Just ZI

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

4. บ้านของมึงกับกูและลูก 100%

ชื่อตอน : 4. บ้านของมึงกับกูและลูก 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2561 23:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
4. บ้านของมึงกับกูและลูก 100%
แบบอักษร

ตอนนี้ก็ผ่านไปเป็นระยะเวลา 3 วันแล้ววันนี้ผมจะได้ออกจากโรงพยาบาลซะที ผมนั่งนิ่งอยู่บนเตียงโดยที่สายตาทอดมองออกไปตรงกระจก ทุกคนคงสงสัยว่าตอนนี้ผมกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ผมก็ไม่ได้ทำอะไรหรอกครับได้แต่นั่งเฉย เอาแต่คิดเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากข้างหน้า ว่าหลังจากนี้ผมจะใช้ชีวิตยังไงต่อ ผมมีลูกกับมันแล้ว ถึงจะไม่อยากยอมรับก็ต้องยอมรับความจริง แต่ผมกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องที่มันพูดในครั้งนั้นมากกว่า คำที่มันพูดว่า  (จะรับผิดชอบ) มันเป็นคำพูดที่ผมไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากมันเลยด้วยซ้ำ เพราะผมเอาแต่คิดว่ามันไม่คิดจะจริงจังกับผม แต่ผมคงต้องคิดใหม่อีกสักครั้งหนึ่ง ดูไปแล้วมันก็ไม่ได้แย่มันจะรับผิดชอบผมจริงๆหรอ แต่ 3 วันนี้ที่มันมาหาผม ทุกวัน ทำตัวดีขึ้นแล้วซื้อของฝากมาให้ผมตลอด ผมบอกให้ทำอะไรก็ทำ จนผมเริ่มคิดแล้วมันอาจจะจริงจังกับผมจริงๆ คำที่มันพูดในครั้งนั้นมันอาจจะพูดจริงก็ได้ แต่ผมก็ยังไม่ตัดสินใจเชื่อมันเต็มปากหรอก ของอย่างนี้ต้องใช้เวลาดู

พอคิดได้เสร็จผมจึงหันไปดูคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่มันเป็นอย่างนี้ทุกวันเลยครับพอมันทำอะไรเสร็จมันก็จะไปนั่งอ่านหนังสืออยู่อย่างนั้น แต่ผมไม่รู้มันอ่านหนังสืออะไรเนี่ยสิ พอถามมันแล้วมันก็บอกว่าเป็นหนังสือของธุรกิจ แต่ที่ต้องทำให้ผมสงสัยกว่านี้ ปกหนังสือเป็นสีขาวล้วน ไม่มีอะไรเขียนอยู่เลย แถมเอาแต่นั่งอ่านอย่างนี้ซ้ำๆไม่เลิกสักที  จนผมอดคิดไม่ได้ว่ามันจะอ่านอะไรขนาดนั้นกลัวจะจำไม่ได้หรอไง

"ภูกูถามจริงๆเถอะมึงอ่านอะไรกันแน่เนี่ย" ผมถามมันออกไปด้วยความสงสัยแต่มันแค่หันมามองผมแล้วยิ้มให้

"กูเห็นมึงอ่านอย่างนี้ทุกวันเลยมันหนังสืออะไร" ผมยังไม่หยุดถามมันเพราะอยากรู้มันอ่านอะไรจริงๆ

"กูก็บอกไปแล้วไงว่าเป็นหนังสือของธุรกิจ" มันปิดหนังสือลงแล้วก็พูดขึ้นผมก็นอนฟังมันพูดไป

"แล้วทำไมต้องหยิบมาอ่านทุกวันเลยด้วยกูเห็นอ่านแต่เล่มเดียว" ผมก็ถามมันออกไปเพราะยังคาใจกับเรื่องนี้อยู่ มันมองผม ผมก็มองกลับไปอย่างนิ่งๆ

"กูกลัวจำไม่ได้น่ะ" มันพูดออกมาอย่างไม่ได้คิดอะไร แต่ผมถึงกับอ้าปากค้างยังมันนี่นะจำไม่ได้ เป็นถึงผู้บริหารบริษัท ถ้าจำอะไรไม่ได้ก็คงไม่ได้เป็นหรอกมั้ง ยังมันอ่านแค่รอบเดียวก็น่าจะจำได้หมดแล้วแต่พอคิดถึงเรื่องงานที่มันทำแล้ว ว่าแต่มันมีเวลามากมาเฝ้าผมเลยหรอไง งานการไม่ทำ

