rani

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 11

ชื่อตอน : กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 11

คำค้น : กับดักรัก หมอสุดโหด, กับดักรักหมอสุดโหด, ชลาธิป, ปัณ, yaoi, rani, 18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ค. 2558 20:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 11
แบบอักษร

http://ookbeetunwalai.s3.amazonaws.com/files/member/41889/1383333843-member.jpg

 

 

กับดักรัก หมอสุดโหด
   
โดย Rani รานี

 

บทที่ 11
ความเงียบเข้ามาสอดแทรกลอยวนอยู่ระหว่างพวกเขา เป็นความเงียบที่ฉายแววความอึดอัด เป็นความอึดอัดที่ใครบางคนจงใจให้เกิด และใครบางคนนั้นก็ทำสำเร็จเสียด้วย ตอนนี้ปัณได้ดแต่เอามือเกาะกันไว้ที่ด้านหน้า นิ้วมือเกร็งจนเผลอจิกตัวเองแบบไม่รู้ตัว ปัณไม่กล้ามองหน้าคุณใหญ่เลย แต่สายตาเจ้ากรรมก็ไม่สามารถหลบสายตาที่จ้องเขม็งมานั้นได้
            ชลาธิปมองปฏิกิริยาทั้งคู่ก่อนจะทำลายความเงียบที่เหมือนชั่วกาลปาวสานนั้นลง
            “เราเพิ่งเริ่มลงมือทานข้าวเช้ากัน ยังไงเชิญคุณศรัณย์ภัทรด้วยนะครับ”
            “ไม่ต้องหรอกครับ ขอบคุณที่ชวน แต่ผมไม่ชินกับการทานอาหารเช้าหนักๆน่ะครับ”
            “อาหารเช้าเป็นสิ่งจำเป็นนะครับ”
            “ครับ ผมทราบ แต่ขอกาแฟแก้วเดียวก็พอ ปัณน่าจะรู้ดี” ปัณพยักหน้าทันทีที่ได้ยินชื่อของตัวเอง
            “เดี๋ยวปัณไปชงให้ครับ”
            “คุณหมอไม่ต้องห่วงนะครับ เชิญทานอาหารต่อตามสบาย เดี๋ยวผมขอรอตรงนี้ดีกว่า” ชลาธิปมองคู่แข่งที่เพิ่งรู้จักนั้นแล้วพยายามประเมินให้รอบด้าน เงียบ ขรึม ทว่าดวงตามนั้นฉายแววบางอย่างอยู่ลึกๆ เป็นบางอย่างที่เขารู้สึกว่า ยากเกินกว่าจะสอดแทรกตัวเองลงไประหว่างพวกเขา
            ชลาธิปมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่า แววตาที่ปัณมองศรัณย์ภัทร กับมองพันธุ์เทพนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง มันมีทั้งความรัก ความเทิดทูนบูชา ความนับถือ ที่ทำยังไงนายพันธุ์เทพซึ่งอุตส่าห์จะได้ชื่อว่า เป็นแฟนเก่านั้น ไม่มีทางสู้ได้
            แล้วตัวเขาเองล่ะ???

-คุณหมอ PART
            สิ่งทีเขามีเหมือนผมก็คงเป็นที่ ความรัก ที่มีต่อคนที่เรารัก .... ปัณ
ผมแน่ใจว่าความรักที่ผมมีต่อปัณนั้นไมได้ยิ่งหย่อนไปกว่าเขา และเป็นความรักที่พูดได้เลยว่าไม่ใช่ความรักแบบพี่น้องหรือคนในครอบครัว แต่เป็นความรักแบบ คนรัก แบบคนที่อยากให้เป็น .. คู่ชีวิต
นี่เป็นสิ่งที่ผมพอจะคิดเข้าข้างตัวเองได้ว่าผมมีสิ่งที่เหนือกว่าเขาหรือเปล่า??
หรือจริงๆแล้ว ช่วงเวลาที่เขารู้จักกับปัณมาตั้งแต่เด็ก มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสัมพันธ์อันยาวนาน นานจนความรู้สึกต่างๆมันฝังลึกและยากจะเปลี่ยนแปลงแล้ว

