Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 10 อุบัติเหตุ (จบตอน)

ชื่อตอน : บทที่ 10 อุบัติเหตุ (จบตอน)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ NC โรมานซ์ ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ย. 2561 18:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 อุบัติเหตุ (จบตอน)
แบบอักษร

โชคดีที่พวกเขาตามออกมาในเวลาไล่เลี่ยกันเนื่องด้วยกังวลว่าผู้เป็นเจ้านายจะลงไม้ลงมือด้วยโทสะ จนใจที่อีกฝ่ายเหยียบคันเร่งมิด ท้ายที่สุดจึงทิ้งห่างช่วงกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อมาถึงก็เห็นสปอร์ตคาร์คุ้นตาเละเทะอยู่ข้างถนนแล้ว เห็นเพียงเงาหลังลิบๆของคนสองคนหายเข้าไปในดงต้นไม้

แม้จะมาช่วยทันเวลาแต่คนสองคนกลับนอนบาดเจ็บไม่ได้สติ อีกทั้งมือสังหารคนนั้นก็หนีรอดไปได้ ฮาฟิซรีบโทรตามกำลังเสริมที่โกดังทันที ก่อนจะลงมือปฐมพยาบาลบาดแผลของเจ้านายซึ่งถูกแทงจนเลือดทะลักเบื้องต้น

ยะตีมสั่งให้คนอื่นจัดการกับของที่จะสามารถใช้เป็น ‘หลักฐาน’ ให้หมด แม้ว่าถนนสายที่เกิด ‘อุบัติเหตุ’ จะเป็นถนนแถบชานเมือง แต่ก็ยังมีรถขับผ่านไปมาบ้าง 

กลุ่มคนชุดดำไม่สามารถใช้กำลังจัดการกับความอยากรู้อยากเห็นของคนได้ เนื่องจากมันจะดูน่าสงสัยเกินไป สภาพยับเยินของรถหรูดึงดูดความสนใจของผู้ใช้เส้นทางในช่วงเวลานั้น บางคนจอดรถเพื่อเสนอความช่วยเหลือ แต่ก็ได้รับการปฏิเสธกลับมา ระหว่างช่วงชุลมุน สภาพรถหรูก็ถูกแอบถ่ายก่อนจะส่งต่อกันไปไม่หยุด ในยุคที่อินเตอร์เน็ตเร็วพอๆกับแสง เพียงไม่นาน ‘ข่าว’ เกี่ยวกับ ‘อุบัติเหตุรถหรู’ ก็ลุกลามดุจไฟไหม้ป่า 

ในอินเตอร์เน็ตต่างทายกันไปต่างๆนาๆว่า ‘เจ้าของ’ สปอร์ตคาร์คันนี้เป็นใคร และก็มีชื่อ ‘นักธุจกิจหนุ่ม’ คนหนึ่งหลุดออกมาเนื่องจากอยู่ๆคนผู้นั้นก็เข้า ‘แอดมิด’ โรงพยาบาลดังกลางดึก

แม้ยะตีมและฮาฟิซจะปิดข่าวขนาดไหน แต่เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลที่เห็นหน้าผู้เป็นเจ้านายของตนก็มีจำนวนไม่น้อย ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจะเหยียบข่าวอุบัติเหตุครั้งนี้ให้มิด! แต่สุดท้ายข่าวก็ยังหลุดออกไปอยู่ดี

ข่าวยังไม่จบแค่นั้นเมื่อ ‘วงใน’ กล่าวว่า ‘อุบัติเหตุ’ ครั้งนี้มี ‘หญิงสาวปริศนา’ อยู่ในเหตุการณ์ เข้าแอดมิดในช่วงเวลาเดียวกันและโรงพยาบาลเดียวกัน หญิงสาวปริศนาไม่ใช่ทั้งดารานางแบบ เป็นคนธรรมดาที่ไม่มีใครรู้จัก ด้วยเหตุนี้จึงเรียกความอยากรู้อยากเห็นจากคนได้ไม่น้อย สิ่งที่ผู้ติดตามทั้งสองพอจะจัดการได้คือการติดต่อสำนักข่าวต่างๆให้ปิดปากเงียบ ปล่อยให้คนในอินเตอร์เน็ตฟุ้งซ่านกันไป 