"มึงมีเวลาว่างมากหรอมาเฝ้ากูอย่างนี้ทุกวัน" ผมถามมันออกไปมันยักคิ้วให้ผมครั้งหนึ่ง

"อยู่กับมึงกูว่างตลอดแหละ งานจะทำเมื่อไหร่ก็ทำได้แต่จะอยู่กับมึงมันจำกัดก่อนกูจะได้อยู่ใกล้มึงขนาดนี้รู้ไหมกูต้องรอนานแค่ไหน " มันพูดแล้วเดินเข้ามาหาผมผมก็มองมันอย่างนิ่งๆ

"กูอยากให้มึงรู้ว่าที่กูพูดคำพวกนี้ออกมากูไม่ได้โกหก กูรอมึงมานานจริงๆ ถึงวิธีที่ทำให้มึงเป็นของกูมันจะดูแย่ก็เหอะ" มันพูดเสร็จก็พึมพำอะไรสักอย่าง แต่ผมไม่ได้ยินที่มันพูดต่อจากข้างหลัง รอมานานหรอ มันรอผมมานานแค่ไหนกันล่ะ คำถามนี้ผมอยากจะรู้

"ภูแล้วมึงรอกูมานานแค่ไหน"  ผมพูดถามมันออกไปก็เพราะอยากรู้จากปากมัน มันจ้องหน้าผมอยู่นั้นจนมันพูดขึ้น

"นานนานมากกูบอกได้ว่ามากกว่า 10 ปีที่กูต้องรอมึง" มันพูดเสร็จก็ก้มหัวลง ผมที่ได้ยินมันพูดก็ถึงกับใจสั่น นี่มันรอผมมานานขนาดนั้นเลยหรอแอบรักผมมาขนาดนั้น ถ้าเป็นผมคงเลิกไปแล้วถ้าเขาไม่สนใจ แต่ไอ้ภูนี่มัน กลับรอผมมานานขนาดนั้นเลย แต่วิธีที่มันใช้กับผมนี่ผมไม่ยอมรับนะ เพราะคนที่เขารักเขาไม่ทำกันอย่างนี้หรอกนะ

"แล้วทำไมมึงต้องทำให้กูเจ็บตัวด้วยภู มึงเข้าหากูดีๆไม่เป็นหรอไง ถึงจับกูข่มขืนเนี่ย" ผมพูดเสร็จมันรีบหันหัวขึ้นมาในทันที

"มึงรู้ไหมพอกูรู้ว่ามึงเลิกกับฝนแล้วกูดีใจแค่ไหน กู รอเวลานั้นมานานมากจนกูคิดว่ามึงจะแต่งงานไปแล้ว แต่พอกูรู้ว่ามึงเลิกกับฝนแล้ว กูแทบอยากจะเข้าไปหามึงใจจะขาด แต่ก็พอรู้ว่ายังไงมึงก็ยังเจ็บกับฝนอยู่ กูเลยรอเวลาแล้วค่อยเข้าไปหามึง แต่กูไม่รู้ว่ากูจะทำตัวยังไงกับมึง กูเลยทำนิสัยปกติของกู" 

ผมฟังจบก็คิ้วกระตุกนี่มันรอผมเลิกกับฝนหรอแถมบอกไม่รู้จะเข้าหาผมยังไง วิธีอื่นมีตั้งเยอะตั้งแยะเสือกใช้วิธีนี้ จะไม่ให้แค้นโกรธมันได้ยังไงล่ะ 

"แต่มึงก็ไม่ควรทำกับกูอย่างนั้น รู้จักไหมมารยาทอ่ะ เสือก รวยแต่ไม่รู้จักมารยาท คิดจะทำอะไรก็ทำ" หลังจากนั้นผมก็พูดเทศนาด่ามันเป็นชุด ไอ้ภูที่นั่งฟังผมอยู่อย่างนั้นก็นั่งฟังเฉยๆอย่างนิ่งๆ จนผมพูดเสร็จ

