악마 ปีศาจเขียน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เมียมาเฟีย18

คำค้น : คริสยอล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.8k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ย. 2561 16:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมียมาเฟีย18
แบบอักษร

​악마 ปีศาจเขียน​



เมียมาเฟีย๑๘




สองวันหลังจากที่ชานยอลลืมตาตื่นขึ้นมา วันนี้เป็นวันแรกที่เขาได้กลับบ้าน ทำให้หน้าบ้านของมาเฟียตระกูลอู๋มีเหล่าลูกน้องออกมายืนเรียงกันเป็นหน้ากระดานเพื่อต้อนรับการกลับมาของมาดาม ผู้ที่ทำให้ทุกคนในบ้านเป็นห่วง ชานยอลก้าวลงจากรถเบนซ์สีดำ เขาเดินไปหยุดตรงหน้าเหล่าลูกน้อง


"ไม่มีงานทำกันเหรอเนี่ย ที่คาสิโนมีใครแอบโกงไปแล้วมั้ง" ชานยอลพูดขึ้นยิ้มๆ เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมากหรอกหากมีใครเข้ามาโกงเงินในคาสิโน เพราะเขาทำระบบรักษาความปลอดภัยเอาไว้แล้ว แค่มีใครโกงพนันขึ้นมาระบบสัญญาณในห้องควบคุมจะดังขึ้นแล้วบอกเป้าหมายว่าสัญญาณมาจากที่โต๊ะพนันของใคร ที่เหลือก็แค่ให้ลูกน้องเข้าไปตรวจค้นเท่านั้น


"ก็พวกเราเป็นห่วงมาดามนิครับ มาดามไม่ไปป่วนที่คาสิโนนาน ก็เลยคิดถึง" ลูกน้องคนนึงพูดขึ้น ทำให้คนอื่นๆพยักหน้าตาม


"ที่บ้านก็เหงา ไม่มีมาดามมาคอยให้พวกเราตามหา" ชานยอลไม่รู้ว่าจะยิ้มหรือร้องไห้ดีกับคำพูดของลูกน้อง


"มีเด็กคนนึงมาถามหามาดามแทบทุกวัน แต่ผมไม่ได้บอกว่ามาดามไปพักร้อนที่โรงพยาบาล" ลูกน้องอีกคนก็พูดขึ้นบ้าง เขาก็ได้แต่พยักหน้ารับ เด็กที่ว่าคงเป็นเด็กส่งของที่เขารู้จัก


"แล้วทำไมนายถึงออกมาเหมือนกับคนอื่นล่ะ" ชานยอลหันไปถามว่าที่คุณแม่ท้องแก่ที่ได้ข่าวว่าเข้าโรงพยาบาลบ่อยมากในช่วงนี้ เพราะท้องของแบคฮยอนไม่เหมือนกับท้องของผู้หญิง แบคฮยอนเป็นผู้ชายที่ท้องได้เรื่องการตั้งครรภ์จึงลำบากมากกว่าคนอื่นๆ ไหนจะเจ็บท้อง ขับถ่ายไม่สะดวกอีก แต่เขาก็ยอมรับว่าแบคฮยอนเป็นผู้ชายที่มีความเป็นแม่สูงมาก เพราะแบคฮยอนดูแลตัวเองดี ไปหาหมอตามที่นัดไว้ กินยาครบทุกตัวที่ได้มา


"ก็อยากมารับเหมือนคนอื่นๆดีใจมากเลยนะที่นายกลับบ้านได้สักที" แบคฮยอนพูด ทำให้ชานยอลยิ้มรับ


"ฉันว่านายกลับไปพักผ่อนเถอะ" ชานยอลบอก ทำให้แบคฮยอนพยักหน้ารับยอมกลับไปพักผ่อนที่บ้านโดยมีคนรักช่วยพยุงกลับดัวยความเป็นห่วง


"ยินดีต้อนรับกลับบ้านอีกครั้งนะครับมาดาม" เหล่าลูกน้องพูดขึ้นพร้อมกันก่อนจะถูกมาเฟียหนุ่มไล่ให้กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ส่วนชานยอลก็เดินขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องนอน


"นายครับ" คริสที่เดินเข้ามาในห้องทำงานเพราะต้องการทำงานที่ค้างเอาไว้ให้เสร็จ เขาเงยใบหน้าขึ้นเมื่อแจ๊คสันเอ่ยเรียก


"คุณแอนนี่ยังไม่กลับประเทศของเธอเลยครับ ส่วนพี่ชายเธออีกสองวันเห็นว่าจะกลับมาฮ่องกงอีกครั้ง" แจ็คสันรายงานเพราะเขาได้รับมอบหมายให้ไปคอยสืบดูการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย


