ภูริฟังแล้ว เหมือนทุกครั้งอะ เล่ามาทีก็ไม่ได้เข้าใจอะไรไปกับเขา ฟังไปงั้น เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา และจำแค่บางอย่างที่ดูจะเป็นเรื่องสำคัญ ไม่งั้นเดี๋ยวอีธานจะนอยด์ได้ที่คู่สนทนาไม่ตั้งใจฟังตัวเอง

แต่นี่เหมือนคิดอะไรตลอดเวลา...

ภูริครุ่นคิด ใช้สมองยิ่งกว่าท่องจำรายงานเสียอีก ก็อีธานมีท่าทางปกติมากๆ เดินจับมือ โอบเอว แล้วไรอีก...แค่นั้นนี่หว่า ไอ้ที่ว่าไปเจอคนคนหนึ่งมานี่ ใช่คนที่ทำให้อีธานเครียดหรือเปล่าหว่า?

“เป็นอะไร หน้าเครียดแต่เช้าเลย” หัวหน้าแผนกเอ่ยทัก

“คิดไรนิดหน่อยอะ”

“ทะเลาะกับท่านประธานเหรอ” คือถ้าทะเลาะยังมีเหตุให้ทะเลาะไง นี่ไม่ได้ทะเลาะ ไม่มีเหตุผิดใจอะไรด้วย แต่มันก็เหมือน..ทะเลาะ? ปะวะ

“ไม่นะ เขาดูเครียดๆ อะ”

“เลยเป็นห่วง?” 

“อืม งานเยอะมั้ง” เพื่อนพยักหน้าขึ้นลง เข้าอกเข้าใจ ตบบ่าภูริเบาๆ

“เอาหน่า เครียดเรื่องงานเดี๋ยวก็หาย ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันก็ดีแล้ว วันนี้มีงานรอนายเยอะแยะไปหมด เออ...ค่ำนี้เราต้องไปภูเก็ต เหมือนว่าคู่หูอีกคนจะไม่ว่างไปด้วย นายมีธุระอะไรที่สำคัญทิ้งไม่ได้ปะ” ทั้งคู่เดินไปยังโต๊ะทำงาน ภูริวางถุงกาแฟลงแล้วมองหน้าเพื่อนพลางครุ่นคิด

“ไม่มีนะ น่าจะไปได้แหละ แต่มันไม่ฉุกลหุกไปหน่อยเหรอ” ก็ไม่รู้อีธานจะบ่นเขาไหมอะ นี่แค่ทำงานไม่มีเวลาให้ก็เริ่มไม่พอใจเขาแล้วเนี่ย

“โทษที ไอ้นั่นก็เพิ่งแจ้งเราเมื่อเช้านี้ งานมันงานยาวอะภู ไปวันนี้ค่ำๆ ใช่ไหม แล้วก็กลับเย็นวันอาทิตย์เลย สามวันสองคืน ไอ้นั่นก็เลยไปไม่ได้ แฟนงอน” แล้วอีธานจะไม่งอนใช่ไหม

“อ่าๆ ได้โอสินะ” ก็ปกติบริษัทเขาหยุดเสาร์อาทิตย์ ถ้าทำงานนอกแบบนี้จะได้โอทีในวันหยุดด้วยน่ะ

“ใช่ดิ ได้วันละสามแรง ไปเหอะ เอาท่านประธานไปด้วยก็ได้นะ” เพื่อนยิ้มหยอก

“ไม่อะ ไปทำงานนะเว้ยไม่ได้ไปเที่ยว”

“จ้าๆ พ่อหนุ่มบ้างาน” เพื่อนหันไปสนใจงานตัวเอง แล้วเขาจะรออะไร ทำงานตัวเองไปสิคร้าบ

ไอ้เรื่องออกงานนอกนี่เดี๋ยวกลับมาอีกทีค่อยเข้าไปบอกอีธานเอาก็แล้ว ส่วนตอนนี้เขามีนัดกับลูกค้าที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ นี่ เรียกว่าทุกวันนี้ไปห้างนั้นตลอด ไปจนจำได้หมดแล้วว่าอะไรอยู่ตรงไหน หลับตาเดินยังได้เลย เพราะมันสะดวกกับการเดินทาง มีร้านอาหาร ร้านเบเกอร์รี่ต่างๆ เอาไว้นัดพบลูกค้ามานั่งคุยงานได้ เลยเป็นที่ที่เซลล์จะไปกันบ่อยหน่อย