-------------------   

เมื่อคุณหมอและต้นน้ำออกจากบ้าน ปัณซึ่งเก็บครัวเรียบร้อยก็เดินเข้ามาที่ห้องรับแขกซึ่งเป็นที่ที่ศรัณย์ภัทรรออยู่ก่อนแล้ว ปัณณทัตไม่ได้เดินเข้ามาเลย แต่หยุดมองคนที่กำลังยืนเต็มความสูงมองผ่านผนังกระจกไปยังสวนหย่อมเล็กๆด้านนอก
            คุณใหญ่ยังคงดูแลตัวเองดีเหมือนเดิม ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้าม จนแทบจะไม่มีไขมันติดอยู่สักนิด ไหล่กว้างไม่งองุ้ม และมักจะชอบยืนหลังตรง อกผายตลอดเวลา
            “มาแล้วเหรอปัณ” ร่างใหญ่พูดเมื่อหันกลับมาเห็นอีกคน
            “มานานแล้วฮะ กำลังคิดว่าคุณใหญ่มองอะไรอยู่” ศรัณย์ภัทรหัวเราะในลำคอ
            “มองสวนข้างนอกน่ะ ไม่บอกยังรู้เลยว่าเป็นฝีมือปัณ”
            “ของเดิมดีอยู่แล้วน่ะครับ พี่สาวคุณหมอทำเอาไว้ ปัณแค่มาดูแลเฉยๆเอง”
            “อืม ปัณ” ปัณณทัตสะบัดมือหนีเมื่อศรัณย์ภัทรเอื้อมมือมาหมายจะคว้าแขนของร่างบางเอาไว้แต่ไม่ทัน “กลัวอะไรพี่นักหนาน่ะปัณ คราวพันธุ์เทพก็ทีนึงแล้ว มีแฟนเพราะว่าจะหลบพี่ไม่ใช่หรือไง แล้วก็ยังคราวนี้อีก” ศรัณย์ภัทรตวาด ก่อนจะบีบแขนคนตัวเล็กอย่างลืมตัว
            “โอ๊ยคุณใหญ่ ปัณเจ็บแขนอยู่นะครับ” ปัณร้อง
            “ถ้าปัณดูแลตัวเองไม่ได้ ก็ไม่ควรจะมาอยู่คนเดียวแบบนี้” ศรัณย์ภัทรยิ่งบีบแขนเล็กนั้นหนักขึ้นไปอีก
            “คุณใหญ่ครับ” น้ำตาไหลรินอาบสองแก้มด้วยความเจ็บปวด
            “พี่ขอโทษปัณ พี่ขอโทษ” ใหญ่คลายแขนเล็กออกแต่ยังคงลูบคลำคล้ายจะทำให้บรรเทาความเจ็บปวดอยู่  “พี่อยากให้ปัณกลับบ้าน ที่บ้านก็ยังมีพี่ มีกลาง มีน้องแหววที่คอยดูแล ทุกคนคิดถึงปัณนะ” ศรัณย์ภัทรดึงร่างบางเข้าหาตนเพื่อจะกอดปลอบประโลม แต่ปัณขืนตัวเองไว้  
            “ปัณอยู่ที่นี่ก็มีความสุขดีครับคุณใหญ่”
            “ตรงที่ได้เจ็บตัวนี่หรือไง? ไอ้คุณหมอนั่นมันดูแลปัณยังไงห๊า? ถึงได้เจ็บเนื้อเจ็บตัวขนาดนี้”
            “มันเป็นอุบัติเหตุนะครับ แล้วปัณก็ทำตัวเองด้วย”
            “จะบอกว่าไม่ใช่ความผิดของมันล่ะสิ ฮึ”
            “เราเปลี่ยนเรื่องคุยกันเถอะครับ” ใหญ่ถอนหายใจ เอามือลูบหน้าหวังว่ามันจะลูบเอาความหงุดหงิดทั้งหลายให้หายไปด้วย