"ก็มึงทำกูโมโหเองตอนแรกกูกะว่าจะมาคุยกับมึงดีๆก่อน แต่มึงกลับปิดประตูหนีกู กูเลยอารมณ์ขึ้นแล้วจัดการมึงซะเลย" มันพูดอย่างนิ่งๆ แต่ผมที่ได้ยินอย่างนั้นเลยจ้องหน้ามันอย่างเขม็งในทันที

"มึงเลยข่มขืนกูว่างั้น แล้วมาอ้างสิทธิ์ผัวเมียอะไรอีกทั้งที่กูกับมึงก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน แถมไม่ใช่รอบเดียวอีกต่างหาก" ผมพูดออกไปอย่างเอาเรื่องมัน แต่มันแค่ยิ้มมาให้ผม

"แต่ถ้ากูไม่ทำมึงก็อาจจะไปมีคนอื่นก่อนก็ได้ แล้วเรื่องผัวเมียที่กูพูด ถึงตอนนั้นกูกับมึงจะไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ แต่ตอนนี้คงพูดได้เต็มปากแล้วใช่ไหม ก็ตอนนี้มึงมีลูกให้กูแล้ว สถานะมันก็ชัดเจนขึ้น หรือมึงจะเถียงล่ะ" 

มันพูดเสร็จก็ยักคิ้วมาให้ผมแล้วขยับตัวเข้ามาเอามือมาลูบท้องผม แปลกที่ผมไม่คิดอยากจะผลักมือมันออก มือมันลูบท้องผมไปด้วยก็ยิ้มไปด้วย มันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ไอ้ภูมันคงรักลูกสินะ แล้วมันก็หันหน้าขึ้นมามองผม ผมจึงเบี่ยงหน้าหลบไปทางอื่น โดยที่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะหลบหน้ามันทำไม

"หึ เถียงไม่ออกล่ะสิ" มันพูดแล้วยิ้มให้ผมอย่างกวนๆ ผมหันหน้ามาทันทีกัดฟันจ้องหน้ามันอย่างเอาเรื่อง แต่มันก็ยังไม่หยุดเอามือลูบท้องผมสักที

"มึงเลิกเอามือลูบท้องกูได้แล้วน่ะภู แล้ววันนี้กูจะได้กลับใช่ไหม" ผมบอกมันออกไปให้เลิกลูบท้อง แล้วถามมันออกไป

"อืม ใช่เดี๋ยวตอนบ่ายกูจะพามึงออกไปเลย" มันพูดแล้วก็ยังไม่หยุดลูบท้องผมซะทีแถมยังเอาหน้ามาซุกกับท้องผมอีกแต่ไม่รู้ทำไมผมก็ปล่อยให้มันทำไป ดูถ้ามันจะรักลูกมากเลย มันก็มีนิสัยอีกด้านที่ผมไม่เคยเห็นเหมือนกันแฮะ พอคิดอย่างนั้นแล้วผมก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

"กูดีใจนะที่มึงท้อง แล้วจะมีลูกให้กู ลูกนี่แหละคือคำสัญญาที่กูจะรักมึงตลอดไป มึงกับลูกคือแก้วตาดวงใจของกู กูรักมึงนะเมฆ"  มันพูดเสร็จก็ลุกขึ้นมาเหมือนจะเดินมาจูบผม แต่ครั้งนี้ผมกลับไม่หันหน้าหนีมัน ผมเอาแต่คิดถึงคำที่มันพูดเมื่อกี้ คำที่มันบอกรักผม มันช่างเป็นคำพูดที่หนักแน่นจริงๆ แล้วมันก็เริ่มโน้มใบหน้าลงมาเพื่อจะจูบผม แต่คราวนี้ผมกลับไม่รู้สึกอยากหนีมัน กลับรู้สึกอยากรับสัมผัสของมัน ผมปิดเปลือกตาลง แล้วรอจูบจากมัน  แต่ก็มีเสียงหนึ่งขัดขึ้น 

แกร๊ก 

นางพยาบาลเปิดประตูเดินเข้ามาแล้วเห็นผู้ชาย 2 คนกำลังใกล้ชิดกันท่าทางเหมือนกำลังจะจูบกัน

"อุ๊ย ขอโทษค่ะ! พอดีหมอให้มาตรวจอาการก่อนจะออกนะค่ะ" นางพยาบาลรีบพูดในทันทีแล้วเมฆจึงรีบผลักภูออกจากตัวในทันที ภูที่โดนผลักได้แต่ส่งเสียงขัดใจ ที่มีคนมาขวางตอนที่เขากำลังจะได้จูบเมฆ

