AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14 ก่อนที่ 100,000 จะปะทะ 3

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 ก่อนที่ 100,000 จะปะทะ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 88

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2561 15:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 ก่อนที่ 100,000 จะปะทะ 3
แบบอักษร

ตอนที่ 14 ก่อนที่ 100,000 จะปะทะ 3

ลมยามค่ำพัดโชยมาสร้างบรรยากาศที่เงียบเหงา ผู้คนที่เกลือรอดจากสงครามครั้งก่อนต่างนอนขดกอดกันท่ามกลางลมเย็น บ้างก็ห่มผ้าห่มเก่าๆ ที่ค้นมาจากบ้านไร้คน

บางกลุ่มก็อาศัยบ้านหรือสถานที่นั้นๆ เป็นที่พัก แต่ด้วยทรัพยากรทางด้านอาหารมีน้อย ทุกคนจึงมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก เสียงร้องไห้ด้วยความสิ้นหวังของหลายๆ คนยามค่ำคืนสร้างบรรยากาศที่หลอนและหดหู่ โดยเฉพาะเสียงของเด็กที่เหลือรอดจากสงคราม ไร้ซึ่งพ่อแม่ ไร้ซึ่งผู้ปกครอง เขาต้องอยู่ตัวคนเดียวท่ามกลางความมืดมิดไปอีกนานแค่ไหน

สำหรับตอนนี้แล้ว ไม่มีใครเห็นใจใดๆ กันทั้งสิ้น แม้จะมีกลุ่มมีหมู่มีพวกพ้อง แต่เรื่องความอยู่รอดของปากท้องก็ทำให้ผู้คนแก่งแย่งอาหารกันจนตายในแต่ละวัน กลุ่มที่ดีหน่อยก็แบ่งกันคนละนิดละน้อย ถึงอย่างนั้นก็ไม่เพียงพอให้ท้องอิ่ม

บรรยากาศเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาที่จะพบพานในสงคราม ในเขต 3 ของอาณาจักรเฟราด้า ค่ำคืนที่ทุกคนกำลังดิ้นรนและอดทนกับความหิวนั้น ในสถานที่แห่งหนึ่งเต็มไปด้วยเสียงบ่นของหญิงสาว และบุรุษ

“เว้ย!! ทำไมข้าต้องมาอบขนมปังอะไรนี่ด้วยฟร๊ะ ตูอยากจะพักผ่อนรู้ไหม แล้วเอ็งจะมาเรียกให้ข้าทำทำไม๊!! ” เสียงบ่นของคิวบิลัสที่พูดแบบนี้ไม่หยุดมาตั้งแต่ 1 ชั่วโมงก่อนแล้ว

“เอาน่าคิวบ์ ช่วยๆ กันอบขนมปังให้เยอะๆ นี่ว่าจะเอาเตาเวทมนตร์ออกมาเพิ่มอีกสัก 3-4 เตาเผื่อจะทำได้เร็วขึ้น” เสียงพูดเชิงแหย่เล่นของไผ่พูดด้วยท่าทีเป็นธรรมชาติทำเอาคิวบิลัสถมึงหน้าใส่ด้วยความไม่พอใจแบบกวนๆ แต่มือทั้งสองข้างก็หยิบก้อนแป้งแข็งๆ วางเรียงในถาดแล้วนำเข้าเตาอบ

“อย่าเชียวนะเอ็ง แค่ 10 เตาอบ มือข้าก็จะพันกันอยู่แล้ว” เสียงคิวบิสตวาดลั่น แต่น้ำเสียงนั้นแฝงด้วยแววขำขันและล้อเล่น ผิดกับท่าทีอันแสนผ่อนคลายที่บรรจงใส่ถาดขนมปังเข้าเตาอบอย่างใจเย็น

อุปกรณ์พวกนี้เอาออกมาจากแหวนมิติที่ถูกเก็บไว้ในกล่องดำ โดยนานะเรียกออกมาจากมิติส่วนตัวของเธอ และในตอนนี้เธอก็กำลังทำหน้าที่นำขนมปังออกจากเตาอบมาวางเรียงซ้อนๆ กันเป็นกองภูเขาขนาดย่อมๆ