"อาวุธก็ได้ครบไปแล้ว แล้วทำไมถึงยังอยู่ต่อ" คริสครุ่นคิดตามคำบอกของลูกน้อง


"จับตาดูต่อไป ถ้าเห็นท่าไม่ดีให้รีบรายงานด่วน" แจ๊คสันพยักหน้ารับคำของผู้เป็นนาย


"แล้วเตนล์ล่ะ" เขาถามหาน้องชายที่ไม่เห็นหน้ามาหลายวัน


"อีกหลายวันถึงกลับครับ นายไม่ต้องเป็นห่วง แทยงกับการ์ดอีกสามคนเดินทางไปด้วย" เขาพยักหน้ารับคำลูกน้องก่อนจะหันมาสนใจกับงานตรงหน้าต่อ แต่จริงๆเขาไม่ค่อยสนใจกับงานตรงหน้าสักเท่าไหร่ เพราะตอนนี้เขากำลังคิดเรื่องของสองพี่น้องตระกูลคลาส อีกคนยังไม่กลับ ส่วนอีกคนกลับไปอิตาลีแล้วแต่จะกลับมาใหม่ อาวุธก็ได้ไปแล้ว ยังเหลืออะไรอีก กลับมารับน้องสาวเหรอ แต่เธอก็พอรู้ความที่จะกลับเองได้



ก๊อก ก๊อก ก๊อก


เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการก้าวเข้ามาของมาร์ค มาร์คเดินมาหยุดอยู่ข้างๆแจ็คสัน


"นายครับ เอ่อคือ" มาร์คทำเสียงติดขัดเพราะไม่ค่อยจะกล้าเอ่ยปากบอกสักเท่าไหร่


"ชานยอลทำอะไร" คริสถามอย่างไม่ค่อยใส่ใจเพราะถ้าคนรักก่อเรื่องในบ้านยังดีกว่าออกไปก่อเรื่องนอกบ้านซะอีก


"มะ...ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่พี่ชานยอล" มาร์ครีบแก้ตัวให้พี่ชายสุดที่รักของตัวเอง


"แล้วมันเรื่องอะไร อ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ แล้วนายจะรู้ไหม" แจ็คสันพูดขึ้นเมื่อเห็นคนที่ตัวเองรักไม่มีท่าทีที่จะพูดออกมาสักที มาร์คหันไปค้อนให้กับแจ็คสัน


"คือว่า คะ..คุณเจมส์ มะ...มาที่นี่ครับ" คำบอกของมาร์คทำให้มาเฟียหนุ่มนิ่งไป หมอนั่นมาฮ่องกงทำไม เขากับมันไม่เคยที่จะติดต่อถึงกันเลย 


"ไฮ" ทำทักทายเป็นสำเนียงภาษาอังกฤษดังขึ้นมาจากร่างสูงใหญ่ที่ไม่ต่างจากคริส เขาเดินเข้ามาในห้องทำงานของมาเฟียหนุ่มโดยไม่เคาะประตูหรือรอฟังคำอนุญาต ถือวิสาสะเดินเข้ามาอย่างตามใจชอบ


"ช่วยเคาะประตูด้วยนะครับถ้าจะเข้ามา" มาร์คบอกอย่างไม่พอใจเป็นสำเนียงภาษาอังกฤษเพราะคนตรงหน้าเขาพูดได้แค่ภาษาอังกฤษ


"ไอเห็นว่ามันเป็นบ้านหลานชายตัวเอง ก็เลยคิดว่าเป็นบ้านตัวเอง" คนตรงหน้าตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน ทำให้มาร์คกำหมัดแน่นอย่างหงุดหงิด แจ็คสันเห็นท่าทางคนรักจะคงขี้หงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆถ้ายังอยู่ตรงนี้


"ออกไปก่อน" แจ๊คสันกระซิบบอก


"ไม่" ค้านออกมาเสียงดังเพราะไม่ยอมออกไป


"ลูกน้องนายยังคงไม่นับถือฉันเหมือนเดิม" หนุ่มหล่อต่างชาติหันไปพูดกับมาเฟียหมุ่มที่ก้มหน้าอ่านอะไรสักอย่างทำเหมือนว่าไม่มีเขาอยู่ในห้องนี้


"คริส" เขาเรียก


"นายจะไม่พูดกับอาอย่างฉันจริงดิ" เขาพูดขึ้นอีกครั้ง มาเฟียหนุ่มแหล่ตาขึ้นมองเล็กน้อยแล้วก้มหน้าต่อ