ศรัณย์ภัทรอยู่คุยกับปัณจนเกือบเที่ยง นอกจากจะมีเรื่องการโน้มน้าวขอให้ปัณกลับบ้านที่กรุงเทพฯซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้ผลแล้ว ศรัณย์ภัทรเลยเปลี่ยนวิธีใหม่ ด้วยการเสนอว่าจะมาเทคโอเวอร์ โรงแรมในตัวจังหวัด ซึ่งตอนนี้เก่าและทรุดโทรมมากแล้ว โดยเขาจะเปลี่ยนให้เป็นสไตล์บูทีค และขอให้ปัณไปช่วยงานเขาบ้าง
            “ถ้าปัณไม่ไป พี่ว่าเราคงจะไม่ใช่พี่น้องกันอีกแล้ว”
            “คุณใหญ่อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ ปัณไม่เคยคิดว่าคุณใหญ่ไม่เป็นครอบครัวของปัณเลยนะครับ”
            “ก็ปัณทำเหมือนรังเกียจพี่ รังเกียจบ้านเรา”
            “เปล่านะครับ คุณใหญ่อย่าคิดอย่างนั้นสิ” ปัณเริ่มเสียงสั่น ในโลกนี้เขามีญาติเพียงแค่
3 คนนี่แหละ เป็นบุญหัวเหลือเกินที่เด็กกำพร้าอย่างเขาได้มาอยู่ในครอบครัวนี้ แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะนึกรังเกียจ น้ำตาที่คลอตาเมื่อครู่ร่วงลงอาบแก้มแบบรั้งไม่อยู่ จนศรัณย์ภัทรตกใจ
            “ปัณ เดี๋ยว ปัณ อย่าเพิ่งร้องไห้ พี่ขอโทษ พี่ขอโทษ โธ่เอ๊ย” ศรัณย์ภัทรเกลียดตัวเองจริงๆ แค่เพียงครึ่งวัน เขาทำให้เรื่องแย่ๆกับปัณให้ต้องเอ่ยคำว่าขอโทษมา
2 ครั้งแล้ว
            “ถ้าคุณใหญ่พูดอะไรแบบนี้อีก ปัณจะโกรธคุณใหญ่จริงๆด้วย”
            “ไม่พูดแล้วครับ พี่ไม่พูดแล้ว งั้นเอาเป็นว่าเที่ยงนี้เราไปทานอาหารที่โรงแรมนั้นเลย ปัณจะได้ดูด้วยว่าเราควรจะทำอะไรตรงไหนบ้าง พี่นัดกับผู้บริหารโรงแรมนั้นพอดี”
            “โรงแรมนั้นก็กำไรดีนี่ครับ ลูกค้าลงตลอด ทำไมถึงจะขายให้พี่ซะล่ะ”
            “เขาเหนื่อยน่ะ ลูกๆไม่อยากให้ทำสาขานี้แล้ว จะให้ไปทำเองเขาก็แก่แล้ว เลยขายให้พี่ดีกว่า”
            “แล้วทำไมคุณใหญ่ถึงซื้อที่นี่ล่ะครับ”
            “ก็เมื่อกี้ปัณก็บอกเองนี่ว่าโรงแรมนี้มีลูกค้าตลอด อีกอย่าง” ศรัณย์ภัทรเว้นวรรคหันมามองปัณอย่างเต็มตา “ปัณก็อยู่ที่นี่ด้วย”
            “แต่ ... แต่ว่า แต่ แต่ปัณมีงานแล้วนะครับ”
            “พี่จะหาทางไม่ให้เสียงานของปัณ รับรองได้ เชื่อใจพี่นะ เหมือนที่เคยเชื่อมาทุกครั้ง” ปัณมองหน้าคนที่เรียกตัวเองว่าพี่ แล้วยิ้มให้
            “งั้นเรารีบออกไปกันเถอะครับ ผมต้องกลับมาเตรียมอาหารเย็นรอคุณหมอด้วย”