"เอ่อ ขออนุญาตนะคะขอตรวจคนไข้หน่อยค่ะ" พยาบาลพูดขึ้นภูจึงเดินหลีกทางให้พยาบาลเดินเข้าไปหาเมฆ

"เอ่อ รบกวนคุณช่วยถอดเสื้อหน่อยนะคะ เดี๋ยวดิฉันต้องตรวจ" เมฆที่ได้ยินอย่างนั้นจึงพยักหน้าให้แล้วปลดกระดุมเสื้อออก โดยที่สายตาของนางพยาบาลก็มองเมฆอยู่อย่างนั้น แต่เธอมองด้วยสายตาที่หลงใหล กับร่างกายแล้วหน้าตาของเมฆ ที่จะเรียกว่าหล่อหรือน่ารักก็ได้ กับผิวขาวๆนั่นอีก ผู้ชายตรงหน้าเธอช่างดึงดูดนัก หญิงสาวนางพยาบาลมองเมฆอยู่สักพักด้วยสายตาที่กรุ้มกริ่ม จนลืมตัวว่าคนตรงหน้าถอดเสื้อเสร็จแล้ว

"คุณครับ เอ่อ ถอดเสื้อเสร็จแล้วครับ" เมฆพูดบอกนางพยาบาลไปที่ยืนมองเขานิ่งอยู่ตลอด

"อะ ค่ะ งั้นเดี๋ยวเริ่มตรวจเลยนะคะ!" หญิงสาวนางพยาบาลพูดอย่างรวดเร็ว 

โดยที่ไม่รู้ว่ามีสายตาของคนบางคนกำลังจ้องมองเขาสองคนอยู่ จ้องด้วยสายตาที่หงุดหงิดแล้วโมโห คิดว่าเขาไม่รู้หรอว่าผู้หญิงตรงหน้าคิดอะไร มองสายตาไม่กระพริบอย่างนั้น ทำไมเขาจะไม่รู้จักสายตาแบบนั้น สายตาของผู้หญิงที่เห็นผู้ชายแล้วถูกใจ แต่คนที่ผู้หญิงคนนี้ถูกใจมันคือเมียของเขานะ! เมฆก็เหมือนกัน ให้ถึงเนื้อถึงตัวอย่างนี้ได้ไง แล้วจะจ้องตากันอีกนานไหม ทำอย่างกับเป็นคู่รักกัน มันยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด   แล้วความรู้สึกหวงก็เริ่มก่อตัวขึ้น 

เมฆนอนให้นางพยาบาลตรวจร่างกายอยู่อย่างนั้น นางพยาบาลที่ตรวจร่างกายก็ได้แต่ยิ้ม เก้อเขิน เธอหันมามองที่หน้าตาของเมฆ แต่เมฆกลับส่งยิ้มให้เธอ มันทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ จึงยิ้มตอบกลับไปอย่างนั้นแล้วทั้งสองคนก็จ้องตากัน 

"อ่ะ แฮ่มๆ"   ภูทำท่าไอออกมาเพื่อหยุดการกระทำของสองคน จนทั้งสองคนต้องหันมามองที่ภู นางพยาบาลที่หันมามองภู กลับได้สายตาของภูที่แข็งกระด้างแล้วเหมือนอย่างเอาเรื่อง ภูจ้องนางพยาบาลด้วยสายตานั้น 

"ตรวจเมียผมเสร็จหรือยังครับถ้าเสร็จแล้วก็ช่วยออกไปด้วยครับ" ภูพูดอย่างใช้อำนาจสิทธิ์ในความเป็นผัว เพื่อให้นางพยาบาลรู้ว่าเขาสองคนเป็นอะไรกัน นางพยาบาลที่ได้ยินอย่างนั้นถึงกับตกใจ แล้วรีบพูดออกมาทันที

"สะ เสร็จแล้วค่ะงั้นฉันขอตัวนะคะ" นางพยาบาลรีบพูดและเก็บของทันทีแล้วรีบเดินออกไป

เมฆที่เห็นนางพยาบาลได้ออกไปแล้วเอามือขึ้นมาติดกระดุมเสื้อเหมือนเดิม โดยที่ภูเดินกลับเข้ามาหาเมฆแล้วจ้องด้วยสายตาหงุดหงิด