นั่งเคลียร์งานอยู่ที่โต๊ะประมาณชั่วโมงหนึ่งภูริก็เดินทางไปยังสถานที่นัดพบ วันนี้นัดลูกค้าหนุ่มเอาไว้ที่ร้านกาแฟ เป็นหนุ่มไหม...สี่สิบกว่าๆ แล้วล่ะ คนนี้ภูริรู้สึกว่าตอนแรกเขาน่ากลัว เป็นอัลฟ่าที่มีรังสีดุดัน อายุก็มากกว่าเยอะ แถมยังละเอียดอ่อนกับเนื้องานมากทีเดียว แต่ก็แค่ช่วงแรกๆ นะ ตอนนี้เขากับลูกค้าคนนี้สนทนากันถูกคอทีเดียว มีการนัดเขาไปดื่มด้วย แต่เขาไม่ว่างเสียที

เมื่อไปถึงสถานที่นัดพบ ภูริสั่งน้ำชามะนาวมาดื่มระหว่างรอลูกค้า เขาชอบมาก่อนเวลานัดหมายเพื่อไม่ต้องการให้ลูกค้ามานั่งรอเขา การเป็นคนขายของต้องแสตนด์บายให้พร้อมดิจริงไหม ยิ่งใส่ใจลูกค้าก็จะยิ่งประทับใจ ทีนี้ยอดก็จะตามมา

แล้วอะไรตามมาจากยอดครับ....ค่าคอมพ์ไงล่ะ!!!

เดือนหน้าพ่อจะทำยอดให้ทะลุหกหมื่นให้ได้เลยคอยดู เดือนนี้เอาเงินคืนอีธาน เลี้ยงข้าวตอนเย็นนี้แล้วก็ยังพอมีเหลือ เออ...จะว่าไปต้องโอนให้แม่ด้วย ว่าแล้วเขาก็นั่งทำในตอนนี้เลยทันทีทันใด เดี๋ยวลืม ที่สำคัญโอนช้าแม่จะบ่นเขาเอาได้ ฟังอีธานบ่นคนเดียวพอแล้ว ละแม่เอาไว้บ้างเดี๋ยวหูจะตึงก่อนวัยอันควร ภูริจัดแจงรายจ่ายของตัวเองเอาไว้คร่าวๆ จนกระทั่งลูกค้ามาเขาถึงละเรื่องส่วนตัวมาสนใจงาน

บทสนทนาในช่วงแรกจะติดเครียดเล็กน้อยเพราะเป็นงานที่จริงจัง ทว่าผ่านไปราวสิบห้านาทีบรรยากาศระหว่างภูริกับอัลฟ่าอีกคนก็เริ่มผ่อนคลายขึ้น มีเรื่องราวจิปาถะเข้ามาปะปนกับงานเล็กน้อย 

ไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ภูริปิดการขายกับชายหนุ่มเรียบร้อย ด้วยความที่อีกฝ่ายต้องไปงานอื่นต่อทำให้ไม่มีเวลาคุยเล่นกับภูริต่อได้ แต่ดีแล้ว อย่าคุยนานเลย เขายังมีนัดอีกสองนัดสำหรับเช้าวันนี้

นู้น...กว่างานจะเสร็จก็ปาไปเที่ยงกว่า ท้องนี่ถือป้ายประท้วงกันโครมๆ ภูริดูนาฬิกาเล็กน้อย เที่ยงครึ่งแบบนี้กลับไปก็ไม่ทันอีธานพักอยู่ดี งั้นส่งข้อความไปบอกว่าเขาจะกินมื้อเที่ยงข้างนอกเพราะงานเยอะ อีธานจะไม่พอใจก็ต้องทำใจยอมรับ ทำไงได้ พอดีคนมันฮ็อตมากอะนะ

แต่ที่สำคัญ ไปเคลียร์หนี้สินกันเถอะทุกคน! นับตังค์ครับ แบ่งไว้เป็นก้อนๆ เดินเข้าที่นั่นที่นี่เพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะค่าบ้าน ค่าบัตรกดเงินสดที่ไม่ได้เอาเพิ่มแต่ยังใช้เขาไม่หมด