-ปัณ PART
            .ใช่ครับ ผมเชื่อใจคุณใหญ่มากเลย เชื่อใจ เชื่อมั่น เชื่อฟังมาตลอดตั้งแต่ยังเด็ก มันเป็นความประทับใจมากเลยนะครับ กับการที่เป็นเด็กกำพร้าเข้ามาบ้านนี้ใหม่ๆ แล้วมีคุณใหญ่ เป็นพี่ชายที่แสนดี คอยเลี้ยงดู คอยยิ้มให้ พอโตมาหน่อย ก็คอยสอนการบ้าน คอยเล่น คอยอบรมเลี้ยงดู ผมแทบจะเทิดทูนคุณใหญ่เหมือนคุณพ่ออีกคนหนึ่ง
            แต่ช่วงที่ผมเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ คุณใหญ่กลับมาท่าทีเปลี่ยนไป ไม่เหมือนคุณใหญ่คนเดิม ผมรู้สึกว่าความรักที่คุณใหญ่ให้ไม่เหมือนเดิม ผมรู้สึกหวงแหนความรักในแบบพี่ชาย ในแบบผู้ปกครองที่คุณใหญ่ให้ผม และกลัวว่าจะเสียความรู้สึกเหล่านั้นไป ตอนนั้นผมจึงเลือกพันธุ์เทพซึ่งตอนนั้นดูดี มีความรับผิดชอบมากที่สุดให้มาเป็นคนรักของผม ผมคิดแค่ว่า ถ้าผมทำแบบนั้น แล้วผมจะไม่สูญเสียความรักดีๆของคุณใหญ่ที่มีต่อผมไป
            ตอนนั้นคุณใหญ่ดูอารมณ์เสีย คุณใหญ่กลับดึกบ่อยๆ ซึ่งผมพอจะทราบจากเลขาของคุณใหญ่มาบ้างว่าเขาเอาความโกรธนั้นไปลงกับเด็กขายที่คุณเลขาเป็นคนหาให้ พอเวลาผ่านไปก็ไม่พูดถึงพันธุ์เทพอีก ปล่อยให้เป็นเรื่องของคนสองคนไป
            แต่ตอนนี้เหมือนคุณใหญ่จะไม่ยอมเหมือนครั้งนั้นซะแล้ว ...

 

