หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

จุดเริ่มต้นของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นด้วยความ 'เสน่หา' แล้วเเขาจะทำอย่างไร หากต้องการให้เธอมาเป็น 'ยาใจ' ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

ตอนที่ 14 สร้อยคอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 สร้อยคอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2561 12:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 สร้อยคอ
แบบอักษร


หลินเมิ่งหยิบสร้อยคอออกมาจากในลิ้นชัก แล้วค่อยๆ ถือมันอย่างระมัดระวัง ส่งไปที่ด้านหน้าของหรงหลิง

“นี่ ให้คุณค่ะ”

หรงหลิงรู้สึกขำเป็นอย่างมาก เขาจะอยากได้สร้อยคอนี่ไปทำไมกัน! เขารับสร้อยคอเส้นนั้นมา แล้วตบลงหน้าขาของตัวเองเบาๆ พร้อมกับสั่งว่า “มานี่ นั่งตรงนี้”

ใบหน้าของหลินเมิ่งขึ้นสีแดง เธอยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางลังเลอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อสายตาของหรงหลิงเริ่มค่อยๆ มีความอันตรายมากขึ้นนั้น เธอถึงกลั้นใจนั่งลงบนตักเขา ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้ จะไม่ค่อยชอบให้ใครขัดคำสั่งของเขาสักเท่าไหร่

หรงหลิงยื่นมือออกไปปัดผมสวยของเธอออกเบาๆ ในเวลานั้นเองก็เผยลำคอที่ขาวราวกับหยกออกมาให้เห็น เรียบเนียนน่าดึงดูด เขาปลดสร้อยแล้วค่อยๆ นำมันคล้องรอบคอของเธอ สวมใส่ลงบนลำคอของเธออีกครั้ง

“ใส่ไว้ เธอจะคุ้นชินกับมันเอง ฉันชอบเห็นเธอใส่มัน” เขากระซิบเสียงเบาที่ข้างหูของเธอ เสียงเบาทว่าอ่อนหวานราวกับคนรักกระซิบกัน ทำให้หลินเมิ่งรู้สึกเขินอายจนหูแดงก่ำไปหมด

“ถึงแม้เกาชางหมิงจะเป็นคนออกเงิน แต่แบบนี่ฉันเป็นคนเลือก มรกตนี่เข้ากับผิวของเธอมากนะ หลังจากนี้ เธออย่าได้ถอดมันอีก!”

เกาชางหมิงขอให้เขามาบอกกับหลินเมิ่งว่าให้เธอไปร้านที่เครื่องประดับเฟิ่งหวง เพื่อให้เธอไปเลือกเครื่องประดับมาสักชิ้น แต่เขาคาดเดาได้จากลักษณะของเธอว่าเธอคงไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่นัก เขาก็เลยถือโอกาสไปที่ร้านนั่น แล้วเลือกมันแทนเธอเอง ก็แค่มรกตราคาล้านกว่าหยวน เทียบกับผลประโยชน์เป็นสิบๆ ล้านที่เกาชางหมิงจะได้รับหลังจากการพูดคุยธุรกิจแล้วนั้นก็ไม่นับว่าอะไรนัก! เกาชางหมิงคนที่ยืมดอกไม้ถวายพระ*[1]นี้ เขาจะไม่รู้เลยเหรอไง!? แต่ถึงแม้เกาชางหมิงจะเป็นคนให้ แต่ดอกไม้ที่ในอยู่อ้อมกอดของเขาตอนนี้ เขาก็พอใจเป็นอย่างมาก!

เมื่อก้มหน้าลงมองคนที่เขินอายจนดูเหมือนว่าจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ในอกของเขานั้น เขาก็หัวเราะเสียงต่ำออกมา ใกล้ชิดกันขนาดนี้ตั้งไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ทำไมเธอถึงได้ไร้เดียงสาถึงขนาดนี้นะ!