ฮรึก ช่วยด้วย เงินจะหมด ภูริน้ำตาตกในเบาๆ เมื่อมองตัวเลขบนหน้าจอมือถือ มันเข้าแอพธนาคารเอาไว้ แล้วมันก็เหลือเงินแค่น้อยนิด เอาวะ ไหนๆ ก็น้อยแล้ว โอนคืนอีธานเลยก็แล้วกัน ไม่ได้ดิ ไม่มีบัญชีอีธาน โถ อีธานมีบัญชีเขาเอาไว้นะ แต่เขาเนี่ยไม่มี แต่ของแบบนี้ไปขอเอาก็ได้

และก่อนที่อะไรๆ จะดำเนินไปมากกว่านี้ เขาต้องหาอะไรยัดใส่ท้องก่อน อืม...ฟู๊ดคอร์ดที่นี่ก็มีอาหารน่ากินเยอะนะ แต่มันแพง  ได้น้อยด้วย ขอยืนคิดแป็บ มองซ้าย มองขวา มองไปทั่วๆ พร้อมใช้สมองที่มีอยู่น้อยนิดในการประมวลผล

สรุป! กลับไปกินที่บริษัทเถอะ

ระหว่างเดินกลับไปที่รถก็เกิดอยากเข้าห้องน้ำ ไม่ใช่เรื่องแปลกใช่ไหมล่ะ มนุษย์ต้องเข้าห้องน้ำเป็นเรื่องปกติล่ะเนอะ เขาเข้าห้องน้ำส่วนที่ใกล้กับทางไปลานจอดรถ หว่าเหว่นิดหน่อย ด้วยมุมมันอับสายตาคน

ถามว่ามันน่ากลัวไหม? ไม่อะ...ไม่น่ากลัวคนแต่น่ากลัวผีอะดิ!

ผีผู้หญิงเขาไม่เข้าห้องน้ำชายกันใช่ไหม ภูริเปิดประตูห้องน้ำแง้มๆ เงียบมาก เงียบเหมือนป่าช้าสุดๆ ไม่เอา...เขาไม่ควรนึกถึงป่าช้า ไม่ควรนึกถึงผีด้วย โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วต้องแข็งแกร่งเว้ย! ฮึ้บเข้าไว้ แค่เข้าห้องน้ำ แค่ติ๋งต๋องแป็บเดียว ผีไม่หลอกเขาหรอกเนอะๆ

ประตูห้องน้ำมีคนใช้อยู่หนึ่งห้องถ้วน ภูริไม่ได้ให้ความสนใจเพราะเขารีบไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยแล้วจะได้กลับบริษัทไปกินมื้อเที่ยงเสียที ช่วงบ่ายๆ นี่งานก็ไม่เยอะเท่าไหร่แต่คงต้องกลับที่พักเร็วหน่อยจะได้ไปเตรียมเสื้อผ้าอะไรต่อมิออะไรให้เสร็จ

กำลังคิดอยู่ว่าอีธานจะบ่นเขาไหมที่ไปตกปากรับคำออกงานนอกโดยไม่ได้ปรึกษาอีธานก่อน ไม่หรอกมั้ง ใช่ไหม...เขาไปทำงานนี่นา ไม่ได้ไปเที่ยวเล่นที่ไหนสักหน่อย อีธานเองยังมีงานนอกอยู่บ้างประปรายเลย แค่ไม่ได้ไปนานมากเท่านั้นเอง วันสองวันก็กลับ เขาสามวันไง มากกว่าวันเดียว แต่โอนี่ได้เหมือนหกวัน โอ้โห...นับตังๆ

ทำธุระเสร็จเรียบร้อยขั้นต่อไปก็ต้องล้างมือ อย่าให้บรรยายเลยว่าทำไมต้องล้างอะเนอะ มันรู้สึกสกปรกถ้าไม่ล้างอะนะ ว่าแต่...ห้องน้ำชายนี่เขาไม่คิดเติมสบู่เหรอ? ภูริเดินดูจนเกือบทุกอัน พบว่าเครื่องกดสบู่เหลวมันช่างว่างเปล่า โอเค ไม่เป็นไร เขามีเว้ย!