“แง่มๆ ๆ ขนมปังนี่ก็นุ่มดีน๊าพี่ชาย หอมด้วย” เสียงหวานใสของนานะพูดมาในทำนองของเด็กที่กำลังสนุกกับการทำอะไรสักอย่าง มือขาวเนียนของเธอหยิบขนมปังร้อนๆ ที่พึ่งออกจากเตาเข้าปากกินไปด้วย ทำไปด้วย

“นายหญิงคะ อย่ากินขนมปังในระหว่างทำงานสิ เดี๋ยวก็ทำไม่พอจำนวนหรอก” แพตตี้ปรามนานะที่กำลังกินขนมปังร้อนๆ อย่างชอบอกชอบใจ

“นี่แพตตี้ ถ้าเธอจะปรามนานะเธอก็หยุดกินสิเอ้ย! แล้วแบบนี้ใครจะไปฟังที่เธอพูด” เสียงของไผ่บ่นอุบ ยิ่งตอนนี้เขาเหมือนกับผู้ปกครองหลักที่คอยห้ามปรามเหล่าพวกพ้องที่กวนจะโคตรบรมพวกนี้

“ช่วยไม่ได้ มันอร่อยนี่คะ” งับ! แพตตี้ไม่พูดเปล่าจัดการซดขนมปังจนหมดในทีเดียว เธอผละจากงานแล้วรินน้ำผลไม้ออกจากกล่องใส่แก้วยื่นให้นานะ

แล้วก็รินให้ตัวเองเหมือนกับกำลังพักผ่อนหย่อนใจชื่นชมธรรมชาติที่แสนงดงาม ที่หน้าเปี่ยมสุขของเธอเผยให้เห็นความงดงามที่แฝงความน่ารักน่าค้นหา

“อา รู้สึกดีจริงๆ งานเบาๆ แบบนี้ทำให้ผ่อนคลาย และอยากจะนอนพักสักงีบ” เสียงของฮอปพูดด้วยท่าที่สบายๆ ผ่อนคลาย

เขาแกะซองที่บรรจุก้อนขนมปังแข็งในท่านอนเหยียดแขนแบบคนเกียจคร้าน กองถุงก้อนขนมปังแข็งถูกฮอปใช้ต่างที่นอน เมื่อแกะเสร็จก็โยนถุงไปอีกมุมหนึ่งของห้อง แล้วโยนก้อนแข็งนับสิบก้อนใส่ไปในถาดอย่างแม่นยำ

“จะว่าไปฮันนี่ต้องการจำนวนขนมปังอบมากแค่ไหนเหรอ อืมจะว่าไปจากที่โนบุเก็บข้อมูลเมื่อกี้ จำนวนคนที่อยู่ในเขตนี้ทั้งหมดมีประมาณ 1,200 คน ซึ่งถือว่าเยอะพอสมควร แต่หากเทียบกับเขต 3 ที่กินพื้นที่ไปหลายสิบกิโลเมตรแล้วก็ถือว่าน้อยนิดล่ะนะ” โนบุพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งเธอไม่ได้สนใจชีวิตของผู้คนที่เหลือรอดแม้แต่น้อย

“อีกชุดเดียวก็พอแล้วโนบุ เสร็จตรงนี้แล้วก็ช่วยโปรยขนมปังบนฟ้ากัน ไม่จำเป็นต้องมอบให้เองกับมือเพราะว่าตอนนี้กองกำลังทหารแสนนายมาประชิดเขต 1 แล้ว คาดอีกไม่เกินสองชั่วโมงคงถึงเขต 1 ส่วนรายละเอียดอื่นๆ มีอะไรบ้างฮอป!” ไผ่หันไปทางฮอปที่นอนแกะซองก้อนแป้งขนมปังอย่างสบายอารมณ์