แดดเปรี้ยงในตอนเที่ยงวันทำให้ปัณต้องหยีตาเมื่อลงมาจากรถสปอร์ตคันหรูของศรัณย์ภัทร ปัณเคยมาที่นี่ครั้งเดียวตอนที่มีงานรับบริจาคของทางโรงพยาบาลที่ทำให้ได้เจอกับพันธุ์เทพและตอนนั้นเป็นช่วงกลางคืน จึงไม่เหมือนกับครั้งนี้ .. นี่คงเป็นอย่างแรกที่อดีตผู้จัดการโรงแรมอยากจะปรับปรุงโรงแรมนี้ซะใหม่เลยล่ะ
            “คิดอะไรอยู่ ทำไมคิ้วขมวดขนาดนั้น”
            “คิดว่า คุณใหญ่ควรจะเตรียมนักจัดสวนไว้เลยครับ”
            “หึ พี่เลือกคนไม่ผิดเห็นไหม?”  ศรัณย์ภัทรหยอกน้องชาย ก่อนจะกอดคอกันเดินเข้าไปในห้องอาหารที่มีคนรออยู่ก่อนแล้ว
            “คุณศรัณย์ภัทร คุณปัณครับ ทางนี้” ชายร่างเล็ก ที่เล็กกว่าปัณเสียด้วยซ้ำ ยกมือเรียก บนโต๊ะนั้นมีอาหารวางอยู่เต็มโต๊ะแล้ว
            “นี่นายสั่งอาหารโดยไม่รอฉันกับปัณเหรอกร” ชายร่างเล็กนัยต์ตาโศกหลุบเปลือกตาลงคล้ายจะร้องไห้เมื่อได้ยินเสียงตวาดจากผู้เป็นนาย
            “อย่าดุคุณกรสิครับ คุณใหญ่”
            “เอ่อ นี่เป็นอาหารจานพิเศษของทางโรงแรมนี้น่ะครับ ผู้จัดการมาเมื่อครู่แล้วอยากให้พวกเราลองทาน เลยสั่งไว้ให้ครับ แต่เห็นว่าต้องรีบไปประชุม เลยให้พวกเราทานกันก่อนแล้ว จากนั้นช่วงบ่ายจะพาชมโรงแรมทั่วๆอีกทีครับ” ชวัลกรเลขาของศรัณย์ภัทรที่ตามมาจากกรุงเทพฯด้วยอธิบายเสียงสั่น
            “เห็นมั๊ยครับคุณใหญ่ ไม่ใช่ความผิดคุณกรเค้าสักหน่อย”
            “อืม รู้แล้ว” ศรัณย์ภัทรพูดอย่างอารมณ์เสีย
            “เอ่อ คุณศรัณย์ภัทรจะดื่มกาแฟก่อนมั๊ยครับ เดี๋ยวผมจะได้สั่งให้” ชวัลกรทำหน้าที่เลขาของตนต่อ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นที่พอใจของเจ้านายเลย
            “แล้วปกติฉันกินยังไงล่ะ?”
            “คุณใหญ่ดุคุณกรอีกแล้วนะครับ”
            “ก็เป็นงานที่ทำมาตลอด แล้วทำไมต้องมาถามด้วยล่ะ”
            “เอางี้แล้วกันครับ คุณกรสั่งไปเลยก็ได้ครับ ใส่กาแฟสัก
7 ช้อน แล้วไม่ต้องใส่น้ำตาล คุณใหญ่จะได้เลิกดุสักที”
            “นี่ พี่ไม่ใช่หมานะจ๊ะปัณ”
            “ปัณว่าคุณใหญ่เหรอครับ ว้า ปัณไม่เห็นรู้ตัวเลย” สองพี่น้องหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน แต่อีกคนกำลังทำหน้าเหมือนผ่านเรื่องเศร้ามาได้ไม่นานเลย
            ศรัณย์ภัทรขับรถมาส่งปัณที่บ้านใหญ่ของไร่เจริญตาตอนบ่ายแก่ๆทันเวลาที่ปัณจะหาอาหารเย็นไว้รอคุณหมอกลับบ้านพอดี ปัณรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อการดูงานเมื่อครู่ไม่ได้มีแค่ตนกับคุณใหญ่เท่านั้น อย่างน้อยคุณใหญ่ก็ไม่ได้ดื้อรั้นที่จะแสดงความห่วงไยจนเกินพอดีกับเขามากนัก ตรงกันข้ามกลับแสดงความดุดันกับเลขามากซะจนปัณเองต้องตกใจต่างหาก

 