ภูริคนนี้เตรียมความพร้อมเสมอ ขอหาสบู่เหลวขวดเล็กของตัวเองแป็บ กระเป๋าที่ภูริพกมันจะมียาสีฟัน แปลงสีฟัน สบู่เหลวที่ล้างหน้าก็ได้ ล้างมือก็ได้ขวดละยี่สิบเก้าบาทจากเซเว่นติดเอาไว้ เขารู้สึกว่าของพวกนี้แอบจำเป็นสำหรับเขา มีลูกอมฮอลด้วยนะ ไว้อมก่อนลูกค้าจะมา จะได้กลบกลิ่นปากอะไรเงี่ย

หาสบู่เหลวอยู่ดีๆ ประตูห้องหนึ่งนั้นก็เปิดออก เป็นชายร่างบาง แต่งตัวสบายๆ เสื้อยืดกางเกงขาสั้น รองเท้าก็ธรรมดาสุดๆ แต่แอบเห็นว่าแบรนด์ตรงปกเสื้อนั้นเป็นแบรนด์ที่ราคาเอาเรื่องไม่ใช่เล่น ก็นะ คนมีเงิน ภูริละสายตาแล้วมาจดจ่อกับการหาสบู่ในกระเป๋าขุมทรัพย์ของเขาต่อ ล้วงลงไปนี่เจอเศษกระดาษ เจอห่อลูกอม นี่เขาไม่คิดจะเอาขยะพวกนี้ทิ้งหรือไงฮะ!

“อ่าว...” หนุ่มฝรั่งร่างบางอุทาน ตอนแรกก็จะไม่หันไปมอง เล่นอุทานแบบนี้ขอมองหน่อย เปล่าเสือกนะ มันเป็นสัญชาตญาณ ด้วยความเป็นมิตร เอาวะ…ยิ้ม แล้วก็ล้างมือต่อ

“ยิ้มหวานดีนะครับ” อีกฝ่ายเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งก็เข้าท่าอยู่ ดูจากหน้าตาไม่น่าใช่คนไทย ไม่เป็นไร...ภูริเก่ง ฟังออก เข้าใจ อีกฝ่ายเดินมาใกล้ ภูริหันไปมองอีก วันนี้จะล้างมือเสร็จไหม หรือว่าต้องรอให้มือเขาแช่น้ำจนเปื่อยไปก่อน

“ขอบคุณครับ” ต้องหันไปยิ้มอีกรอบเพื่อเอ่ยขอบคุณ ดูท่าอีกฝ่ายจะสำรวจร่างกายของเขาอยู่ เล่นมองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าตาไม่กะพริบเลย ทำไมเหรอ เขาลืมรูดซิปเปล่านะ ว่าแล้วก็มองดูสักหน่อย...ไม่หนินา

“อีธานปกติดีไหมครับ ผมว่าเขาน่าจะเครียดๆ นะ...” กูไม่ได้ล้างแล้วมือเนี่ย ภูริเงยหน้ามองอีกฝ่ายผ่านกระจก ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำแบบนั้นเช่นกัน

“ครับ?” ได้โปรดดูหน้าเด๋อๆ นอกจากมือยังล้างไม่เสร็จยังงงด้วยว่าคนคนนี้เป็นใคร จู่ๆ ก็เข้ามาทักทาย รู้จักกัน? ไม่...ไม่รู้จัก แต่ดูท่าจะรู้จักกับอีธานสินะ แล้วเกี่ยวอะไรกับเขาอะ

“โทษที ผมลืมแนะนำตัว ผมชื่อลีออน เป็น...คนรักเก่าของอีธาน ไม่ต้องแปลกใจที่เราบังเอิญเจอกันนะครับ พอดีผมมาพักร้อนอยู่แถวนี้ ก็เลยมานี่บ่อยหน่อย นี่เมื่อวานก็กะจะทักคุณแล้ว เสียดายที่ไม่ทัน ได้คุยแค่กับอีธานเอง” เล่นฟุดฟิดฟอไฟป๋อเชียว แต่เหนือกว่านั้นคือเหมือนมีอะไรแทงอกดังจึ้ก

แฟนเก่า...อ๋อเหรอ

“ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ผมชื่อภูริครับ”

“อีธานบอกแล้วล่ะ แต่ไม่ได้บอกว่าคุณเป็นอะไรกับเขา ถ้าผมเดา...คุณเป็นคู่นอนเขาใช่ไหม อีธานน่ะเกลียดโอเมก้า เขาคงไม่มีทางเอาโอเมก้าอย่างคุณทำคู่หรอกเนอะ” คนชื่อลีออนเท้าศอกกับอ่างล้างมือแล้วหันหน้ามามองเขาตรงๆ

พูดแบบนี้หมายความยังไง...