"เท่าที่จำได้ ฉันไม่เคยมีอาหรือน้าทั้งนั้น" มาเฟียหนุ่มพูด


"นี่นายจะตัดทั้งย่า ทั้งปูของตัวเองออกจากชีวิตจริงๆดิ ถึงฉันจะเป็นลูกเลี้ยงของปู่นายก็เถอะนะ นายก็น่าจะมีน้ำใจต่อกันบ้าง ทำห่างเหินไปได้" คนที่มีศักดิ์เป็นอาพูดขึ้น ถึงเขากับมาเฟียตรงหน้าจะอายุเท่ากัน แต่เขาก็มีศักดิ์เป็นอาของมาเฟียหนุ่ม


"เลิกเห่าหอนได้แล้วเจมส์ รำคาญ" มาเฟียหนุ่มเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง ทำให้เจมส์ต้องเงียบเสียงลง เขาก็พอรู้จักตระกูลมาเฟียของคริสมาบ้าง เขาก็ไม่อยากจะมีปัญหาด้วยสักเท่าไหร่หรอก แค่ครั้งนี้เขาเดินทางมาฮ่องกงเพื่อทำธุรกิจ พอทำธุระเสร็จก็เลยจะมาเยี่ยมแล้วกลับก็แค่นั้น แต่เห็นท่าทางที่ดูต้อนรับกันอย่างดีแบบนี้ ทำให้เขาอยากจะรับมันไว้ซะเหลือเกิน


"อีกหลายวัน ฉันถึงจะกลับ พอดีไม่ได้จองห้องพักเอาไว้ แถมยังมาคนเดียวอีก ญาติอย่างนายคงไม่ใจร้ายไล่ให้ฉันไปพักข้างนอกหรอกนะ" เจมส์พูดขึ้นยิ้มๆ ทำให้คริสที่ก้มหน้าอยู่ต้องเงยหน้าขึ้น แล้วถอนหายใจออกมา


"มาร์ค พาเจมส์ไปที่ห้องรับรองแขก" เพื่อตัดความรำคาญ เขาจึงสั่งให้มาร์คพาญาติฝั่งทางปู่ไปที่ห้องพัก เจมส์ยิ้มออกมาแล้วเดินออกจากห้องโดยไม่พูดอะไรอีก


"นายยย" มาร์คโอดครวญ แต่มาเฟียหนุ่มกลับโบกมือไล่ให้ออกไปจากห้อง ทำให้มาร์คต้องเดินคอตกตามเจมส์ออกไป เพื่อพาเจมส์ไปยังห้องพัก


"คงไม่ก่อเรื่องนะครับนาย" แจ๊คสันที่ยังคงอยู่พูดกับคนเป็นนายยิ้มๆอย่างไม่ทุกข์ร้อนเพราะรู้ว่าเจมส์ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับใคร เจมส์เป็นเพียงนักธุรกิจที่ขาวสะอาด ฝั่งปู่ย่าของเจ้านายเขาไม่มีธุรกิจทางด้านมืด  ฝั่งนั้นทำธุรกิจที่ขาวสะอาด มีแค่ฝั่งตายายของเจ้านายเขาเท่านั้นที่ทำธุรกิจในด้านมืด


"ก็จับตาดูห่างๆจนกว่ามันจะกลับ" มาเฟียหนุ่มบอก แจ๊คสันพยักหน้ารับ แล้วก้มหน้างเล็กน้อยเพื่อแยกออกจากห้องทำงาน ปล่อยให้ผู้เป็นนายได้สะสางงานให้เสร็จ



ก๊อก ก๊อก ก๊อก


สักพักใหญ่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นมือขวาคนสนิทที่เดินเข้ามา


"มาร์คไปฟ้องผมว่าคุณเจมส์มาพักที่คฤหาสน์" จื่อเทาพูด มาเฟียหนุ่มถอนหายใจแล้วพยักหน้ารับ


"ให้ผมจัดการไหมครับ" จื่อเทาเสนอ เพราะเขารู้ว่าเจ้านายตัวเองไม่ชอบให้ญาติฝ่ายพ่อเขามายุ่งเกี่ยวกับตัวเองมากนัก


"ไม่ต้อง ปล่อยไปก่อน ไม่ให้ก่อเรื่อง หรือสร้างปัญหาก็พอ" มาเฟียหนุ่มบอก ทำให้จื่อเทาพยักหน้ารับแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองเพื่ออ่านรายงานที่ถูกส่งมาแต่ละที่เพื่อที่จะได้ให้ผู้เป็นนายเซ็น