"ทำไมมึงต้องจ้องตากับผู้หญิงคนนั้นด้วย"ภูพูดถามเมฆด้วยน้ำเสียงปนหงุดหงิด แล้วทำท่าขึ้นมากอด อกตัวเอง

"อะไรก็แค่มองหน้าเขาเฉยๆเขาก็ตรวจปกตินี่" เมฆพูดออกไปทั้งที่มือยังติดกระดุมอยู่ ภูที่ได้ยินอย่างนั้นยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่

"แล้วอย่าให้กูเห็นว่ามึงจ้องตาใครอย่างนั้นอีก" ภูพูดจบก็รีบเดินออกจากห้องไปในทันทีทิ้งไว้แต่เมฆที่งงกับคำที่ภูพูด

"อะไรของมันวะ" เมฆพูดพึมพำออกมาอย่างไม่เข้าใจ ในท่าทางของภู

ช่วงบ่ายตอนนี้ผมกำลังจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว ผมกำลังนั่งรอไอ้ภูจ่ายค่ายาแล้วค่ารักษาอยู่  จนมันเดินกลับมาหาผม

"ไป กลับกัน" มันพูดบอกผมผมจึงพยักหน้าให้มัน แล้วผมกับใมันก็เดินไปที่จอดรถจนผมมาถึงรถของมันมันเปิดประตูให้ผมขึ้นไปในรถแล้วมันก็ขับรถออกไปในทันที

ระหว่างบนรถผมกับมันไม่ได้พูดอะไรกันเลย มันไม่ยอมพูดกับผมสักคำตั้งแต่ขึ้นมาบนรถ จนผมต้องเอ่ยปากถามมันเอง

"มึงเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ยภู" ผมถามมันออกไป

"เปล่ากูไม่ได้เป็นไร" มันพูดแค่นั้นก็ขับรถต่อยังไม่สนใจผม

"ก็เห็นอยู่มึงเป็นมึงไม่ยอมคุยกับกูตั้งแต่ขึ้นมาบนรถแล้ว" ผมก็ยังถามมันออกไปแต่คราวนี้ภูมันหันมามองผม

"กูหึงจบนะ" มันพูดเสร็จก็หันหน้าไปขับรถต่อผมอึ้งกับคำที่มันพูดนี่มันหึงผมหรอ ไอ้ภูหึงผม แล้วมันหึงเรื่องอะไรวะผมก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลย 

หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้พูดอะไรกับมันอีกจนมันขับรถมาตรงทางที่ผมเริ่มไม่คุ้นมันไม่ใช่ทางกลับไปที่คอนโดผมผมจึงต้องหันหน้าไปคุยกับมันในทันที

"ภูนี่มันไม่ใช่ทางกลับคอนโดกูนี่มึงจะพากูไปไหน" ผมรีบถามมันอย่างต้องการคำตอบแต่มันก็ยังขับรถแล้วพูดกับผม

"ใครบอกจะกลับคอนโดมึง มึงจะต้องไปอยู่กับกู" ผมได้ยินอย่างนั้นถึงกับเบิกตากว้าง

"ไม่ไม่เอากูจะอยู่คอนโดตัวเอง" ผมพูดเถียงมันออกไป

"อย่าเรื่องมากน่ะเมฆมึงกำลังท้องอยู่นะ ถ้ามึงอยู่คนเดียวแล้วเกิดหก ล้มอะไรขึ้นมาจะทำยังไงมึงจะแท้งลูกนะเพราะงั้นไปอยู่กับกูดีกว่า" มันพูดบอกผมอย่างนั้นแต่ผมก็ยังไม่ยอมอยู่ดี

"ไม่ยังไงกูจะอยู่คนเดียวกูไม่ได้ซุ่มซ่ามขนาดนั้นซะหน่อยตัวกูเองกูดูแลได้" ผมรีบพูดบอกมันออกไปเพราะอยากให้มันพากลับคอนโด

"เมฆฟังกูนะมึงไม่ได้ดูแลแค่ตัวเองมึงต้องดูแลลูกในท้องด้วยแล้วการที่มึงไปอยู่คนเดียวอย่างนั้นเกิดอะไรขึ้นมามึงจะทำยังไง" มันบอกเหตุผลกับผมอย่างนั้นแต่ผมไม่เคยอยู่กับมันมาก่อนเลยไม่รู้ต้องใช้ชีวิตยังไง แล้วต้องปรับตัวยังไงอีก