จะหาเรื่องเหรอ ไม่เอาหน่า นี่เวลางาน เขาไม่ควรมีปัญหากับใคร ที่สำคัญคือกับคนที่เป็นแฟนเก่าอีธาน แต่เห็นอะไรไหม “แฟนเก่า” คือของเก่าไงล่ะ ภูริละสายตาจากลีออนแล้วล้างมือต่อจนเสร็จ จะว่าไป...อีธานเคยพูดถึงคนรักเก่าอยู่นี่เนอะ

ถ้าจำไม่ผิด อีธานเคยเล่าว่าเขาเกลียดโอเมก้าเพราะแฟนเก่าใช้คำว่าฮีตมาเป็นข้ออ้างในการนอนกับเพื่อนตัวเอง เขาก็คิดนะว่าการที่อีธานตัดสินใจแบบนั้นมันคือการเหมารวมมากไปหน่อย แต่เขาก็ทำอะไรมากไม่ได้หรอก ความคิดคนเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ยากที่สุด อีธานคงเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากไม่งั้นมันไม่สามารถเปลี่ยนเขาได้แบบนั้น

“ผมเป็นอะไรไม่เกี่ยวกับอดีตอย่างคุณนี่ครับ” ภูริหันไปมองสบตากลมโตของอีกฝ่าย สีหน้าของเขาใสซื่อ ไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่าคำพูดที่เอ่ยออกไปมันออกจะ...แดกดันนิดๆ ก็ทำไมอะ มันจริงไหม เขาเป็นอะไรแล้วเกี่ยวข้องยังไงกับของเก่าเหรอ? นี่ถามจริงจังนะ ไม่ได้กวนประสาทแต่อย่างใดเลย

“อะไรกัน พูดแบบนี้แสดงว่าคุณ...รักเขาเหรอ ฮ่าๆ ผมจะเตือนอะไรให้ อีธานไม่ใช่คนที่จะเอาโอเมก้าระดับล่างอย่างคุณเป็นคู่หรอก เขาเกลียดโอเมก้า ชิงชังชนชั้นที่ต่ำกว่าตัวเอง คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าอัลฟ่าที่โอหังอย่างนั้นมันน่าหมั่นไส้ ทางที่ดี...ออกมาไปจากชีวิตเขาเถอะ” ถ้าภูริออกมาจากอีธานได้ อีธานต้องเจ็บแน่ๆ ลีออนเชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองเห็นเมื่อวานนี้ไม่ใช่สิ่งหลอกตา

ถึงอีธานจะเคยลั่นวาจาว่าเกลียดโอเมก้าแค่ไหน แต่คนคนนี้น่าจะพิเศษกว่าใครๆ สำหรับอีธานในตอนนี้ เพราะคนหยิ่งยโสคนนั้นเล่นเดินจับมือกับร่างโปร่งคนนี้ตลอด โอบเอวด้วย หนำซ้ำยังทั้งบ่น ทั้งดุ ถ้าอีธานไม่ใส่ใจ อีธานจะไม่มีทางทำแบบนั้นให้กับใคร คนที่เคยเป็นคนพิเศษสำหรับอีธานมาก่อนอย่างเขารู้ดี

อ้อใช่...ปกป้องไอ้กระจอกนี่ด้วยนี่นา

“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่ไม่จำเป็น” โปรดพิจารณาถึงความจำเป็นในรูปประโยคของลีออน เขาไม่เก่งภาษา แต่เขาก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ลีออนพูดออกมานั้นมันจะเกี่ยวข้องยังไงกับชีวิตของเขา เขาจะอยู่ หรือจะไปจากชีวิตอีธานไหม คนในอดีตนี่ต้องเป็นฝ่ายชี้นิ้วสั่งเหรอ? ไม่สมเหตุสมผลเลยว่าปะ

เมื่อวานอีธานเจอกับลีออน หมายความว่าอีธานต้องเผชิญหน้ากับคนที่ตัวเองทั้งรักและรังเกียจ ดูจากที่ลีออนพูดแล้ว คงไม่ได้พูดจาดีๆ กับอีธานแน่เลย เป็นไปได้สูงว่าอีธานอารมณ์ไม่ดี ดูคิดมาก ดูวุ่นวายใจก็น่าจะเพราะคนคนนี้