“รายละเอียดเหรอ จากที่ฮอปดูมาพวกนั้นมีพลธนู 10,000นาย พลหอกโล่ 20,000 นาย ดาบโล่ 20,000 นาย ดาบประจัน 40,000 นาย ทหารม้า 5,000 นาย นักเวทโจมตี 2,000 นาย นักเวทสนับสนุน 2,000 และสุดท้ายนักเวทสายรักษา 1,000 นาย เหล่าผู้นำกองอีกจำนวนหนึ่ง

ส่วนระดับดาว ฮอปไม่รู้ดูไม่ออก แต่หากจะให้บอกก็เรียกวากระจอกมากๆ เลยพวกนี้ นี่ไม่ใช่ดูถูกนะ หากเทียบกับกองกำลังขององค์กรที่ตามล่าฮอป ทหารแสนนายเทียบไม่ได้เลย เผลอๆ แค่โดนระเบิดทันไซม์ลูกเดียวตายเกลี้ยงเลยมั้ง” เสียงรายงานเนิบๆ ของฮอปพูดออกมาพร้อมให้ความเห็นส่วนตัว

ปล.ระเบิดทันไซม์เป็นอาวุธสงครามที่ถูกผลิตโดยองค์กรลับของประเทศหนึ่ง อานุภาพของมันคือคลื่นเสียงสั่นสะเทือนที่สามารถทำลายกลไกการทำงานของร่างกายและอวัยวะต่างๆได้ รัศมีการส่งเสียงสั่นสะเทือนระยะหวังผลคือ 10 ตารางกิโลเมตร

หากทหารแสนนายโดนเข้าก็ตายเกลี้ยงเลือดออกปาก ออกหูระบบร่างกายล้มเหลว ไม่เหลือแสงแห่งชีวิต (ระเบิดนี้ใช้งบในการสร้างสูงมาก และทำยาก แต่เจ้าฮอปโดนบ่อยยิ่งกว่าใคร)

“เอ็งอย่างเอาอาวุธสงครามมาเทียบกับทหารแสนนายสิฮอป” ไผ่พูดไปด้วยทำงานของเขาไปด้วย

“เอาน่าเฮีย สรุปสงครามรับมือทหารแสนนายมีเพียงสามคนสินะ” ฮอปพูดออกมาในท่าทีผ่อนคลาย แม้ตอนนี้เหล่าทหารที่พูดถึงยกพลมาอยู่หน้าเขต 1 ที่ถูกทำลายย่อยยับไปแล้ว

และตอนนี้แม่ทัพใหญ่ก็สั่งการให้เหล่าทหารเตรียมพร้อม จัดกระบวนทัพในการสู้รบ และรอดูทีท่าว่าอาณาจักรเฟราด้าจะมาไม้ไหน ทั้งนี้ทุกๆ ครั้งที่บุก พวกเขามักจะส่งกำลังทหารมาตั้งรับไม่มากนัก เยอะสุดก็แค่ 20,000 นายที่เป็นทหารไร้ฝีมือทั้งสิ้น

“เฮีย เสร็จแล้ว ทำไงต่ออ่ะ” ฮอปพูดเนิบๆ เปลือกตาคลับคล้ายคลับคลาว่าจะปิดลง โนบุเดินมาซัดมะเหงกเข้ากลางกระหม่อมทำให้ตาสว่างจ้าขึ้นมาทันที

“โอ๊ย อาเจ้ เห็นใจคนง่วงนอนหน่อยสิ” เสียงฮอปบ่นอุบอยู่ในท่าเอามือกุมหัวตัวเองสีหน้าแสดงความเจ็บปวดออกมา

“ไม่เห็นใจจะมีอะไรไหมห๊ะ รีบๆ ลุกมาได้แล้ว อย่าทำเป็นเล่น” โนบุลากคอเสื้อของฮอปด้วยแรงของเธอทำให้ฮอปถูกยกลอยเหนือพื้นอย่างง่ายดายแล้วก็ปล่อยให้ยืนบนกองซองขนมปัง เขาจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางเล็กน้อย

“ไปก็ไปสิเจ๊” ฮอปตอบกลับด้วยท่าทีหน่ายๆ

“เดี๋ยวไอ้ฮอป” โนบุพูดยั้ง

“อะไรอีกล่ะเจ้”