เสียงรถสามล้อจอดที่หน้าบ้าน ปัณรู้เลยว่าอีกไม่นานก็จะมีเสียงเจื้อยแจ้วที่แสนสดใสตามมา
            “คุณปัณฮะ คุณปัณ” วันนี้ไม่เจื้อยแจ้ว สดใสแฮะ แต่กลายเป็นเสียงโวยวายเลยล่ะ แต่หน้าตาก็ยังสดใสเหมือนเดิมล่ะน่า ปัณยิ้มเมื่อนึกถึงความน่าเอ็นดูของเจ้าของเสียง “ทำอะไรครับ กลิ่นห๊อมมมมม หอม” ต้นน้ำพูดพร้อมกับทำท่าสูดกลิ่นไปด้วย
            “แกงจืดวุ้นเส้น เต้าหู้ หมูสับน่ะ มื้อเย็นนี้อยากให้เป็นอาหารเบาๆ แต่ก็ต้องอิ่มท้องด้วย เพราะคุณหมอทำงานหนักมาทั้งวันน่ะจ้ะ”
            “คุณปัณทำงานไม่รอผมอีกแล้วนะครับ ตั้งแต่คุณปัณมาอยู่ที่นี่ผมรู้สึกว่า ผมทำงานไม่ค่อยคุ้มกับค่าจ้างเลย”
            “อย่าคิดแบบนั้นจ้ะ เพราะพี่เหลืองานไว้ให้ต้นน้ำเพียบเลย เราไม่ได้จะทำกับข้าวอย่างเดียวซะหน่อย ไปถอดชุดนักเรียนออกก่อนไป แล้วค่อยเข้ามาช่วย เดี๋ยวชุดเปื้อน”
            “คับพ้ม”
            ต้นน้ำกลับเข้ามาพร้อมใส่ผ้ากันเปื้อนเรียบร้อย จากนั้นก็ลงมือช่วยงานอย่างขยันขันแข็ง ปัณรู้สึกรักและเอ็นดูต้นน้ำมาก เพราะต้นน้ำเป็นเด็กที่ว่านอน สอนง่าย และร่าเริงแจ่มใสตามวัย แล้วก็ฉลาดเฉลียว ถ้าจบมัธยมปลายเมื่อไร ปัณวางแผนว่าจะขอเป็นคนให้ทุนเรียนต่อมหาวิทยาลัยกับต้นน้ำเอง และอยากจะให้ทำงานในโรงแรมของเขาที่กรุงเทพฯด้วย ปัณมองมือน้อยๆที่ทำงานคล่องแคล่วอย่างมีความสุข
            “เสร็จแล้วครับ ตั้งโต๊ะได้” ต้นน้ำตบมือให้ตัวเองที่ทำงานเสร็จแล้วยิ้มให้ปัณ
            “ไปจ้ะ ตั้งโต๊ะกัน เสียงรถคุณหมอมาพอดี เดี๋ยวพี่ไปดูก่อนนะ”

 

“เหนื่อยมั๊ยครับ” ร่างบางยิ้มให้พร้อมรับเสื้อสูทจากคุณหมอ
            “อ่า ... ดีจังเลย พอกลับบ้านก็มีเมียมายิ้มให้แล้วถามว่า เหนื่อยมั๊ย” คุณหมอพูดก่อนจะใช้มือข้างที่ว่างจากการถือกระเป๋าเอกสารมาโอบเอวบางข้างๆไว้ด้วยความรัก
            “คุณหมอครับ เล่นมากเกินไปแล้วนะครับ เลิกเรียกผมว่า เมีย ซะทีเถอะ”
            “ทำไมล่ะครับ ก็เป็นเมียไม่ใช่เหรอ ถ้าจำไม่ได้ เดี๋ยวผมบอกให้ใหม่ก็ได้ แต่บอกด้วยการกระทำนะ ว่าปัณเป็นเมียผมได้ยังไง”
            “โธ่เอ๊ยคุณหมอ” ปัณส่ายหน้าถอนหายใจ ไปกันใหญ่แล้วหมอชลาธิป “ผมว่าไม่ดีหรอกครับ”
            “ปัณครับ ทำไมปัณไม่แทนตัวเองว่า ปัณ กับผมเหมือนเวลาที่คุยกับคุณใหญ่ล่ะ” สองคนหยุดเดินอยู่แค่ที่ห้องรับแขก คุณหมอวางกระเป๋าแล้วกอดตัวปัณเอาไว้ทั้งตัว พลางวางคางไว้ที่ไหล่บางด้วย
            “เวลาแทนตัวเองแบบนั้นแล้วผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กน่ะครับ”
            “แต่ผมว่าน่ารักดีออกนะ จะเป็นอะไรไหมถ้าผมอยากให้ปัณเป็นคนรักตัวเล็กๆของผม และให้ปัณเรียกตัวเองว่าปัณบ้าง แล้วก็....”
            “แล้วก็อะไรครับ?”
            “แล้วก็เรียกผมว่า ที่รัก”
            “โหย ไม่เอาหรอก” คนตัวบางร้องโวยวาย บิดตัวให้หลุดออกจากอ้อมกอด
            “เขินเหรอคะที่รัก”
            “คุณหมอ ไม่เอาหรอกครับ น่าอายจะตาย”
            “ทำไมครับ เรารักกันไม่มากพอที่จะเรียกกันว่าที่รัก หรือไง?”
            “โธ่ คุณหมอครับ”
            “ที่รัก เรียกผมว่า ที่รัก” คุณหมอคะยั้นคะยอ
            “คุณหมออ่ะ” เมียคุณหมอก็เอาแต่เขินอาย
            “ที่รัก
!” คุณหมอดุเบาๆ
            “คุณหมอ” เมื่อเห็นว่าปัณไม่มีทางยอมเขาแน่แล้ว หมอชลาธิปผู้มีเลห์เหลี่ยมแพรวมพราว ก็ทำเป็นงอนแล้วเดินหน้าบึงตึงออกไปจากตรงนั้นเสีย
            “คุณหมอจะไปไหนครับ ไม่ทานข้าวเหรอ?” ปัณคว้าแขนร่างหนาเข้าไว้
            “ปล่อยเถอะครับปัณ ผมคงไม่ใช่คนที่ปัณจะต้องเป็นห่วงอะไรหรอกครับ”
            “โธ่ คุณหมอ”
            “หึ”
            “ที่..เอ่อ ..ที่รัก อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนนะครับ” คุณหมอหัวเราะคิกเมื่อได้ยินเสียงอ้อนๆนั้น ถ้าเป็นไปได้เขาอยากให้ปัณทำตัวออดอ้อนเขาบ่อยๆคงจะดีไม่น้อย เขาโน้มศีรษะน้อยๆของปัณมารับจูบเบาๆที่หน้าผาก
 พร้อมกับดันลิ้นอุ่นๆเข้าไปทักทายและแลกความหวานจากปากของร่างบาง
            “อือ อย่าครับ ต้นน้ำอยู่ในครัว”
            “ไม่เป็นไร เดี๋ยวบอกให้ต้นน้ำหลับตา”
            “มันได้ที่ไหนล่ะครับคุณหมอ”
            “ที่รัก”
            “ครับ ที่รัก”
            “ผมรักปัณนะครับ
            “ครับ?” ร่างบางเงยหน้ามองด้วยความสงสัย หลังๆนี้คุณหมอเริ่มพูดคำนี้บ่อยไปแล้วนะ
            “ไม่ต้องมองหน้าครับ เพื่อความไม่ประมาท ต่อไปนี้ ผมจะบอกรักที่รักบ่อยๆ”  พูดจบคุณหมอก็หัวเราะเสียงดังก่อนจะโอบเอวบางหลวมๆเข้าครัว ทำเป็นไม่สังเกตเห็นว่า บุคคลที่สามที่อยู่ในครัวอยู่ก่อนนั้นหน้าแดงเพราะเรื่องราวความรักของตนเองไปถึงไหนต่อไหนไปแล้ว