ภายนอกอีธานอาจจะดูเป็นคนใจเย็น ดูเป็นคนมีเหตุมีผล แต่จริงๆ แล้วอีธานก็มีจุดที่...งี่เง่านะ บางครั้งอีธานก็อารมณ์ร้อน บางครั้งอีธานก็พยายามจะหาเหตุผลทั้งที่หามันไม่เคยเจอ แล้วคนอย่างอีธานคงไม่เฉยชาไปเสียทีเดียวกับคำพูดของลีออนหรอก

ไม่ได้ดิ คนอื่นจะมาทำร้ายอีธานงี้ไม่ได้เว้ย เขาปั่นหัวอีธานได้คนเดียวเข้าใจไหม เป็นคนเดียวที่อยู่ข้างกายอีธาน เป็นคนเดียวที่อีธานต้องปวดหัวเว้ย ไม่ใช่ใครก็ไม่รู้ ห่างหายกันไปเป็นสิบๆ ปี พอกลับมาได้ก็มาป่วนคนอื่นเขา ไม่เอา ไม่น่ารักเลย

ภูริไม่ได้อยากปกป้องอะไรอีธานหรอกนะ แต่เขารู้สึกว่าคนแบบอีธานน่าจะจดจำเรื่องราวแบบนี้และมันก็สามารถกลับมาทำร้ายได้อีก ไม่งั้นอีธานจะเกลียดโอเมก้าไปเลยเหรอ อีธานต้องรักลีออนมาก ไม่งั้นลีออนไม่มีทางมีผลต่ออีธานได้มากขนาดนั้น

แต่ไม่เว้ย คนในอดีตก็คือคนในอดีต แม่งไม่มีสิทธิ์กลับมาทำร้ายใครได้อีก แค่ความทรงจำแย่ๆ ที่ทิ้งเอาไว้ก็มากเกินพอแล้ว แสดงว่าลีออนไม่ใช่คนที่ดี และคงไม่มีความหวังดีให้อีธานแน่ๆ

ที่สำคัญ...เขาเองก็ไม่ได้อยากสูญเสียช่วงเวลาเหล่านี้ที่มีกับอีธาน ไม่ว่าสุดท้ายแล้วเขากับอีธานจะเป็นแค่คู่ขา เจ้านายกับลูกน้อง หรืออะไรก็ช่าง ถ้าอีธานไม่ไล่เขาไป เขาถือว่าเขามีสิทธิ์อยู่เคียงข้างอีธานอย่างที่มันเป็นอยู่

ไม่ต้องถามว่าทำไมถึงอยากอยู่ข้างๆ กับคนปากร้ายคนนั้น ไม่ต้องพูดว่าเขาเห็นแก่เงิน เห็นแก่กินหรือเห็นแก่ความสุขสบายที่อีธานได้มอบให้ มันมากกว่านั้น มากเกินควร แต่ภูริไม่สน ช่วงเวลาแห่งความสุขก็คือช่วงเวลาแห่งความสุข เขาจะเก็บเกี่ยวมัน...เขารักษามันให้นานที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

“คุณหลงเขาเลยนะ คิดว่าเขารักคุณหรือ เชื่อผมดิ...หักอกอีธานซะ ทำให้อีธานเจ็บ ไม่สิ อีธานอาจก็ไม่เจ็บก็ได้เนอะ...”

“คือ...ผมไม่ได้ต้องการคำแนะนำจากอดีตอย่างคุณนะ” ภูริโพล่งขึ้นกลางป้องอย่างที่ถนัด เขาพูดขัดทั้งที่ลีออนยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ และนั่นทำให้ลีออนฉุนเฉียวพอดู

“ฟังจากที่พูดมา ผมไม่เห็นอะไรเลยนอกจากการยุแยง หรือคุณต้องการเขาอีก เสียใจด้วยนะครับ อีธานคงไม่กลับไปหาคุณ เพราะถ้าเขาต้องการคุณจริง เขาไม่ปล่อยคุณให้หลุดมือหรอก”