“ก่อนไปเอ็งไปหยิบขนมปังอบมาด้วย หิวอ่ะ” โนบุพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งเล่นกึ่งจริงพลางชี้นิ้วไปยังกองขนมปังที่ส่งไออุ่นและกลิ่นหอมยั่วใจ

“เฮ้อ!!! ไหนบอกไม่ให้เล่นไง โธ่ นี่เจ๊เล่นเองเลยใช่มั๊ย” ฮอปพูดหน่ายใจแต่ก็ยอมไปหยิบขนมปังอบมาตามที่โนบุบอก โดยที่ไม่ลืมเอามาเผื่อตัวเองอีกจำนวนหนึ่ง

“เฮ้อ!! เตรียมออกสู้ได้แล้วฮอป โนบุ ส่วนเรื่องการแจกจ่ายขนมปังด้วยวิธีโรยไปบนฟ้าฝากแพตตี้ คิวบ์ และนานะด้วยนะ เห็นแก่คนอดอยากหิวโหยหน่อย เดี๋ยวพวกเขาจะไม่มีเรี่ยวแรงมาทำงานให้พี่ (นี่คือเป้าหมายใช่มะ)” ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหนื่อยใจเป็นพิเศษกับนิสัยเมื่ออยู่ร่วมกลุ่มกันเองของแต่ละคน ที่จะแสดงลักษณะนี้ออกมาให้เห็น ยกเว้นตอนมีคนแอบส่องแอบมองหรือตอนอยู่ร่วมกับคนอื่นจะวางมาดกันเป็นคนละคน

“ไม่มีปัญหาค่ะนายท่าน” แพตตี้ตอบรับ เธอโยนขนมปังใส่แหวนมิติวงที่ว่าง

“อื้อ ไว้ใจนานะได้เลยพี่ชาย” นะพูดด้วยเสียงหวานใสละลายโสต เธอสะบัดมือ พลันก้อนขนมปังอบจำนวนมากก็หายเข้าไปอยู่ในมิติของเธอ

“เออๆ ๆ ข้าจะทำให้ก็ได้ เสร็จๆ ไปจะได้นอนสักที” คิวบิลัสพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ แต่ก็ยอมยัดขนมปังเข้าแหวนมิติของตน

“อา ฝากด้วยนะ โนบุ ฮอป ไปกันเถอะ” ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจัง โนบุกับฮอปพยักหน้าในบุคลิกที่เปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างรวดเร็ว

แท่งสีดำที่อยู่ข้างเอวถูกหยิบออกมา กดปุ่มปลดกลไกมันก็ขยายออกด้วยกลไกพิเศษกลายเป็นบอร์ด ไผ่กระโดดขึ้นยืนบนบอร์ดกลางอากาศกระจายพลังเวทเปิดกลไกทำงานทันทีพลันบอร์ดก็พุ่งออกไปทางหน้าต่างอย่างรวดเร็ว โนบุกับฮอปก็ทำในลักษณะเดียวกันพุ่งตามไผ่ไป

“เอาล่ะ ส่วนพวกเราก็มาเริ่มโยนขนมปังกันเถอะ” คิวบิลัสพูดยิ้มๆ เขาเอาบอร์ดออกมากดกลไกและกระโดดขึ้นไปยืน ปล่อยพลังเวทเพื่อเปิดการทำงานพุ่งออกไปพร้อมกับแหวนมิติที่บรรจุขนมปังไว้

นานะกับแพตตี้ก็ทำในลักษณะเดียวกัน ทั้งสามคนพุ่งไปในทิศทางที่ต่างกัน เพื่อกระจายขนมปังและทำงานที่ไผ่มอบหมายให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด จะได้กลับไปนอนพักสบายๆ เสียที

**...............................................................

**“ทหาร เตรียมจัดขบวนรบ!!!” เสียงอันห้าวหาญของผู้นำทัพตะโกนออกมาด้วยการสนับสนุนของนักเวท ช่วยให้เสียงนี้กระจายไปอย่างทั่วถึง

ทหารทุกนายจัดเตรียมอาวุธพร้อมรบทันที เสียงพรึบ!! ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันเกิดเป็นคลื่นลมอันน่าหวาดหวั่น