 

 

ทุกคนที่บ้านหลังใหญ่ค่อนข้างแปลกใจที่เช้าวันนี้เห็นเวณิกาที่บ้านหลังจากที่ไม่ได้เห็นหน้าค่าตากันมานาน หญิงสาวมาพร้อมกับกับข้าวหลายอย่างและดอกไม้หอบใหญ่  ที่ดูก็รู้ว่าหวังจะข่มคนแถวนี้ที่ปลูกดอกไม้ได้ไม่ใหญ่ และเยอะเท่าที่เธอหอบมา
            “ธิปขา นิก้าเอาอาหารเช้าอร่อยๆ คุณค่าอาหารครบถ้วนมาฝากค่ะ นี่เธอ เอาไปแกะใส่จานให้หน่อยสิ” เวณิกาวางกับข้าวไว้ตรงหน้าปัณณทัตพอดี โดยไม่สนใจว่าทุกคนกำลังทานอาหารและกับข้าวที่ปัณกับต้นน้ำร่วมกันทำ ก็มีอยู่เต็มโต๊ะ
            “เอ่อ นิก้าครับ ผมว่าเช้านี้อาหารเยอะแล้ว ของนิก้าเอาไว้เป็นมื้ออื่นก็ได้ นิก้านั่งแล้วทางข้าวกับพวกเราดีกว่า ต้นน้ำ ไปเอาจานช้อนมาให้คุณนิก้าอีกชุดนึงไป”
            “แต่นิก้าอยากให้ธิปทานของที่นิก้าเอามานี่คะ นิก้าอุตส่าห์ไปสั่งเชฟให้ทำใหม่ๆเลยนะคะ”
            “เดี๋ยวผมต้องไปแล้วครับ ถ้าทำแบบนั้นผมว่าจะเสียเวลานะ นิก้าอย่าดื้อเลยครับ”
            “ไปไหนคะ วันนี้วันหยุด”
            “ไปไร่ครับ กูรรอผมอยู่น่ะ” เวณิกาหน้าเจื่อน แค่ได้ยินชื่ออังกูรก็ขนลุกซู่แล้ว ทั้งหน้าตา ผิวพรรณเหมือนจะฆ่าคนได้ยังไงยังงั้น