"นายครับ ตระกูลเฟ่ยค้างหนี้มาห้าเดือนแล้วครับ เขายื่นข้อเสนอมาให้นายด้วย" จื่อเทาที่นั่งอ่านรายงานในแฟ้มอยู่เงยหน้ารายงานผู้เป็นนาย เขาชั่งใจอยู่นานว่าจะรายงานดีไหม แต่ถ้าไม่รายงานก็กลัวผู้เป็นนายจะมารู้ทีหลัง คริสที่ก้มหน้าเซ็นงานตรงหน้าอยู่เงยหน้ามอง


"ขอเสนออะไร" เขาถาม


"เอาลูกสาววัยสิบหกมาขัดดอกก่อน" จื่อเทาตอบ มาเฟียหนุ่มนิ่งไป นี่คนพวกนั่นคงคิดว่าเขาเป็นเฒ่าหัวงูหรือยังไง ถึงคอยเอาลูกสาวมาขัดดอกแบบนี้ 


"บอกมันไป อีกสองเดือนฉันต้องได้ทั้งต้นทั้งดอก เพราะไม่อย่างนั้น ลูกสาวมันจะต้องไปทำงานที่ซ่องแทน" น้ำเสียงเย็นยะเยือกที่ออกมาจากปากของผู้เป็นนาย ทำให้จื่อเทาต้องรีบต่อสายไปถึงตระกูลเฟ่ยทันที


"เรียบร้อยครับนาย" เมื่อวางสายจากฝั่งนั้น เขาก็รีบรายงานผู้เป็นนายต่อ คริสไม่พูดอะไรยังคงก้มหน้าเซ็นเอกสารตรงหน้าต่อ ส่วนจื่อเทาก็หันมาอ่านรายงานต่อเช่นกัน ต่างคนต่างอยู่กับงานของตัวเองไม่มีรายงานที่น่าหงุดหงิดส่งมาให้มาเฟียหนุ่มอีก จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงบ่ายแก่ๆ มาเฟียหนุ่มจึงต้องลุกขึ้นเพื่อไปดูคนรักที่พักผ่อนอยู่บนห้อง


"นายไปพักเถอะ ฉันก็จะไปพักเหมือนกัน" คริสบอกลูกน้อยโดยที่ไม่ได้หันหน้าไปมองเพราะเขาเดินก้าวไปที่หน้าประตูห้องอย่างเดียว เขาอยากกลับออกไปจากห้องทำงานเพื่อกอดคนรักให้หายหงุดหงินกับเรื่องรายงานที่จื่อเทารายงานบอก บ้าบอสิ้นดี ถึงลูกสาวตระกูลเฟ่ยจะดูดีน่ารักยังไงเขาก็ไม่สามารถเอาเด็กแบบนั้นมาขัดดอกเด็ดขาด ยิ่งเขามีคนรักแล้วด้วย ยิ่งไม่น่าได้เข้าไปใหญ่ งานแต่งของเขาที่มีเฉพาะคนในครอบครัวที่รู้ หรือว่าเขาจะต้องประกาศมันออกไปผู้คนถึงจะได้รับรู้แล้วเลิกยื่นข้องเสนอส่งลูกสาวมขัดดอกสักที


เฮ้อ


คริสถอนหายใจออกมาก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องนอน เขาเดินเข้าไปยืนมองคนรักที่ยังคงนอนคดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา เขายิ้มออกมาน้อยๆแล้วหันไปถอดเสื้อสูทออก ก่อนจะก้าวขึ้นไปบนเตียงนอนขนาดใหญ่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับคนรัก เขาถึงตัวคนรักเข้ามากอดอย่างเบามือ เพราะกลัวจะทำให้คนรักตื่น ส่วนชานยอลที่ได้รับไออุ่นจากคนรักก็ขยับตัวซบอกคนรักมากขึ้น


"หิวอ่ะ" ชานยอลพูดขึ้นทั้งๆที่ยังคงหลับตาอยู่


"หิวก็ลุกขึ้นไปล้างหน้า" คริสก้มหน้าเขาไปสูดที่กลุ่มผมของคนรักก่อนจะพูดออกมา ชานยอลส่ายหัว


"อยากอยู่แบบนี้ก่อน" เขารู้ว่าคนรัก รักเขามาก และตามใจเขามากแค่ไหน แต่ความรู้สึกที่จะศูนย์เสียมันยังคงอยู่


"จะเอาอะไร" คริสถาม เพราะคนรักไม่ค่อยเป็นแบบนี้สักเท่าไหร่ นอกจากจะอ้อนเอาอะไรสักอย่าง แต่ครั้งนี้มาเฟียหนุ่งคงคิดมากไปเพราะคำตอบที่ได้จากชานยอลคือส่ายหัวอีกครั้ง




1 คอมเมนท์ 1 กำลังใจในการลงต่อฝากด้วยนะคะ






ความคิดเห็น