ใต้สายตาของเขานั้นคือผิวขาวเนียนละเอียด ที่ดึงดูดให้เขาไปจูบซับความหอมหวาน ทำให้เขาพลันเกิดความรู้สึกหลงใหล ก้มหน้าลงไปจูบลำคอของเธออย่างแผ่วเบา ความรู้สึกเย็นเฉียบเล็กน้อยสัมผัสลงมาอย่างนุ่มนวล จนชวนทำให้คนรู้สึกมัวเมา

“อา.....” เธอส่งเสียงเบาๆ ออกมา เดิมทีลำตัวที่ยืดตรงอยู่แล้วก็ยิ่งตรงมากขึ้นไปอีก ตอนนั้นเองเธอสัมผัสถึงเรียวลิ้นของหรงหลิงจนนิ่งงันไปบ้าง หรงหลิงบอกว่าให้เธอใส่สร้อยเส้นนี้ไว้ตลอด เธอรู้สึกได้ลึกๆ ว่าในคำพูดนี้มีนัยอะไรแฝงอยู่ แต่สมองเล็กๆ ที่มีขีดจำกัดของเธอนั้นกลับคิดไม่ออกว่ามันคืออะไร ในไม่ช้าที่ลำคอก็ถูกจู่โจมอย่างรวดเร็ว เธอถึงได้สติกลับมาด้วยความกลัว

เธอหดคอหนีน้อยๆ เพื่อหลบหลีกการจูบของเขา มือเรียวเล็กที่วางไว้ข้างตัวก็คิดอยากจะยกขึ้นมาป้องกันลำคอของตัวเอง ป้องกันจูบของเขาที่ถูกส่งมาครั้งแล้วครั้งเล่าไม่หยุด แต่ความรู้สึกเจ็บปวดก็ได้เตือนสติเธอขึ้นอีกครั้ง เธอควรที่จะเชื่อฟังเขา ไม่ควรทำให้เขาโมโหหรือว่ารู้สึกโกรธ 

เธออดกลั้น ขบฟัน ใบหน้าแดงซ่านไปทั่ว แต่การกระทำของเขานั้น ยิ่งอุกอาจมากขึ้น

“อย่า......” เธอร้องออกมาเสียงเบา ในน้ำเสียงนั้นแฝงมาด้วยความรู้สึกน่าสงสาร ดวงตายาวรี ใบหน้าขาวชมพูนั่นมีความเขินอายเล็กน้อย และมีความละอายอย่างที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

เขาหยุดการกระทำทั้งหมดลงในทันที มือใหญ่บีบเข้าที่เอวของเธอ โดยที่แทบจะไม่ต้องออกแรงเลยแม้แต่น้อยก็พลิกร่างของเธอมาได้แล้ว เผยให้ใบหน้าเล็กที่ดูท่าทางใกล้จะร้องไห้เต็มทนให้ปรากฏสู่สายตาของเขา สายตาล้ำลึกของเขาจ้องมองไปที่เธอ เห็นว่าเธอหลุบสายตาลง ไม่กล้าที่จะมองเขา มีเพียงริมฝีปากบางนั่นที่กำลังสั่นไหว ดูสวยงามราวกับดอกไม้ที่กำลังค่อยๆ ผลิบาน ดึงดูดคนให้ก้มหน้าลงไปเล็มเลียน้ำหวานกลางดอกไม้ดอกนั้น

เพียงไม่นานดวงตาของเขาก็ร้อนรุ่มขึ้น ก้มหน้าลงจูบซับเบาๆ เข้าที่ริมฝีปากของเธอ เวลาผ่านไปอย่างเรียบรื่นราวกับแมลงปอที่บินโฉบผิวน้ำ หลังจากนั้นจูบที่นุ่มนวลก็ได้ประทับลงที่เปลือกตาของเธอเบาๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นความอบอุ่นที่มิอาจจะบรรยายออกมาได้ และดูเหมือนว่าจะเป็นความสงบที่ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรออกมา

ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปด้วยความร้อน จนดูราวกับผลเชอร์รี่

เขาเชยปลายคางของเธอขึ้น จ้องมองเธออย่างล้ำลึก ถึงแม้ว่าเธอจะหลุบตาลง แต่เธอก็สามารถสัมผัสได้ตลอดเวลาว่าสายตาที่ล้ำลึกของเขานั้นกำลังจ้องตรงมาที่ดวงตาของเธอ สายตานั้นช่างร้อนรุ่ม อีกทั้งยังล้ำลึก

“ทานข้าวเถอะ”