"แต่" ผมก็พูดขึ้นมาแต่ยังไม่ทันพูดจบ

"ไม่มีแต่ยังไงมึงก็ต้องมาอยู่กับกู!" ภูมันพูดด้วยเสียงแข็งกระด้างจนผมเริ่มกลัว

"แล้วก็อีกเรื่องนึง มึงไปลาออกจากงานที่มึงทำซะ" มันพูดบอกผมทำให้ผมต้องหันไปมองมันอีกครั้งในทันที

"เดี๋ยวสินั่นมันงานกูนะ ถ้ากูไม่ทำงานกูจะหาเงินจากที่ไหน" ผมพูดบอกมันออกไปแต่ไอ้ภูมันกลับหันรถเข้าข้างทางในทันที

เอี๊ยด!!

แล้วมันก็หันหน้ามาคุยกับผม

"กูบอกให้มึงไปลาออกซะ ถ้ามึงยังทำงานทั้งที่มึงยังท้องอยู่ เกิดมึงเดินชนอะไรหกล้มอะไร หรือเรื่องต่างๆที่มันไม่สมควรจะเกิดขึ้น จนมึงแท้งลูกของกู กูเอามึงตายแน่เมฆ" ภูพูดขู่เมฆออกไปทำให้เมฆรู้สึกกลัวขึ้นมาในทันที หลังจากนั้นเมฆก็ไม่พูดอะไรกับภูอีก   จนภูขับรถต่อ

"แล้ว  ของที่คอนโดกูล่ะ" เมฆพูดถามภูออกไปอย่างติดขัด เพราะยังกลัวกับสิ่งที่ภูพูดไม่หาย

"เดี๋ยวกูให้คนไปเอาของที่คอนโดมึงมาให้" ภูพูดเสร็จก็ทำให้เมฆถอนหายใจ

จนภูขี่รถเข้ามาถึงหมู่บ้านนึงเมฆได้แต่ชะเง้อมองบ้านที่อยู่รอบๆ จนภูมาถึงบ้านหลังนึงแล้วจอดรถในทันทีแล้วภูก็ลงจากรถ เมฆจึงลงจากรถตามภูไป

แต่สิ่งที่เมฆเห็นคือบ้านหลังใหญ่มาก บ้านหลังสีขาวผสมครีมน้ำตาล แต่ดูแล้วเหมือนเพิ่งจะสร้างเสร็จเลย ดูรวมรวมแล้วน่าจะราคา 15 ล้านมั้ง

ภูที่เห็นเมฆกำลังจ้องมองบ้านหลังนั้นอยู่ก็ยิ้มขึ้น แล้วเอ่ยปากพูดออกมา

"บ้านของมึงกับกูและลูกไง ชอบไหม" ภูถามออกไปทั้งที่ยังยิ้มกับเมฆอยู่ เมฆหันไปพยักหน้าให้ภู 

"งั้นก็เข้าไปในบ้านสิ จะได้รู้ว่าข้างในเป็นยังไง" ภูพูดเสร็จก็เดินเข้ามาจับมือเมฆแล้วพาเมฆเดินเข้าไปในบ้าน โดยที่เมฆก็ยอมเดินตามเข้าไปอย่างโดยดี 



_____________________________________________________________________________________________________________________

จบตอนนี้ไปแล้วนะครับ​ ตอนแรกกะจะเขียนให้ยาวกว่านี้​ แต่อยากเก็บบทไว้กับเขียนครั้งหน้าไว้ด้วย​ เลยเอาแค่นี้ไปก่อน​    **[ยังไม่ได้อ่านตัวเช็คคำผิด​]**  เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาต่อให้นะครับ​ แต่น่าจะเป็นตอนมืดๆ​ แต่ถ้าใครชอบเรื่องนี้จริงก็คงรอได้ใช่ไหมครับ​ รอได้ใช่ไหมมมม​  แกล้งคนอ่าน​  เป็นไงบ้านของพี่ภูกับพี่เมฆ​ เหมาะกันไหม​ อยากให้มีเด็กมาวิ่งเล่นเร็วๆจัง​ 555

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น