แน่นอนว่าคนที่อยู่ในแวดวงธุรกิจต่างรู้ข่าวลือเกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนี้ของทายาท แอล รอยัล ในตอนเช้า และปิแอร์ก็เป็นหนึ่งในคนแวดวงธุรกิจนั้น อลิซพยายามติดต่อเพื่อนสาวเพื่อสืบหาความจริง แต่ก็พบกับความว่างเปล่า ชวนให้ทั้งเป็นห่วงและสงสัยในเวลาเดียวกัน



พิมพ์นาราตื่นขึ้นมาในวันที่สาม ดวงตากระพริบถี่ปรับแสงจ้าตรงหน้า เสียงอุปกรณ์แพทย์ดังสม่ำเสมอภายในห้องอันเงียบสงบ หญิงสาวนอนมึนงงชั่วครู่ก่อนจะกวาดตามองรอบตัว ห้องกว้างนี้ตกแต่งอย่างเรียบหรู แต่มองก็รู้ว่าคือโรงพยาบาล นัยน์ตาสีน้ำตาเข้มกรอกวนไปมา ก่อนจะเปลี่ยนจุดสายตามาอยู่บนเพดานโล่งด้านบน ร่างกายปวดเมื่อยไปทุกส่วน ขนาดนอนบนเตียงนุ่มขนาดนี้ยังรู้สึกเจ็บอยู่เลย คอก็ปวด นอกจากดวงตาที่กรอกไปหมุนมาได้ เธอแทบไม่อยากขยับตัวเลย

อยู่ๆระลอกความรู้สึกหลากหลายก็วิ่งชนใจเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นครั้งแรกที่เธอคิดว่าการอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้มัน ‘เหงา’ อยู่บ้าง

หญิงสาวเหม่อมองความว่างเปล่าอยู่นานทีเดียว เธอจำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้ไม่แม่นยำนัก เมื่อพยายามใช้ความคิดนึกย้อนก็ยิ่งปวดหัว ใช่...ปวดหัว มือบางข้างที่ไม่มีอุปกรณ์การแพทย์พันธนาการยกขึ้นแตะผ้าก๊อซบนศีรษะเบาๆ

‘แผลนี่ได้มายังไงนะ’ เธอคิดในใจ แต่เมื่อใบหน้าคนผู้หนึ่งลอยขึ้นมา คิ้วเรียวก็อดขมวดเข้าหากันไม่ได้

แกร็ก

แม้ส่วนพักผ่อนนี้จะแยกกับส่วนรับแขกด้านหน้า แต่เธอก็ได้ยินเสียงเปิดปิดประตูเจนชัด เป็นพยาบาลเข้ามาตรวจเช็คความเรียบร้อยตามปกติ อีกฝ่ายถามอาการโดยรวม จับนั่นจดนี่เล็กน้อย เอ่ยกำชับให้พักผ่อนเยอะๆก่อนจากไป

เธอคิดว่าจะได้อยู่ในความเงียบนานกว่านี้ซักหน่อย แต่ไม่นานชายหนุ่มใบหน้าประดับยิ้มก็เดินเข้ามา

“โล่งอกไปทีนะครับ” เขากล่าวพลางยกมือทาบอกอย่างเป็นธรรมชาติ

“นายท่านถามถึงคุณบ่อยมาก พวกเรายังคิดว่าถ้าคุณไม่ฟื้นขึ้นเร็วๆนี้จะเตรียมคำตอบว่ายังไงดี” 