“ตอนนี้หน่วยสอดแนมรายงานมาแล้วว่าข้างหน้านั้นไม่มีอะไร ไม่มีแม้แต่ทหารของอาณาจักรเฟราด้า ศึกนี้พวกเราจะชนะกันโดยไม่ต้องสูญเสียกำลังพล และอีกไม่นานเราจะเดินทัพเข้าไปยังเขต 1 เขต 2 ที่ถูกทำลาย เข้าไปสู่เขต 3 นักเวทจะทำการปลดบาเรียของเขต 3 ซึ่งอาจใช้เวลาพอสมควร

หลังจากนั้นเราจะเข้าไปทำลายและสังหารเขตที่ 3 ให้สิ้นซาก หากไม่มีใครออกมาต่อต้านก็จะเข้าสู่เขตที่ 4 บุกทำลายทุกสิ่งอย่าง แล้วยึดทรัพยากรที่มีค่าของเขต 3 กับเขต 4 ซึ่งก็คือดันเจี้ยน

เขต 3 จะมีอยู่ 1 แห่ง เป็นดันเจี้ยนระดับต่ำ ส่วนเขต 4 จะมีอยู่สองแห่ง หนึ่งคือดันเจี้ยนระดับต่ำ และอีกแห่ง เป็นดันเจี้ยนปริศนา

ทรัพยากรอันมีค่าในดันเจี้ยนต้องตกเป็นของอาณาจักรเราทั้งหมด!!!” เสียงของแม่ทัพตะโกนก้องปลุกกำลังใจของพลทหารทั้ง 1 แสนนาย

“โฮว!!!” เสียงตอบรับดังลั่นทำให้พื้นดินเกิดการสั่นสะเทือนเล็กน้อย นับเป็นพลังอันน่ากลัวของกองกำลังนี้

.........................

ทางด้านไผ่

การเดินทางโดยบอร์ดนั้นสร้างความสะดวกสบายเหลือล้ำ พวกเขาเห็นทัศนียภาพจากส่วนบนทำให้เห็นถึงซากปรักหักพังและซากศพจำนวนมากที่ถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด หากภาพนี้ตกอยู่ในสายตาของคนอื่นคงสร้างความหวาดกลัวและความโศกเศร้าแก่ผู้พบเห็นเป็นแน่

ภาพร่างไร้หัวของหลายๆ ครอบครัวที่กอดกันแนบแน่น บนร่างเหล่านั้นมีรอยแผลมากมาย หลายๆ ครอบครัวก็โดนไฟคลอกทั้งเป็น

ทั้งยังภาพผู้หญิงหลายร้อยคนที่ตายตาเหลือกในท่าเหมือนถูกข่มขืนอย่างโหดเหี้ยม เหล่าศพของผู้ชาย เด็กเล็กเด็กแดง ผู้หญิงกำลังตั้งท้อง และทหารนับพันถูกฆ่าเกลื่อนกลาด

นี่เป็นภาพแห่งสงคราม ไม่ได้มีความเมตตาและปรานีใดๆ ไม่มีแม้กระทั่งความเห็นใจ มีแต่ความป่าเถื่อนและอำมหิต

แต่แม้นจะเห็นภาพอันโหดเหี้ยมเหล่านี้ ใบหน้าของทั้งสามก็ยังคงเฉยเมยไม่ได้สนใจและมีความรู้สึกร่วมใดๆ

เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนพบเจอมาจนเคยชินจนมันกลายเป็นเฉยชาไปแล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาทำร้ายผู้บริสุทธิ์มามากมายแค่ไหน นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ฟรานซ์เรียกทั้งสามว่า “บุคคลอันตราย”

ผ่านเขตสองไปแล้วเจอเขตหนึ่งที่เป็นยิ่งกว่าภาพสยดสยอง เหล่าศพที่เน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็น และยังมีเศษซากกระดูกรวมถึงสิ่งปฏิกูลต่างๆ กองท่วมกันมากมาย