“ไม่ ผมต่างหากที่ทิ้งเขา ผมต่างหากที่ทำเขาเจ็บปวด เพราะพวกอัลฟ่ามันหยิ่งยโสเกินไป คนอย่างคุณไม่น่าจะรอดจากการโดนดูถูก คุณคงเข้าใจดี” ลีออนเถียงขึ้นมา เขาจะไม่ยอมโดนหาว่าตัวเองโดนทิ้ง คนอย่างเขา...โอเมก้าอย่างเขาน่ะทอดทิ้งอัลฟ่าทุกคน

“ใช่ คุณทำเขาเจ็บ คุณหักหลังเขา คุณทรยศต่อความรักของเขา ผมไม่เถียงว่าที่ผ่านมาผมโดนดูถูกมามากขนาดไหน แต่ผมไม่เคยเหมารวมใครกับใคร อีธานอาจเป็นอัลฟ่าที่หยิ่งยโสในความเป็นอัลฟ่าของตัวเอง แต่เมื่อเขารัก...เขาก็ทุ่มเทให้กับอีกฝ่ายโดยไม่มีข้อแม้ อีธานไม่ใช่อัลฟ่าที่เลวร้าย พวกที่ตัดสินคนอื่นจากชนชั้นต่างหากคือคนที่เลวร้าย” ภูริรูดซิปและนำกระเป๋าขึ้นสะพายหลังก่อนหันไปเผชิญหน้ากับลีออนตรงๆ

“ตัวร้ายชอบมาในตอนที่ตัวเอกมีความสุขเสมอ และตอนนี้...คุณเป็นตัวร้ายของผม นี่เป็นเรื่องราวของผม ผมไม่อนุญาตให้ตัวร้ายอย่างคุณมีบทบาทมากไปกว่านี้ ออกไปจากชีวิตอีธาน และอย่าวนกลับมาอีก ผมขอบคุณสำหรับคำแนะนำ แต่...ผมจะไม่มีวันทำตาม” ยิ้มสวยๆ เอารอยยิ้มที่ไว้มัดใจสาวๆ มอบให้กับร่างบางตรงหน้า

โมโหล่ะสิ นี่ขนาดไม่ใช่อัลฟ่า ยังรู้สึกไม่ดีกับการโดนคนอื่นพูดจาไม่ดีใส่เลย แต่ช่วยไม่ได้นะ เป้าหมายลีออนดูชัดเจนมาก ดูเหมือนต้องการปั่นหัวเขา ไม่ได้กินเขาหรอก เขาอาจจะดูบื้อ เขาอาจจะดูเป็นคนไม่ทันคน แต่นั่นคือสิ่งที่คนอื่นเห็น ไม่ใช่สิ่งที่เขาเป็นทั้งหมด

“แล้วสักวันคุณจะเจ็บเพราะเขา!” ลีออนตะคอกใส่ภูริเสียงต่ำ

“ก็...คงงั้น” อีกฝ่ายเดือดดาลมาก เห็นชัดเลยจากแววตา ภูริไม่แคร์ เขาเดินไปทางประตู ก่อนจะออกไปเขาทิ้งขวดสบู่เหลวลงถังขยะข้างๆ 

ดูเหมือนลีออนกำลังจะเดินตามเขาออกมา แรงโทสะนั้นทำให้ลีออนจ้องมองแผ่นหลังของภูริด้วยความเจ็บใจจนไม่ได้สังเกตเลยว่าตรงพื้นที่ภูริเคยยืนอยู่นั้นมีสบู่เหลวหกอยู่เป็นจำนวนมาก ลองเท้าพื้นยางไม่อาจเกาะกระเบื้องเอาไว้ได้ นั่นทำให้ร่างบางลื่นล้มลงไปเสียงดังตุ้บ

“อ้อ ผมลืมบอกว่า...ระวังพื้นมันลื่นนะครับ พอดี สบู่เหลวมันหก” หลังทิ้งขวดสบู่เหลวไปแล้ว ภูริก็หันกลับไปเตือนทว่าไม่ทัน

อะไรนะ...ไม่ทันงั้นเหรอ หึ จงใจไม่ทันมากกว่า!

….100%….

มองโลกในแง่ดีกับโง่เป็นแค่เส้นบางๆ น้องชอบบอกอีธานว่าตัวเองโง่ ทั้งที่น้องไม่ใช่คนโง่ แต่คนที่เดินเหยียบสบู่เหลวน้องต่างหากที่โง่ ชิ!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น