หญิงสาวกรอกตามอง คล้ายเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจที่เขากำลังพูด แต่การมาเยือนของเขาเหมือนภาพจิ๊กซอว์ต่อเข้าด้วยกันช้าๆ ใช่ ก่อนหน้านี้เธอไปที่โกดังกับมิเกล เห็นว่าอีกฝ่ายดำเนินธุรกิจยังไง หลังจากนั้นก็รบกันอีกยก ก่อนจะออกไปเกิดอุบัติเหตุข้างนอก

หญิงสาวถอนหายใจกรอกตาหนีไปอีกทาง หลังจากผ่านช่วงความเป็นความตายมา เหตุการณ์ที่เธอเคยคิดว่าจะเป็นจะตายกับมันกลับดูเรียบง่ายขึ้นมาไม่น้อย ดูเหมือนว่าจิตใจจะสงบขึ้นเยอะ

ฮาฟิซไม่ถือสา เขานึกว่าอีกฝ่ายยังสะเทือนใจกับเหตุการณ์ก่อนหน้าอยู่ บวกกับอาการบาดเจ็บของอุบัติเหตุ ไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะยังไม่อยากพูดอะไร

“เดี๋ยวผมไปแจ้งให้พยาบาลมาอยู่ที่นี่ 24 ชั่วโมงนะครับ เวลาคุณมีธุระอะไรจะได้สะดวก”

“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันอยากอยู่คนเดียว” เสียงหวานอ่อนระโหย

“อย่างนั้นก็ได้ครับ ถ้ามีอะไรก็กดเรียกได้ตลอดเวลานะครับ” 

ชายหนุ่มล้วงมือหยิบของในสูท ก่อนจะ...

แชะ!

เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นเบาๆ หญิงสาวหมุนตากลับมามองชายหนุ่มที่กำลังถือสมาร์ทโฟนในมืออีกครั้ง ขมวดคิ้วแทนคำถาม

“ถ้านายท่านไม่เชื่อ ผมจะได้มีหลักฐานไงครับ” เขายิ้มแย้มเก็บของในมือ

ชายหนุ่มกำชับนั่นนี่อีกสองสามคำซึ่งเธอไม่สนใจจะฟังก่อนจะขอตัวจากไป 

ความเงียบมาเยือนอีกครั้ง เมื่อไม่มีอะไรจะทำเธอจึงหลับตาพักผ่อน ในใจอดคิดบางสิ่งบางอย่างไม่ได้

‘เหงา...’

ฮาฟิซกลับมายังห้องพักของผู้เป็นเจ้านายอีกครั้ง เห็นอีกฝ่ายกำลังนอนพิงพนักฟังรายงานการจัดการต่างๆจากพี่ชายฝาแฝดของเขา

“ผมจะให้คนไปตรวจสอบอีกรอบ” ยะตีมสีหน้าเคร่งเครียดเนื่องจากเบาะแสที่สืบมาได้มันไม่เห็นจะเกี่ยวโยงกันซักนิด ในมือพลิกซ้ายขวาพินิจ ‘มีดพก’ ที่นักฆ่าทิ้งไว้

“มีดแบบนี้เห็นแต่พวกทหารอเมริกันใช้” ฮาฟิซเอ่ย

“ไอ้ลีออนล่ะ” ผู้อยู่บนเตียงเอ่ยถามเสียงแหบแห้ง ใบหน้าถมึงตึง 

“ยังอยู่ที่ฮ่องกงครับ ช่วงหลังมานี้ไม่เห็นออกนอกประเทศมาครึ่งปีแล้ว”

“ตัวอยู่นั่นแต่กล้าเอื้อมมือมาล้วงคอฉันถึงที่นี่เลย ดูท่าที่ฮ่องกงคงจะสงบไปสินะ” ชายหนุ่มหลับตาเป็นเชิงจบบทสนทนา