            “คุณหมอครับ เสียงรถมาหน้าบ้านผมไปดูนะ” ต้นน้ำกระตือรือล้นเหมือนเคย คุณหมอกับพ่อบ้านสบตากันเหมือนจะรู้ว่าคนที่มาถึงนี้น่าจะเป็นใคร
            “พี่ชายคุณปัณมาครับ แต่ขอรอที่ห้องรับแขกเหมือนเดิม”
            “ขอบใจจ้ะ” ปัณยิ้มให้แล้วทำท่าจะลุก แต่ถูกมือหนาๆรั้งไว้
            “ทานข้าวให้เสร็จก่อนปัณ แล้วค่อยลุกจากโต๊ะ” ชลาธิปออกคำสั่ง
            “เอ่อ ครับ” ปัณทรุดตัวลงเหมือนเดม เมื่อได้ยินเสียงเย็นๆของคุณหมอ ซึ่งทุกอย่างอยู่ในสายตาของเวณิกาตลอด
            “อะไรกัน นี่ให้ญาติพี่น้องมาหาถึงบ้านนี้เลยเหรอ ไม่รู้จักความเกรงใจกันเลยหรือไง” เสียงหญิงสาวหนึ่งเดียวดังแหว ขึ้น “ฉันจะไปจัดการ” ว่าแล้วเวณิกาก็ลุกพรวดพราดออกจากโต๊ะไป หมายจะไประบายอารมณ์โกรธกริ้วกับท่าทางของชลาธิปกับปัณณทัตที่มองยังไงก็เหมือนคนรักมากกว่าเจ้านายลูกน้อง
            ...หึ มันจะเกินไปแล้วนะ
!!!
            “ทำไม คุณหมอไม่ห้ามล่ะครับ เดี๋ยวก็เกิดเรื่องหรอก” ปัณถาม
            “ปัณคิดว่านิก้าจะทำอะไรคุณใหญ่ของปัณได้เหรอ”
            “ผมกลัวบ้านคุณหมอจะพัง”
            “เรียกผมว่า ที่รัก”
            “เอ่อ ผมกลัวบ้านของที่รักจะพังหรอก”
            “หึ ไม่ต้องกลัวหรอกครับ ผมว่าคุณใหญ่มีมารยาทพอ” ปัณหัวเราะคิก คุณใหญ่คงไม่อาละวาดจนบ้านพังอย่างที่คุณหมอว่าจริงๆ แต่รังสีอำมหิตคงทำให้เวณิกาตายได้เลยล่ะ
            เสียงโทรศัพท์ดังสอดแทรกบรรยากาศดีๆขึ้นมา คุณหมอขมวดคิ้วเมื่อเห็นตัวเลขยาวกว่าปกติที่ปรากฎบนจอ มันบ่งบอกว่าเป็นเบอร์ต่างประเทศ
            เบอร์ที่เกือบจะลืมไปแล้ว...
            หมอชลาธิปถอนหายใจ แล้วคว้าโทรศัพท์ที่กำลังดังอยู่ออกไปจากห้องครัว แล้วเดินตรงไปยังห้องทำงาน ปัณณทัตมองตามด้วยความสงสัย ไม่เคยมีครั้งไหนเลย ที่โทรศัพท์ของหมอจะเป็นความลับที่ปัณไม่ควรรู้
            ...ยกเว้นครั้งนี้ ...

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น