เขตนี้โดนทำลายย่อยยับเสียยิ่งกว่าเขตสองเสียอีก ศพทหารมากกว่า 20000 นายตายลงที่นี่ เหล่าผู้คนจำนวนมากรวมแล้วเกือบ 1 แสนคนต่างสิ้นชีวิตและสิ้นชื่อโดยที่พวกเขาไม่สามารถหลีกหนีทัน

ไผ่ โนบุ ฮอปยิ้มออกมาโดยไม่ได้นัดหมาย

“แม้จะตายแต่ก็ยังมีค่า พวกนี้จะกลายเป็นปุ๋ยเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมอันอุดมสมบูรณ์หล่อเลี้ยงชีวิตคนจำนวนมาก เน่าๆ แบบนี้เหมาะเจาะที่สุดแล้ว” เสียงของไผ่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง

หากคนอื่นมาร่วมทางกับเขาแล้วจะมองว่าไผ่เป็นคนที่ไร้น้ำใจ โหดเหี้ยมไม่มีหัวใจก็ไม่แปลก แต่สำหรับฮอปกับโนบุแล้วกลับคิดแบบเดียวกับไผ่เสียอย่างนั้น

ชีวิตที่มีแต่การต่อสู้ การเข่นฆ่า สังหาร จากชาวบ้านน้อยๆ ไปจนถึงผู้มีอำนาจบาตรใหญ่ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วมันก็ผ่านไปดั่งสายลม สิ่งที่มีค่าที่สุดคือสิ่งที่เราเห็นค่าของมัน

ชีวิตเมื่อตายไปแล้วไม่อาจย้อนคืนได้ สงครามเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ไม่อาจจะย้อนกลับไปเหมือนเดิมได้เช่นกัน แต่การใช้ประโยชน์จากความโหดร้ายเหล่านี้เพื่อก่อประโยชน์แก่ผู้เหลือรอด นั่นคือสิ่งที่พวกไผ่มองว่ามีค่า

เพราะชีวิตไม่ว่าจะเจอกับเรื่องอันโหดร้ายเพียงไหน อย่างไรผู้ที่เหลือก็ต้องอยู่ต่อไป เสียใจไปก็ไม่เกิดประโยชน์

อีกอย่างคนเหล่านี้ไม่ใช่คนที่มีความผูกพันธะใดๆ กับเขา ไม่ใช่คนสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผูกพันทางจิตใจใด เพราะงั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะไม่มีความรู้สึกโกรธแค้นใดๆ

แต่หากเป็นบุคคลที่มีความผูกพันทางจิตใจกับพวกเขาล่ะก็ คงไม่นิ่งเฉยกับแบบนี้แน่นอน

“ฮันนี่ เราจะจัดการที่เขต 1 กับเขต 2 ตอนไหนดี เอาเป็นหลังจากเสร็จสิ้นการต่อสู้นี้ดีไหม” โนบุให้ความเห็นขณะที่พวกเขาลอยอยู่บนอากาศ

“เฮีย ฮอปเห็นด้วยกับอาเจ๊นะ เราน่าจะเอาศพทหารที่เราฆ่ามาทำปุ๋ยด้วย แบบเพิ่มเขตอีก 1 เขตดีไหม เอาเป็นเขต 0 เลย ฮอปว่าแบบนี้น่าจะโอเคนะ” ฮอปให้ความเห็น แม้จะผ่านซากศพจำนวนมากก้หาได้มีผลกระทบต่อจิตใจพวกเขา

“เห็นด้วยฮอป หลังจากนั้นก็ให้โนบุ บริหารก็แล้วกัน เอาไหมโนบุ” ไผ่ตอบตกลงแล้วหันไปถามโนบุ

“สบายมากฮันนี่ เอาล่ะ ตอนนี้เห็นทหารพวกนั้นอยู่ข้างหน้าเราอีกไม่เกิน 2 กิโลเมตรแล้ว” โนบุหันไปทางทิศเบื้องหน้า ทุกคนพยักหน้าเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้แล้ว

สงครามระลอกนี้กำลังจะเริ่ม ........จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป.....................

.....................................****

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น