ยะตีมขอตัวกลับไปจัดการงานที่เหลือให้เรียบร้อย ทั้งห้องจึงมีแต่ความเงียบ

“หล่อนล่ะ” เมื่อไม่เห็นว่าผู้ติดตามของตนจะรายงานอะไร ผู้เป็นเจ้าของห้องจึงเอ่ยถามเสียงเรียบ ตรงข้ามกับดวงตาคมกริบที่เก็บความร้อนรนไว้ไม่มิด

ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาเขาก็ฟุ้งซ่านไม่หยุด กังวลว่าอีกฝ่ายจะเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ บอกไม่ถูกว่าทำไมถึงรู้สึกเช่นนี้ บางทีอาจจะติดใจรสฝ่ามือบางกับรอยเล็บสี่แถบนั่นก็ได้

“อ้อ…” ผู้ถูกถามทำทีเหมือนพึ่งนึกขึ้นได้

“ฟื้นแล้วครับ”

“ถ้าทางนั้นอยากได้อะไรก็ให้คนส่งไป เพิ่มเวรยามไปด้วยอีกสองสามคน” 

“ตอนนี้ก็เหมาทั้งชั้นแล้วครับ ยังจะเพิ่มเวรยามอะไรอีก” ผู้กล่าวแสร้งเอาสมาร์ทโฟนออกมาเลื่อนเล่นไปมา

“ผมถ่ายรูปคุณพิมพ์นารามาด้วย เธอดูหงุดหงิดนะครับ” เขายังแสร้งพินิจรูปในมือต่อ

“ใครใช้ให้แกไปถ่าย ไม่โดนด่าเปิงกลับมาเร๊อะ” ผู้พูดปรายตามองสมาร์ทโฟนในมือผู้ติดตามเป็นเลศนัย

“ก็ไม่นี่ครับ” เขาไม่ได้โกหก หญิงสาวไม่ได้ด่า เพราะเธอดูไม่อยากจะเห็นหน้าเขาด้วยซ้ำ

เป็นใครก็คงไม่พอใจสินะ ดูที่นายท่านทำแต่ละอย่าง มีแต่เรื่องประทับใจทั้งนั้น

“หึ!” ความไม่พอใจผุดขึ้นรางๆ ขณะที่สายตาก็ยังไม่ละไปจากของในมือผู้ติดตาม เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่รู้ตัวซักที จึงได้แต่ส่งสัญญาณอีกครั้ง

“อ่ะแฮ่ม!”

“อ้อ…” ชายหนุ่มรีบเก็บของกลับเข้าไปในสูท เดินไปรินน้ำให้เจ้านายทันที

“…” สายตาเย็นเฉียบทิ่มแทงเป็นระยะ

“อ่ะแฮ่ม!” 

“นี่ครับน้ำ” ชายหนุ่มยังคงตีหน้าซื่อประคองแก้วน้ำให้ผู้เป็นเจ้านายราวกับไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังสื่อ

“ไอ้ฮาฟิซ...” 

“ระวังสำลักน้ำนะครับ” ชายหนุ่มยิ้มแย้ม ประคองแก้วในมือจรดปากอีกฝ่าย


_____________________________________________

สวัสดีผู้อ่านทุกคนค่าาาา

จากอุบัติเหตุตอนที่แล้ว สุดท้ายคู่แค้นคู่นี้ก็ต้องพักรบจนได้ 5555555

แต่ก็นะ...คนอย่างมิเกลจะปล่อยให้อีกฝ่ายอยู่สงบได้ยังไง เสียเชิงชายหมด

ตอนหน้ามาลุ้นกันน้าว่าตามิเกลจะหาเรื่องอะไรอีก

คอมเม้นต์ = กำลังใจจ้า

อย่าลืมกด 'ถูกใจ' ให้เค้าด้วยน้า

ขอบคุณที่ติดตามค่าาา

ปล. มีใครหลงเสน่ห์ฮาฟิซแบบเค้าบาง ยกมือแสดงตัวหน่อยจ้าาา 55555

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น