อยู่ๆ คำพูดนี้ของเขาก็ดังขึ้น พร้อมกับประทับจูบที่หน้าผากของเธอ เขาตีก้นของเธอเบาๆ แล้วดันร่างของเธอออกไป เธอจึงได้ลุกขึ้นยืนอย่างมึนงง ส่งเสียง “ออ” ออกมาเบาๆ แล้วนั่งลงตรงข้ามกับเขา พร้อมหยิบขนมปังที่เพิ่งวางลงสักครู่ขึ้นมากินต่อทันที เมื่อกัดเข้าไปหนึ่งคำนั้น ก็พลันรู้สึกว่าเธอไม่รู้รสอาหาร อีกทั้งยังมีอาการนั่งไม่ติดอยู่บ้าง นั่นเป็นเพราะว่าเธอยังคงรู้สึกได้ถึงสายตาของเขาที่กำลังจ้องมองมาที่เธออยู่ตลอด นี่มันทำให้ร่างกายของเธอร้อนผ่าวอย่างไม่รู้สาเหตุ

“เมือง J ของพวกเธอมีอะไรให้เที่ยวบ้าง”

เมื่อทานข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ถามคำถามขึ้นมาทันที

หลินเมิ่งอึ้งไปสักพัก กะพริบตามองเขาอย่างไม่เข้าใจ

เขาขมวดคิ้ว “พ่อของเธอบอกว่าเธอคุ้นเคยกับเมือง J ดี ถ้าอย่างนั้นวันนี้เธอทำหน้าที่เป็นไกด์พาฉันไปเที่ยวหน่อยสิ”

ใบหน้าของหลินเมิ่งเริ่มค่อยๆ แดงขึ้น ตอนแรกที่พ่อของเธอพูดแบบนี้ก็เพื่อต้องการที่จะหลอกเขา ถึงแม้ว่าเธอจะเกิดและเติบโตที่เมือง J แต่เธอรู้จักที่นี่ดีเสียที่ไหนกันล่ะ!? การใช้ชีวิตไปกลับระหว่างบ้านและโรงเรียนสองที่นี้ ทำให้เดิมทีเธอก็ไม่ได้มีโอกาสได้ออกไปเที่ยวไหน แต่ต่อหน้าเขา เธอไม่สามารถพูดออกมาได้ว่าพ่อของเธอโกหก

เธอเม้มริมฝีปากไปมา พร้อมกับก้มหน้าลง ขนตาที่ยาวเป็นแพนั่นสั่นไหวน้อยๆ ด้วยความสับสน

ไปสวนสาธารณะเหรอ? เหมือนว่าจะแปลกไปหน่อยมั้ง นั่นดูเป็นสถานที่ที่คู่รักมักจะไปกัน หรือไม่ก็เป็นสถานที่สำหรับครอบครัว? เธอกับเขา......ดูจะแปลกไปสักหน่อย

สวนสัตว์เหรอ?......นี่เหมาะสำหรับเด็กๆ ไปมากกว่า

งั้น...งั้นไปอนุสรณ์สถาน......แต่นี่มันจะแปลกไปแล้ว! เธอรู้สึกว่าหากให้คนแบบหรงหลิงไปเที่ยวสถานที่แบบนั้น คงดูไม่เข้ากันเท่าไหร่มั้ง

......

หลินเมิ่งพยายามนึกถึงสถานที่ที่เธอเคยไปมาแล้วทั้งหมด นึกครั้งหนึ่ง ก็ส่ายหัวออกมาครั้งหนึ่ง ทันใดนั้นก็รู้แล้วว่า ที่แท้ช่องว่างระหว่างเขากับเธอ นั่นก็คืออายุนั่นเอง!

ในที่สุด เธอก็คิดสถานที่แห่งหนึ่งขึ้นมาได้อย่างยากลำบาก

“พวกเราไปปีนเขาที่ทะเลสาบหลานหูกันเถอะค่ะ!”

กิจกรรมปีนเขานี้ ดูเหมือนว่าจะเหมาะกับคนทุกช่วงอายุนะ

เมื่อเห็นเขาพยักหน้าลง เธอก็เบาใจลงได้บ้าง แต่ว่าพอไปถึงทะเลสาบหลานกูแล้ว เธอก็ต้องรู้สึกเสียใจขึ้นมาเสียแล้ว!

[1]*ยืมดอกไม้ถวายพระ (สำนวนจีน) หมายถึง การยืมสิ่งของของผู้อื่น หรือหยิบยืมมือของผู้อื่น เพื่อทำประโยชน์ให้กับตนเอง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น